"พระใหญ่ที่สุดในโลก!" พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ
<div align="center"></div>
"พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ" พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ประดิษฐานอยู่ที่วัดม่วง ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ใหญ่ที่สุดในโลก
หน้าตักกว้างถึง ๖๗ เมตร(เข่าซ้ายถึงเข่าขวา) และสูงถึง ๙๒ เมตร (มีขนาดหน้าตัก ๑ ไร่ ๙ วา สูงเท่าตึกประมาณ ๓๕ ชั้น) สร้างนานถึง ๒๕ปีเต็ม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อุปถัมภ์พุทธศาสนา
นอกจากนี้ยังมีจุดอื่นๆที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอุโบสถล้อมรอบด้วยกำแพงกลีบบัว ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก และวิหารกระจก ภายในมีรูปปั้นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศ รวมทั้ง แดนเทพเจ้า แดนนรก แดนสวรรค์ และมีรูปปั้นแสดงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามไทย-พม่าอยู่ด้วยวัดม่วงเจริญธรรมตั้งอยู่ริมถนนสายวิเศษชัยชาญ-สุพรรณบุรีห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๕ กิโลเมตร
เดิมเป็นวัดร้าง ซึ่งต่อมามีพระธุดงค์มาพัก นำศรัทธาความเลื่อมใสให้เกิดขึ้น จนสามารถพัฒนาให้เจริญงดงามได้อย่างน่ายกย่อง มีการสันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณปี พ.ศ.๒๓๖๕ โดยแต่เดิมมีต้นมะม่วงอยู่มาก จึงเรียกว่า "วัดม่วง"
พระปลัดวินัยจ้าอาวาสวัดม่วง เล่าว่า เดิมทีวัดแห่งนี้เป็นวัดร้างมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรือง จากนั้นก็โดนพม่าเผาทำลายเหมือนวัดอื่นใน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงถูกปล่อยร้างเรื่อยมา
จนกระทั่ง หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ อดีตเจ้าอาวาส ธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๕ ขณะนั้นมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อยู่เพียงองค์เดียวคือ หลวงปู่ขาว ซึ่งตั้งอยู่บนเนินดินเล็กๆ (ปัจจุบันนี้ตั้งอยู่ในวิหารแก้ว)
เดิมวัดแห่งนี้มีพื้นที่เพียง๗ ไร่ ๓๐ ตารางวาเท่านั้น ด้วยแรงศรัทธาของญาติโยม ประกอบกับการเป็นพระนักพัฒนาของ หลวงพ่อเกษม โดยเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๖ จากนั้นปี พ.ศ.๒๕๒๙ ได้วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอุโบสถ ระหว่างนี้มีการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ในวัดมากมาย เช่น ดินแดนแห่งเทพเจ้า แดนนรก แดนสวรรค์ เป็นต้น
ส่วนวิหารแก้วนั้น สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙ นอกจากนี้ หลวงพ่อเกษม ยังซื้อที่ดินเพิ่ม ขยายอาณาเขตออกไปรวมเป็นที่ดินวัด ๖๘ ไร่
แนวความคิดในการสร้างวัดของหลวงพ่อเกษมคือ วัดทั่วไปส่วนใหญ่มีแต่เขตสังฆาวาสเท่านั้น (ที่อยู่ของพระสงฆ์) ส่วน เขตพุทธาวาสไม่ค่อยมี เช่น แดนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า รวมทั้งแดนนรกสวรรค์ ดังนั้นท่านจึงสร้างเขตพุทธาวาสขึ้นมา เมื่อญาติโยมเข้ามาไหว้พระที่วัดโดยทั่วไป จะมีพระสงฆ์คอยชี้ทางธรรม
