[font=Arial][size=2]การบูรณภาพ The Last Supper
ของ da Vinci
Leonardo da Vinci เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 1995 ที่หมู่บ้าน Vinci ในแคว้น Tuscany ของ
อิตาล ี บดิ าชอื่ Ser Piero Antonio da Vinci ผเู้ ป็นคหบดีที่มีฐานะมั่นคง แตม่ มี ารดาเปน็ หญงิ ชาวนาชอื่
Catarina เมื่อมารดาหย่าบิดาไปแต่งงานใหม่ ชีวิตของ Leonardo ในวัยเด็กจึงตกอยู่ในความดูแลของบิดา
ขณะเป็นนักเรียน เด็กชาย Leonardo ชอบซักถามปัญหาต่างๆ จนครูจนปัญญาจะตอบ และถึงแม้
เปน็ คนเรียนหนังสือเก่ง ร้องเพลงเพราะ และแตง่ โคลงกลอนไดด้ ี แต Leonardo กลบั โปรดปรานการเขยี น
ภาพและวาดภาพเป็นที่สุด เมื่อบิดาเห็นบุตรมีแววจิตรกร จึงได้นํ าบุตรไปฝากเรียนวิชาวาดภาพกับจิตรกรชื่อ
Verrocchio ทมี่ ชี ื่อเสียงมากในสมัยนั้น Leonardo ไดแ้ สดงความสามารถในการวาดภาพจนอาจารยร์ สู้ กึ ชนื่
ชม และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยคนสนิทของอาจารย์มีหน้าที่วาดภาพต่างๆ ที่อาจารย์ไม่มีเวลาวาดให้
เสร็จ นอกจากจะสนใจวาดภาพแล้ว Leonardo หนุ่มยังสนใจศิลปะการปั้นรูปอีกด้วย
โลกรู้จัก Leonardo ว่าเป็นจิตรกรคนแรกของโลกที่เข้าใจความสํ าคัญของแสงและเงาในการวาดภาพ
Leonardo ได้ใช้ความเข้าใจนี้ในการวาดภาพ ทํ าให้ภาพที่เขาวาดแตกต่างจากภาพวาดของจิตรกรอื่นๆ ใน
อดีตคือ ดูสมจริงและเป็นธรรมชาติกว่ามาก
นอกจากจะเห็นบทบาทของแสงในการวาดภาพแล้ว Leonardo ยังได้ขวนขวายศึกษาธรรมชาติของ
แสง สรีรวิทยาของสัตว์ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และคลื่นนํ้ าอีกด้วย
นบั เปน็ บญุ ของมนษุ ยชาตทิ ี่ Leonardo ไดเ้ ขยี นความนกึ คดิ จนิ ตนาการ ข้อสังเกตและความรู้ทั้ง
หลายที่เขามี ลงในสมุดที่มีความหนากว่า 1,000 หน้า สมุดบันทึกเล่มนั้นมีภาพของระเบิดนาปาล์ม เรือรบ
มนุษย์กบ เทคนิคการป้องกันนํ้ าท่วม วิธีสร้างปืนใหญ่ เครื่องจักรไอนํ้ า เฮลิคอปเตอร์ ร่มชูชีพ รถถัง เครื่อง
ปรับอากาศ เกียร์ รูปเกลียว ใบพัดเครื่องบิน ฯลฯ อย่าลืมนะครับว่า Leonardo เขียนแผนภาพของอุปกรณ์
เหล่านี้ 400 ปีก่อนที่โลกจะรู้จักเทคโนโลยีเหล่านี้ นักวิชาการที่ได้ศึกษาสมุดบันทึกเล่มนี้ ต่างก็เห็นพ้องกัน
ว่า Leonardo มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลเกินผู้คนยุคนั้นเป็นศตวรรษ
-2-
นอกจากจะเป็นคนที่มีจินตนาการระดับอัจฉริยะแล้ว Leonardo ยังเป็นคนที่มีสายตาคมกริบถึงขนาด
เห็นการแตกกระจายของคลื่นเป็นเกลียวๆ และฟองนํ้ าได้อย่างชัดเจน ซึ่งภาพคลื่นที่เขาวาดก็เหมือนกับภาพ
คลนื่ ทกี่ ลอ้ งถา่ ยรปู ปจั จบุ นั ถา่ ยยงั ไงยงั งนั้
ความสามารถในการวาดภาพของเขายังถูกนํ ามาใช้ในการศึกษาสรีรวิทยาของกล้ามเนื้อคนด้วย โดย
Leonardo ได้ใช้ศพจริงๆ ในการวาดภาพกล้ามเนื้อ การศึกษาระบบโลหิตในร่างกายคน ทํ าให้ Leonardo
