Results 1 to 5 of 5

Thread: โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่...อ้วกครับท่าน

  1. #1
    Junior Member
    Join Date
    May 2007
    Posts
    1


    อยากจะขายรถทิ้งจัง...เฮ้อ (ทำงานแทบตายต้องมาจ่ายภาษีหมด เซ็ง!!!)



    ของขวัญปีใหม่ (อ่ะเปล่า)

    กรมการขนส่งทางบกกำลังเตรียมปรั บอัตราภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปี
    1500 SOLUNA = 4,100
    1600 COROLLA = 4,500
    1800 ALTIS = 5,300
    2000 CORONA= 6,300
    2400 CAMRY = 9,100
    3000 RAIDER/CRUISER = 14,500
    อีกไม่นาน พวกกระบะ 4 ประตู เจอภาษีเป็นหมื่นแล้วครับ
    เมื่อเช ้านี้ขับรถมาทำงาน ฟังข่าวแว่วๆ
    ว่าการจัดเก็บภาษีจะเสนอเข้า ครม.
    เร็วๆนี้การปรับเก็บภาษีรถยนต์รายปี...ใหม่อัตราเพิ่ม 2 เท่า
    ผมได้ข่าวจากกรมการขนส่งทาง บก ( MOTC news) มาบอกเพื่อนๆ
    อีกแล้วครับ คราวนี้รัฐเอาจริง จะปรับปรุงอัตราค่าภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปีทุกชนิดรวมรถ บรรทุกด้วย โดยหยิบยกเอาสาระมา เขียนให้อ่านกันที่เป็น Highlight สำคัญๆ มาได้ดังนี้
    ในขณะนี้กระทรวงการคลังร่วมกับกรมการขนส่งทางบกกำลังเตรียมปรับอัตราภาษี ป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปี ซึ่งเป็นการปรับภายใต้ พ.ร.บ.รถยนต์และพ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 โดยจะปรับ อัตราภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าจาก ปัจจุบัน
    คราวนี้ล่ะรถใครรถมันคิดกันเอาเอง ใครเครื่องแรงแซงโลด...ต้องมาเจ็บปวดกับการรับภาระนี้ ...... แต่เอ๊ !!!!! ถ้ามีตังค์ซื้อรถได้...ก็น่าจะจ่ายค่าภาษีได้ด้วยมั๊ง
    ภาษีป้ายรถยนต์ใหม่ที่จะประกาศใช้เร็วๆ นี้ จะเก็บตามขนาดความจุกระบอกสูบรถยนต์ ที่คิดเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร หรือ ซีซี.สำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งแต่มี Highlighสุดๆ
    ยิ่งกว่านั้นคือจะมีหลักเกณฑ์เก็บใหม่คือจะเก็บภาษีตามมูลค่ารถยนต์สำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งที่มีราคาขายตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้รถยนต์ราคาสูงๆ จะถูกเก็บภาษี 2 ต่อคือเก็บภาษีทั้งตามขนาด ! ซีซี.ของเครื่องยนต์ และตามมูลค่ารถ
    ประเด็นที่สองอาจปรับภาษีป้ายรถยนต์เกิน 7 ที่นั่งซ ึ่งปัจจุบันเก็บตามน้ำหนักอีกด้วย มาดูการสร้างโครง ร่างภาษีใหม่มีดังนี้
    ของเดิม (ปัจจุบัน) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งเก็บภาษีโดย
    * 1 - 600 cc แรก เก็บ 50 สตางค์/ cc
    * 601 - 1,800 ซี.ซี. เก็บ 1.50 บาท/ cc
    * 1,801 cc ขึ้นไป เก็บ 4 บาท/ cc
    NEW ใหม่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 เก็บภาษีโดย
    1. การปรับภาษีป้ายกรณีรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง)
    อาจปรับเพิ่มภาษี ตามขนาดความจุกระบอกสูบคิดเป็น cc ดังนี้
    * รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 600 cc เสียภาษี 2 บาท/ cc
    * ขนาด 601-1,300 cc เสียภาษี 3 บาท/ cc &n bsp;
    * ขนาด 1,301-1,800 cc เสียภาษี 4 บาท/ cc
    * ขนาด 1,801-2,000 cc เสียภาษี 5 บาท/ cc
    * ขนาด 2,001-2,400 cc เสียภาษี 7 บาท/ cc
    * ขนาด 2,401-3,000 cc เสียภาษี 9 บาท/ cc
    * ขนาดเครื่องยนต์เกิน 3,000 cc เสียภาษี 12 บาท/ cc
    2. การเพิ่มฐานเก็บตามมูลค่ารถยนต์ ดังนี้ รถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง
    * ราคาระหว่าง 3 ถึง 6 ล้านบาท เสียภาษี 1- 2 หมื่นบาทต่อคัน
    * ราคาสูงกว่า 6 ล้านบาทจนถึง 10 ล้านบาท เสียภาษี 2-4 หมื่นบาทต่อคัน
    * ราคาสูงเกินกว่า 10 ล้านบาท เสียภาษี 3- 6 หมื่นบาทต่อคัน
    การเพิ่มภาษีและเพิ่มฐานจัดเก็บนี้ รัฐเห็นว่าควรส่งเสริมความเป็นธรรมการเสนอปรับภาษีป้ายทะเบียนครั้งนี้จึงไม่เพียงเน้นปรับจำนวนเงินภาษีที่ ต้องเสีย เพื่อให้สอดคล้อง สถานการณ์ความเป็นจริงเพราะไม่ได้ปรับมานานกว่า 20 ปี
    ขณะที่ราคารถยนต์เพิ่มขึ้นหลายเท่าช่วงที่ผ่านมาและมีแนวคิดใหม่ให้ใช้ หลักเกณฑ์มูลค่ารถคิดภาษีด้วย คนที่เป็นเจ้าของรถยนต์ที่มูลค่าสูง ราคาแพงๆ ควรต้องเสียภาษีรถยนต์สูงตาม อีกทั้งสอดคล้องกับนโยบายรัฐที่สนับสนุนประชาชนใช้จ่ายอย่างประหยัดไม่นิยมสินค้าฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะสินค้านำเข้า ขณะเดียวกันการเก็บภาษีตามน้ำหนักรถซึ่งเป็นฐานภาษีที่ใช้อยู่แล้วปัจจุบันเก็บภาษีตามหลักการ ประโยชน์ที่ได้รับ

