พบสถาบันคอมพิวเตอร์เปิดอบรมหลักสูตร "แฮกเกอร์" สอนหมดเปลือก 2 วัน รู้วิธีเจาะรหัสถอดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ค่าเรียนแค่ 4,000 บาท ระบุสอนเพื่อป้องกันตัวไม่ให้ถูกโจรกรรมข้อมูล เชื่อขึ้นอยู่กับสำนึกว่ามาเรียนเพื่อสร้างสรรค์หรือทำลาย เด็กและคนแวดวงไอทีแห่เรียนแน่น ตำรวจมึนไม่มีกฎหมายเอาผิด หวั่นเป็นดาบสองคมเหมือนฝึกยิงปืน
ขณะที่สังคมกำลังให้ความสนใจ เกี่ยวกับเรื่องการโจรกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต ถึงผลดีผลเสียว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง พร้อมกันนี้ยังมีการเร่งหามาตรการทางกฎหมา เพื่อมารองรับและระวังป้องกันภัยดังกล่าว ล่าสุดทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ตรวจสอบพบว่าปัจจุบันประเทศไทย มีโรงเรียนฝึกและอบรมนักแฮกเกอร์ หรือผู้เจาะระบบคอมพิวเตอร์แล้วอย่างเปิดเผย
ทันทีที่ได้รับแจ้งข้อมูล ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสถาบันสยามพลัส ย่านลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสถาบันดังกล่าว โดยได้แจ้งความจำนงกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ว่า ต้องการที่จะเข้าอบรมหลักสูตรแฮก เกอร์ เจ้าหน้าที่จึงให้รายละเอียดว่า สถาบันแห่งนี้เปิดหลักสูตรฝึกอบรมนักแฮกเกอร์จริง โดยหลักสูตรดังกล่าว จะใช้เวลาในการอบรมทั้งสิ้น 12 ชั่วโมง แบ่งการอบรมเป็น 2 วัน เสาร์และอาทิตย์ โดยการเรียนการสอนแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ในวันแรกจะสอน 2 ช่วงคือ ช่วงแรกให้ความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายบนอินเทอร์เน็ต (เน็ตเวิร์ค) ช่วงที่สองเป็นการสอนเกี่ยวกับเครื่องมือในการแฮกเกอร์ และช่วงสุดท้ายเป็นการสอน และทดสอบภาคปฏิบัติด้วยการถอดรหัส หรือเจาะข้อมูลจากฐานข้อมูลฝ่ายตรงข้าม
เจ้าหน้าที่ยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมด้วยว่า หลังผ่านการเข้าฝึกอบรมหลักสูตรนี้ ผู้เรียนยังสามารถมาทบทวนความรู้ หรือขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา สำหรับค่าเล่าเรียนนั้น หลักสูตรละ 3,900 บาท โดยมีส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์หากจองที่เรียนล่วงหน้าและโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนายพฤฒฤทธิ์ พีระทรณิศร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามพลัส จำกัด ได้รับคำตอบว่า สถาบันแห่งนี้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 เปิดดำเนินการมาแล้วประมาณ 1 ปี 2 เดือน โดยเริ่มต้นได้เปิดให้บริการทางด้านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเวบไซด์, รับจดโดเมนเนม, จัดหาเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงการบริการทางอินเทอร์เน็ตอื่นๆ แบบครบวงจร
ต่อมา ต้นปี 2545 บริษัทได้เปิดคอร์สอบรม ด้านแฮก เกอร์ขึ้นให้กับบุคลากรภายใน ขณะเดียวกันคณะผู้บริหารเห็นว่า ความรู้ด้านแฮกเกอร์ น่าจะได้รับการเผยแพร่ให้แก่บุคคลภายนอกด้วย เพราะมีคนจำนวนมากที่ถูกเอาเปรียบจากผู้ที่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ที่มากกว่า โดยไม่รู้ว่าจะป้องกันตัวเองจากคนเหล่านั้นได้อย่างไร จึงตัดสินใจเปิดคอร์สแฮกเกอร์สำหรับบุคคลภายนอกขึ้น
