?ปีหน้าทั้งปี รัฐบาลจะสนับสนุน การใช้อินเทอร์เน็ตในทุกๆภาค รัฐบาลใช้ทั้ง Front Office, Back Office และใช้เซอร์วิส ลงไปถึงระดับจังหวัด, ส่งเสริมการใช้ซอฟท์แวร์, ส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนิเมชั่น, ส่งเสริมให้เกิดการใช้อินเทอร์เน็ตในราคาถูกลง แล้วจะควบคุมอินเทอร์เน็ตที่ไม่สร้างสรรค์? นายกรัฐมนตรีกล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในหัวข้อ ?ICT for the Future? ที่งาน ?ทิศทาง ICT 2547? ณ หอประชุมกองทัพเรือ เมื่อวันพุธที่ 17 ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อความดังนี้
ท่านรัฐมนตรี ท่านผู้ช่วยรัฐมนตรี ท่านปลัด ท่านผู้บริหารกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ท่านประธานและคณะกรรมการองค์กรโทรศัพท์ ท่านประธานและคณะกรรมการการสื่อสารแห่งประเทศไทย ท่านผู้บริหารจากแวดวงไอซีที ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน วันนี้ผมรู้สึกว่ามาอยู่ในคนที่คุ้นเคย หน้าตาก็คุ้นๆกันมาหลายสิบปี เพียงแต่ผิดกันว่าวันนี้ผมอาจจะล้าสมัยกว่าพวกท่านไปเยอะ
ก็ต้องมาพูดให้ท่านฟังนี่ก็ค่อนข้างจะหนักใจหน่อย เพราะว่าผม ถ้าถามเรื่องคนจนอาจจะรู้มากกว่าเรื่องไอซีที ถ้าถามเรื่องเศรษฐกิจก็น่าจะรู้มากกว่าไอซีที แต่วันนี้จะต้องพูดเรื่องไอซีที ก็จะพยายาม นึกอะไรได้ก็จะพูด แต่ว่าจะเน้นเรื่องของว่า ปีหน้ารัฐบาลจะมีกิจกรรมอะไรที่เกี่ยวข้องกับไอซีที เพื่อท่านจะได้ปรับตัวทำตัวถูกว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก่อนจะไปเรื่องของประเทศไทย ผมอยากจะมองภาพทั่วๆไป
ที่นี่เป็นห้องประชุมที่เราใช้จัดเลี้ยงผู้นำเอเปก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา สวยงามมาก ผมก็เลยอนุญาตให้ แล้วก็ขอให้ กองทัพเรือใช้บริการส่วนราชการ บริการประชาชนได้ เพราะว่าของสวยๆ จะเก็บเอาไว้เฉยๆ ก็ไม่มีประโยชน์ ก็เลยอยากจะให้เอามาใช้ประโยชน์ให้มาก ถ้าใครนึกถึงเอเปกก็ไปดูนิทรรศการภาพถ่ายของเอเปก ผมไปดูมาแล้ว สวยมาก ที่ศูนย์สิริกิติ์ มีตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันที่ 21 เมื่อวานผมไปดู สวย ดูแล้วจะภูมิใจในประเทศไทยขึ้นเยอะ
เน้นเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
เมี่อกี้นี้ เราได้ดูวีดีทัศน์ พูดถึงเรื่องการเพิ่มศักยภาพ การแข่งขัน การต้องทำ ต่อเหตุการณ์ทั้งหมดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของโลก ผมว่าถ้าท่านทั้งหลายที่อยู่วงการนี้ โดยเฉพาะนักบริหารทั้งหลาย ลองไปหาหนังสือสัก 2 เล่มมากอ่านดู ท่านจะตื่นตัวขึ้นเยอะ ท่านจะรู้ว่า เออ?มันต้องปรับเปลี่ยนจริงๆนะ เรื่องแรกคือ ?It?s aLive? ซึ่งผมเคยพูดมานานแล้ว ที่แต่งโดย คริสโตเฟอร์ ไมเยอร์ กับ สแตนด์ เดวิส หนังสือออกปีนี้ ปี 2003 อีกเรื่องนึงเป็นเรื่อง ?Reimagine? เขียนโดย ทอม ปีเตอร์ สองเรื่องนี้จะทำให้ท่านตื่นตัวขึ้นเยอะ
เรื่อง ?It?s aLive? พูดถึงเรื่องของทุกองค์กรจะต้องปรับตัว ต้อง Adaptive หรือ Change แล้วก็พูดถึงเรื่อง Molecular Science แล้วพูดถึงการพัฒนาการ จาก Science ออกจากห้องแล็บมาเป็นเทคโนโลยีที่ Apply ใช้ แล้วก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง Economy ซึ่งทั้งหมดมันเกิดจากการ Convergence ของไอซีที ของ Biology แล้วก็ Business ซึ่งจะประกอบด้วยวิชาที่น่าสนใจ 4 เรื่อง เรื่องแรกก็เรื่อง ICT นี่แหละ เรื่องที่ 2 คือเรื่อง Biotech เรื่องที่ 3 คือ Material Science เรื่องที่ 4 ก็คือเรื่อง Nanotechnology นี่คือคลื่นลูกใหม่ที่จะเปลี่ยนหลายๆเรื่อง รวมทั้งเรื่องไอซีทีด้วย
ส่วน ?Reimagine? นั้น ชื่อเรื่องมันก็บอกชัดเจนว่า Reimagine คือต้อง Imagine ใหม่ แล้วเค้าก็บอกว่าให้ Think Weird คือคิดให้ประหลาดๆ สุดกู่ไปเลย เพราะสิ่งที่ท่านคิดว่า Weird แล้วเนี่ย โลกมัน Weird ไปมากกว่าที่ท่านคิดได้ด้วยซ้ำ นั่นคือสิ่งที่มันกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ไอซีที สิ่งจำเป็น