  2. #2
    Junior Member
    Join Date
    Apr 2007
    Location
    Chiang Mai
    Posts
    3


    ในส่วนตัวความคิดเห็นของผม ในต่างจังหวัด รถยนตร์จำเป็นมากอ่ะคับ เพราะไม่มีนี่ไปไหนไม่

    ได้เลย น่าจะเก็บแพงในเขต กรุงเทพ ปริมณฑลก็พอแล้ว ยิ่งจนๆๆอยู่

  3. #3
    Junior Member
    Join Date
    Nov 2007
    Posts
    11


    อยากทราบแหล่งที่มาของข้อมูลครับ
    [color=#CC33CC][SIZE=2]G[/color]-50</span>[/SIZE]

  4. #4
    Junior Member
    Join Date
    Feb 2008
    Posts
    0


    การที่เก็บเพิ่มนี้ก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงรถที่ใช้น้ำมันเบนซินแพงๆครับ
    โดยจะเอาส่วนนั้นมาชดเชยกับพวกที่ภาษีลดลง
    อย่างเช่นพวกที่ใช้น้ำมัน E20 อะครับ
    เหมือนกับเอาเงินของคนรวยมาช่วยคนจน
    แต่ได้ยินมาแว่วๆว่าสิ้นปีนี้จะมีถึง E80 เลย
    จริงเท็จอย่างไรจะหาข้อมูลมายืนยันอีกทีครับ

  5. #5
    Junior Member
    Join Date
    Apr 2008
    Location
    159 commonwelth pinklao bangplat bangkok 10700
    Posts
    6


    เช่นกันครับต้องการแหล่งที่มาของข้อมูล เพราะถ้าคำนวนอัตราภาษีจากที่คุณโพสไว้ จะต้องจ่ายภาษีมากกว่าเดิม ถึง 3 เท่า Oo

    ส่วนน้ำมันE85 น่าจะเป็นทางเลือกนึงที่จะนำเข้ามาในปี 2553 ครับ โดยมีค่ายรถยนต์ที่พร้อมจะทำรถสนับสนุน2 รายคือ GM และ VOLVO ส่วน น้ำมันเบนซิน 91 95 ที่เรียกว่ายกเลิกเพราะ จะถูกเพิ่มเอทานอลเป็นส่วนผสมแทน กลายเป็น E10 เพื่อนำมารองรับรถในปัจจุบัน ดังนั้น คาดว่าปัจจัยที่จะทำให้ราคาน้ำมันและปัจจัยในการซื้อรถยนต์เปลี่ยนเปลงได้เยอะ ก็รถที่สนับสนุนน้ำมัน E20 และ E85 ส่วน NGV คงเป็นอีกปัจจัยนึงสำหรับคนที่ใช้รถในชีวิตประจำวันเยอะ

    ข่าวอ้างอิง:http://www.manager.co.th/Motoring/Vi...=9510000042231
    http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews...D=9510000039528
    ฝากตัวด้วยครับ ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยมีความรู้ด้าน IT มากแต่ขอแบ่งปันข้อมูลด้าน e-book จาก e-library ในที่ทำงาน ใครอยากศึกษาเรื่องอะไร PM มาขอได้นะครับ ถ้ามีจะเอาลงให้ (แต่ส่วนมากเป็น scan จาก text book)

Members who have read this thread : 0

Actions : (View-Readers)

There are no names to display.

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •