Results 1 to 4 of 4

Thread: ไม่มีเจ้าของ

  1. #1
    Jedi Global Moderator
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    Bangkok
    Posts
    136


    คณะนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้เดินทางเพื่อทัศนศึกษาไปที่วัดป่านานาชาติ จังหวัดอุบลราชธานี หลังจากได้รังฟังเทศนาจบแล้ว ต่างก็ได้รับแจกเสื้อคอกลมคนละหนึ่งตัวจากทางวัด ด้านหลังของเสื้อมีข้อความว่า "ไม่มีเจ้าของ" และมีคำภาษาอังกฤษด้วยว่า "No Owner" นักศึกษาต่างพากันสงสัยว่าข้อคามนี้มีความหมายที่แท้จริงว่าอย่างไร หลังจากที่เยี่ยมวัดป่านานาชาติแล้ว ได้เดินทางต่อไปยังวัดหนองป่าพง วัดที่หลวงปู่ชาเคยพำนักอยู่ คณะนักศึกษาแล่มนี้ต่างยังคงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องเสื้อที่มีข้อความ "ไม่มีเจ้าของ" กันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

    สามเณรรูปหนึ่งเดินผ่านมาได้ยินข้อถกเถียงกัน ก็เลยร่วมวงสนทนาด้วยและได้เล่าเรื่องราวของตัวท่านเองว่า

    ก่อนผมมาบวช ผมอยู่ กับโยมพ่อโยมแม่ บ้านอยู่ริมน้ำ โยมพ่อมีเรืออยู่ลำหนึ่ง ท่านต้องเช็ดถูล้างเรือและต้องชโลมน้ำมันเรืออยู่บ่อย ๆ โยมพ่อต้องดูแลรักษา รวมทั้งท่านต้องแจวเรือพาผมและพี่ ๆ น้อง ๆ รวมทั้งพวกเพื่อน ๆ ของพ่อไปเที่ยวหรือไปธุระ ทุกคนได้แต่นั่งสบาย แต่เวลาทำความสะอาดก็ไม่เห็นมีใครช่วย จนผมอดขัดเคืองใจไม่ได้เลยถามโยมพ่อว่า

    "ทำไมพ่อต้องมาเหนื่อยยากลำบากเกี่ยวกับเรืออยู่คนเดียว"
    "ก็พ่อเป็นเจ้าของเรือนี่ลูก" พ่อตอบ
    ผมย้อนพ่อว่า "ใครเป็นเจ้าของอะไรก็ต้องเหนื่อยเกือบตาย ใครไม่ได้เป็นเจ้าของก็สบาย พ่อว่ามันยุติธรรมหรือ"
    "ธรรมเนียมมันเป็นอย่างนั้นนี่ลูก ใครเป็นเจ้าของอะไรก็ต้อนทนเหนื่อย ทนหนักเป็นธรรมดา" พ่อตอบ
    "แล้วพ่อจะยังเป็นเจ้าของเรืออยู่ทำไม มีแต่ลำบาก" ผมย้อน
    "ก็พ่ออยากเป็นเจ้าของเรือสักลำนี่ลูก"
    แล้วเณรน้อยแห่งวัดหนองป่าพง ก็เฉลยปัญหาที่เหล้านักศึกษากำลังกังขาเกี่ยวกับความหมาย "ไม่มีเจ้าของ" ว่า

    "ถ้าใครเป็นเจ้าของสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเรือ เจ้าของลูก เจ้าของภรรยาหรือสามี เขาจะต้องยอมรับความลำบาก ส่วนใครไม่เป็นเจ้าของอะไรก็จะสบาย ผมห็นโทษของการเป็นเจ้าของ ผมจึงได้มาบวชอย่างที่เห็นอยู่นี้"

    แหล่งที่มา http://www.larndham.net โดยคุณ blue_moon

  2. #2
    Administrator asylu3's Avatar
    Join Date
    Jun 2000
    Location
    Thailand
    Posts
    3,557


    เป็นบทความที่ดีมากครับ
    ทุกวันนี้คนเราพยายามไล่ล่า ทั้งความสุขสบายและเงินทอง
    แต่ดูหมื่นว่าเรายิ่งวิ่งยิ่งหามันก็ยิ่งวิ่งห่างไกลออกไปจากตัวเราทุกที
    ตั้งแต่เกิดมา ก็อยากได้นู้นนี้ แต่พอได้มาก็ยังไม่หยุดอยาก หาสิ่งที่ต้องการ
    มากขึ้น แพงขึ้นเรื่อยๆ ไปตามวัย เช่นทำงานแ้ล้วก็อยากมีบ้าน หรือมีรถขับ

    แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องแบกรับความเครียสที่ต้องผ่อนรถผ่อนบ้าน
    แล้วก็ค่าอื่นๆที่ต้องหามาบำรุงรักษามัน

    อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้บอกว่าให้ทุกคนทิ้งบ้านทิ้งรถหนีไปบวชนะครับ
    ใจความสำคัญคือ เราต้่องรู้จักคำว่า พอเพียงและรู้เท่าทันความอยากของจิตใจตนเอง
    ความอยากอะไรที่จะพาเรา เหนื่อยมากกว่าสบายใจก็ให้ คิดให้ดีมีสติ
    ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ตรงกับคำสอนของในหลวงของเราว่า "พอเพียง" นั้นเอง


  3. #3
    Senior Member
    Join Date
    Jul 2007
    Location
    Nonthaburi
    Posts
    201


    ตอนนี้ชีวิตก็กำลังตกอยู่ในวังวนสิ่งเหล่านี้ล่ะครับ ทำไงได้ก็ต้องผจญและรับมือกับสิ่วเหล่านี้อย่างมีสติ
    มิตรภาพคงมีได้ยาก หากคุณคิดดูแคลนผู้อื่น
    ..ไม่ใช่เทพ แต่ก็ไม่ได้โง่ ไม่ได้โชว์ ก็ใช่ว่าไม่รู้..
    " ชีวิตมันก็แค่เนี้ย "

  4. #4
    Jedi Global Moderator
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    Bangkok
    Posts
    136


    บทความนี้ เข้าได้กับหลักที่ท่านพุทธทาส เรื่องความว่าง หรือหนังสือที่ชื่อว่า "การทำงานด้วยความว่าง" ครับ ใครสนใจก็ลองหามาอ่านดูนะครับ

Members who have read this thread : 0

Actions : (View-Readers)

There are no names to display.

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •