เอเอ็มดี (Advanced Micro Devices) ผู้ผลิตไมโครชิปเบอร์สองของโลกเชื่อจะสามารถพลิกสถานการณ์ขาดทุนให้เป็นกำไรได้ภายในครึ่งปีหลังของปีหน้า กำลังสำคัญคือผลิตภัณฑ์ชิปหลายคอร์หลากรุ่นที่เอเอ็มดีเลื่อนเปิดตัวไปเป็นปีหน้า

เฮคเตอร์ รูอิส ซีอีโอเอเอ็มดีให้สัมภาษณ์ด้วยความเชื่อมั่นว่า ปีหน้าจะเป็นฟ้าใสหลังฝนซา เป็นปีที่ดีของเอเอ็มดีหลังจากการเผชิญช่วงเวลาที่โหดร้ายมาระยะหนึ่ง

"เราได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากเย็น ตอนนี้ผมเชื่อว่า เราจะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นในปี 2008"

เอเอ็มดีเชื่อว่า ไตรมาสสองปีหน้า เอเอ็มดีจะมีผลประกอบการ"เท่าทุน" และจะสามารถทำกำไรได้ในไตรมาสสาม ก่อนหน้านี้ มูลค่าหุ้นของเอเอ็มดีดิ่งลงไปอีกครั้งจนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี (ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2003) ไปปิดที่ 8.84 เหรียญสหรัฐ ลดลง 13 เซนต์จาก 8.42 เหรียญสหรัฐ จุดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มีข้อมูลด้านเทคนิกและยังเข้าใจธุรกิจด้านเทคโนโลยีไม่พอ เสียงตอบรับจากการประกาศความเชื่อมั่นของเอเอ็มดีจึงส่งไปทางบวก ทำให้มูลค่าหุ้นของเอเอ็มดีสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์มองว่าเอเอ็มดีควรออกมาให้ข้อมูลสถานการณ์ไตรมาสปัจจุบันให้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเอเอ็มดีประกาศเพียงเป้าหมายยอดขายในไตรมาสถัดไป ยืนยันว่าจะทำรายได้มากขึ้นจากเทศกาลจับจ่ายปลายปีเท่านั้น ไม่มีการระบุรายละเอียดอื่นๆที่สามารถเอื้อต่อการตัดสินใจของนักลงทุน

ซีโอโอเดิร์ก เมเยอร์ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตอบประเด็นเสียงทักท้วงของนักวิเคราะห์โดยยืนยันว่า เอเอ็มดีทำดีมากแล้วในไตรมาสที่ผ่านมา และที่สำคัญคือยอดขายดังกล่าวยังไม่รวมไพ่เด็ดอย่างชิป 4 คอร์หรือชิปควอดคอร์ ซึ่งเอเอ็มดีเก็บไว้สำหรับทำตลาดเต็มตัวในปีหน้า

เอเอ็มดีนั้นวางจำหน่ายเพียงชิปควอดคอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์นามว่าบาร์เซโลนา (Barcelona) เท่านั้น โดยไพ่เด็ดอีกใบที่เอเอ็มดีพูดถึงคือชิปควอดคอร์สำหรับคอมพิวเตอร์พีซี ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับเอเอ็มดีอย่างเป็นกอบเป็นกำ

ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เอเอ็มดีประกาศผลประกอบการขาดทุนทุกไตรมาส สาเหตุใหญ่มาจากการเทเงินซื้อบริษัทชิปกราฟฟิกอย่าง ATI Technologies เป็นมูลค่าถึง 5.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบกับการกดราคาชิปในตลาดทั่วโลก ซึ่งไม่มีผลกับคู่แข่งรายใหญ่กว่าอย่างอินเทลมากนัก

การประกาศครั้งนี้ของเอเอ็มดี นั้นไม่มีการให้ข้อมูลตัวเลขประมาณการยอดขายที่ชัดเจนเช่นเคย โดยซีเอฟโอโรเบิร์ต ริเวต ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของเอเอ็มดีให้ข้อมูลเพียงว่า การเติบโตของยอดขายเอเอ็มดีในปีหน้าจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิขยายตัวตามไปด้วย