Re: คัมภีร์สยบแฮกเกอร์ #4
แฮคเกอร์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตหมกมุ่นกับข้อมูลที่ไม่เป็นที่เปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นกลไกลึกๆของระบบคอมพิวเตอร์ การทำงานของระบบโทรศัพท์ ระบบของตู้เอทีเอ็ม หรือวิธีการสร้างเครื่องตรวจหาสัญญาณวิทยุ ความสนใจและทักษะความสามารถในเรื่องราวที่เป็นความลับเหล่านี้ ทำให้แฮคเกอร์เป็นที่สนใจของคนอีกจำพวกหนึ่งซึ่งต้องการรู้ข้อมูลต้องห้ามเช่นเดียวกัน แต่ต่างกับแฮคเกอร์ที่ต้องการรู้ข้อมูลเพียงเพราะอยากรู้อยากเห็น ตรงที่คนจำพวกนี้จะใช้ความรู้ที่ได้ไปกอบโกยประโยชน์ใส่ตัวหรือไม่ก็นำไปสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น โดยมากแฮคเกอร์จะไม่สนใจคนพวกนี้เท่าใดนัก แต่ก็มีบ้างที่แฮคเกอร์จะยอมโอนอ่อนตามเมื่อได้รับข้อเสนอค่าตอบแทนเป็นตัวเลขจำนวนเงินอย่างงาม
นั่นเป็นเรื่องที่อันตราย แต่จะยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก ถ้าตัวแฮคเกอร์เริ่มมีความคิดประสงค์ร้ายเสียเอง หรือในทางกลับกัน พวกประสงค์ร้ายเริ่มเรียนรู้ที่จะลงมือแฮคด้วยตัวเอง ทุกวันนี้ การบุกรุกระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเจตนาเพียงเพื่อเสาะหาความรู้และความตื่นเต้นใหม่ๆ เริ่มลดน้อยลง อย่างน้อยก็ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่แนวโน้มของการกระทำความผิดด้วยอุปกรณ์อิเลคทรอนิค โดยเฉพาะที่ผ่านทางระบบเครือข่าย กลับเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนั้น เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการเจาะระบบยังได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในปัจจุบัน จึงเหมาะสำหรับแฮคเกอร์มือใหม่ทั้งหลายที่ไม่ต้องบ่มเพาะความสามารถและประสบการณ์เป็นเวลาหลายๆ ปีอีกต่อไป เป็นผลทำให้มีผู้สนใจที่ไม่ได้มีความรู้คอมพิวเตอร์มากมายกระทำตัวเป็นแฮคเกอร์มากขึ้น ระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ จึงถูกโจมตีมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย
ในโลกธุรกิจ เมื่อการแข่งขันระหว่างบริษัทต่างๆ รุนแรงขึ้น ก็เริ่มมีการใช้วิธีการที่ไม่สุจริตเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ อาทิเช่น การโจรกรรมข้อมูล โดยการว่าจ้างแฮคเกอร์หรือสายลับไปขโมยข้อมูลที่เป็นความลับ เป็นต้น การกระทำความผิดประเภทนี้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต แต่ถ้าเปรียบเทียบกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์อื่นๆ แล้ว ก็ยังถือว่าเป็นส่วนน้อยอยู่
นับวันภาพของแฮคเกอร์จะเปลี่ยนไปในทางร้ายมากยิ่งขึ้นทุกที จนเราอาจวาดภาพแฮคเกอร์ได้ว่า เป็นบุคคลที่ซุกซ่อนตัวอยู่ ณ มุมมืดมุมใดมุมหนึ่งในโลก ซึ่งพร้อมที่จะปรากฎตัวออกมาเพื่อระบายความบ้าคลั่งที่เก็บซ่อนอยู่ภายใน โดยมุ่งสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นเพื่อความสะใจของตัวเอง โดยไม่หวั่นเกรงว่าใครจะมาจัดการพวกเขาได้ เพราะพวกเขาคือผู้ครอบครองคอมพิวเตอร์ และคอมพิวเตอร์ก็ครอบครองการทำงานของทุกอย่างในโลกนี้
หากมีพลังอำนาจใดก็ตามที่ถูกใช้โดยขาดความรับผิดชอบหรือขาดการตรวจสอบควบคุม ก็เป็นเรื่องน่ากลัวมากทีเดียว ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงควรยอมรับว่า แฮคเกอร์เป็นผู้กุมพลังอำนาจอันน่ากลัวเอาไว้ ความกลัวนี้ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผลเลย และไม่ใช่เป็นเพียงความกลัวแบบเดียวกับที่เรากลัวอาชญากรรมประเภทอื่นๆด้วย แต่เป็นความกลัวต่อการแก้แค้นที่กระทำลงไปโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาแม้แต่น้อย