Page 2 of 2 FirstFirst 12
Results 11 to 20 of 20

Thread: โคตรมหาการทดลองที่ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ (Large Hadron Collider) ที่จะพลิกชะตามนุษย์ไปตลอดกาล

  1. #11
    Administrator asylu3's Avatar
    Join Date
    Jun 2000
    Location
    Thailand
    Posts
    3,557


    สำหรับกระทู้แรก และรายละเอียดอื่นดูที่ http://citec.us/forum/index.php?showtopic=24344&st=0

    สร้างห้องแยกพร้อมข้อมูล update ทุกๆ 15 นาทีให้แล้วครับ
    http://citec.us/forum/Large-Hadron-Collide...oject-f156.html

  2. #12
    Jedi Global Moderator akira's Avatar
    Join Date
    Nov 2006
    Posts
    538


    หลายท่านคงได้ทราบข่าวใหญ่เกี่ยวกับการเร่งอนุภาคโปรตอนมาชนกันใน LHC เพื่อพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของ ฮิกส์โบซอน ทำความเข้าใจ กลไกของฮิกส์ และทฤษฎีกลไกการเกิดไมโครแบล็คโฮล จากสเตรนจ์ควาร์กไปในตัว
    แต่หลายท่านอาจไม่ทราบว่าในประเทศเราก็มีเครื่องเร่งอนุภาคกับเขาเหมือนกัน แต่ไม่ได้นำมาใช้เร่งอนุภาคมาชนกันแต่อย่างใด แต่นำมาใช้ผลิตแสงซินโครตรอนความเข้มสูงเพื่อใช้ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ

    ท่านใดสนใจในฟิสิกส์อนุภาค และอยากมีประสบการณ์ตรง ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงได้ที่นี่ ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ




    ดร.บัวบาล กัวประเสริฐ หัวหน้าส่วนงานบริการผู้ใช้ เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ จะจัดโครงการค่ายวิทยาศาสตร์แสงสยาม
    ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 20 - 24 ตุลาคม 2551 ณ ห้องปฏิบัติการแสงสยาม จังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษาในสาขา วิชาวิทยาศาสตร์ได้เข้าใจถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอน ที่มีต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
    นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้จากนักวิทยาศาสตรชั้นนำ และวิทยากร ทางด้านเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน และการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน อีกทั้งได้เข้าร่วม กิจกรรมปฏิบัติงานวิจัยโดยใช้เทคนิคการวัดต่างๆ ร่วมกับนักวิจัยของศูนย์ฯ ตามสาขาที่สนใจ โดยการจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์แสงสยามนี้ มุ่งส่งเสริมให้นักศึกษาที่กำลังศึกษา อยู่ในปัจจุบันได้มีโอกาสเรียนรู้ และสัมผัสงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยี ระดับสูงทางด้านเทคโนโลยีซินโครตรอน เพื่อเป็นประสบการณ์ในการศึกษาต่อระดับสูง และการพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่มีศักยภาพในอนาคต สำหรับนิสิตนักศึกษาที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3, 4 และ/หรือ ปริญญาโทในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ผู้สนใจ
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนงานบริการผู้ใช้ สำนักงานผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ โทรศัพท์ 0-4421-7040 ต่อ 605 - 607 ตั้งแต่บัดนี้ - 30 กันยายน 2551
    รับจำนวนจำกัด ประกาศผล ผู้ผ่านการคัดเลือก ในวันที่ 3 ตุลาคม 2551 ที่ http://www.nsrc.or.th


    Downloads : ใบสมัคร , กำหนดการ , รายละเอียดโครงการ , โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์

    จาก รุ่นที่ 4
    " I think computer viruses should count as life. I think it says something about human nature that the only form of life we have created so far is purely destructive. We've created life in our own image."

