ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับที่ 18097 วันพฤหัสบดี ที่ 9 สิงหาคม 2550



เตือนมิจฉาชีพสวมรอย 'ก.ม.คอมฯ' หากไม่มีหมายศาลให้ปฏิเสธ [9 ส.ค. 50 - 06:11]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (8 ส.ค.) ณ ห้องเอสแคป ฮอลล์ ศูนย์ประชุมสหประชาติ ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค จัดการสัมมนาในหัวข้อ “การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และการเตรียมความพร้อมกับกฎหมายใหม่” ขึ้น โดยมีตัวแทนจากส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมจำนวนมาก




อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อขาวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดการสัมมนามีตัวแทนจากส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทยอยเดินทางมาเข้าร่วมการสัมมนามากถึง 1,600 คน จนทำให้ห้องประชุมเอสแคป ฮอลล์ ที่จุผู้เข้าร่วมการสัมนาตามที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้าจำนวน 600 คน ไม่เพียงพอ และต้องเปิดห้องประชุมที่อยู่ติดกันเพื่อถ่ายทอดสด ขณะเดียวกันอาหารว่างและอาหารกลางวันที่ผู้จัดการสัมมนาจัดเตรียมไว้ก็ไม่เพียงพอเช่นเดียวกัน

ด้านนายสือ ล้ออุทัย รองปลัดกระทรวงไอซีที รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวระหว่างเปิดการสัมมนาว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการใช้พระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิว เตอร์ พ.ศ. 2550 กระทรวงไอซีทีและเนคเทคจึงได้จัดการสัมมนาครั้งนี้ขึ้น รวมถึงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้รับทราบในสาระสำคัญของกฎหมาย ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายในด้านต่างๆ แม้กฎหมายจะมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับความคืบหน้าในการตรากฎกระทรวง ประกาศและระเบียบภายใต้กฎหมายฉบับดังกล่าว รักษาราชการแทนปลัด กระทรวงไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้ กฎกระทรวงกำหนดหนังสือยึด หรือ อายัดระบบคอมพิวเตอร์ ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และอยู่ระหว่างการปรับแก้ถ้อยคำโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนประกาศใช้ ส่วนประกาศและระเบียบอื่นๆ อยู่ระหว่างการแก้ไข โดยคาดว่า ภายในเดือน ก.ย. 2550 จะประกาศใช้ได้ทุกฉบับ

ทางด้านนายสุเจตน์ จันทรังษ์ ที่ปรึกษา รมว.ไอซีที กล่าวว่า แม้ขณะนี้ จะยังไม่สามารถแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้ แต่ผู้เสียหายจากการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์สามารถแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายพนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเก็บ รวบรวมและพิสูจน์หลักฐานเท่านั้น ส่วนการสืบสวน สอบสวน ค้นและจับกุมยังเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน คือ ตำรวจ ตามประมวลกฎหมายวิอาญา

ที่ปรึกษา รมว.ไอซีที กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ กับตำรวจจะต้องทำงานควบคู่กัน โดยพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่เพียงยึด หรือ อายัด ระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น และจะต้องมีหมายศาล ขณะเดียวกันตำรวจจะค้นระบบคอมพิวเตอร์ได้ก็ต้องมีหมายศาลเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอให้ระวังผู้ที่มายึด อายัด หรือ ค้นระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่มีหมายศาล ที่ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นมิจฉาชีพ