ตัว Drive มีหลายตัว แต่แน่นอน ไอซีที เราพูดกันตลอดเวลาว่า ไอซีทีเป็นเทคโนโลยี By Yourself แล้วก็เป็น Embeded Technology ซึ่งไปรวมกับวิชาอื่นๆแล้วทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ เกิดประสิทธิภาพใหม่ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
เพราะฉะนั้นวันนี้ ประเทศไทยเราจะ Ignore ต่อเรื่องของไอซีทีอีกไม่ได้ นอกจากไม่ Ignore แล้ว ยังต้อง Deep Down จากระดับเศรษฐกิจฐานบน ลงสู่ชนบทเลย วันนี้รัฐบาลลงไปลึกแล้ว สิ่งนี้เราจะต้องมีและต้องไปกันต่อไป
โลกข้างหน้ามันเปลี่ยนน่ากลัวมาก ไอ้สิ่งที่เราจะทำเนี่ย บางทีมันก็ล้าสมัย เราคิดว่าเร็วแล้วเนี่ย ระบบราชการก็ดี กฎหมายก็ดี ทำให้เราช้าขึ้นเยอะ ซึ่งไม่ทันกินหรอก ไอซีทีเนี่ย วันนี้เนี่ย สิ่งที่เราคิดว่าช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลผลักดันเปลี่ยนแปลงมากมายแล้วเนี่ย ผมยังคิดว่า เรายังช้าไป ไม่ต้องคิดไรมาก กทช.นี่ตั้งไม่ได้ซักที ร้องกันไม่เลิก กสช.ก็เหมือนกัน ร้องไม่เลิก ไอ้พวกร้องเนี่ย อยากทั้งนั้นน่ะ ไม่ได้คิดว่าจะทำเสียสละให้บ้านเมืองหรอก ร้องไปร้องมา
แต่วันนี้เราต้องคิดว่าเราต้องช่วยกันทำให้บ้านเมือง อย่างเรากำลังพูดกันถึงเรื่อง Frequency วันนี้เค้าพูดกันเรื่อง Pulse Modulation ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับ Frequency เลย ไม่ใช้ Frequency เลย ส่งสัญญาณได้โดยไม่ใช้ Frequency เลย ไปนู่นแล้ว เราจะตั้งกรรมการมาดูความถี่ มาอนุมัติความถี่ แล้วตกลง Pulse Modulation ใครดูล่ะ ไปนู่นแล้ว
ตอนนี้ switching เราพูดถึงเรื่องของ land line ตอนนี้มาแล้ว IP Switch, IP Phone แล้วตกลงเราจะ regulate กันอย่างไร ตกลงเราจะจัด field อย่างไร นี่คือสิ่งที่มันมาเร็วกว่ากฎหมาย และกติกา และความเข้าใจของคนในสังคมจะทัน แล้วบางครั้งผมจะผลักดันอะไรมาก ก็พวกชอบพูดมันก็มี แต่ผมเป็นคนไม่แคร์ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรให้ตัวเองอยู่แล้ว ง่าย
เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่า ถึงเวลาที่เราต้องนึกถึงคำไม่กี่คำ เค้าพูดคำว่า Economy of Speed เค้าพูดกันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราจะทำยังไง เราจะทำให้เร็วได้ยังไง ก็ต้องมานั่งดูกัน
Knowledge Worker
บิลล์ เกตส์ บอกว่า ถ้าจะไปเร็วเนี่ย จะต้องมี Digital Nervous System อย่างดี จะต้องสร้าง Knowledge Worker เค้าบอกอย่างนั้น พอมาถึงระบบราชการ เสนอเพื่อพิจารณาตั้งแต่หัวหน้าแผนกยันรัฐมนตรี มันไม่มี knowledge worker เพราะว่ามันไม่มีข้อมูล ระบบข้อมูลไม่มี ระบบเส้นประสาทดิจิตอลไม่มี ไม่ได้วางไว้ เพราะฉะนั้นปีหน้าจะเป็นปีที่สิ่งเหล่านี้จะถูกผลักดันหมด
เรากำลัง คือเค้ากำลังพูดกันถึง Quantum Teleportation เคยได้ยินมั้ย ทุกวันนี้เราส่งแฟกซ์ใช่มั้ยครับ เราส่งแฟกซ์นี่เราสแกนถึงชั้นบิตถูกมั้ยฮะ ตอนนี้เค้าบอกว่าเค้าจะสแกนถึงชั้นอะตอม เป็น mass ส่ง mass จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ตอนนี้เค้าบอกว่าเป็นไปได้แล้ว เพียงแต่ว่ามี 2 ทฤษฎีที่เถียงกันอยู่ แบบว่าส่งจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเนี่ย ส่งไปโดยที่ส่ง Replica หรือส่งไปแล้วทำลาย Original อะไรทำนองนี้ อย่างสมมุติว่าเราส่งแฟกซ์ ต้นฉบับยังอยู่ใช่มั้ย ที่นี้ถ้าจะส่งมนุษย์ล่ะ ส่งมนุษย์จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เดี๋ยวโผล่ไปมีมนุษย์หลายคน หรือส่งไปแล้ว มนุษย์นี้ถูกทำลาย อีกตัวนึงไปโผล่ที่โน่น นี่คือเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งเราดูเหมือนว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นเรื่อง Science Fiction