    —Stephen Hawking




  3. #13


    Hacker จู่โจมเว็บของ Large Hadron Collider

    **Hidden Content: To see this hidden content your post count must be 1 or greater.**
    --------------------------------------------------------------------------
    Don't Learn to HACK - Hack to LEARN
    If everyone has one post per day, our forum will be very eventful
    --------------------------------------------------------------------------

  4. #14
    Jedi Global Moderator akira's Avatar
    Join Date
    Nov 2006
    Posts
    538


    ข้อความจากกลุ่มของแฮกเกอร์เป็นภาษากรีก ในนาม GST: Greek Security Team เพื่อพยายามบอกกล่าวแก่ทีมงานที่รับผิดชอบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงานของ CMS detector ให้รับรู้ถึงความอ่อนแอของ infrastructure ของตน







    CMS detector ล้อมรอบด้วยแม่เหล็กโซลีนอยด์ขนาดยักษ์ ได้จากเคเบิลทรงกระบอกของซูเปอร์คอนดักเตอร์บิดเป็นคอยด์เพื่อให้กำเนิดสนามแม่เหล็กแรงสูง 4 เทสล่าร์(ประมาณ หนึ่งแสนเท่าของสนามแม่เหล็กโลก) สนามแม่เหล็กแรงสูงนี้จะถูกกักไว้ด้วยชั้นของโลหะผสมที่เรียกกันว่า yoke ทำให้ detector นี้มีน้ำหนักถึง 12500 ตัน ด้วยคุณสมบัติที่ไม่ธรรมดาของ CMS detector แทนที่จะสร้างให้ลงไปใต้ดินเหมือนกับ detector อื่นๆที่ใช้ในการทดลองของ LHC แต่มันกลับถูกสร้างอยู่บนดิน ก่อนที่ระบบอื่นใต้ดินอีก 15 ส่วนจะถูกสร้างขึ้นตามมา

    ในปี 2006 มีนักวิทยาศาสตร์มากกว่า สองพันคนทำงานวิจัยร่วมกันใน CMS จาก 155 สถาบันใน 37 ประเทศ

    " I think computer viruses should count as life. I think it says something about human nature that the only form of life we have created so far is purely destructive. We've created life in our own image."

    —Stephen Hawking




  5. #15
    Senior Member
    Join Date
    Feb 2007
    Location
    Bangkok
    Posts
    118


    ผลกระทบจาก การทดลองครั้งยิ่งใหญ่


    ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมีหลายยคนที่ได้อ่านข่าวนี้กันแล้วหรือยัง แต่พอดีไอ่านมาเจอก็เลยนำมาเล่าต่อให้ฟังกันนะครับ
    จากการทดลองยิ่งเครื่องเร่งอนุภาคของ LCH ไปเมื่อไม่กี่วัน หนังสือพิมพื ฮินดูสถาน ไทม์ ของอินเดียก็ได้ออกมาเปิดเผยว่ามีเด็กหญิงวัย 16 ปีที่ได้ชมการถ่านทอด แล้วเกิดอาการวิตก และกลัวการทดลองดังกล่าวเพราะคิดว่าโลกกำลังจะแตก ก็เลยกินยาพิษที่ไม่เปิดเผยชนิด เข้าไป ชิงตายก่อน ซึ่งแพทย์ได้พยายามอย่างเต็มที่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้
    เป็นเรื่องน่าเศร้านะครับที่เกิดเรืองแบบนี้ ก็เอามาฝากกันนะครับ
    .
    .

    จากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับประจำวันที่ 15 กันยายน 2551

  6. #16
    Senior Member
    Join Date
    Feb 2007
    Location
    Bangkok
    Posts
    118


    ไม่ทราบเหมือนกันว่าหลายคนอ่านข่าวนีหรือยัง แต่วันนี้ไปอ่านข่าวจากไทยรัฐมา ไปเจอข่าวอัพเดทเกี่ยวกับการทดลองนี้มา เลยเอามาบอกต่อกัน

    เครื่องศึกษาการเกิดจักวาลพัง ดับเครื่องซ่อมใช้เวลานานกว่า 2 เดือน


    เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ในอุโมงคืใต้ดินระหว่างพรมแดน สวิสกับฝรั่งเศส ต้องปิดเครื่องซ่อมนานคาดเกิน 2 เดือน องค์การพัฒนาเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป เจ้าของเครื่องบอกว่าเครื่องเริ่มเสีย มีก๊าซ ฮีเรียมรั่วไหลออกมาในอุโมงคจำนวนมาก จากการตรวจสอบในขั้นต้น อาจจะเกิดจากการต่อเชื่อมทางไฟฟ้าของแม่เหล็ก 2 ตัว เกิดการขัดข้อง "จากระเบียบข้อบังคับเรื่องความปลอดภัย" ทำให้รับประกันได้ว่าไม่มีอันตรายใดๆ ต่อบุคคล ซึ่งจะใช้เวลาในการซ่อมแซมแล้วเสร็จประมาณ 2 เดือน
    .
    .
    .
    จากข่าวไทยรัฐ หน้า 7 ประจำวันที่ 24 กันยายน 2551

  7. #17
    Jedi Global Moderator akira's Avatar
    Join Date
    Nov 2006
    Posts
    538


    อ่านเรื่อง LHC เพิ่มเติม

    โครงการ LHC - 01 : เกริ่นนำ

    http://gotoknow.org/blog/science/207770

    โครงการ LHC - 02 : หลุมดำจิ๋ว (1)

    http://gotoknow.org/blog/science/209492

    โดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ
    " I think computer viruses should count as life. I think it says something about human nature that the only form of life we have created so far is purely destructive. We've created life in our own image."

    —Stephen Hawking




  8. #18
    Junior Member
    Join Date
    Sep 2008
    Posts
    4


    เห็นข่าวออกทดลอง วันที่ 10 กันยายา ก็วันนี้ เห็นเขาบอกว่า ทดลองเร่งอนุภาค เป็น 7 เท่าของปกติ แต่เดินเครื่องแค่ เศษเสี๊ยว ของความแรงของเครื่อง ผมหละเสียว จิง ๆ เห็นด้วยก็เยอะ ไม่เห็นด้วยก็เยอ่ะ มีข่าวบอกคนไม่เห็นด้วย จะฆ่านักวิทยาศาสตร์ซ๋ะนี่ แล้วโครงการนี้ใช้เงินเยอ่ะมาก แยะที่สุดเปล่าไม่รู้ โครงการเริ่มมา เกือบ 30 ปีแล้ว ถ้าจำไม่ผิด จะทดลองอะไรก็ทำไปเด้อ อย่ามาทำแถวบ้านผมก็พอ

  9. #19
    Jedi Global Moderator
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    Bangkok
    Posts
    136


    มาเพิ่มเติมข้อมูล และแนะนำหนังสือไปในตัว
    หลังจากที่เครื่อง LHC ปิดซ่อมไปด้วยระยะเวลา 2 เดือน ผมยังไม่ได้ข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องว่า LHC ซ่อมเสร็จหรือยัง
    แต่ที่ออกมาเพิ่มข้อมูลในวันนี้ จะมาแนะนำหนังสือที่พึ่งอาจจบไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
    นั่นก์คือหนังสือเรื่อง

    ชื่อหนังสือ ทอถักจักรวาล (The Fabric of The Cosmos)
    เขียนโดย Brian Greene
    แปลโดย ดร.อรรถกฤต ฉัตรภูติ
    พิมพ์โดย สำนักพิมพ์ มติชน



    เป็นหนังสือฟิสิกส์ ที่อธิบายเกี่ยวกับ
    -จักรวาลในระดับเล็กที่สุด (ควอนตัมฟิสิกส์)
    -จักรวาลในระดับใหญ่ที่สุด (ทฤษฏีสัมพันธภาพทั่วไป,ทฤษฏีสัมพันธภาพพิเศษ)
    -ความก้าวหน้าในทฤษฏี ที่พยายามรวบรวมควอนตัมฟิสิกส์ กับสัมพันธภาพ (M-Theory)
    -ทฤษฏีสตริง,หลุมดำ,การสร้างเครื่องย้อนเวลา
    ฯลฯ

    ถามว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร ?
    คงต้องบอกว่า หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการ จะรู้ว่าเราเรียนฟิสิกส์ไปเืพื่ออะไร เพราะใช้ภาษาง่ายๆ ในการอธิบาย
    เรื่องของ เวลา,จักรวาล,เครื่องไทน์แมชชีน,อะตอม,..ฯลฯ ด้วยภาษาง่ายๆ โดยที่ไม่มีสูตรทางฟิสิกส์ เลยซักนิดเดียว
    คนที่มีความรู้และสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์สามารถอ่านได้
    เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับคนที่ จบป.ตรี ทุกสาขา ที่สนใจความรู้ใหม่ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์

    **Hidden Content: To see this hidden content your post count must be 1 or greater.**

  10. #20
    Jedi Global Moderator
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    Bangkok
    Posts
    136


    สำหรับหนังสือ อีก 2 เล่มที่อยู่ในซีรี่เดียวกัน

    สำหรับคนที่อยากอ่านในภาพกว้างๆ ไม่เน้นความเข้าใจลึกซึ้ง ให้อ่านเล่ม
    ทอถักจักรวาลเล่มเดียวก็พอ
    ส่วนผู้ที่อยากเข้าใจเชิงลึกให้อ่านอีก 2 เล่มคือ