เกือบพบหน้าที่ที่แท้จริงของหัวใจ
เมื่อมีอายุได้ 30 ปี เขาได้อพยพไปทํ างานที่ Milan ขณะทํ างานประจํ าที่นั้น เขาได้ออกแบบผังเมือง
ใหม่ได้ออกแบบสร้างระบบทดนํ้ า และลํ าเลียงนํ้ าสํ าหรับเมือง ได้ศึกษาปรากฏการณ์ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และ
เมอื่ มอี ายไุ ด้ 42 ปี เขากไ็ ดเ้ รมิ่ วาดภาพทมี่ ชี อื่ เสยี งทสี่ ดุ ภาพหนงึ่ ของโลกคอื ภาพ "The Last Supper" บน
ผนังของโบสถ์ Santa Maria della Grazie ในเมือง Milan โดยใช้เวลานาน 3 ปี
ภาพ "The Last Supper" แสดงพระเยซูและสานุศิษย 12 คน ขณะรบั ประทานอาหารค า่ํ มื้อสุดท้าย
กอ่ นทพี่ ระเยซจู ะถกู ตรงึ บนไมก้ างเขน และพระเยซูได้ตรัสว่าหนึ่งในสานุศิษย 12 คน คนของพระองคไ์ ดท้ รยศ
ต่อพระองค์แล้ว
ภาพวาดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สํ าคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดภาพหนึ่งของโลก ทุกปีจะมีนักท่อง
เทยี่ วนบั ลา้ นคนแวะเขา้ ไปชนื่ ชมภาพนี้ และตลอดเวลานานหลายศตวรรษทผี่ า่ นมา ภาพไดเ้ สอื่ มสภาพลงไป
มาก เพราะถูกทํ าลายด้วยความชื้นจากผู้เข้าชมและมีฝุ่นปกคลุมผิวหน้าของภาพ มีผลทํ าให้สีที่ Leonardo
ระบายไว้ลอกออกมาบ้าง และเมื่อภาพได้รับความชื้นมาก พื้นที่บางส่วนของภาพได้ถูกเชื้อราปกคลุม นาย
ชา่ งทไี่ ดร้ บั การวา่ จา้ งใหบ้ รู ณภาพใหค้ งอยใู่ นสภาพเดมิ จงึ ใชว้ ธิ รี ะบายสที บั ลงไปการ "บรู ณะ" เช่นนี้ มีผลทํ า
-3-
ให้คนหลายคนสงสัยว่า ภาพ "The Last Supper" ที่เห็นในปัจจุบันกับภาพที่ Leonardo วาดในอดีตนั้นคงไม่
เหมือนกันแน่เลย
ในปี พ.ศ. 2522 รัฐบาลอิตาลีได้เริ่มงานซ่อมแซมและบูรณภาพ "The Last Supper" อย่างจริงจังและ
เมอื่ วนั ท่ ี 27 พฤษภาคม 2542 ภาพวาดของ Leonardo กไ็ ดเ้ ผยโฉมให้โลกเห็นอีกครั้งหนึ่ง และโลกก็ได้
ประจกั ษว์ า่ ผลงานบรู ณะทใี่ ชเ้ วลานาน 20 ปนี เี้ ปน็ ผลงานเนรมติ ของวทิ ยาศาสตรใ์ นศตวรรษที่ 20 และงาน
ศิลปะในสมัยศตวรรษที่ 15 ร่วมกัน
เพอื่ พทิ กั ษ์รกั ษาภาพทปี่ ระมาณคา่ มไิ ดน้ ใี้ หอ้ ยใู่ นสภาพสมบรู ณ์ ผเู้ ขา้ ชมทกุ คนจะตอ้ งผ่านกระบวน
ทา ํ ความสะอาด โดยใหย้ นื ในหอ้ งปรบั อากาศทมี่ อี ปุ กรณก์ าํ จดั ฝนุ่ และจุลินทรยี จ์ ากเสื้อผ้าจนหมดจดก่อน
จึงจะได้รับการอนุญาตให้เข้าชมภาพ
ชา่ งอนุรักษ์คนส าํ คญั ของโครงการนเี้ ปน็ สตรที มี่ นี ามวา่ Pinin Brambilla เธอตอ้ งรบั ภาระก าํ จดั สที ี่
ช่างบูรณะต่างๆ ในอดีตได้เคยระบายไว้ให้หมด เพื่อให้โลกได้เห็นสีที่ Leonardo ได้ระบายไว้จริงๆ งาน
บูรณะชิ้นนี้ได้รับความร่วมมือจากสถาบัน Central Institute for Restoration ในวงเงิน 300 ล้านบาท
เสยี งวพิ ากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับผลงานที่ส าํ เร็จแล้วมีทั้งบวกและลบ จิตรกรหลายคนมีความเห็นว่า
