-
คณะนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้เดินทางเพื่อทัศนศึกษาไปที่วัดป่านานาชาติ จังหวัดอุบลราชธานี หลังจากได้รังฟังเทศนาจบแล้ว ต่างก็ได้รับแจกเสื้อคอกลมคนละหนึ่งตัวจากทางวัด ด้านหลังของเสื้อมีข้อความว่า "ไม่มีเจ้าของ" และมีคำภาษาอังกฤษด้วยว่า "No Owner" นักศึกษาต่างพากันสงสัยว่าข้อคามนี้มีความหมายที่แท้จริงว่าอย่างไร หลังจากที่เยี่ยมวัดป่านานาชาติแล้ว ได้เดินทางต่อไปยังวัดหนองป่าพง วัดที่หลวงปู่ชาเคยพำนักอยู่ คณะนักศึกษาแล่มนี้ต่างยังคงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องเสื้อที่มีข้อความ "ไม่มีเจ้าของ" กันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สามเณรรูปหนึ่งเดินผ่านมาได้ยินข้อถกเถียงกัน ก็เลยร่วมวงสนทนาด้วยและได้เล่าเรื่องราวของตัวท่านเองว่า
ก่อนผมมาบวช ผมอยู่ กับโยมพ่อโยมแม่ บ้านอยู่ริมน้ำ โยมพ่อมีเรืออยู่ลำหนึ่ง ท่านต้องเช็ดถูล้างเรือและต้องชโลมน้ำมันเรืออยู่บ่อย ๆ โยมพ่อต้องดูแลรักษา รวมทั้งท่านต้องแจวเรือพาผมและพี่ ๆ น้อง ๆ รวมทั้งพวกเพื่อน ๆ ของพ่อไปเที่ยวหรือไปธุระ ทุกคนได้แต่นั่งสบาย แต่เวลาทำความสะอาดก็ไม่เห็นมีใครช่วย จนผมอดขัดเคืองใจไม่ได้เลยถามโยมพ่อว่า
"ทำไมพ่อต้องมาเหนื่อยยากลำบากเกี่ยวกับเรืออยู่คนเดียว"
"ก็พ่อเป็นเจ้าของเรือนี่ลูก" พ่อตอบ
ผมย้อนพ่อว่า "ใครเป็นเจ้าของอะไรก็ต้องเหนื่อยเกือบตาย ใครไม่ได้เป็นเจ้าของก็สบาย พ่อว่ามันยุติธรรมหรือ"
"ธรรมเนียมมันเป็นอย่างนั้นนี่ลูก ใครเป็นเจ้าของอะไรก็ต้อนทนเหนื่อย ทนหนักเป็นธรรมดา" พ่อตอบ
"แล้วพ่อจะยังเป็นเจ้าของเรืออยู่ทำไม มีแต่ลำบาก" ผมย้อน
"ก็พ่ออยากเป็นเจ้าของเรือสักลำนี่ลูก"
แล้วเณรน้อยแห่งวัดหนองป่าพง ก็เฉลยปัญหาที่เหล้านักศึกษากำลังกังขาเกี่ยวกับความหมาย "ไม่มีเจ้าของ" ว่า
"ถ้าใครเป็นเจ้าของสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเรือ เจ้าของลูก เจ้าของภรรยาหรือสามี เขาจะต้องยอมรับความลำบาก ส่วนใครไม่เป็นเจ้าของอะไรก็จะสบาย ผมห็นโทษของการเป็นเจ้าของ ผมจึงได้มาบวชอย่างที่เห็นอยู่นี้"
แหล่งที่มา http://www.larndham.net โดยคุณ blue_moon
-
เป็นบทความที่ดีมากครับ
ทุกวันนี้คนเราพยายามไล่ล่า ทั้งความสุขสบายและเงินทอง
แต่ดูหมื่นว่าเรายิ่งวิ่งยิ่งหามันก็ยิ่งวิ่งห่างไกลออกไปจากตัวเราทุกที
ตั้งแต่เกิดมา ก็อยากได้นู้นนี้ แต่พอได้มาก็ยังไม่หยุดอยาก หาสิ่งที่ต้องการ
มากขึ้น แพงขึ้นเรื่อยๆ ไปตามวัย เช่นทำงานแ้ล้วก็อยากมีบ้าน หรือมีรถขับ
แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องแบกรับความเครียสที่ต้องผ่อนรถผ่อนบ้าน
แล้วก็ค่าอื่นๆที่ต้องหามาบำรุงรักษามัน
อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้บอกว่าให้ทุกคนทิ้งบ้านทิ้งรถหนีไปบวชนะครับ
ใจความสำคัญคือ เราต้่องรู้จักคำว่า พอเพียงและรู้เท่าทันความอยากของจิตใจตนเอง
ความอยากอะไรที่จะพาเรา เหนื่อยมากกว่าสบายใจก็ให้ คิดให้ดีมีสติ
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ตรงกับคำสอนของในหลวงของเราว่า "พอเพียง" นั้นเอง
-
ตอนนี้ชีวิตก็กำลังตกอยู่ในวังวนสิ่งเหล่านี้ล่ะครับ ทำไงได้ก็ต้องผจญและรับมือกับสิ่วเหล่านี้อย่างมีสติ
-
บทความนี้ เข้าได้กับหลักที่ท่านพุทธทาส เรื่องความว่าง หรือหนังสือที่ชื่อว่า "การทำงานด้วยความว่าง" ครับ ใครสนใจก็ลองหามาอ่านดูนะครับ