สุจิตร ลีสงวนสุข
ขนาดตลาดแรงงานไอทีในไทยที่จำกัดด้วยจำนวนบริษัทไอทีและบันไดอาชีพ ประกอบกับหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีอยู่ หลายครั้งบริษัทผู้ว่าจ้างงานต้องรีเทรนทักษะพนักงานใหม่โดยใช้เวลา 6-9 เดือน ทำให้บริษัทข้ามชาติหลายแห่งทั้งไอบีเอ็ม ซัน และไมโครซอฟท์ โรดโชว์รับสมัครงานตรงกลุ่มเป้าหมายในมหาวิทยาลัย
พร้อมเปิดทางให้น้องใหม่เป็นพนักงานชั่วคราวเรียนรู้การทำงานจากประสบการณ์จริงภายในองค์กร นอกจากจะได้คนตามที่ต้องการแล้ว ยักษ์ข้ามชาติเหล่านี้ ยังสร้างลอยัลตี้ และภาพลักษณ์ที่ดีผ่านการ "บอกต่อ" ในเครือข่ายของสถาบันศึกษาได้อีกด้วย
"ปีงบประมาณใหม่นี้ เราจะขยายผลโครงการ Executive Trainee บริษัทจะรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมาฝึกงานจริงเป็นพนักงานชั่วคราวหรือ intern รวม 15 คน เพิ่มจากปีที่แล้วที่มีเพียง 9 คน โดยเราจะออกไปโรดโชว์ยังสถานศึกษาเป้าหมาย เพื่อรับสมัครผู้สนใจเข้าทำงานกับบริษัท"
ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) เล่าถึงนโยบายการรับบุคลากรของไมโครซอฟท์ที่ปีงบประมาณ 2551 ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มพนักงานจาก 160 คนเป็น 200 คนตามการเติบโตของธุรกิจ
เธอ บอกว่า ปีนี้เป็นปีที่สองที่เราเริ่มรับนักศึกษาที่จบการศึกษามาฝึกงานกับเรา 1 ปี โดยพวกเขาจะได้รับค่าตอบแทนเหมือนพนักงานประจำ ซึ่งเราจะคัดเลือกมาร่วมงานในหลายสาขาไม่ได้จำกัดเฉพาะส่วนของเทคโนโลยี แต่รับทั้งงานบริหารบุคลากร บัญชี วิศวกร และอื่นๆ
"เราจะให้พวกเขาเวียนไปทำงานในทุกๆ แผนก เพื่อให้เรียนรู้การทำงานในภาพรวมทั้งหมดขององค์กร จากนั้นก็ให้เขาตัดสินใจว่าจะเลือกทำงานแผนกใดหลังการทำงานตลอด 1 ปี โดยไมโครซอฟท์จะให้กลุ่มผู้บริหารในบริษัทมาสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะมาทำงาน Intern กับเราและประเมินผลที่จะเข้าร่วมงานเต็มตัว และส่วนหนึ่งจะต้องเป็นคำขอจากหัวหน้าแผนกนั้นๆ ด้วย"
เป้าหมายส่วนหนึ่งของบริษัท จะทำให้ไมโครซอฟท์ เป็นบริษัทที่คนปรารถนาจะร่วมงาน ทั้งผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานและกลุ่มนักศึกษาที่จบใหม่ และมุ่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อคนภายนอก โดยเฉพาะนักศึกษาคนรุ่นใหม่
สำหรับคุณสมบัติของบุคลากรที่ไมโครซอฟท์ ต้องการนั้น "ต้องกล้าคิดกล้าทำ" หลายๆ โครงการของบริษัทเป็นการริเริ่มจากคนในประเทศเองไม่ได้ใช้กรอบจากต่างประเทศ เราจึงต้องการคนสร้างสรรค์กล้าที่จะลอง
"โครงการนี้ เป็นการตอบแทนสังคมได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งช่วยสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่เรียนรู้การทำงานในธุรกิจซอฟต์แวร์ไอทีที่ไดนามิคเปลี่ยนแปลงเร็ว และเมื่อคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำความรู้จักทำงานกับไมโครซอฟท์จริงๆ แล้วแน่นอนว่าเมื่อเขาเกิดความประทับใจก็จะเกิดการ บอกต่อ ในกลุ่มนักศึกษาเหล่านั้นได้"
แหล่งข่าวรายหนึ่งของไมโครซอฟท์ บอกว่า แนวทางการรับเด็กรุ่นใหม่ส่วนหนึ่ง ต้องการสร้าง "ภาพลักษณ์" ที่ถูกต้องให้กับนักศึกษารุ่นใหม่ โดยเฉพาะมีความเข้าใจว่าไมโครซอฟท์ เป็นองค์กรที่มีการเข้าออกของพนักงานสูง และแม้พนักงานชั่วคราวที่มาฝึกกับเราตลอด 1 ปี ในบางคนอาจไม่ได้รับบรรจุเข้าทำงาน แต่พวกเขาก็สามารถนำไป "อ้างอิง" ในการสมัครงานใหม่ได้ เพราะได้เรียนรู้ระบบการทำงานในธุรกิจข้ามชาติมาแล้ว
ศุภประเสริฐ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสายงานการศึกษาและวิจัยประจำประเทศไทย บริษัทซัน ไมโครซิสเต็มส์ เล่าว่า บริษัทใช้กลยุทธ์การคัดเลือกนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมาเป็น "ทูตทางเทคโนโลยี" ในโครงการ "Campus Ambassador" ที่มีภารกิจหลักการสร้างชุมชนผู้ใช้เทคโนโลยีของซัน (SUN User Group) ไม่ว่าจะเป็นจาวา โซลาริส ซึ่งเทคโนโลยีส่วนมากก็จะเป็นระบบเปิดและได้รับการบรรจุเข้าไปหลักสูตรการเรียนการสอนแล้ว