Brambilla ได้สกัดสีที่ Leonardo ไดร้ ะบายไว้ออกมาด้วยมากเกินไปท าํ ใหภ้ าพศรี ษะของพระเยซเู ลอื นราง
เหลือแต่ส่วนที่เป็นเส้นผมและเคราเท่านั้นที่ปรากฏชัดเจน นอกจากนี้ ภาพที่บูรณะแล้วยังซีดและไม่คมชัด
อกี ดว้ ย แตก่ ม็ ผี เู้ ชยี่ วชาญดา้ นศลิ ปะอกี หลายคนทกี่ ลา่ วยกยอ่ งงานบรู ณะนวี้ า่ เปน็ การบรู ณะระดบั เซยี นที
เดียว
ในความเป็นจริงนั้น ใครๆ ก็รู้ว่างานบูรณภาพๆ นี้มีปัญหาที่ไม่ธรรมดาเพราะ Leonardo ใช้วิธีการ
ระบายสีบนผนังที่ไม่เหมือนใคร จิตรกรทั่วไปมักจะใช้สีนํ้ าระบายไปบนปูนปลาสเตอร์ขณะเปียกๆ สีจึงติดไป
บนผนังทันทีเวลาผนังแห้ง แต Leonardo ใชส้ ีนํ้ ามนั ระบายลงไปเปน็ ชนั้ ๆ บนปนู ปลาสเตอร เทคนิคนี้ท าํ ให้
เขาสามารถแสดงรายละเอียดของภาพได้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ภาพจะประสบปัญหาความชื้นและเมื่อได้
มีการพบว่าที่ระดับลึกใต้ผนังโบสถ์ลงไป 8 เมตร มีแอ่งนํ้ าใต้ดินอยู่ สีนํ้ ามันที่ Leonardo ใช้ระบายก็เริ่ม
แตกสะเก็ด เมื่อเขาระบายเสร็จไม่นาน
-4-
เมื่อภาพสลายไปๆ การบูรณภาพก็ได้ดํ าเนินมาเป็นระยะๆ จิตรกรที่บูรณะได้ใช้สีเคมีต่างๆ และใช้
เทคนคิ หลายรปู แบบจนผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นศลิ ปะหลายคนมคี วามเหน็ วา่ การ "บรู ณะ" ไดท้ ํ าลายภาพมากกวา่
ได้บูรณภาพ เช่น ในงานบูรณะปี พ.ศ. 2269 ช่างบูรณะได้ใช้สีที่มีโซดาไฟระบาย และในปี พ.ศ. 2313 ผู้
บูรณะคนหนึ่งได้ขูดสีที่ Leonardo ระบายออกไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นต้น
งานบรู ณะครั้งหลังสุดนี้ได้เริ่มดํ าเนนิ การในปี พ.ศ. 2522 หลงั จากทไี่ ดม้ กี ารตรวจพบวา่ สีที่นักบูรณะ
คนก่อนๆ ได้ระบายไว้นั้น มีสารเคมีหลายชนิดที่กํ าลังกัดกร่อนสีที่ Leonardo ได้ระบายไว้ Brambilla จึงได้
เริ่มการบูรณะอย่างมีหลักการ โดยเธอได้ใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูสีที่ Leonardo และนักบูรณภาพคนก่อนๆ
ใช้ ภายใตแ้ สงอลั ตราไวโอเลต็ และแสงอนิ ฟราเรด ทํ าให้เธอรู้ว่าสีดั้งเดิมเป็นสีอะไร และสีเสริมใหม่เป็นสี
อะไร จากนนั้ กใ็ ช้มีดคมเล็กขูดสกัดสีที่นักบูรณะเก่าๆ ระบายไว้ออกทีละชิ้นๆ และเธอก็ได้เห็นรายละเอียดของ
ภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น ภาพของดอกไม้ที่ม่าน ภาพขนมปังบนโต๊ะอาหารและเห็นทิวทัศน์เบื้องหลังของพระเยซู
ชัดเจนยิ่งขึ้น
มาบัดนี้ผู้ที่ได้เข้าชมภาพต่างก็พอใจกับงานบูรณะของ Brambilla มาก และทุกคนก็ทํ าใจได้ว่า ถึงแม้
เราจะไม่มีวันใดเห็นภาพดั้งเดิมที่ Leonardo วาดไว้ 100% เต็มก็ตาม แต่ขณะนี้ก็ได้เห็นภาพต้นฉบับมาก
กวา่ ในอดตี มาก และเมื่อการพิทักษ์ปกป้องภาพเป็นไปอย่างรัดกุมและระมัดระวังเช่นนี้ เราก็มั่นใจว่า ภาพ
The Last Supper จะอยู่คู่โลกอีกอย่างน้อยก็ 500 ปี


Reply With Quote
