บริษัทกสท โทรคมนาคม เตรียมยกเลิกบริการโทรเลขตั้งแต่ 1 พฤษภาคมนี้ แจ้งประชาชนทั่วประเทศรับทราบ เผยผลกระทบจากการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสาร ทั้งโทรศัพท์มือถือ อีเมล อีเอ็มเอสและธนาณัติออนไลน์ แถมยังไม่สามารถหาซื้ออะไหล่ซ่อมบำรุงเครื่องรับส่งโทรเลขเหตุล้าสมัยสุดกู่

นายสมพลจันทร์ประเสริฐ ที่ปรึกษาอาวุโสบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เทเลคอม (CAT Telecom) กล่าวว่า กสท กำหนดที่จะยกเลิกบริการโทรเลข โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้เป็นต้นไป

เหตุผลที่ต้องปิดให้บริการโทรเลขเนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดบริการโทรคมนาคมและบริการไปรษณีย์ที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการมากมายหลายประเภท อาทิ โทรศัพท์มือถือ การับส่งข้อมูลทางอีเมล การใช้เครื่องโทรสาร บริการอีเอ็มเอสและธนาณัติออนไลน์ ที่สามารถส่งเงินพร้อมข้อความได้ในคราวเดียวกัน

บริการข้างต้นทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวกและคล่องตัวมากกว่าบริการโทรเลข จึงส่งผลให้ยอดผู้ใช้บริการโทรเลขลดลงจนเกือบหมด และในอนาคตประชาชนจะให้ความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ จนลืมการให้บริการโทรเลขไปในที่สุด

เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้กสท ตัดสินใจยกเลิกการให้บริการโทรเลข คือ การซื้อหาอุปกรณ์ระบบสื่อสัญญาณ อุปกรณ์เครื่องรับส่งโทรเลข และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในระบบการให้บริการหลายๆ อย่าง ไม่สามารถจัดซื้อ หรือหาอะไหล่มาซ่อมบำรุงได้ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ล้าสมัย บางชิ้นได้ยกเลิกการผลิตไปแล้ว
นอกจากนี้ปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการโทรเลขเหลือเพียงเดือนละประมาณ 100 ฉบับ คิดเป็นรายได้ 5,000 บาทต่อเดือน ขณะที่มีต้นทุนจากการจ้างบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้มาดูแลการให้บริการโทรเลขถึงเดือนละ 25 ล้านบาท

จากเดิมที่บริการโทรเลขได้รับความนิยมสูงสุดโดยในเดือนมีนาคม 2538 มีผู้ใช้บริการขาเข้าสูงถึง 487,984 ฉบับ และขาออกอีกกว่า 500,000 ฉบับ เมื่อเทียบสัดส่วนรายได้และรายจ่ายแล้ว ถือว่าไม่คุ้มค่าหากยังต้องให้บริการต่อไป

ทั้งนี้การให้บริการโทรเลขในไทยเริ่มในปี 2418 หรือสมัยรัชกาลที่ 5 กรมกลาโหมดำเนินการสร้างทางสายโทรเลขสายแรกจากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ หรือ จ.สมุทรปราการ ในปัจจุบัน โดยวางสายเคเบิลโทรเลขใต้น้ำต่อออกไปถึงกระโจมไฟนอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมระยะทาง 45 กิโลเมตร เพื่อใช้ในการส่งข่าวสารทางราชการเป็นหลัก ต่อมาในปี 2426 จึงมีการสถาปนาตั้ง กรมโทรเลข ขึ้นพร้อมกับกรมไปรษณีย์ เพื่อให้บริการประชาชนทั่วประเทศ
ขอบคุณ
http://www.rssthai.com/reader.php?t=it&r=10509