    ชื่อหนังสือ : ประวัติย่อของหลุมดำ (ฺBlack Holes and Time Warps)
    เขียนโดย : Kip S. Thorne
    แปลโดย : รศ ดนัย วิโรจน์อุไรเรือง
    พิมพ์โดย : สำนักพิมพ์ มติชน


    พึ่งสอบ stat ไปเมื่อวันอาทิตย์ พร้อมๆกับประกาศคะแนนวิชาก่อนหน้า และรับรายงานที่ต้องทำส่งปลายเทอมอีกตั้งยักษ์ๆ

    รวมความแล้ว ผมสรุปได้ว่าหนีโลกแห่งความจริงดีกว่า แล้วก็คว้าประวัติย่อของหลุมดำ(Black Holes and Time Warps) ผลงานเขียน 15 ปีของ คิฟ เอส ธอร์น(Kip S. Thorne) ที่มติชนแปลกลับบ้าน


    โดยความสัตย์จริง ผมซื้อเพราะเห็นชื่อ ฮอร์กิ้น แปะอยู่ด้านล่าง ซึ่งเมื่ออ่านอย่างละเอียดแล้ว ฮอร์กิ้น เขียนแค่คำนำ

    ใน ประวัติย่อของกาลเวลา ฮอร์กิ้น นำเราเลียบเคียงไปสู่ความมหัศจรรย์ของห้วงเวลาที่บิดเบี้ิยว และ ไม่สัมบูรณ์ และขยายความยิ่งใหญ่ของทรรศนะเหล่านั้นใน จักรวาลในเปลือกนัท

    คิฟ ธอร์น ตรงกว่านั้น เขาไมไ่ด้เลียบๆเคียงๆไปยังเรื่องอื่นเลย แต่อุทิศหนังสือร่วม 700 หน้า เข้าสู่ใจกลางอันดำมืด ปริศนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดด้านจัีกรวาลวิทยา ของ หลุมดำ

    ธอร์น เริ่มจากบทนำ ซึ่งเป็นเรื่องสั้นนิยายวิทยาศาสตร์ในการสำรวจหลุมดำ การเดินทางข้ามเอกภพ และการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแบล็คโฮล ซึ่งมอบพลังใกล้เคียงอนันต์แก่มนุษยชาติ ในบทนำ ตัวเอกของเรื่องจะได้พบพฤติกรรมแปลกๆของหลุมดำที่เข้าสำรวจ พฤติกรรมซึ่ง ธอร์น จะบรรยายละเิอียดในบทต่อๆไป

    หลังจากนั้น ธอร์น นำเราย้อนอดีต กลับไปยังยุโรป ในต้นศตวรรษที่ 19 ในยุคที่แนวคิดแบบนิวโตเนียนเฟื่้องฟู และรากฐานอันหนักแน่น ซึ่งอธิบายโลกและจักรวาล รากฐานซึ่งไม่มีผู้ใดคิดว่าจะถูกทุบทำลายด้วยอัจฉริยภาพของเสมียนหัวฟูแห่งซูริคในเวลาต่อมา

    อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ เสนอทฤษฏีสัมพัทธภาพ และเมื่อทำนายการเบี่ยงเบนพาริลเรียน ของดาวพุธ(ซึ่งทฤษฏีของนิวตัน ให้คำตอบผิดพลาด)ได้ถูกต้อง โลกทัศน์อันยืนยงของนิวตันก็พังทลาย ไอนสไตน์ได้จุดคบเพลิงอันแรกขึ้นและแสงของมันได้ทำให้มนุษย์เห็นโลกแบบใหม่ โลกอันพิศวงและขัดแย้งต่อจิตใต้สำนึก

    ภายใต้แสงของคบเพลิงอันแรก นักฟิสิกส์ต่างกรูกันเข้าไปเหมือนมดวิ่งหาขนมหวาน และอีกไม่นานคบเพลิงอื่นๆก็ถูกจุดขึ้นเรื่อยๆ จันทรเศขร เสนอมวลวิกฤติ ซึ่งก่อให้เกิดหลุมดำ ชวาสไชลน์แสดงสภาวะของขอบฟ้าเหตุการณ์ เลฟลันดอ เสนอโครงสร้างดาวนิวตรอน ซึ่ง ออฟเปนไฮเมอร์ ปรับปรุงจนสมบูรณ์ในภายหลัง