โดยทูตทางเทคโนโลยีของซัน ต้องสามารถแนะนำเทคโนโลยีของซัน อย่างน้อย 6 เทคโนโลยี ตั้งแต่การประมวลผลระดับสูง (เพอร์ฟอร์แมนซ์ คอมพิวติ้ง) การพัฒนาเดสก์ทอปแอพพลิเคชั่น โมบายและเกม แอพพลิเคชั่นและเวบ 2.0 ทั้งต้องเริ่มต้นสร้างกลุ่มผู้ใช้โอเพ่นซอร์สของซันในมหาวิทยาลัยได้ สร้างอิทธิพลให้นำทรัพย์สินทางปัญญาของซันไปใช้ในห้องปฏิบัติการ รวมถึงการโปรโมทอีเวนท์และคอนเทสต์ของซันด้วย
สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องมาเป็นเวลา 12 เดือนแล้ว เริ่มจาก Campus Ambassador จำนวน 180 คน และคาดว่าจะมีถึง 500 คนทั่วโลกในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยในประเทศไทยมี Ambassador 1 คนและปีนี้จะเพิ่มอีก 4 คน โดยจะคัดเลือกนักศึกษาที่กำลังศึกษาในปีที่ 3 เพื่อให้มีเวลาทำงานกับบริษัท 1 ปี และจะสถานะเป็นพนักงานของซันที่ได้รับค่าตอบแทน ซึ่งการเรียนในปีที่ 3 นักศึกษาจะมีเวลาที่จะเข้าไปช่วยเหลือส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีในสถาบันได้เต็มที่
ทั้งนี้การคัดเลือกเด็กที่จะมาเป็นทูตเทคโนโลยีนี้ จะต้องศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์และไอที และต้องกล้าพรีเซ้นท์ในที่สาธารณะ มีเพื่อนและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยปีที่แล้วเราได้นักศึกษาที่ได้รับจาวาเซอร์ติฟายด์ มาช่วยเผยแพร่เทคโนโลยี ซึ่งการทำงานก็มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับระดับภูมิภาค
"ซันมองว่า นักศึกษาในมหาวิทยาลัย เป็น "ชุมชน" ที่รวมผู้มีทักษะโดดเด่นและสร้างนวัตกรรม โดยพวกเขาจะเป็นทั้งลูกค้า นักพัฒนา ผู้มีอำนาจตัดสินใจและเป็นพนักงานของบริษัทในอนาคต และโครงการนี้จะสร้างประโยชน์ทั้งนักศึกษาเองที่จะเรียนรู้การทำงานจากประสบการณ์จริงของบริษัทข้ามชาติ เป็นการเรียนลัดจากของจริงที่ช่วยพัฒนาคนไอทีที่มีคุณภาพ
ขณะที่ซันก็จะสร้างคนรุ่นใหม่ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่มีลอยัลตี้กับเทคโนโลยีซัน และเป็นเครื่องมือการตลาดที่จะเผยแพร่เทคโนโลยีของบริษัท เกิดการบอกต่อไปยังเครือข่ายเพื่อนพ้อง"
ด้านยักษ์สีฟ้าไอบีเอ็ม ประเทศไทย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บอกก่อนหน้านี้ว่า บริษัทลงทุนกับการสร้างคนรุ่นใหม่ให้มาร่วมงานกับบริษัทในโครงการ "TeamBlue" ที่เปิดรับนักศึกษา "หัวกะทิ" ที่เพิ่งจบการศึกษามาทำงานกับบริษัท โดยจะมีพี่เลี้ยงมาช่วยอบรมและสอนงาน ซึ่งพนักงานใหม่จะได้ย้ายไปทำงานในแผนกต่างๆ เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงและมีหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะสำหรับพนักงานใหม่โดยตรง
บริษัทจะใช้เวลาฝึกพนักงานรุ่นใหม่ราว 2 เดือน และจะดูคุณสมบัติของพนักงานคนนั้นว่าจะเหมาะกับงานด้านใดทั้งการขาย เทคนิค หรือบริการ และพิจารณาหลักสูตรที่จำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อให้ทำงานในตำแหน่งนั้นได้มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การสร้างเด็กใหม่ขึ้นมา แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการจ้างมืออาชีพที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่การสร้าง "เลือดใหม่" จะสร้าง "ลอยัลตี้" ของพนักงานมาตั้งแต่ต้นและบริษัทก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรองค์กร
ขณะเดียวกันบริษัทแม่ยังได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เลิร์นนิ่ง) ในเครือข่ายอินทราเน็ตขององค์กร โดยพนักงานเลือกเรียนรู้ด้วยตนเองที่จะเพิ่มศักยภาพกับตำแหน่งงานที่ทำอยู่
"การบริหารงานบุคลากรของไอบีเอ็ม จะเปิดโอกาสให้พนักงานกำหนดบันไดอาชีพด้านการงานที่เป็นเป้าหมายในอนาคต โดยจะต้องวางแผนร่วมกับหัวหน้าในสายงานของตัวเองด้วย เราเน้นการสร้างคนจากภายในองค์กร ซึ่งไม่เพียงเฉพาะการมุ่งเป้าทำงานในประเทศเท่านั้น พนักงานสามารถเลือกที่จะไปทำงานในไอบีเอ็มต่างประเทศได้ โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน" ศุภจี ว่า
ข้อมูลจาก http://www.bangkokbizweek.com/20070804/ibi...n_24444704.html


Reply With Quote
