Results 1 to 2 of 2

Thread: ประวัติศาสตร์ไทย พระรัชทายาทผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์

  1. #1


    เห็นว่าไม่เหมาะสมก็ลบได้นะครับ ขออภัยล่วงหน้าครับ
    พระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ
    พระรัชทายาทผู้ปฏิเสธราชบัลลังก์

    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีเจ้าฟ้าพระราชอนุชาอันประสูติร่วมพระบรมราชชนนีเดียวกันอีก ๔ พระองค์
    อันดับแรกคือ
    ๑ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงสำเร็จการศึกษานายร้อยทหารบกจากประเทศรัสเซีย
    ๒ สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ทรงศึกษาจากประเทศอังกฤษ
    ๓ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย ทรงสำเร็จ Bachelor of Arts จาก Cambridge ๊University
    ๔ สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมาธิราช ทรงศึกษาวิชาทหารบกจากประเทศอังกฤษ

    ทั้งนี้ไม่รวมพระเชษฐาและพระอนุชาที่ประสูติจากพระมเหสีเทวีพระองค์อื่นในรัชกาลที่ ๕ อีกหลายพระองค์
    ในเมื่อทรงเป็นพระอนุชาพระองค์ท้ายที่สุด จึงไม่มีผู้ใดคิดว่าจะเสด็จขึ้นครองราชย์ รวมทั้งพระองค์เองด้วย
    สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเห็นความสามารถในการศึกษาพระธรรมวินัยได้ดี จึงทรงชักชวนให้อยู่ในสมณเพศตลอดไป แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามพระราชประสงค์ เพราะทรงมีพระสุขภาพพลานามัยไม่แข็งแรงนัก
    ใน ๑๕ ปีของรัชสมัย (๒๔๕๓-๒๔๖๘) เกิดเหตุน่าเศร้าสลดอย่างไม่นึกฝันหลายครั้ง
    พระราชอนุชา ๓ พระองค์ สิ้นพระชนม์ตามๆกันไปทั้งที่พระชนมายุยังไม่มากด้วยกันทั้งนั้น อย่างเช่นเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกฯ สิ้นพระชนม์เมื่อพ.ศ. ๒๔๖๓ พระชนม์เพียง ๓๗ พรรษา
    ต่อมาอีก ๓ ปี เจ้าฟ้ากรมขุนเพชรบูรณ์ฯ ก็สิ้นพระชนม์ พระชันษาเพียง ๓๒ ปี
    ปีต่อมา ๒๔๖๗ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมาฯ ก็ประชวรสิ้นพระชนม์ไปอีกพระองค์หนึ่ง พระชนม์แค่ ๓๕ พรรษา
    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงมีพระราชโอรส มีแต่พระราชธิดาซึ่งประสูติก่อนหน้าวันสวรรคตเพียงวันเดียว คือสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ
    ในพระราชหัตถเลขานิติกรรม ทรงระบุไว้ว่า หากทรงมีพระราชโอรสก็ขอให้ได้สืบราชสมบัติต่อไป โดยให้เจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยฯเป็นประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จนกว่าพระมหากษัตริย์จะทรงบรรลุนิติภาวะ แต่ถ้าไม่มีพระราชโอรส ก็มีพระราชประสงค์ให้เจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยฯทรงสืบสันตติวงศ์
    ในตอนแรก เจ้าฟ้ากรมหลวงสุโขทัยฯ ทรงปฏิเสธตำแหน่งนี้ ว่าไม่เคยแก่ราชการเพียงพอ เจ้านายพระองค์อื่นที่อาวุโสพอจะรับราชสมบัติได้ก็ยังมี แต่ที่ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์และเสนาบดี ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ ถวายราชสมบัติ
    โดยเฉพาะสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งเป็นพระโอรสอันประสูติจากสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี ทรงรับรองแข็งแรงว่าจะภวายความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ
    จึงทรงยินยอมรับเชิญขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน
    ทรงพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
    จากหนังสือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
    ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
    เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ ทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา
    ไม่มีหนังสือเล่มนั้น ไม่งั้นจะลอกมาให้อ่านกัน
    ในรัชสมัยสมเด็จพระปกเกล้าฯ มีกฎหมายพระราชบัญญัติสำคัญอยู่ฉบับหนึ่ง ที่พลิกผันโครงสร้างครอบครัวของไทย แต่โบราณ คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะผัวเมีย พ.ศ. ๒๔๗๓
    สังคมไทยโบราณ เป็นแบบ polygamy คือมีคู่สมรสได้พร้อมๆกันหลายคน (นับเฉพาะฝ่ายชาย) เมียหลวงเมียน้อย นับเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมาย
    กฎหมายตราสามดวงในรัชกาลที่ ๑ อิงหลักการจากสมัยอยุธยารับรองเมียน้อยว่ามีศักดินากึ่งหนึ่งของเมียหลวง แปลว่าถูกต้องตามกฎหมายทุกคน
    ธรรมเนียมครอบครัวแบบนี้ฝังรากกันมาหลายร้อยปี จะเปลี่ยนให้เป็นผัวเดียวเมียเดียว ไม่ใช่เรื่องง่าย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯจึงทรงริเริ่มแบบละมุนละม่อม ให้มีการจดทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่าทะเบียนรับรองบุตร เพื่อปลูกฝังค่านิยมแบบใหม่ แทนธรรมเนียมดั้งเดิม
    จนกระทั่งมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ว่าด้วยครอบครัว ยอมรับหลักการเรื่องการมีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงคนเดียว ใช้ถือมาถึงปัจจุบัน


    พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์พระองค์แรก และพระองค์เดียว
    ที่มีพระบรมราชินีเพียงพระองค์เดียว ไม่มีเจ้าจอมพระสนมใดๆทั้งสิ้น
    เจ้านายสำคัญในรัชกาลที่ ๖ พระองค์หนึ่งคือเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงมีพระชนม์มากกว่าเจ้าฟ้าประชาธิปก
    เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต
    เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตเพิ่งเสด็จกลับจากสิงคโปร์ ทรงจับไข้ในเรือมาตลอดทาง แต่ก็เสด็จมาเข้าร่วมประชุมกับพระบรมวงศานุวงศ์และเสนาบดี
    เมื่อได้ยินคำปฏิเสธของเจ้าฟ้าประชาธิปก ทรงกอดพระศอและจับพระกรพระราชอนุชา ดำเนินกลับไปกลับมาหลายเที่ยว เพื่อทำความเข้าพระทัย รับสั่งว่า
    "ทูลกระหม่อมเอียดน้อย เธอทำได้ รับเถิดแล้วฉันจะช่วยทุกอย่าง"
    เมื่อเจ้าฟ้าประชาธิปกทรงยอมรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ในที่สุด เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์กทรุดพระองค์ลงกราบ เช่นเดียวกับพระบรมวงศานุวงศ์
    ต่อจากนั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับลงบนพระเก้าอี้ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯก็ถวายบังคมอีก ๓ ครั้ง กราบบังคมทูลว่า
    " จะทรงใช้สอยในราชการสิ่งหนึ่งสิ่งใด ก็จะสนองพระเดชพระคุณในราชการสิ่งนั้นทุกอย่าง แต่ขอพระราชทานเลิกคิดว่าจะเป็น 'ขบถ' เสียที เพราะได้รับหน้าที่นี้มา ๑๕ ปีแล้ว เบื่อเต็มที"
    พระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวล มีพระราชดำรัสว่าอนุญาตให้เลิกได้
    ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีข่าวลือมาตลอดรัชกาลที่ ๖ ว่า เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ จะก่อการขบถ ทั้งที่ไม่เคยมีเหตุการณ์ขึ้นมาจริงๆสักครั้ง
    พระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ ทรงรับราชการมาด้วยดีตลอดจนถึงพ.ศ. ๒๔๗๕
    เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็ต้องเสด็จออกไปประทับที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย
    จนสิ้นพระชนม์ ไม่ได้เสด็จกลับมาประเทศไทยอีกเลย

    เคดิตจาก http://www.vcharkarn.com/include/article/s...cle.php?Aid=359
    [b][SIZE=2][color=#000099]วันทั้ง วัน[/b]นั่ง[u]เล่นแต่ คอมพ์[/color][/SIZE][/u]

  2. #2
    Junior Member
    Join Date
    Jul 2007
    Posts
    8


    เป็นประวัติฤศาสตร์ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวนะ

Members who have read this thread : 0

Actions : (View-Readers)

There are no names to display.

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •