ไอโฟนกำลังพบศึกสองด้าน
สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐแสดงความไม่เห็นด้วยกับแผนให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ไอโฟน (iPhone) โทรศัพท์มือถืออัจฉริยะจากแอปเปิลอย่างชัดเจน เนื่องจากแบตเตอรี่ของไอโฟนนั้นถูกฝังติดกับเครื่องโดยที่ผู้ใช้ไม่สามารถซื้อหามาเปลี่ยนได้เอง เท่ากับเป็นการบังคับให้ผู้ใช้ต้องซื้อบริการรับประกันซ่อมและเปลี่ยนแบตเตอรี่ไอโฟนในราคาเหมาจ่าย 79 เหรียญช่วงเวลาประกันสองปี ขณะที่นักแฮกประกาศชัดเจน ว่าพบทางออกให้ผู้ใช้ไอโฟนไม่จำเป็นต้องใช้บริการเอทีแอนด์ทีแล้ว
ในประเด็นแบตเตอรี่ไอโฟน การออกแบบให้แบตเตอรี่ของไอโฟนผสานติดกับเครื่องโดยที่ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนหรือถอดออกจากเครื่องได้อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือแบรนด์อื่น นำไปสู่ข้อกล่าวหาว่าแอปเปิลกำลังผูกขาดและบีบให้ผู้ใช้เหลือทางเลือกในการเปลี่ยนแบตเตอรี่กับแอปเปิลรายเดียว และต้องเสียเงินค่าบริการตามที่แอปเปิลกำหนดเท่านั้น จุดนี้เจนนิเฟอร์ เฮกส์ (Jennifer Hakes) ประชาสัมพันธ์แอปเปิลให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ โดยกล่าวเพียงว่าแอปเปิลให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ไอโฟนอย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ไปแล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของการจำหน่ายไอโฟน
ตามข้อมูลของแอปเปิล ผู้ใช้จะต้องนำไอโฟนมายืนยันรับบริการประกันแบตเตอรี่กับแอปเปิล ค่าบริการ 79 เหรียญต่อเครื่อง (ประมาณ 2,400 บาท) ระยะเวลาการคุ้มครอง 2 ปี โดยผู้ใช้จะต้องส่งคืนโทรศัพท์กลับมาที่แอปเปิล หากผู้ใช้ต้องการใช้งานเครื่องสำรองจะต้องเสียค่าเช่า 29 เหรียญ (ราว 900 บาท) มีบริการถ่ายโอนข้อมูลไปยังเครื่องที่เช่ามา ผู้ใช้จะมีสิทธิ์เช่าเครื่องสำรองตามความจุของรุ่นที่ส่งซ่อม ค่าบริการจัดส่งโทรศัพท์อยู่ที่ 6.95 เหรียญ (ราว 215 บาท) ซึ่งจะมีการเก็บเพิ่มในภายหลัง ระยะเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ 3 วันทำการ
ฮาร์เวย์ โรเซนฟีลด์ (Harvey Rosenfield) ผู้ก่อตั้งกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคในซานต้าโมนิกา แคลิฟอร์เนีย วิจารณ์ว่าข้อมูลแบตเตอรี่ไอโฟนและราคาซ่อมแซมนั้นเพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งที่ผ่านมา แอปเปิลนั้นให้ข้อมูลแต่ราคาค่าบริการเครือข่ายข้อมูลของเอทีแอนด์ที (AT&T) และคุณสมบัติเหนือชั้นของไอโฟน ซึ่งทำให้แถวรอคิวซื้อไอโฟนนั้นยาวทั่วบ้านทั่วเมืองมะกัน
"พวกนี้ควรจะตื่นจากฝันได้แล้ว" โรเซนฟีลด์เหน็บแนม พร้อมกล่าวว่าผู้ใช้ไอโฟนควรได้สิทธิเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรีหากอยู่ในระยะประกัน 1 ปีนับจากซื้อไป โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานคำแก้ต่างใดๆจากปากแอปเปิล
ไอโฟนสามารถทำยอดขายเกิน 5.25 แสนเครื่องในช่วงเวลาเพียง 5 วันแรกของการวางจำหน่าย ราคาจำหน่ายไอโฟนคือ 499 เหรียญสหรัฐ (ฮาร์ดดิสก์ 4 กิกะไบต์) และ 599 เหรียญสหรัฐ (ความจุ 8 กิกะไบต์) สำหรับราคาแพคเกจโทรศัพท์มือถือขั้นต่ำที่ผู้บริโภคอเมริกันต้องจ่ายแก่เอทีแอนด์ทีมูลค่าประมาณ 59.99 เหรียญสหรัฐต่อเดือน ระยะเวลาสัญญา 2 ปี
การทำสัญญาระหว่างแอปเปิลและเอทีแอนด์ที ซึ่งทำให้ระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสำหรับไอโฟนถูกจำกัดไว้เพียงเครือข่ายของเอทีแอนด์ทีเพียงรายเดียว เคยถูกมองว่าเป็นการผูกขาดและบีบบังคับผู้บริโภคเช่นกัน ล่าสุดแฮกเกอร์ชื่อดังนามจอน เลช โจฮานเซน (Jon Lech Johansen) นักแฮกที่มีชื่อเสียงด้านการปลดล็อกเทคโนโลยีป้องกันการคัดลอกและละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหลายจนมีสมญาว่าดีวีดีจอน (DVD Jon) โพสต์ข้อความในบล็อกของตัวเอง ชี้ช่องทางที่จะทำให้ผู้ใช้ไอโฟนไม่จำเป็นต้องสมัครใช้บริการของเอทีแอนด์ทีตามที่แอปเปิลบังคับ
วิธีที่ดีวีดีจอนแนะนำก็คือ การเปิดฟังก์ชันไอพ็อดและไว-ไฟ (Wi-Fi) และงดเปิดฟังก์ชันโทรศัพท์มือถือ สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ใช้ไอโฟนจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ฟังเพลง ดูวีดีโอ เช็คเมลล์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าบริการให้กับเอทีแอนด์ที
ยังไม่มีรายงานความเห็นจากโจฮานเซ็นในขณะนี้ สำหรับผู้สนใจข้อมูลบริการสำหรับไอโฟนเพิ่มเติมสามารถคลิกที่ http://www.apple.com/support/iphone/service/faq/#faq10
ข่าว : Cyberbiz


Reply With Quote