"ถ้าถามว่าการเปิดอบรมหลักสูตรดังกล่าวนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องมองว่าตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายออกมาควบคุม และอีกอย่างหนึ่งเราเห็นว่า การเรียนรู้เพื่อป้องกันตัวไม่ผิด เหมือนกับการสอนใช้อาวุธปืน สิ่งที่เราสอนไปมันก็แล้วแต่จิตสำนึกว่า ผู้เรียนจะนำไปใช้ทำลายหรือใช้ป้องกันตัว แต่ถ้าหากไม่รู้จักวิธีการรุกแล้วจะทำการตั้งรับอย่างไร ซึ่งหลักสูตรที่เราสอนไปนั้นเป็นเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น สามารถแฮกเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ รับทราบพาสเวิร์ดหรือรหัสของผู้บริหารได้ แต่เราก็จะสอดแทรกเกี่ยวกับเรื่องจิตสำนึกไว้เสมอ" ผู้บริหารสถาบันฯ กล่าว
นายพฤฒฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าฝึกอบรมหลักสูตรนี้มากเกินความคาดหมายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยร้อยละ 80 จะเป็นบุคลากรทางด้านแวดวงไอที และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นนักเรียนนักศึกษาที่สนใจ โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าเรียนจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่สามารถรับเข้าเรียนได้ เพราะการเปิดสอนแต่ละครั้ง จะรับสมัครผู้ที่สนใจเพียงหลักสูตรละ 8 คน เท่านั้น บางคนมาสมัครถึง 2 ครั้งแล้ว ก็ยังไม่ได้เรียน
นายประโยชน์ (ไม่เปิดเผยนามสกุล) พนักงานคอมพิวเตอร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวถึงเหตุผลที่สนใจสมัคร เข้าอบรมหลักสูตรแฮกเกอร์กับสถาบันแห่งนี้ว่า ได้รับทราบข่าวว่ามีการฝึกอบรมหลักสูตรแฮกเกอร์ จึงสนใจเพราะอยากรู้และอยากศึกษา ซึ่งก่อนหน้านี้มีเพียงหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เพียงเท่านั้น
"ผมมองว่าเรื่องแฮกเกอร์เป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย ถ้าเราไม่ศึกษาไว้เราก็จะตามไม่ทันเขา ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าการเปิดโรงเรียนสอนและอบรมแฮกเกอร์เป็นเรื่องที่ดีน่า จะมีการส่งเสริมอย่างถูกต้อง ทั้งวิธีการโดยมีการปลูกฝังจิตใต้สำนึกให้แก่ผู้เรียนด้วย" ผู้สนใจสมัครเข้าเรียนหลักสูตรแฮกเกอร์ กล่าว
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองผู้บังคับการศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายบังคับ ห้ามสถาบันสอนคอมพิวเตอร์เปิดสอนหลักสูตรแฮกเกอร์ จึงทำให้สถาบันเหล่านี้เปิดสอนหลักสูตรดังกล่าวได้ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวถือเป็นดาบสองคม เพราะหากมีการเรียนการสอนในทางสร้างสรรค์ ให้ผู้เรียนทราบถึงวิธีการแฮกเกอร์ เพื่อหาทางป้องกันข้อมูลของหน่วยงานถือเป็นเรื่องที่ดี แต่หากผู้เรียนนำไปใช้ในทางที่ผิด ใช้ความรู้ที่ได้รับไปก่ออาชญากรรมก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
"การสอนหลักสูตรแฮกเกอร์ เหมือนกับการสอนยิงปืน เพราะเราไม่รู้ว่าผู้เรียนจะนำไปใช้ในด้านไหน หากเขาเรียนแล้วไปทำประโยชน์ให้สังคมก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หากนำไปใช้ในทางที่ผิดก็จะวุ่นวายไปกันใหญ่ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ" รองผบก.ศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศ กล่าว


Reply With Quote
