แอปเปิลลงดาบผู้ค้าไอโฟนเถื่อน ห้ามซื้อเกินสองเครื่อง-ไม่รับเงินสด
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ตุลาคม 2550 11:19 น.
คนนับร้อยรอท่ามกลางสายฝนหน้าร้านแอปเปิลเพื่อซื้อระบบปฏิบัติการ OS X Leopard รุ่นใหม่ ที่นิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา ขอบคุณภาพจากเอพี
เพื่อตัดทางผู้ซื้อนำไปขายต่อ ล่าสุดแอปเปิลประกาศไม่รับเงินสดในการซื้อไอโฟน (iPhone) โทรศัพท์มือถือเล่นอินเทอร์เน็ตดีไซน์เฉียบยอดนิยม และจำกัดการซื้อไว้ที่ 2 เครื่องต่อหนึ่งคนเท่านั้น
รายงานของเอพีระบุว่า นโยบายใหม่ของแอปเปิลนั้นเริ่มใช้แล้วเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยนาตาลี เคอร์ริส ประชาสัมพันธ์แอปเปิลให้เหตุผลว่าต้องการให้ไอโฟนมีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการช่วงปลายปี ซึ่งก่อนหน้านี้แอปเปิลไม่เคยตั้งกฏห้ามซื้อสินค้าด้วยเงินสด และลูกค้าหนึ่งคนสามารถซื้อไอโฟนสูงสุดได้ 5 เครื่อง
"ที่ผ่านมา ลูกค้าให้การตอบรับไอโฟนเป็นอย่างดี การจำกัดการซื้อ-ขายไอโฟนที่ 2 เครื่องต่อ 1 คนจะช่วยให้แอปเปิลมั่นใจได้ว่า จะมีไอโฟนอยู่ในตลาดมากพอสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อในช่วงเทศกาลปลายปี" นอกจากป้องกันการซื้อไปกักตุน แอปเปิลยังใช้ไม้เด็ดเพื่อตัดทางพ่อค้าคนกลางเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาตจากแอปเปิลอย่างเป็นทางการ "ส่วนการชำระเงินนั้นเราต้องการให้จ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิต เพื่อปราบปรามนักค้าปลีกอิสระที่ไม่ได้รับอนุญาตจากแอปเปิล"
นับตั้งแต่วันเปิดตัวไอโฟนเมื่อ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ยอดขายของไอโฟนนั้นแตะระดับ 1,400,000 เครื่องแล้ว ตามข้อมูลของแอปเปิลคาดว่าไอโฟนจะสามารถโกยยอดขายได้อีกมโหฬารในฐานะของขวัญยอดนิยมช่วงวันหยุดนี้
นโยบายที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาตากความเชื่อของแอปเปิล ที่คิดว่าผู้ซื้อไอโฟนจำนวนไม่น้อยมาซื้อไอโฟนจำนวนหลายเครื่องเพื่อนำไปขายต่อ โดยในจำนวนนี้แอปเปิลเชื่อว่ามีผู้ที่ซื้อไปแล้วทำการดัดแปลงหรือปลดล็อกโทรศัพท์เพื่อทำให้ไอโฟนสามารถใช้งานกับระบบอื่นนอกจาก AT&T ได้
จุดนี้ ทิม คุค ประธานฝ่ายปฏิบัติการของแอปเปิลกล่าวในที่ประชุมต่อหน้านักวิเคราะห์ว่า จำนวนผู้ซื้อไอโฟนที่นำเครื่องไปปลดล็อกนั้นน่าจะมีมากกว่า 250,000 เครื่อง ซึ่งที่ผ่านมา แอปเปิลแสดงท่าทีความพยายามที่จะปราบปรามการปลดล็อกอย่างชัดเจน หนึ่งในนั้นคือการปล่อยชุดอัปเดทซอฟต์แวร์ที่บล็อกให้เครื่องไอโฟนซึ่งปลดล็อกแล้วไม่สามารถใช้การได้ มาตรการปราบปรามนี้ทำให้มีผู้ใช้ไม่พอใจและดำเนินการฟ้องร้องแอปเปิลแล้ว 2 คดีความ
Company Related Links :
Apple


Reply With Quote