    แต่แล้วสงครามโลกครั้งที่สอง เกือบจะทำให้แสงสว่างเหล่านี้ดับลง นักฟิสิกส์จำนวนมาก ย้ายไปศึกษาเกี่ยวกับระเบิดนิวเคลียร์ ออฟเปนไฮเมอร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการแมนฮัตตัน กล่าวหลังสงครามว่า "นี่เป็นตราบาปที่นักฟิสิกส์ต้องแบกรับ" ด้วยความขมขื่น หลังสงครามออฟเปนไฮเมอร์ ยกเลิกการวิจัยทางด้านนิวเคลียร์ และไม่มีผลงานอื่นออกมาอีกเลย

    เลฟลันดอ และนักฟิสิกส์ซีกรัสเซีย เลวร้ายยิ่งกว่า ในยุคของสงครามเย็น และเผด็จการ นอกจากการวิจัยทางทหารแล้วไม่มีอะไรอีกเลย ลันดอถูกสั่งจำคุก หลายๆคนโดนประหาร ความเลวร้ายดำเนินไป จนสตาลินตายการฟื้นตัวของวงการวิทยาศาสตร์ของรัสเซียจึงเริ่มต้นขึ้นได้อีกครั้ง

    และที่จุดนี้ มรดกที่คาดไม่ถึงของสงครามโลกก็ผลิดอกออกผล

    เทคโนโลยีการคำนวณและโครงสร้างอย่างละเอียดของอะตอมที่ถูกพัฒนาเพื่อสร้างระเบิดปรมาณู สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาโครงสร้างของอวกาศได้ แล้วคบเพลิงใหม่ๆ ก็ถูกจุดติดขึ้นอีกครั้ง โดย วีเลอร์ เซียมา และ โนวิคอฟ(ซึ่งใกล้ปัจจุบันมากแล้ว คิฟ ธอร์น เป็นศิษย์เอก ของวีเลอร์ ส่วนสตีเฟน ฮอร์กิ้น เป็นศิษย์เอกของเซียมา)

    ผมคงขอจบการสปอยด์เนื้อหาไว้เท่านี้(คือยังอ่านไม่จบ )

    ศาสตราจารย์ คิฟ ธอร์น ได้พยายามอย่างถึงที่สุด ที่จะทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านง่าย สมการและสัญลักษณ์แปลกๆ ถูกเนรเทศจากหน้ากระดาษ รูปวาด และแบบจำลองจำนวนมาก ถูกแทรกเป็นระยะๆ เพื่ออธิบายสิ่งที่ขัดสามัญสำนึก ให้คนอ่านรู้สึกว่ามันพอจะมีสามัญสำนึกอยู่บ้าง

    ผู้อ่านจะระทึก และตามติด พัฒนาการทางด้านฟิสิกส์ ตั้งแต่ปี 1900 แนวคิดพื้นฐานของทฤษฏีสัมพัทธภาพ และควอนตัม สภาพภายในหลุมดำ การบิดเบือนของเวลาและความจริงแท้ของจักรวาล

    เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ประสานกันอย่างงดงามกับหนังสือของ ฮอร์กิ้นทั้งสองเล่ม มันทำให้ผมเข้าใจว่า ทฤษฏีสัมพัีทธภาพไม่ได้กำเนิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เกิดขึ้นพร้อมๆกับสัญญาณชี้นำการล่มสลายของแนวคิดนิวโทเนี่ยนนานัปการ

    ถ้าคุณอ่านไซไฟ ถ้าคุณอยากรู้ความจริงของจักรวาล คุณต้องอ่านเล่มนี้ครับ

    ปล.

    หนังสือเล่มนี้อ่านไม่ง่าย ระดับของผู้อ่านใกล้เคียงกับหนังสือของฮอร์กิ้น (และทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไม่ได้บอกว่ามันยากนะ)
    แหล่งที่มา : http://house.exteen.com/20080818/entry


    ชื่อหนังสือ : ควอนตัมจักรวาลใหม่ (The New Quantum Universe)
    เขียนโดย : Tony Hey / Patrick Walters
    แปลโดย : ดร. พิเชษฐ กิจธารา
    พิมพ์โดย : สำนักพิมพ์ มติชน

    ควอนตัมคืออะไร?

