‘ธนา’ชี้ ปีนี้ดีแทคหวังครองแชมป์แบล็กเบอร์รี หลังเดือนเดียวกวาดยอดกว่าหมื่นเครื่อง เชื่อเป็นปีแห่งสมาร์ทโฟน ด้านเอไอเอสคาดตลาดจะแข่งดุเรื่องนอนวอยซ์/ข้อมูล คาดอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโตไม่เกิน 5%

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชัน (ดีแทค)กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในปี 2553 นั้น จะยังไม่เห็นเอกชนให้บริการบนระบบ 3G แต่ในทางกลับกันตลาดจะหันมาแข่งขันในด้านการทำตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น เนื่องจากผู้ใช้บริการมีความนิยมใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปัจจัยภายนอกทั้งการพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับโทรศัพท์มือถือตระกูลแอนดรอยด์ ที่พัฒนาโดยบริษัท กูเกิลออกมาตีตลาดมากขึ้น ด้านโนเกียก็มีการพัฒนาเครื่องลูกข่ายให้มีความสามารถรอบด้านและเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนผู้ผลิตรายอื่นๆในตลาดก็เชื่อว่าจะหันมาเจาะตลาดสมาร์ทโฟนและเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการด้านโครงข่ายเพื่อทำการตลาดมากยิ่งขึ้น

“ในปี 2553 ตลาดรวมของสมาร์ทโฟนน่าจะมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ผลิตเครื่องจะขยายตลาดโดยการจับมือกับค่ายมือถือเพื่อขยายช่องทางการตลาดและการให้บริการที่แตกต่าง รวมถึงผู้พัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือจะมีออกมาหลากหลายขึ้น”

อย่างไรก็ตามในปี 2553 ผู้ให้บริการมือถือเกือบทุกราย ประกาศตัวชัดเจนว่าจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งตลาดแบล็กเบอร์รี ซึ่งดีแทคเองก็มั่นใจเช่นกันว่าจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดดังกล่าว โดยเห็นได้จากยอดขายช่วงเดือนแรกที่เริ่มทำการตลาดในปลายปี 2552 มียอดจำหน่ายแล้ว 1 หมื่นเครื่อง ในขณะที่ทรูมูฟ มียอดขายอยู่ที่ 1 หมื่นเครื่อง

"ดังนั้นคู่แข่งที่สำคัญของบริษัทคือเอไอเอส เพราะในปีที่ผ่านมาเอไอเอสมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนราว 6-7 ล้านเครื่อง ซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้ใช้แบล็กเบอรีอยู่ราว 1 แสนเครื่อง"

ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอ็ดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า การขยายตัวของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในปี 2553 นั้น คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 4-5% เพราะการใช้บริการด้านเสียง (วอยซ์) ใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เมื่อเทียบการใช้งานโทรศัพท์มือถือต่อจำนวนประชากรในปัจจุบัน

สำหรับเอไอเอสในปี 2553 ได้ตั้งงบลงทุนเพื่อพัฒนาระบบ 2G และใช้ในการปรับปรุงโครงข่ายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่วน 3G นั้นการประมูลใบอนุญาตจะยังคงไม่มีความชัดเจนในขณะนี้ แต่คาดว่าจะมีการเปิดประมูลได้อย่างเร็วที่สุดประมาณไตรมาส 2/2553 ดังนั้นแผนการลงทุนจึงไม่ได้รวมงบสำหรับประมูลไลเซ่นส์ 3G และการลงทุนโครงข่ายเข้ามาในงบลงทุนปี 2553

ทั้งนี้ในปี 2553 การให้บริการแบบไม่ใช้เสียง (นอนวอยซ์) และการให้บริการด้านสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) จะมีการแข่งขันกันมากขึ้น แต่จะไม่รุนแรงเท่าการให้บริการด้านเสียงเหมือนปีที่ผ่านๆมา เพราะการออกโปรโมชันต่างๆจะต้องคำนึงถึงการใช้งานที่แท้จริงของลูกค้าเป็นหลัก

ส่วนในแง่ของการเปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมาย (Number portability) นั้น ขณะนี้ยังรอการประกาศวันที่จะให้ใช้จริงจากทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพราะปัจจุบันบริษัทผู้ให้บริการได้อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงข่าย และศูนย์การให้บริการ ซึ่งคาดว่าประมาณต้นปี 2553 จะเริ่มเห็นความชัดเจน


ข่าว : CyberBiz