เราเคยได้ยิน Science Fiction สมัยก่อนมั้ยครับ ที่มีระบบ Submarine เข้าไปในลำไส้มนุษย์ ลงไปในเส้นเลือด ที่เค้าเรียกว่า Nanonurse อีกไม่เกิน 3 ปีออกแล้วครับ นี่ผมพูดช้าไปหรือเปล่าไม่รู้นะ 3 ปีเนี่ย ด้วย Nanotechnology ด้วย Material Science สามารถทำวัสดุเล็กๆ ที่สามารถส่งผ่าน ส่งไฟเบอร์เข้าไปในลำไส้ ในเส้นเลือด แล้วไปถึงตรงจุดไหนที่มีเชื้อโรค ก็พ่นยาลงไป ก็รักษาที่นั่น ไม่ต้องผ่าตัด มันกำลังจะเกิด สิ่งที่เราไม่เชื่อว่าจะเกิด มันเกิดขึ้นได้
เค้าบอกว่า ข้างหน้า ซอฟต์แวร์ทั้งหลาย จะต้องเป็น Autonomous Software คือมันขึ้นไปจากซอฟต์แวร์ปกติอีกชั้นหนึ่ง ระบบโค้ดดิ้งจะเปลี่ยนเองเหมือนสิ่งมีชีวิต มากกว่าสิ่งที่เราเอนจิเนียร์เข้าไป
พอมาเห็นตรงนี้แล้วมาถามว่า ประเทศไทยเราจะอยู่แค่นี้พอมั้ย ของเรายังไม่ทันไรต้องมาถามก่อน อินเทอร์เน็ตมีมาแล้ว Last Mile High Speed ยังมีปัญหาอยู่ ซึ่งเราคิดว่าปีหน้าปัญหาเหล่านี้น่าจะจบ จากที่ ดร.สุรพงษ์ ทำไป ปีนี้น่าจะจบ เดี๋ยวเราค่อยกลับมาคุยกัน
เราจะต้องเตรียมตัวเราเองมาก ในการที่เข้าไปสู่สังคมฐานความรู้ ก่อนจะไปตรงนี้ผมขอเล่าให้ฟังก่อนว่า ครม.ได้อนุมัติจัดตั้งองค์การมหาชน เป็นองค์การเพื่อการพัฒนาและเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน ซึ่งจะรวมทั้งการส่งเสริมการอ่าน การทำห้องสมุด Living Library การทำ Museum การทำ Design Center ทั้งหลาย
ผมจะเสนองบประมาณกลางปี ที่เสนอกตอนกลางปีเพราะว่า เราเก็บภาษีได้เกินเป้าประมาณแสนห้าหมื่นล้าน แล้วเราคิดว่าอยากจะให้เศรษฐกิจมันต่อไปอีกนิดนึง เพื่อให้ Investment ภาคเอกชนมัน Firm แล้วรัฐก็จะปล่อยมือได้ละ ก็เลยจะอัดเข้าไปอีกสักแสนกว่าล้าน หมื่นล้านจะไปลงที่นี่ เพื่อที่จะสร้างระบบ สร้างความรู้ให้กับประชาชน อันนี้ไอซีทีก็จะเกี่ยวข้อง Library ก็จะเป็น จะมีทั้ง e-Library e-Book ทั้งจากไทยและต่างประเทศมากมาย นี้เล่าให้ฟังว่ารัฐบาลได้เตรียมการไว้
ถามว่าข้างหน้าต้องเตรียมอะไรบ้างเนี่ย เตรียมเยอะเลย ถ้าไม่เตรียมก็คงจะสู้เค้าไม่ไหว เรื่องแรกก็เล่าให้ฟัง ท่านก็คงจะรู้มาบ้างแล้ว แต่ผมจะเล่าวิธีคิด ว่าทำไมถึงคิดทำอย่างนี้ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วผมจะผลักดัน แต่ผมก็จะเล่าให้ฟัง เพื่อท่านจะได้คิดต่อ จะได้สร้างแอพพลิเคชั่นต่อ แอพพลิเคชั่นเป็นเรื่องสำคัญ
ตอนช่วงเอเปก เบอร์ 2 หรือเบอร์เท่าไหร่ไม่รู้นะ ของไมโครซอฟท์ เครก ก็มาพบผม เค้าบอกว่า เค้ายังเชื่อว่าข้างหน้า เรื่องของซอฟต์แวร์เอนจิเนียร์ เพราะว่าซอฟต์แวร์โปรแกรมมิ่งเนี่ย เป็นเรื่องสำคัญ แล้วเป็นเรื่องที่ต้องใช้มาก โปรแกรมเมอร์ก็จะหายากขึ้น แต่โปรแกรมเมอร์ชั้นดีต้องรีบสร้าง ต้องสร้าง เพราะฉะนั้นเราต้องสร้าง ต้องสร้างคน เยอะ เรื่องสร้างคนเดี๋ยวค่อยกลับมา
e-Government
รัฐบาลทำหลายส่วน ส่วนแรกคือ e-Government เรื่องนี้ผมถือเป็น Front Office ซึ่งทุกบริษัทวันนี้มีระบบอินเทอร์เน็ตภายในที่ทำเป็น Front Office ทำเป็น e-Service ได้ ทำเป็น e-Payment ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องให้กระทรวงทุกกรมมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอ ง เป็นพอร์ทัลของส่วนราชการทั้งหมด อันนี้จะเร่งทำ ให้สิ้นปีหน้ามีความสมบูรณ์
อีกไม่กี่วันนี้เค้าจะมาพรีเซนต์ให้ผมฟังแล้ว เค้ามีหมดแล้ว แต่ผมเชื่อว่ายังไม่สมบูรณ์ ยังเชื่อว่าคอนเทนต์ที่อยู่ข้างในยังไม่ค่อย Live สำคัญคือคอนเทนต์ต้อง Live ใครมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่เวลาคนเข้ามาแล้วไม่มีอะไรเลย ไม่อัพเดทเลย ระหว่าง Positive กับ Negative มันจะเจ๊ากัน สิ่งที่เป็นอิมเมจกับสิ่งที่จะเสียอิมเมจมันจะไปด้วยกัน เพราะฉะนั้น ถ้ามีแล้วต้องเทคแคร์ ต้องอัพเดท ต้องให้คอนเทนต์มันเข้าท่า ตรงนี้ต้องทำ อันนี้เป็น Front Office จะมีหมด แล้วก็จะมีต่อไปจนถึงจังหวัด เป็น e-Province
สรุปว่าระบบการบริหารส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคจะมีอินเทอร์เน็ตเชื่อมถึงกันหม ด แล้วก็จะให้ทุกหน่วยไป Streamline การบริการประชาชน ให้การบริการประชาชนนั้น กระชับ เร็วขึ้น เมื่อทางปกติเรียบร้อยแล้วก็เอาขึ้นเว็บ เพื่อให้เป็นบริการผ่านเว็บ
เช่น เวลานี้กระทรวงอุตสาหกรรมก็สามารถต่อใบอนุญาตผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้แล้ว ทีนี้ผมบอกว่า ต่อไปนี้เราจะต้องใช้ระบบ Honor System อย่างการต่อใบอนุญาตเนี่ย ทำเช็คลิสต์ ให้เจ้าของโรงงานคอนเฟิร์มมาเลยว่า สิ่งแวดล้อมถูกต้อง ความสะอาดถูกต้อง ความปลอดภัย สายไฟฟ้า ให้เค้าตรวจเอง แล้วให้เค้า Certify มา แล้วถ้าเราไปสุ่มเช็คแล้วไม่จริงตามนั้นเนี่ย เค้าจะโดนหลายเรื่อง โดนปิดโรงงานได้ โดนแจ้งเท็จได้ คือใช้ระบบ Honor System ถ้าเค้ามีเกียรติยศพอ เค้าก็จะใช้บริการนี้ได้ แล้วก็ชำระเงินผ่อน Payment Gateway ทั้งหลาย ซึ่งสิ้นปีหน้าน่าจะสมบูรณ์
แล้วขณะเดียวกัน Back Office เราใช้ระบบ Back Office ก็คือ GFMIS (Government Financial Management Information System) เข้าใจว่าซอฟต์แวร์เค้าจะใช้ของ SAP หรือไงเนี่ย ไม่แน่ใจ ก็จะทำให้ระบบการจ่ายเงิน คนที่ทำมาหากินกับรัฐบาลไม่ต้องไปรอเช็ค ใช้ Fund Transfer ได้ หรือว่าจะใช้บาทเน็ตได้ ได้ทั้งหมด มันเชื่อมกันหมด เชื่อมทั้งระบบ ไม่ต้องเสียเวลาหยอดน้ำมัน ไม่ต้องแล้ว ใช้คลิกเอา ระบบมันจะ Transparent ขึ้น ทุกอย่างมันจะ Transparent ในตัว เพราะระบบมันบังคับให้ทุกฝ่ายต้อง Transparent
ระบบ e-Government ที่เป็น Front Office รัฐบาลจะต้องสร้างราชการที่เป็น Knowledge Worker ตามที่ บิลล์ เกตส์ บอก ตัดสินใจได้เพราะมีข้อมูลอยู่เฉพาะหน้าตัวเอง ตัดสินใจทำอะไรได้เลย แล้วข้อมูลทั้งหมดมันเข้าเซิร์ฟเวอร์ แล้วสามารถดึงออกมา เพื่อให้รัฐบาลรู้ปัญหาของประเทศได้ทั้งหมด สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้แต่เนิ่นๆ ตัวเลขที่ผิดแผกไปก็สามารถ Detect แล้วแก้ได้เรื่อยๆ ได้ล่วงหน้า
GFMIS เช่นกัน ตัวเลขจะเห็นชัด สามารถเปรียบเทียบได้ ว่าทำไมกรมหนึ่งซื้อของอย่างเดียวกันแพงกว่าอีกกรมหนึ่งซื้อ จะถูกเปรียบเทียบหมดครับ ระบบพวกนี้จะถูกเปรียบเทียบหมด ต่อไปข้างหน้าเมื่อระบบนี้เสร็จ ระบบงบประมาณก็จะเปลี่ยนไป ก็จะมีระบบที่สามารถเอาตัวเลขต่างๆมาเปรียบเทียบวัดตั้งงบประมาณใช้ระบบ Benchmark ทำให้ระบบงบประมาณก็คล่องขึ้น นี่คือสิ่งที่ทำในส่วนนี้
อินเทอร์เน็ต
ส่วนที่ทำอีกเรื่องหนึ่ง ได้ทำไปแล้ว ก็คือเรื่องอินเทอร์เน็ต ไปถึงตำบล อินเทอร์เน็ตตอนนี้ไปถึงทุกตำบลเรียบร้อยแล้ว สินค้า OTOP ขึ้นอินเทอร์เน็ตแล้ว แล้วบางรายการสามารถทำเป็น e-Commerce ได้ด้วย ตอนนี้ปีใหม่ท่านอยากจะซื้อของขวัญปีใหม่ให้ใคร อุดหนุนชาวบ้าน ชาวบ้านจะได้มีรายได้ ชาวบ้านจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ดีกว่าไปซื้อของเมืองนอก แพง เสียเงินตราต่างประเทศ เนี่ย เข้าไป ThaiTambon.com ไปปุ๊บ มีสินค้า 3 ดาว 5 ดาวกว่า 5 พันชนิดให้เลือก ที่คัดแล้ว สั่งซื้อได้ ชาวต่างประเทศก็สามารถใช้ได้ มันมีภาษาญี่ปุ่นก็มี ภาษาอังกฤษ มีตั้ง 5-6 ภาษา เพราะเรามีฟอนต์หลายภาษา นี่เสร็จแล้ว
ตอนนี้โรงเรียนเข้าไปแล้ว Schoolnet เอย ตอนนี้อินเทอร์เน็ตเข้าโรงเรียน เข้าไปแล้ว แล้วที่กระทรวงไอซีทีทำก็คือการซื้อคอมพิวเตอร์ราคาถูก แล้วให้ประชาชนมาซื้อผ่อนบ้างสดบ้าง ข้าราชการซื้อสดบ้างผ่อนบ้าง เพราะเราต้องการ Penetration เพราะมันเป็นตัววัดถึงศักยภาพการแข่งขัน Penetration เราจะเพิ่ม เพราะฉะนั้นปีหน้า ปี 47 ทั้งปี Penetration เราจะเพิ่มอย่างน้อยเท่าตัวของวันนี้ เพราะฉะนั้นเราจะผลักดันทุกอย่าง
Network Pricing