    คงไม่มีใครตอบคำถามนี้ ได้ดีกว่านักฟิสิกส์ ที่ศึกษาวิจัยเรื่องนี้โดยตรง และแม้ไม่ได้ถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือออกมาเอง แต่ "ดร.พิเชษฐ กิจธารา" นักฟิสิกส์ผู้คร่ำหวอดในทฤษฎีควอนตัมก็ถอดความหนังสือ "ควอนตัมจักรวาลใหม่" ให้คนไทยได้เข้าถึงศาสตร์ที่ชวนพิศวงง่ายขึ้น

    ว่างจากงานสอนและวิจัย ดร.พิเชษฐ กิจธารา อาจารย์ภาควิชาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปลีกตัวมาแปลหนังสือ "ควอนตัมจักรวาลใหม่" (The New Quantum Universe) ผลงานเขียนของโทนี เฮย์ (Tony Hey) และแพ็ทริค วอลเตอร์ส (Patrick Walters) แล้วหนังสือที่แปลโดยนักวิทยาศาสตร์นี้จะเต็มไปด้วยเนื้อหาหนักๆ ที่ยากต่อการเข้าใจ หรือจะทำให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น คงต้องให้เจ้าตัวสาธยาย

    ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - ทำไมจึงแปลหนังสือเล่มนี้?

    ดร.พิเชษฐ - สำนักพิมพ์มติชนเสนอหนังสือเล่มนี้ให้ผมพิจารณา หลังจากอ่านดูแล้วผมรู้สึกประทับใจกับหนังสือเล่มนี้ จึงตกลงแปล เล่มนี้เป็นเล่มแรก ก่อนหน้านี้เคยเป็นบรรณาธิการของหนังสือแปลเรื่องผู้ชายที่หลังรักตัวเลข (The Man Who Loved Only Numbers) ของสำนักพิมพ์มติชนเช่นกัน

    ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - ใช้เวลาแปลนานแค่ไหน?

    ดร.พิเชษฐ - ประมาณ 5-6 เดือน ใช้เวลาแปลเดือนละประมาณ 4-5 วัน บทแรกๆ เป็นการปูพื้นฐาน องค์ความรู้ที่จะนำไปใช้ในบทหลังๆ ทำให้การแปลง่ายพอสมควร แต่ก็ต้องพิถีพิธันในการเลือกใช้คำและเรียงประโยคเพื่อป้องกันความสับสน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับทฤษฏีฟิสิกส์มากนัก

    ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรบ้าง? ไฮไลท์ของหนังสือเล่มนี้คืออะไร?

    ดร.พิเชษฐ - ทุกอย่างที่เกี่ยวกับทฤษฏีควอนตัม ทั้งประวัติผู้ค้นพบพื้นฐานและแนวคิดสำคัญๆ ของทฤษฏี ผลกระทบของมันต่อชีวิตประจำของเรา ถ้าหากนับว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือควอนตัมฟิสิกส์สำหรับผู้อ่านทั่วไป (popular science) แล้วละก็ ผมถือว่าหนังสือเล่มดีที่สุดที่ผมเคยอ่านมา

    สิ่งที่ชอบที่สุดคือรูปประกอบที่มีอยู่แทบทุกหน้า แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นอย่างชัดเจน รูปประกอบเหล่านี้ทำให้หนังสือน่าสนใจ ช่วยในการจินตนาการ ทำให้ทฤษฏีที่หลายคนคิดว่ายากกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ทางสำนักพิมพ์มติชนเองก็ใจดี รูปสำคัญๆภายในเล่มก็ทำเป็นรูปสีเกือบทั้งหมด

    หนังสือเล่มนี้พาเราท่องไปยังโลกควอนตัม ค่อยๆ เสริมให้เราเข้าใจเพิ่มขึ้นทีละน้อย เริ่มด้วยพื้นฐานและหลักการสำคัญๆของควอนตัม โดยเฉพาะเรื่องการแทรกสอดของคลื่น ในการทดลองสลิตคู่ (The Double-Slit Experiment) ของโธมัส ยัง (Thomas Young) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ ของกลศาสตร์ควอนตัม และเป็น 1 ใน 10 การทดลองที่ดีที่สุดของวงการฟิสิกส์ สามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์สำคัญๆ หลายอย่าง เช่น หลักความไม่แน่อนของไฮเซนเบิร์ก (Heisenberg's Uncertainty Principle)

