ผลประกอบการสองยักษ์ใหญ่วงการชิปไตรมาสสามปีนี้ต่างกันสุดขั้ว อินเทล ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกประกาศกำไรเพิ่มขึ้น 43 เปอร์เซ็นต์ ยกความดีให้ความต้องการเทคโนโลยีชิปเคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เอเอ็มดี คู่แข่งตลอดกาลประกาศตัวเลขขาดทุนสุทธิ 49 เซนต์ต่อหุ้น โอดครวญว่ารายรับเพิ่มแต่ต้นทุนการผลิตเพิ่มมากกว่า ยังยิ้มได้เพราะเลขตัวแดงอยู่ในระดับที่ดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์
อินเทลกำไรพุ่ง
กำไรของอินเทลในไตรมาสสาม (กรกฎาคมถึงกันยายน) คือ 1.9 พันล้านดอลลาร์ สัดส่วนกำไรต่อหุ้นคิดเป็น 31 เซนต์ต่อหุ้น บนรายได้รวมมูลค่า 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในตลาดหุ้นวอลสตรีท
“ส่วนผสมระหว่างสินค้าที่ดี ความต้องการในตลาดโลกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพจากการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ของเรา ทำให้ไตรมาสที่ 3 ของอินเทลทำสถิติรายได้ดีเยี่ยม” ประธานและผู้บริหารระดับสูงอินเทล พอล โอเทลลินี กล่าว “ในอนาคต เชื่อว่าแต่ละองค์ประกอบนี้จะช่วยให้ไตรมาส 4 มีผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้น”
หนึ่งในส่วนธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับอินเทลมหาศาลคือแผนก"เทคโนโลยีเคลื่อนที่และองค์กรดิจิตอล” ซึ่งผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าสำหรับโน้ตบุ๊คและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือถือ โดยอินเทลเผยว่ากำไรไตรมาสนี้ที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ใช่ผลจากการเพิ่มราคาสินค้า แต่เป็นเพราะยอดขายชิปไมโครโปรเซสเซอร์รวมที่เพิ่มขึ้น ทำให้มูลค่ารายรับเพิ่มขึ้นขณะที่ราคาเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ยังคงที่
กำไรขั้นต้นของอินเทลไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 52.4 เปอร์เซนต์ สูงกว่าอัตราการเติบโตในไตรมาสที่แล้วที่ทำได้ 46.9 เปอร์เซนต์ ผลจากยอดขายที่สูงขึ้นและต้นทุนลดลง
อินเทลคาดว่ากำไรในไตรมาส 4 ปีนี้จะเพิ่มเป็น 57 เปอร์เซนต์ (บวกหรือลบ2จุด) เชื่อว่ารายได้รวมจะอยู่ระหว่าง 1.05 หมื่นล้านถึง 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์
เอเอ็มดีขาดทุนเพิ่ม
เอเอ็มดี (AMD) นั้นประกาศตัวเลขขาดทุนสุทธิที่ 396 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 71 เซนต์ต่อหุ้น เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วที่สามารถทำกำไรได้ 136 ล้านเหรียญ หรือ 27 เซนต์ต่อหุ้น
การขาดทุนของเอเอ็มดีไม่ได้เกิดขึ้นเพราะรายรับลดลงหรือขายชิปไม่ได้ โดยตัวเลขรายรับประจำไตรมาสอยู่ที่ 1.63 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์ ทำได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.52 พันล้านเหรียญ แต่ทั้งหมดเป็นเพราะต้นทุนการดำเนินงานของเอเอ็มดีที่เพิ่มขึ้นเกินรายรับ โดยเฉพาะต้นทุนการซื้อกิจการ ATI การปรับโครงสร้าง และการจ่ายเงินชดเชยแก่พนักงานที่เกิดขึ้นเพราะการควบรวมบริษัท ลำพังส่วนนี้ทำให้เอเอ็มดีต้องขาดทุนสุทธิราว 22 เซนต์
"รายรับรวมดูดี" ดัก ฟรีดแมน นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย อเมริกันเทคโนโลยีรีเสิร์ช กล่าว "แต่จำนวนค่าใช้จ่ายทำให้ทุกอย่างผกผัน เชื่อว่าค่าชดเชยพนักงานคือหนึ่งในภาระอันหนักอึ้งของเอเอ็มดี"
หากไม่รวมค่าใช้ายที่เกี่ยวกับการซื้อกิจการ มูลค่าขาดทุนสุทธิของเอเอ็มดีจะอยู่ที่ 49 เซนต์ต่อหุ้น ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ไว้ 61 เซนต์ต่อหุ้น
สำหรับไตรมาสสี่ เอเอ็มดีเชื่อว่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีเช่นที่เคยเป็นมา โดยตั้งเป้าให้รายรับรวมเพิ่มขึ้นในสัดส้วนไม่ต่ำกว่าเดิมที่เคยทำได้ในช่วงเทศกาลปลายปี อย่างไรก็ตาม การประกาศตัวเลขขาดทุนสุทธิไม่ได้ทำให้นักลงทุนในตลาดหวั่นไหว โดยมูลค่าหุ้นของเอเอ็มดีในตลาดยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
Company Related Links :
AMD
Intel
ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 20 ตุลาคม 2550 เวลา 07:44 น.


Reply With Quote