แต่ ที่วัดแห่งนี้ไม่ต้องบอก เพราะสามารถเรียนรู้ธรรมจากการเข้าไปชมแดนพุทธาวาส
จุดเด่นที่น่าสนใจของวัดม่วงมีหลายแห่ง
จุดแรก คือ อุโบสถที่มีรั้วล้อมรอบด้วยกำแพงกลีบบัวสีชมพู หากมองในระยะไกลจะมีความงดงามราวกับดอกบัวของจริง ภายในกำแพงยังมีรูปปั้นพระเกจิอาจารย์อีก ๑๐๘ องค์
จุดที่๒ คือ วิหารแก้ว ภายในนอกจากจะเป็นที่ตั้งของโลงศพมุกบรรจุร่างหลวงพ่อเกษม ซึ่งมรณภาพเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๔๔ ท่านสั่งให้เก็บร่างไว้ โดยท่านได้สร้างโลงมุกไว้ก่อนหน้านี้ถึง๑๐ ปี คือ ปี พ.ศ.๒๕๓๙ ยังมีรูปปั้นพระเกจิอาจารย์และเทพอีกประมาณ ๘๐ องค์
จุดที่๓ แดนนรก เป็นแดนที่แสดงให้เห็นว่า ขณะมีชีวิตอยู่ทำกรรมอะไรไว้ เมื่อตายไปจะต้องรับกรรมอะไร ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ยังมีกิเลสอยู่ในตัว และผู้ที่คิดจะทำความผิด
จุดที่ ๔ แดนเชิดชูวีรชนไทย สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนไทยได้รับรู้ว่า ความเป็นไทที่มีอยู่วันนี้ เกิดจากการเสียสละของบรรพบุรุษไทย ที่เอาเลือดเอาเนื้อเอาชีวิตรักษาไว้
เมื่อเดินชมไปทั่ววัดหลายคนอาจจะอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า "พระโพธิสัตว์ทำไมถึงอยู่ในวัดไทย " เจ้า อาวาสวัดม่วงได้ยกคำกล่าวของหลวงพ่อเกษม มาอธิบายอย่างน่าฟังว่า "ยุคนี้เป็นยุคสำคัญ สมัยนี้คนไทยส่วนใหญ่จะจน วิธีการดึงคนเข้ามาวัดเพื่อถวายเงินทำบุญอาจจะได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่การดึงคนจนซึ่งเป็นผู้ไม่มีอันจะกินเข้าวัดเป็นเรื่องใหญ่ การสร้างพระโพธิสัตว์กวนอิมปางต่างๆ ก็เพื่อดึงคนจนให้เข้ามาทำบุญที่วัด"
นอกจากนี้ยังมีงานชิ้นสำคัญที่เริ่มทำ โดยมีหน้าตักกว้างถึง 67 เมตร(เข่าซ้ายถึงเข่าขวา) และสูงถึง 92 เมตร สร้างนานถึง 25 ปีเต็ม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อุปถัมภ์พุทธศาสนา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขนาดหน้าตัก ๑ ไร่ ๙ วา สูงเท่าตึกประมาณ ๓๕ ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าต้องใช้เวลาอีก ๓-๔ ปี ถึงจะสร้างเสร็จ โดยใช้เงินจากการทำบุญของญาติโยม เมื่อสร้างเสร็จแล้วมีโครงการสร้างมหาวิหารครอบอีกชั้นหนึ่ง
"เพื่อเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนา เมื่อสร้างเสร็จพระพุทธรูปองค์ใหญ่จะเลี้ยงพระสงฆ์
นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ครั้งหนึ่งท่านเคยเห็นว่า วัดแห่งนี้เคยร้างมา ดังนั้นท่านจึงสร้างกำแพงวัดอย่างมั่นคงแน่นหนา รวมทั้งพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์การทำลายถูกกระทำซ้ำรอยอีกครั้งหนึ่ง" นี่คือเหตุผลในการสร้างพระองค์ใหญ่ของหลวงพ่อเกษม จากคำบอกเล่าของ พระปลัดวินัย
--------------
ที่มา:คมชัดลึกออนไลน์


Reply With Quote