ที่นี้พอผลักดันทุกอย่างแล้ว ระบบเน็ตเวิร์คกับระบบการใช้งานจะเป็นยังไง แน่นอนครับ กระทรวงไอซีทีก็พยายามที่จะเปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วว่าเค้าคิดกันย ังไง 2Mbs เนี่ยคิดกันเท่าไหร่ 20,000 ในประเทศเรา ทำไมเกาหลี 600 มาเลพันเดียว ของเราทำด้วยทองหรือไง ก็ต้องมาทุบกันใหม่ คือทุกวันนี้เนี่ยพวก Tiger Sleep Eat ไม่มีแล้ว
ท่านรู้มั้ยว่า Magic Pricing นี่น่าสนใจมาก คนที่อยู่ในวงการนี้จะรู้ดี คนที่อยู่ในแวดวงไอซีทีทำใจไว้เลยนะครับ Margin จะบางลง โวลุ่มการขายจะใหญ่ขึ้น เมื่อคูณกลับมาแล้ว ตัว Ablolute Number ที่ได้จาก Profit จะมากกว่าเดิม เพราะ Magic ของ Pricing คือสมมุติ 3 เหลี่ยมปิรามิด ถ้าราคาอยู่ตรงนี้ พื้นที่ที่จะ Afford ได้มีแค่นี้ ถ้าราคาหล่นลงมาข้างล่าง พื้นที่ใหญ่ขึ้นเยอะเลย เพราะฐานมันกว้าง หล่นลงมาอีก เพิ่มขึ้นอีก
Cellular สมัยที่ผมทำธุรกิจ เดือนไหนที่ขายได้เดือนละ 5 พันตัวนี่ เราภูมิใจน่าดูเลย เพราะตอนนั้นมันราคา 58,000 บาท แต่พอราคาลดลงมาอยู่ระดับ 2 หมื่นกว่านี่มันขายหมื่นตัว พอราคามันหล่นมาเหลือประมาณหมื่น มันขายทีละแสนตัว ต่อเดือนนะ เวลานี้มันหล่นลงมาต่ำหมื่น เดือนนี้ขายไม่ดี 3 แสนกว่าตัว เดือนนี้โปรโมทบ้าเลือดขายได้ล้านตัว เดือนนี้กำลังพอดีพอดี 5 แสน เพราะราคา ทำให้ความสามารถในการซื้อมันเยอะขึ้น
ท่านทำใจไว้เลยนะ องค์การโทรศัพท์ องค์การสื่อสารทั้งหลาย ถ้าราคามันถูกลงเนี่ย ก็แสดงว่าคนจะใช้มากขึ้น พอคนใช้มากขึ้น ในที่สุดท่านจะมีรายได้มากขึ้นแน่นอน บางทีเราขี้เหนียว ยุคนี้ต้องเสียเพื่อได้ เสียแล้วมันได้แน่นอน เพราะดูเหมือนว่าจะเสียหาย แต่ความจริงแล้วได้เยอะ ได้เยอะกว่า แล้วนับวันประชาชนคนไทยจะมีกำลังซื้อสูงขึ้น
แล้ว 6 ปีเนี่ย ความยากจนรับรองไม่มีไม่เหลือในประเทศไทย ไอ้พวกวิจารณ์มันก็วิจารณ์จัง ผมจะทำอะไรมั่ง ยังไม่รู้เลย พอผมบอกจะทำหนึ่ง โอ้ยไม่พอหรอก ทำไมไม่ทำสอง, สาม, สี่ ก็รู้ได้ไงว่าผมไม่ทำ ออกมาวิจารณ์กันเรื่อย แต่ว่าเรามีในใจหมดแล้วว่าจะทำอะไรมั่ง เพราะฉะนั้นเชื่อว่า 6 ปีไม่ยาก เดี๋ยวจะบอกว่าวิธีไม่ยากเนี่ย เพราะไอซีที
Magic ICT
ไอซีทีนี่มัน Magic มาก ถ้าหากว่าเราใช้เป็น ต้องคิดว่าเรื่องไอซีทีนี้เป็นเรื่อง Investment นะ ถ้าเมื่อไหร่ใครมองว่าไอซีทีไม่เป็น Investment เป็น Cost เป็น Burden คนนั้นเตรียมตัวเจ๊งได้เลย ต้องถือว่าเป็น Investment ที่เราจะต้องทำ ประเทศไทยต้อง Invest เรื่องนี้ แล้วผมพร้อมจะ Invest เรื่องนี้
ผมเป็นคนใจถึงเรื่อง Investment แต่ผมใจไม่ถึงเรื่อง Gamble ผมพร้อม Invest ถ้า Invest แล้ว คำนวณ Risk แล้ว ผมเห็นว่าคุ้ม ผมโดดใส่เลย ผมไม่กลัว Investment จะ Invest สักแสนล้านสองแสนล้านก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะ Investment มันมี Return ถ้าเป็น Cost ต้องคิดมาก Cost ต้องขี้เหนียว ขี้เหนียวเข้าไว้ แต่ถ้าเป็น Investment แล้ว Return มันคุ้ม เท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร
สมมุติว่า Investment แล้ว Return 20% Invest แสนได้ 2 หมื่น Invest 2 แสนได้ 4 หมื่น Invest 5 แสนได้ 1 แสน Investment นี่ไม่ต้องไปกลัว ถ้าอะไรที่เป็น Investment แล้วมี Return ไม่ต้องไปกลัว ถ้าเมื่อไหร่ใครกลัวเรื่องนี้แล้วลำบาก
ผมจะผลักดัน ผมจะหาวิถีทางทุกวิถีทาง เพื่อจะ Force ให้คนไทยเปลี่ยน Culture นักธุรกิจไทยเปลี่ยน Culture นักวิชาการไทยเปลี่ยน Culture ว่าต้องหันกลับมานิยมใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้มาก เพราะว่านี่เหมือนกับเป็น BacKBone ของความรู้ใหม่ๆ ถ้าท่านไม่รู้ไอซีที ท่านไม่ใช้ไอซีที ท่านไม่สามารถจะไปสู่เรื่องใหม่ๆอื่นๆได้เลย วันนี้ต้องชอบมัน ต้องกล้าลงทุนกับมัน แล้วรัฐบาลนี้จะทุ่มตรงนี้อย่างแน่นอน อย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นปีหน้า คนที่อยู่ในวงการนี้มี Growth แน่นอน ในทุกๆด้าน แล้ว Affordability หรือความสามารถในการใช้จ่ายในการจะซื้อของคนไทยก็จะมากขึ้นอีก มันสองทาง
ทีนี้เราก็มาดูว่าเรื่องเน็ตเวิร์ค ที่จะต้องส่งเสริมกัน แน่นอน วันนี้ รมว.สุรพงษ์กำลังเจรจากับองค์การโทรศัพท์ การสื่อสาร แล้วเอามาตรฐานประเทศที่พัฒนาแล้ว เอามาดู แล้วแน่นอนหลังจากที่องค์กรโทรศัพท์และการสื่อสารพร้อมแล้ว และ กทช. กสช. พร้อมแล้ว ท่านเตรียมรับการแข่งขันได้ แล้วทุกคน ใครอยากจะโดดลงมาเล่น เตรียมตัวได้
Broadband
เรื่องเน็ตเวิร์ค ตอนนี้เค้าพูดกันเรื่อง Broadband สปีดต่างๆจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปข้างหน้า ราคาก็จะไม่เป็นปํญหา ผมเชื่อว่าราคาจะ Afford ได้ แล้วเรื่อง Lastmile Highspeed ก็จะเกิด ต้องบังคับว่าปีหน้า Lastmile Highspeed จะต้องไปให้มากที่สุด ทั่วถึงที่สุด ถ้าไม่เช่นนั้นจะทำให้เราเสียเปรียบ เพราะว่าการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงแหล่งความรู้ต่างๆ หรือเราจะเอาอินเทอร์เน็ตของเราเอาเว็บของเราไปขายคนอื่นนี่ เราจะไม่มีวีดีโอคลิป เพราะเรา Need
ปีหน้าสิ้นปีหน้า Lastmile Highspeed ต้องพยายามผลักดันกันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยที่เทคโนโลยีใหม่ๆก็เกิดขึ้นแล้ว สามารถที่จะซื้อได้ในยูนิตที่ถูก เพราะเราจะใช้วิธีการที่จะให้กระทรวงไอซีทีเนี่ย เข้าไปต่อรองเป็น Bulk เมื่อต่อรองเป็น Bulk ราคามันจะถูกลงมา เพราะว่าบางทีแต่ละบริษัทเจรจาต่อรอง Bulk มันใหญ่ไม่พอ ราคาแพง อย่างตัวนึงเป็นหมื่นบาทเนี่ย ถ้าเราต่อเป็น Bulk มันจะเหลือพันเดียว ถ้าพันเดียวเรา Afford ได้
Software
เรื่องซอฟต์แวร์ วันนี้เราอยากจะส่งเสริมมากๆ แต่พื้นฐานความรู้ผมทางนี้ไม่มาก น้อยมาก ก็ผมพยายามจะบอกให้คนที่รู้รู้กัน มาช่วยกัน มาช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทย เราจะใช้จังหวัดภูเก็ต เหตุผลเพราะว่าเศรษฐีรุ่นใหม่ทั้งหลายชอบอยู่สบายๆ ก็ภูเก็ตก็เหมาะ เชียงใหม่ก็เหมาะ แต่เชียงใหม่มีแถมด้วย มีมหาวิทยาลัย มีนักศึกษา ซึ่งจะเป็นทรัพยากรบุคคลป้อนอุตสาหกรรมได้ ขอนแก่น ก็มีทรัพยากรบุคคลที่ป้อนได้ ก็ 3 จังหวัดนี้จะถูกใช้เป็นไอทีซิตี้ เพื่อที่จะสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ คือรัฐบาลจะลงทุนจะเสริม Infrastructure อย่างเต็มที่ให้
อีกเรื่องที่เราอยากจะส่งเสริมด้านซอฟต์แวร์ก็คือว่า อยากจะช่วยพวก SME SME บางทีก็ไม่กล้าลงทุน ความจริงแล้วมันไก่กับไข่ ถ้าลงทุนทางด้านไอทีเนี่ย ก็จะทำให้ตัวเองมีประสิทธิภาพดีขึ้น บริหารดีขึ้น แต่ว่าบางทีก็บอกว่าแพงไป ก็ไม่กล้าลงทุน พอไม่กล้าลงทุน ก็เลยไม่กล้าโต มันชักเย่อกันอยู่
เราจะพยายามส่งเสริมคอนเซ็ปต์ที่เป็นลักษณะของ Freeware Web Based หรือ Rentware Web Based คือทำซอฟต์แวร์ขึ้นมา บางอย่างให้ฟรี ดาวน์โหลดไปใช้เลย บางอย่างก็เช่าใช้ ก็จะสร้างระบบนี้ขึ้นมา เพื่อจะให้คนตัวเล็กๆ มีโอกาสใช้ซอฟต์แวร์ชั้นดี อันนี้ก็จะส่งเสริมในปีหน้าเกิดเหมือนกัน
Animation
อีกอันนึงที่น่าจะไปได้ดี ก็คือเรื่องของแอนิเมชั่น เพราะว่าคนไทยเรานี่ โดยสายเลือดมันมี Artistic Skill อยู่ มีความชำนาญทางละเมียด ดูอย่าง OTOP เห็นมะ ออกมา 2 ปี โอ้โห บูมมาก แล้วสวยๆทั้งนั้น ยิ่งถ้าได้คนไปช่วยดีไซน์ก็จะยิ่งสวย นี่มีคนให้ อะไร เป็น 3D roll desktop ซอฟต์แวร์ตัวนี้เค้าเอามาให้ฟรี คือเป็นซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบ ซึ่งก็จะให้ราชภัฏฯ เอาไปร่วมกับชาวบ้าน สามารถออกแบบ OTOP ใส่สี เลือกสี ทดลองโดยคอมพิวเตอร์ เอาไป Simulate ดูก่อน แล้วค่อยไปทำ ก็จะยิ่งสวยขึ้นไปอีก
