พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้กำกับกลุ่มงานตรวจสอบ ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การทำผิดทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในงานสัมมนา EMC-RSA Computer Related Crime Act Seminar 2008 ว่า แนวโน้มการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณความแพร่หลายของเทคโนโลยี และทั้งหมดมุ่งเป้าด้านการฉ้อโกงผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก
จากสถิติการแจ้งคดีอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ พบว่า ปีที่แล้ว มีการแจ้งเหตุ 9,000 ราย จากปี 2549 มี 5,000 คดี และลักษณะคดีที่พบมาก คือการลักลอบเจาะระบบเติมเงินของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อเข้าไปเติมเงิน แล้วนำไปขายต่อ กินส่วนต่าง
ทั้งนี้ ตำรวจแกะรอยผ่านเส้นทางการจราจรทางเครือข่าย ที่คนร้ายเจาะระบบ และระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เก็บข้ อมูลไว้ (log file) ไปยังคนร้ายที่ฉ้อโกงไปกว่า 10 ล้านบาท โดยอยู่ขั้นฟ้องร้องดำเนินคดีชั้นศาล
ขณะที่ คดีอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหมิ่นประมาท ไม่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ
ส่วนการปรับโครงสร้างหน่วยงาน ได้โอนย้ายภารกิจการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ (computer forensic) ไปให้กองพิสูจน์หลักฐาน ที่ได้รับงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์และแยกส่วนงานมาทำเรื่องนี้โดย เฉพาะแล้ว จากนี้ไปหน่วยงานนี้จะคงบทบาทเฉพาะการสืบสวนสอบสวน
เขากล่าวด้วยว่าหลังมีการใช้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 การสืบสวนสอบสวนทำได้เร็วมากขึ้น เพราะผู้ให้บริการส่งข้อมูลเส้นทางจราจรที่เก็บย้อนหลัง (Log File) ให้เจ้าหน้าที่เร็วขึ้น เพราะเกรงว่าจะเข้าข่ายว่ามีส่วนร่วมกระทำผิด
ปัจจุบัน มีคดีเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่หน่วยงานได้สืบสวนสอบสวนแล้วจำนวน 10 คดี และอีกจำนวนหนึ่งกำลังรอการส่งฟ้อง
พร้อมระบุว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบจากการสืบสวนสอบสวน องค์กรมักจะเปิดช่องทางที่ไม่จำเป็นที่เป็นช่องทางให้อาชญากรเห ล่านั้น เข้าเจาะระบบได้ เหมือนเปิดประตูหลังของระบบ เช่น พอร์ตที่ใช้ส่งไฟล์ ทรานเฟอร์ โปรโตคอล และพอร์ตที่ใช้ส่งเทลเน็ต
โดย NOL-News Online : กรุงเทพธุรกิจ
ที่มา
http://www.arip.co.th/2006/news.php?ofsm=2...8&id=407197



Reply With Quote