    หลังจากเข้าใจพื้นฐานแล้ว ผู้เขียนก็นำเราไปสู่เรื่องราวที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ในโลกของควอนตัม ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอะตอมและนิวเคลียส ธาตุ กลไกต่างๆ ในดวงดาวรวมถึงหลุมดำ และข้อขัดแย้งต่างๆในควอนตัม (quantum paradox) ที่บางส่วนยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบ ในระหว่างนั้นก็มีแทรกเกร็ดประวัติของนักฟิสิกส์อัจฉริยะ ที่เผยให้เห็นแง่มุมอันน่าทึ่งและน่าแปลกของเขาเหล่านั้น

    จากนั้น เป็นการนำผู้อ่านให้มองเห็นการประยุกต์ใช้ทฤษฏีควอนตัมในเทคโนโลยีต่างๆ ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่นการสร้างซิลิคอนชิป เลเซอร์ ก่อนจะนำเราไปมองโลกอนาคต ที่เต็มไปด้วยนาโนเทคโนโลยี (nanotechnology) วิทยาการรหัสลับเชิงควอนตัม (quantum cryptography) และการย้ายวัตถุไร้สัมผัส (teleportation) ก่อนจะจบด้วยการบรรยายเกี่ยวกับนิยายวิทยาศาสตร์ที่มีพื้นฐานอยู่บนทฤษฏีควอนตัม

    หลายท่านอาจจะเคยคิดว่า ทฤษฏีวิทยาศาสตร์ยากๆ เป็นเรื่องสุดโต่งที่ไกลตัว แต่หากพิจาราณาดีๆ จะพบบางเรื่องเป็นสิ่งใกล้ตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ตัวอย่างเช่น ในการกระโดดข้ามกำแพง เราต้องวิ่งและกระโดดให้มีพลังงานสูงมากพอ จึงจะกระโดดข้ามได้ เมื่อเพิ่มกำแพงให้สูงขึ้น ถึงจุดหนึ่งเราก็ไม่สามารถข้ามได้ แต่ในระบบควอนตัม มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าปรากฏการณ์ลอดอุโมงค์ควอนตัม (Quantum Tenneling) ที่อนุภาคประพฤติตัวเหมือนเคลื่อนที่ทะลุกำแพง คือหายตัวจากข้างหนึ่งไปโผล่อีกข้างหนึ่งแบบทันทีทันใด ถึงแม้อนุภาคมีพลังงานไม่พอที่จะข้ามกำแพง แต่มันสามารถหายตัวไปโผล่อีกข้างได้

    อาจจะฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว เพราะในชีวิตประจำวันเราไม่เคยเห็นมนุษย์หายตัวแล้วโผล่อีกข้างของกำแพงได้ แต่ปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของแสงจากดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นปฏิกริยานิวเคลียร์ของการรวมนิวเคลียสไฮโดรเจนเข้าด้วยกัน นิวเคลียสเหล่านี้ มีแรงผลักทางไฟฟ้าที่ทำหน้าที่คล้ายกำแพงพลังงาน คอยป้องกันไม่ให้มันเข้ามาใกล้กันมากพอจนรวมกันได้ แต่ที่มันรวมกันได้และให้แสงออกมาก็เพราะมันสามารถ 'ลอดอุโมงค์ควอนตัม' เข้าไปรวมกันนั่นเอง นั่นคือแสงจากดวงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานให้กับพืชและสิ่งมีชีวิตอื่นๆบนโลก ก็ต้องอาศัยกลไกของกลศาสตร์ควอนตัมในการทำงาน หรือพูดได้ว่ามนุษย์เราเป็นหนี้บุญคุณ 'การลอดอุโมงค์ควอนตัม' นั่นเอง

    ผมมั่นใจว่า หลังจากอ่านจบแล้ว ท่านจะไม่สงสัยอีกต่อไปเลยว่า เราเรียนรู้วิชาควอนตัมไปทำไม โลกในชีวิตประจำวันของเรานั้นแวดล้อมไปด้วยโลกของควอนตัม ตัวเราเองประกอบด้วยอิเล็กตรอน อะตอมและโมเลกุล ซึ่งก็ถือว่าเป็นระบบควอนตัม เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เลเซอร์ พลังงานนิวเคลียร์ ต่างก็พัฒนามาจากทฤษฏีควอนตัมทั้งนั้น ถือได้ว่ามนุษย์โลกถือกำหนดขึ้นมาได้และมีวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ก้าวไกล ก็ด้วยกลไกและปรากฏการณ์ทางควอนตัมนั่นเอง

    ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - ใครที่เหมาะจะอ่านหนังสือเล่มนี้?

    ดร.พิเชษฐ - ประชาชนทั่วไปที่อยากรู้ว่าทฤษฏีควอนตัมคืออะไร และเกี่ยวกับชีวิตประจำวันอย่างไร และเหมาะนักเรียนนักศึกษาอ่านเป็นหนังสือเสริมความรู้นอกห้องเรียน ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะให้คำตอบบางเรื่องที่ท่านสงสัยอยู่ และหวังว่าจะช่วยกระตุ้น ความอยากรู้อยากเห็นของนักเรียนนักศึกษา สักวันหนึ่งในอนาคตพวกเขาจะก้าวขึ้นมาช่วยหาคำตอบ ของปริศนาบางอย่างของควอนตัม ที่นักฟิสิกส์เองยังตอบไม่ได้ในปัจจุบัน

    ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - อุปสรรคในการแปลหนังสือเล่มนี้มีบ้างหรือไม่?

    ดร.พิเชษฐ - มีเงื่อนไขเวลาที่จำกัด และการเลือกหาคำภาษาไทย แทนศัพท์เฉพาะทางในภาษาอังกฤษ อย่างเช่นการที่อนุภาคหายตัวแล้วไปโผล่อีกข้างของกำแพงในปรากกฏการณ์ Quantum Tunelling ก็คิดและค้นหาอยู่นานว่าจะใช้คำว่าอะไรดี เช่น ปรากฏการณ์หายตัวทะลุกำแพง ปรากฏการณ์ไชอุโมงค์ ปรากฏการณ์ลอดอุโมงค์ ฯลฯ แต่ก็พอมีศัพท์มาตรฐานของราชบัณฑิตอยู่บ้าง

    ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - งานที่อาจารย์ศึกษาอยู่ มีส่วนช่วยให้การแปลหนังสือง่ายขึ้นหรือไม่?

    ดร.พิเชษฐ - ก็มีส่วนช่วยครับ แต่หนังสือมีเรื่องราวที่หลากหลาย ครอบคุลมหลายประเด็นที่เกี่ยวกับควอนตัม ไม่ได้เกี่ยวกับงานวิจัยของผมโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นความรู้รอบตัวที่น่าสนใจในแวดวงของควอนตัมฟิสิกส์ ที่นักฟิสิกส์ทั่วไปคุ้นเคยและคอยติดตามอยู่แล้ว

    ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ - คำถามสุดท้าย ได้อะไรจากการแปลหนังสือเล่มนี้?

    ดร.พิเชษฐ - ตรงไปตรงมาก็ได้ตังค์ (หัวเราะ) จริงๆ เกร็ดชีวประวัติของนักวิทยาศาสตร์ผู้โด่งดังบางแง่มุมผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน

    อ่านแล้วก็น่าทึ่งดี แล้วผมรู้สึกมีความสุขที่ได้แปลเล่มนี้ มันเป็นความรู้สึกคล้ายๆเวลาเราเจออะไรดีๆ เราก็อยากแนะนำต่อให้ญาติเหรือเพื่อนๆเรา ทำนองนั้น

    ส่วนตัวผมคิดว่าหนังสือและตำราวิทยาศาสตร์ บ้านเรามีน้อยมากๆ ในหลายประเทศที่มีความก้าวหน้าส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์เป็นอันดับแรก ผมอยากเห็นอย่างนั้นบ้างในประเทศไทย
    แหล่งที่มา : http://www.khum.net/news-read/968806

Page 2 of 2 FirstFirst 12

Similar Threads

  1. Why Physicists Need the Large Hadron Collider
    By akira in forum Large Hadron Collider Project
    Replies: 0
    Last Post: 07-02-2010, 10:08 PM
  2. Replies: 0
    Last Post: 11-09-2008, 11:46 AM
  3. Replies: 0
    Last Post: 10-09-2008, 03:57 PM
  4. Replies: 0
    Last Post: 10-09-2008, 03:50 PM
  5. Replies: 0
    Last Post: 10-09-2008, 02:36 PM

Members who have read this thread : 0

Actions : (View-Readers)

There are no names to display.

Tags for this Thread

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •