เทกระจาดอนุมัติรวดเดียว2.4พันล้าน ทีโอทีอัพเกรดโครงข่ายมุ่งบรอดแบนด์
บอร์ด "ทีโอที" เทกระจาดงานจัดซื้อจัดจ้างรวบยอดทีเดียวกว่า 2,400 ล้านบาท โฟกัสเต็มสูบอัพเกรดศักยภาพบริการ "บรอดแบนด์" หวังยกสถานะขึ้นแท่นผู้ให้บริการรายใหญ่ เฉพาะเช่าวงจรต่างประเทศเพิ่มแบนด์วิดท์โปรเจ็กต์เดียว 2.2 พันล้านบาท ที่เหลือกระจิ๊บกระจ้อย "30-100 ล้านบาท" ตั้งแต่สานต่องานค้างปี "ไฟเบอร์ทูโฮม" ที่ภูเก็ต เพื่อก้าวเป็นผู้ให้บริการบรอดแบนด์รายใหญ่ ทั้งเสนอ "คลัง" เพิ่มค่าตอบแทนรักษาการเอ็มดีเป็น 3.5 แสนบาท
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการและโฆษกคณะกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2550 ที่ผ่านมา มีการอนุมัติโครงการจัดซื้ออุปกรณ์และโครงข่าย รวมถึงการเช่าวงจรเพิ่มเติม มูลค่ารวมทุกโครงการกว่า 2,400 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการบริการของทีโอทีในการเป็นผู้ให้บริการบรอดแบนด์รายใหญ่
ได้แก่ อนุมัติเชื่อมต่อวงจรเช่าอินเทอร์เน็ตระหว่างไทย-ฮ่องกง มูลค่า 7.2 แสนดอลลาร์สหรัฐ (2.2 พันล้านบาท) เพิ่มแบนด์วิดท์สำหรับให้บริการ และลดค่าใช้จ่ายจากการเช่าวงจรของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่มีราคาสูงกว่าทีโอทีลงทุนเองถึง 30-40%
อย่างไรก็ตาม ได้มีการเจรจาต่อรองกับ กสทฯเพื่อขอให้ลดค่าเช่าลงอย่างเหมาะสมด้วย ถ้าได้ราคาที่พอใจก็จะยังคงเช่าวงจรของ กสทฯต่อไปอีกบางส่วน เพื่อใช้เป็นวงจรสำรอง แต่ถ้าไม่ลดราคาให้ก็จะลงทุนเช่าวงจรจากต่างประเทศเองทั้งหมด
นอกจากนี้ บอร์ดทีโอทียังให้ฝ่ายบริหารของบริษัทไปศึกษาความจำเป็นในการลงทุนวางเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศด้วยว่าเป็นอย่างไร หากจำเป็นต้องรีบทำ เพราะปัจจุบันเหลือพอร์ตเดียวเท่านั้นที่เชื่อมต่อเคเบิลใต้น้ำมายังประเทศไทยได้ หากช้าอาจมีผู้ให้บริการรายอื่นใช้พอร์ตนี้ตัดหน้าไปก่อน
ขณะเดียวกันก็ให้ศึกษาการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้ทีโอทีสามารถแข่งขันได้ เพราะโครงสร้างองค์กรปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรและธุรกิจได้ รวมถึงศึกษาเรื่องการหาผู้ร่วมทุนในอนาคตด้วย
พ.อ.นทีกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมบอร์ดยังอนุมัติจ้างเหมาบริษัทจัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ วางโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง 60 คอร์ เส้นทาง นวนคร, นครสวรรค์ เอสดีเอช เรดิโอ มูลค่า 72 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาอินเทอร์เน็ตล่มในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
รวมถึงจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยามไฟเบอร์ จำกัด ติดตั้งอุปกรณ์โครงการ "ไฟเบอร์ ทู เดอะ โฮม" ในจังหวัดภูเก็ต มูลค่า 136 ล้านบาท
โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการนำร่องที่ศึกษามากว่า 2 ปีแล้ว แต่เพิ่งเริ่มลงทุน โดยให้บริการบรอดแบนด์กับลูกค้าไฮเอนด์กว่า 4,000 ครัวเรือน และมีช่องทางเหลือที่จะให้บริการเนื้อหาผ่านบรอดแบนด์อย่าง "ไอพีทีวี" ได้ด้วย
ขณะนี้กำลังเจรจากับผู้ให้บริการเคเบิลท้องถิ่นในภูเก็ต เพื่อนำมาให้บริการบนโครงข่ายทีโอที โดยติดตั้งและให้บริการคู่กันไป คาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า และคืนทุนใน 4 ปี
ไม่ใช่แค่นั้น ยังอนุมัติการจัดหาอุปกรณ์และโครงข่ายในโครงการ "จีไอเอ็น" (กัฟเวิร์นเมนต์ อินเทลลิเจนต์ เน็ตเวิร์ก) เฟส 2 มูลค่า 90 ล้านบาท เป็นค่าอุปกรณ์ 55 ล้านบาท ค่าข่ายสาย 35 ล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายของส่วนราชการทั้ง 5 ภูมิภาคเข้ากับเครือข่ายกลางของทีโอที ให้บริการอีกัฟเวิร์นเมนต์ทั่วประเทศตามแผนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่มอบหมายให้ทีโอทีและ กสทฯดำเนินการร่วมกัน
และอนุมัติจัดซื้อพิเศษอุปกรณ์เอดีเอสแอล มินิ ดีสแลม มูลค่า 30 ล้านบาท เพื่อติดตั้งและให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เพิ่มเติมอีก 8,000 พอร์ต ในโครงการบ้านเอื้ออาทร สาเหตุที่ต้องจัดซื้อวิธีพิเศษ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีผู้เข้าอยู่อาศัยแล้ว และกำลังเดือดร้อนไม่มีอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ใช้งาน
อีกทั้งตามบันทึกความตกลงร่วมกันระหว่างการเคหะแห่งชาติกับทีโอที กำหนดให้ทีโอทีเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมเพียงรายเดียว ส่วนโครงการที่ยังไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัย ทีโอทีจะใช้งบฯที่เหลืออีก 33 ล้านบาท จัดซื้ออุปกรณ์ด้วยวิธีประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
พ.อ.นทีกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า บอร์ดยังมีมติลดค่าปรับในโครงการเอสดีเอช (การวางระบบสื่อสารความเร็วสูง) ให้กับบริษัทอัลคาเทล ลูเซ่น โดยเหลือที่ต้องจ่ายทีโอที 12.3 ล้านบาท พร้อมมีมติ ให้ยกเลิกการประมูลด้วยวิธีพิเศษในโครงการจ้างเหมาติดตั้งอุปกรณ์ระบบชุมสายและโครงข่ายรองรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง วงเงิน 976 ล้านบาท แล้วเรียกผู้เข้าประมูลทั้งหมดยื่นซองเทคนิคและซองราคาใหม่
เนื่องจากมีผู้ผ่านเงื่อนไขทางเทคนิคเพียง 2 ราย ได้แก่ บริษัทฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น และบริษัทซีเมนส์ ทำให้อาจฮั้วราคากันได้ จึงให้เริ่มกระบวนการใหม่ เท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ผ่านเทคนิครอบที่แล้วยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ ยังทำเรื่องเสนอกระทรวงการคลังให้เพิ่มค่าตอบแทนให้นายกิตติพงษ์ เตมียะประดิษฐ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที เนื่องจากต้องรับแรงกดดันและภาระที่หนักขึ้น เป็นเงิน 350,000 บาท


Reply With Quote