สิ่งที่เราอยากจะส่งเสริมคือ แอนิเมชั่น ซึ่งผมก็บอกให้อุตสาหกรรมทั้งหลายไปช่วยคิด จะให้ช่วยส่งเสริมอะไรมั่ง ระบบภาษี ระบบโครงสร้างพื้นฐาน อะไรต่ออะไร ที่เกี่ยวข้อง ที่จะทำให้วงการแอนิเมชั่นของเราแข็งแรง เอาเลย เพราะเรามี Skill เรื่องนี้ แล้วเรามีคนพอเพียงที่จะทำเรื่องนี้ได้ อีกหน่อยก็ผลิตหนังการ์ตูนจากประเทศไทย แม้กระทั่งมาทำพวก Host Production ทั้งหลายเนี่ย มาทำที่เราได้ เราก็จะสามารถส่งเสริมในส่วนนี้ได้อีก
Smart Card
เรื่องที่จะทำอีกเรื่องนึงคือ Smart Card เราจะเป็นประเทศต้นๆ ที่จะเปลี่ยนระบบ ID Card บัตรประจำตัวประชาชน เป็น Smart Card เริ่มเดือนเมษายนนี้ ทันมั้ย ทันนะ คือความจริงเร่งมานานแล้ว แต่ยังไงเมษายนนี้คงจะได้สัก 10 ล้านใบ แล้ว 10 ล้านใบนี่จะไปที่ไหนมั่ง ก็เริ่มต้นที่พวกที่มาจดทะเบียนคนจนทั้งหลาย กับนักศึกษา เพราะเราจะมีโครงการ
Smart Card หลักมันก็คือว่า เราจะใช้ดรรชนี 13 หลักของประชาชน ทุกคนที่เกิดมาก็จะได้เลข 13 หลักเป็นเลขประจำตัว ฉะนั้นบัตรประชาชนต่อไปนี้ จะมีบัตรฯตามกฎหมายกับบัตรฯที่เป็นบัตรประชาชนทั่วไป แต่เป็นบัตรประชาชนเหมือนกัน แต่บางคนถูกบังคับว่าต้องมีตามกฎหมาย แต่บางคนไม่ต้องมีตามกฎหมายแต่ว่าควรจะมี เพราะจะได้ใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเด็กเกิดมาใช้ 30 บาทก็ใช้บัตรนี้
บัตรนี้จะใช้เลข 13 หลักเป็นเกณฑ์ เพราะฉะนั้นระบบ e-Government ต่างๆเนี่ย ที่ข้อมูลของแต่ละแห่งเนี่ย จะนำด้วยเลข 13 หลักแล้วต่อด้วยเลขของหน่วยงานนั้นๆ เช่น ที่ดิน ท่านมีโฉนดที่ดินก็จะเริ่มต้นด้วยเลข 13 หลัก เพื่อที่จะลิงค์ดาต้าเบสได้ทั้งหมด ท่านไปเรื่อง 30 บาทก็เริ่มด้วย 13 หลัก ท่านไปธนาคารก็เริ่ม 13 หลัก เสียภาษีก็เริ่ม 13 หลัก เพราะฉะนั้น 13 หลักจะเป็น Duct เป็นตัวนำหมด เพราะฉะนั้นบัตรนี้ก็จะสามารถใช้ร่วมกันหลายหน่วยงานได้ ก็มี Finger Print ด้วย ก็จะทำให้บัตรนี้มีประโยชน์มากมาย
เชื่อมระบบ
ยกตัวอย่างเช่น การศึกษา ซึ่งผมจะให้ทุน คืองี้ ระบบการศึกษาเราจะเปลี่ยนใหม่ เงินกู้ยืมการศึกษา สมัยก่อนเราใช้เป็นกองทุน รัฐจ่ายเงินเข้าไป ทีนี้เราจะต้องปฏิรูปการศึกษา ปรับปรุงคุณภาพการศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยด้วย และการให้ไฟแนนซ์กับเด็กด้วย แทนที่เด็กจะไปกู้ยืม แล้วจบแล้วให้ชำระ ผมเอาใหม่ ผมใช้ระบบที่เรียกว่า เป็นระบบที่เอาไปผูกเข้ากับรายได้ บัตร 13 หลักนี้ถูกใช้ทันที
ก็คือว่า สมมุติว่านักศึกษาต้องการเรียนหนังสือโดยที่ไม่ออกตังค์เอง จะใช้เงินกู้ เราจะแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน เราใช้ว่าสมมุติว่า จุฬาฯ ผลิตนักศึกษารัฐศาสตร์สมมุติว่าใช้ 50,000 บาท แต่ธรรมศาสตร์ 40,000 บาท เกษตรฯ 45,000 บาท แต่เราเฉลี่ยออกมาแล้วสมมุติว่า 45,000 บาท รัฐบาลก็จะกำหนดว่า 45,000 บาทคือค่าใช้จ่าย รัฐบาลจะ Subsidize เท่าไหร่ ถ้า Subsidize 20,000 บาท แสดงว่านักศึกษาต้องจ่าย 25,000 บาท
ส่วนนี้นักศึกษาก็ใช้วิธีการกู้ แต่กู้โดยที่ไม่ต้องชำระ 25,000 บาทนี่เราเอาเงินจากกองทุนมาจ่ายให้มหาวิทยาลัยผ่านการ์ดใบนี้แหละ การ์ดใบนี้ก็จะเป็น e-Purse ในตัว พอเรารู้ว่านักศึกษาคนนี้จะกู้ เราก็จะโอนเงินผ่านระบบคอมพิวเตอร์เข้าไปที่การ์ดใบนี้ การ์ดใบนี้ก็สามารถที่จะไปจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนได้
แล้วเราทำไงต่อ เราก็ลงบัญชีไว้ แล้วกำหนดว่า ถ้านักศึกษาคนนี้เรียนจบแล้ว มีงานทำ แล้วมีเงินเดือนถึงเกณฑ์เมื่อไหร่ เราจะเริ่มเก็บให้ผ่านชำระ สมมุติว่าเราตั้งว่า ถ้ามีเงินเดือน 8,000 บาท ขอ 500 บาท เพราะฉะนั้นถ้า 8,000 บาทเมื่อไหร่ ก็นักศึกษาคนนี้ต้องเสียภาษี มันก็จะไป Alarm ที่กรมสรรพากร เพราะเลข 13 หลักชนกัน พอชนกันปุ๊บ เรารู้แล้วว่านักศึกษาคนนี้ถึง 8,000 บาทก็เก็บเดือนละ 500 บาท สมมุตินะ พอถึง 10,000 บาทก็พันนึง ในที่สุดก็ใช้หนี้หมด
แต่ถ้านักศึกษาคนใดเกิดเสียชีวิตขึ้นมา หรือเกิดไม่มีงานทำเลย อันนี้รัฐบาลรับให้ ไม่ต้องมาใช้หนี้ ถือว่าโชคไม่ดี หรือไม่มีงานทำแสดงว่า ระบบการศึกษาของรัฐแย่มาก รัฐพัฒนาเศรษฐกิจไม่มี จนทำให้คนจบแล้วไม่มีงานทำ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าให้เค้าเรียนฟรีไป
ก็ทุกคนเหมือนกับเรียนฟรี เพียงแต่บอกกับเค้าว่า วันหน้าถ้ามีรายได้ดีแล้วนะ ช่วยมาให้ทุนการศึกษารุ่นน้องๆก็แล้วกันนะ น้องๆจะได้เรียน คือหมายความว่า ให้พี่จบซะก่อน แล้วจบแล้วมีรายได้ก็มาเลี้ยงน้อง คอนเซ็ปต์ก็คือตรงนี้ ก็จะทำให้ทุกคนไม่มี Burden แล้วไม่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
วันนี้ปรากฏว่าคนที่กู้มา หลบเจ้าหนี้กันอุตลุด ทางกองทุนก็ไล่ตามกันอุตลุด เพราะว่าไม่มีตังค์จ่าย แต่ด้วยบัตรเลข 13 หลักเนี่ยมันช่วยได้ ใช้ประโยชน์ได้ เอาไปเชื่อมสรรพากร เอาไปเชื่อมมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้น Smart Card นี่จะถูกใช้เยอะเลย ในที่สุดถ้าเอกชนอยากจะมาร่วมใช้ด้วย ก็มาเสียค่าบริการ
อาทิเช่น ใครจะใช้จ่ายค่าทางด่วน จะทำ e-Purse ก็มาขอใช้บริการจากภาครัฐได้ ทางฝ่ายรัฐก็จะขายบริการตรงนี้ได้อีก ก็จะได้เงินกลับมาสร้างบัตรรุ่นใหม่ คนเกิดใหม่ก็จะมีบัตรใหม่ ก็จะมีเงินมาใช้จ่าย แต่เราไม่หวังตรงนั้น เพียงแต่ว่าอนุญาต เพราะว่าเราใช้ 2KB มันมีสเปซเหลือพอ อ้า 64KB โทษ 64KB
สรุปไอที
ปีหน้าทั้งปี รัฐบาลจะสนับสนุน การใช้อินเทอร์เน็ตในทุกๆภาค รัฐบาลใช้ทั้ง Front Office, Back Office และใช้เซอร์วิส ลงไปถึงระดับจังหวัด, ส่งเสริมการใช้ซอฟท์แวร์, ส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนิเมชั่น, ส่งเสริมให้เกิดการใช้อินเทอร์เน็ตในราคาถูกลง แล้วจะควบคุมอินเทอร์เน็ตที่ไม่สร้างสรรค์
อันนี้ขอเตือนย้ำอีกครั้งว่า อันไหนคนไหนที่ทำลายเยาวชน ทำร้ายเยาวชน เจ็บตัวแน่ เพราะรัฐบาลนี้ต้องปกป้องเด็กเยาวชน ประเภทไปทำ ไปมอมเมา ไปอะไรพวกนี้ จะโดนหลายมาตรการ เพราะฉะนั้นการมอมเมาเยาวชนวันนี้ ต้องขอให้คนที่อยู่ในวงไอซีทีที่มีความรู้สูง ต้องจิตใจสูงด้วย ถ้าความรู้สูงจิตใจต่ำไม่ดี ไปขายเซ็กซ์เกม ขายอะไรพวกนี้ สงสัยจะเหนื่อยหน่อย เพราะต่อไปนี้เราเอาจริงละ ที่หาเงินมาได้ทั้งหมดอาจจะหมดตัวได้ ถ้าหาเงินโดยมิชอบ อันนี้ต้องขอว่า เทคโนโลยีสูง จิตใจต้องสูงด้วย
อยากจะฝากคนในแวดวงนี้ว่า ขอให้ช่วยกันคนละไม้ละมือ ผลักดันปีหน้าให้เป็นปีแห่งไอซีที เป็นปีที่ไอซีทีจะถูกนำไปกระจาย ใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดความเข้มแข็งของสังคมไทยในทุกภาคส่วน
แล้วผมจะส่งเสริมที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือ ส่งเสริมการผลิตคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยให้เต็มที่ แต่ต้องยอมรับว่าเราช้าไปนิดนึงสำหรับตรงนี้ ซอฟต์แวร์จะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมง่ายกว่า
เทเลคอม
ส่วนเรื่องของเทเลคอม ผมคิดว่าเราแข็งแรงไม่แพ้ใครในโลกนี้ ในช่วงที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ ท่านจำได้มั้ยครับว่า เทเลคอมในประเทศใหญ่ๆเอียงหมด แต่ว่าของเรายังแข็งแรงดีอยู่ ทั้งๆที่เราไม่ได้เก็บค่าบริการสูงกว่าประเทศอื่นเลย และทั้งๆที่ภาคเทเลคอมต้องจ่ายค่าตอบแทนให้รัฐสูงกว่าทุกประเทศทั่วโลก แต่ว่ายังเข้มแข็ง
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าภาคเทเลคอมของเรานั้นยังเข้มแข็ง เพียงแต่ว่า ต่อไปข้างหน้านั้น การจัดระดับการแข่งขันที่เท่าเทียมกันนั้นเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งอาจจะต้องมาจัดระเบียบกันใหม่ เท่าที่จะทำได้ เพราะบางเรื่องที่ต้องรอ กทช. ก็ต้องรอก่อน แต่ผมมั่นใจว่า หลังจากมี กทช.แล้วเนี่ย สิ่งที่เรารอกันมานาน ที่จะต้อง Jump ก้าวกระโดด เทคโนโลยีใหม่ที่ถูก Hold Up เพราะเรื่องของไลเซนส์ เรื่องอะไรต่ออะไรนั้น จะก้าวกระโดด
3G
เรื่อง 3G ก็คิดว่า ของเรา ไอ้ความพ


Reply With Quote
