-
ผลการวิจัยล่าสุดชิ้นหนึ่งพบว่าเยาวชนอย่างน้อย 1 ใน 3 กำลังทำลายความสามารถในการได้ยินของตัวเองด้วยการฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นคือทัศนคติของพวกเขาที่คิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหา
ทุกวันนี้เครื่องเล่นเอ็มพี 3 เป็นอุปกรณ์ยอดนิยมที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตามท้องถนน บนรถประจำทาง รถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งในห้องสมุดที่สามารถจะเห็นผู้คนใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 และนั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์เป็นกังวลเกี่ยวกับผลร้ายที่จะเกิดขึ้นจากการฟังเอ็มพี 3 ของเยาวชนในปัจจุบัน
ศาสตราจารย์บ็อบ โคแวน แห่งศูนย์วิจัยร่วมเฉพาะทางด้านการได้ยิน ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า มีปัจจัยเสี่ยงสำหรับเยาวชนที่ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 มีอยู่ 3 ข้อด้วยกันคือ พวกเขาฟังโดยปรับระดับเสียงดังเกินไป ฟังนานมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน และพวกเขาฟังถึง 5-7 วันต่อสัปดาห์
ผลการวิจัยล่าสุดนี้ระบุว่า มีผู้ที่ปฏิบัติตัวอยู่ในปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ข้อถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ศาสตราจารย์โคแวนระบุว่า "กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มักจะฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ขณะที่กำลังเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชน พวกเขาจึงมักจะปรับระดับเสียงให้ดังเพื่อกลบเสียงรบกวนจากภายนอก"
ผลสำรวจของสถานีวิทยุเอบีซีนั้นเป็นข้อยืนยันในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โดยรายการพีเอ็มของสถานีวิทยุเอบีซีสำรวจผู้ที่ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ที่สถานีรถไฟซิดนีย์พบว่าเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ปรับระดับเสียงของเครื่องเล่นเอ็มพี 3 อยู่ในระดับดังมาก
อย่างไรก็ดี ผลวิจัยของศาสตราจารย์โคแวนยังพบว่า 93 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างตระหนักถึงอันตรายต่อระบบการได้ยินที่พวกเขาจะได้รับแต่พวกเขาไม่สนใจหรือไม่คิดที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่อย่างใด
การฟังหรือได้ยินเสียงที่ดังเกินไปนั้นจะทำลายประสาทการได้ยินชั่วคราว ซึ่งจะสามารถฟื้นฟูสภาพได้โดยการหยุดพักหรือหลีกเลี่ยงการได้ยินเสียงดัง แต่ปัญหาคือเยาวชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 แทบทุกวันซึ่งจะทำให้มีโอกาสสูงในการสูญเสียประสาทการได้ยินอย่างถาวร
Credit:www.kapook.com
-
ผมก็ฟังเหมือนกันไอ PMP นิแต่บางทีก็ไม่ได้ใส่หูฟังเท่าไรอยู่บ้านไม่ใส่อยู่ข้างนอกถึงใส่ ช่วยได้อีกนิดหน่อย แต่ถ้าไม่เปิดดังจนไม่ได้ยินเสียงข้างนอก ก็น่าเป็นห่วง แต่เปิดดังมันก็มันกว่ากันแหะ :P
-
กำ ผม นั้งฟัง บน bts ทุกเช้า เลย อ่า นั้งไป 30 นาที ไป รร แบบ นี้ จะพังไหม นี่ ต้อง ฟังอย่างอื่นละ มะดี ต่อสุขภาพ 55+
-
งั้นก็คงต้องฟังให้เบาลงแล้วล่ะ รู้สึกทุกวันนี้ใครพูดอะไรก็ไม่ค่อยได้ยินเหมือนกัน
-
ผมเห็นด้วยกับข้อความในกระทู้นี้นะครับ ถ้าเราฟังเพลงที่ดังเกินกว่าปกติ เพราะว่าต้องฟังให้ดังกว่าเสียงรบกวนที่มาจากภายนอก ซึ่งก็น่าเป็นห่วงสำหรับเยาวชนรุ่นใหม่ ที่ตอนนี้ไปที่ไหนก็เห็นมีแต่คนใส่หูฟังฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพีสาม ซึ่งการฟังดังๆ นั้นพอฟังไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นความเคยชินที่ต้องฟังให้ดังกลบเสียงที่เข้ามาจนในที่สุดก็อาจกลายเป็นคนหูพิการอย่างถาวรไปได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ
-
ผมว่านะคับของทุกอย่างมันก็มีทั้งดีและไม่ดีแหละคับอย่าวว่าแต่mp3เลยคับที่ทำลายระบบการได้ยิรผมว่าคอมก็มีส่วนในการทำลายสายตานะคับว่ามั๊ยอิอิตอนแรกผมตาตั้นนิดเดวเองตอนนี้ล่อไปเกือบ200และคับแต่ก็อีกนัยนึงคอมพิวเตอร์ถ้าใช้เกิดประโยชน์จะมีคุนค่ามากมายแต่ในทางกลับกันใช้ในทางที่ผิดก้อมัภัยมหาศาลเช่นเอาวิชาแฮคไปใช้นี่แหละจิงๆแล้วแฮคมันคือการเข้าใจระบบไม่ใช่ทำลายแบบที่ซิงเนเจอร์ของใครสักคนบอกไว้
-
เหอๆ เดิมผมฟัง ipod ทุกวันเลยวันบละประมาณ 3-4 ชม.ต่อวัน
แต่ตอนนี้เลิกฟังแล้ว เพราะว่าทำมันหาย
ถ้ามันไม่หายผมคงจะหูหนวกแน่ๆ :D :D
มิน่าล่ะ รู้สึกว่าไม่ค่อยจะได้ยินอะไรนัก :unsure:
ขอบคูนครับ
-
น้านนนน...ในที่สุดก็รู้สาเหตุที่แท้จริงแล้วเรา คือผมต้องเดินทางบ่อยๆหงัยเลยจำเปนอย่างยิ่งต้องมีอะไรพวกนีไว้ฆ่าเวลาอย่แล้ว มันเบื่องัย แต่เมื่อรู้อย่างงี้ก็ตกใจเล็กๆนะ แต่ก็คงต้องใช้มันอยู่ดีแหละแต่จะพยายามถนอมตังเองมากขึ้นครับ ขอบคุณสำหรับความรู้เพิ่มเติมครับ
-
ใครนิยมฟังเพลงดัง ๆ ก็ปรับให้มันเบาหน่อยแล้วกันนะครับ
ผมเองก็ชอบฟังเพลงดัง ๆ แล้วก็ขาดเพลงไม่ได้ด้วยสิ
ผมมีวิธีมาแนะนำ มันก็พอช่วยนะครับ
เพื่อน ๆ พยายามใช้หูฟังแบบครอบหูครับ เสียงมันจะเข้าไปในหูน้อยกว่า เมื่อเทียบกับแบบเสียบหู ถ้าเป็นแบบ In the Ear ยิ่งไปกันใหญ่
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ จะได้มีหูไว้ฟังเพลงที่ชอบนาน ๆ
ขอบคุณสำหรับความรู้
-
ผมก็ฟังครับ แล้วสายเสียบหูที่ฟังอะ ไม่ได้ฟังคนเดียวด้วยสิ ฟังกับเพื่อนด้วย
พอเอามาใช้ฟังกับตัวเองหูเริ่มเป็นแผลแย้วง่ะ
ตอนนี้เริ่มหายละหลังจากไม่ได้ฟังเป็นอาทิตย์เลยเพราะสอบ :D