เอ็มดีใหม่"แซส"มอง"ซอฟต์แวร์เครื่องมือช่วยวิเคราะห์เพิ่มโอกาสตลาด
พร้อมเชื่อโปรเจค"ไทยเข้มแข็ง"โอกาสทองหนุนธุรกิจโกยรายได้

นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
กล่าวภายหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการต้นเดือนที่ผ่านมาว่า
ตลาดซอฟต์แวร์ปลายปีนี้มีแนวโน้มคึกคักมากขึ้น เ
นื่องจากองค์กรส่วนใหญ่เริ่มมองเห็นการใช้ประโยชน์จากการนำซอฟต์แวร์
เข้ามาช่วยบริหารจัดการ โดยเฉพาะการนำซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า
ซึ่งสำคัญกับการต่อยอดรายได้สำหรับธุรกิจหลายกลุ่ม เช่น ธุรกิจที่ต้องติดต่อลูกค้าผ่านโทรศัพท์

ทั้งนี้ส่งผลให้โอกาสการขยายตัวของธุรกิจซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลมีมากขึ้น
โดยคาดการณ์ว่าการเติบโตของตลาดจะสูงกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน
จากก่อนหน้านี้บริษัทประเมินว่า สิ้นปีจะเติบโตได้ราว 10-20%
ขณะที่รายได้ของซอฟต์แวร์บิซิเนส อินทิลิเจนซ์ (บีไอ)
ในตลาดไทยมีมูลค่ารวมกันประมาณ 1 พันล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้คาดว่ายังจะได้แรงส่งจากโครงการไทยเข้มแข็งของภาครัฐ
ซึ่งเชื่อว่าจะยิ่งกระตุ้นความต้องการใช้ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์สำหรับโครงการย่อยต่างๆ มากขึ้น

"เรามองการเข้าไปร่วมประมูลในตลาดราชการมากขึ้นขึ้นช่วงนี้
จากที่ผ่านมาคนจะมองว่า แซสทำตลาดแบงกิ้งเป็นส่วนใหญ่ แต่จริงๆ แล้ว
เทคโนโลยีของแซสทำได้หลากหลายอุตสาหกรรมมาก
รวมทั้งตลาดในงบไทยเข้มแข็ง ซึ่งจะเริ่มใช้งบช่วงนี้
และเชื่อว่าจะมีผลมากเพราะมีไอเดียออกมาเยอะ ขณะที่ถ้ามีเครื่องมืออย่างเช่น
ซอฟต์แวร์เข้าไปช่วยได้ก็จะยิ่งทำให้ระบบงานดียิ่งขึ้น" นายทวีศักดิ์ กล่าว

ล่าสุดบริษัทกำลังเตรียมแผนนำเข้าเทคโนโลยีใหม่ๆ จากศูนย์พัฒนาและวิจัยในอินเดีย
ซึ่งมีหลายเทคโนโลยีที่บริษัทกำลังพิจารณานำเข้ามาทำตลาดในไทย
เพื่อให้เหมาะสำหรับลูกค้าทั้งเก่าและใหม่

เขาระบุว่า แซสเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ลงทุนอาร์แอนด์ดีสูงที่สุดในอุตสาหกรรมราว 24% ของรายได้
ขณะที่ค่าเฉลี่ยในตลาดจะใช้เพียง 4-5% ของรายได้
ซึ่งทำให้บริษัทได้เปรียบในแง่ของการพัฒนาเทคโนโลยีที่หลากหลาย
และตรงกับความต้องการของตลาดได้มากกว่า

พร้อมกันนี้บริษัทกำลังปรับแผน รวมทั้งการปรับโฉม และเพิ่มบุคลากรอีกจำนวนหนึ่ง
เพื่อปรับกลยุทธ์การนำเสนองานแก่ลูกค้า และรองรับการขยายตัวของตลาด
ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้เร็วๆ นี้