PDA

View Full Version : ใจง่าย ฟรีเซ็กส์ คติประจำใจ นศ.ทุกวันนี้



asylu3
01-11-2002, 10:32 AM
<div align="center">http://www.mthai.com/square/news/images/10781.jpg</div>
หัวข้อกระทู้ที่ผ่านมาในช่วงนี้มักจะมีออกมาว่า นักศึกษาแต่งกายไม่เรียบร้อย ขายตัวบ้างละ ตีรันฟันแทงกัน ทำแท้ง และอีกสารพัด

สาเหตุมันเกิดจากการปล่อยปละละเลยของผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ควบคุมกฏระเบียบกันหรือเปล่า ที่ปล่อยให้เด็กทำตามแฟชั่นโดยตามใจชอบ ไม่บอกหรือสอนให้เด็กรู้ว่าควรแค่ไหน ไม่ควรแค่ไหน

ทำไมปล่อยให้เด็กแต่งตัวรัดติ้ว นุ่งน้อยห่มน้อย เลียนแบบการแต่งกายของ B.A. หรือที่สมัยก่อนคนเขาเรียกว่าพนักงานขายเครื่องสำอางนั่นแหละ แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นเลียนแบบเพื่อนกันเอง ซึ่งบางคนก็มีอาชีพเสริมขณะเรียนจึงมีความจำเป็นต้องแต่งเพื่อให้เป็นการรับรู้โดยประมาณว่า "ดิฉันมีอาชีพเสริมนะคะ"

นอกจากนั้นยังมีการประพฤติ โดยมิได้นึกถึงว่าที่นี่เป็นเมืองไทย วัฒนธรรมที่ผ่านมา ที่คนรุ่นก่อนได้รับการอบรมมา สมัยนี้นำวัฒนธรรมฝรั่งมาใช้กัน แต่คนที่นำมาใช้ไม่ได้ใช้พร้อมกันไปกับสมองของคนใช้เลย เช่น ใส่ชุดนักศึกษาหญิงยืนจูบกับผู้ชายในห้างหรือตามถนน หรือที่ต่างๆ ประท้วงขอไว้ผมยาม หรืออื่นๆ นี่คือพฤติกรรมตัวอย่างเท่านั้น มั่วกันยิ่งกว่าฝรั่งอีก

ขณะที่เรียนอยู่นี้ก็มีการคบหาฉันชู้สาวกัน หรือนอกเหนือจากเวลาเรียน วัยรุ่นสมัยใหม่น้อยคนที่จะอ่านหนังสือทบทวน เพราะครูอาจารย์มักออกข้อสอบตรงกับแบบฝึกหัด หรือมีหนังสือติว จะเอาเวลาทบทวนไปเที่ยวคบหาเพื่อนและไปหาแฟน เที่ยวเธคผับ จนเลยเถิด

แต่เด็กสมัยนี้ก็ทำใจง่ายขึ้น หากมีการคบกันง่ายก็เลิกกันง่าย พลาดท่าเสียทีท้องก็หาเงินทำแท้ง หรือมีสูตรทำแท้งต่างๆกันไป หญิงสาวก็ตัดใจเมื่อฝ่ายชายทิ้งได้โดยง่าย มียารักษาแผลใจคือ "รักใหม่" นั่นเอง

วิถีชีวิตประจำวันของวัยรุ่นไทยสมัยใหม่นี้ สอนผู้ใหญ่และเด็กรุ่นหลังที่มีความคิดให้รู้ว่า กว่าจะโตได้มันลำบาก ต้องฝ่าด่าน 18 อรหันต์ มาอย่างโชกโชน ถ้าไม่ตายกันไปข้างก็ต้องบานเบอะเละเทะกันเข้าไป

*** การเรียนการสอนสมัยนี้ไม่ได้สอนให้อ่านจับใจความไว้ด้วย ข้อความด้านบนนี้ จะมีซักกี่คนที่อ่านแล้วเข้าใจ หรืออ่านจนจบก่อนลงไปโพสต์ บ้างก็โพสต์ออกมาเหมือนไม่ใช้สมอง ใช้คำหยาบคายหรือไม่ตรงประเด็น เข้าข้างตัวเองบ้างก็มี ไม่เชื่อนับแล้วคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ดูได้
จาก http://www.mthai.com

[Edited by admin on 11-01-2002 at 03:40 AM GMT]

Crovax
26-11-2002, 11:03 AM
บางครั้งที่ความคิดที่เห็นว่าสังคมมันเน่าเฟะหรือว่ามันแย่เกินไปแล้ว มันก็เป็นของธรรมดาไปแล้ว
หากว่าลองอ่านหนังสือพิมพ์ปัจจุบันจะเห็นเพียงแต่เรื่อง ทำร้ายร่างกาย ปล้น ฆ่า ข่มขืน และ อีกสารพัดเท่าที่พวกคุณจะนึกออก
ถ้ามาย้อนหาเหตุผลดูว่าทำไมปัจจุบันถึงได้มีแต่ข่าวประเภทนี้ ก็ต้องถามผู้อ่านหลายๆท่านว่า คุณชอบข่าวแบบนี้ไหมละ หลายๆคนอาจจะนึกในว่าอะไรก็แล้วแต่เถอะ แต่ผมจะบอกว่าที่หนังสือพิมพ์ยังอยู่ได้ก็เพราะข่าวพวกนี้แหละ โดยเฉพาะข่าวบันเทิง ที่ใครเป็นแฟนกับคนนู้นคนนี้ ยิ่งกลายเป็นเรื่องสนุก ขายดิบขายดี
มันเป็นภาพที่สะท้อถึงความต้องการในสังคมไปแล้ว เรื่องที่เมื่อก่อนคนคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย ใครรู้ทีอายไปแปดบ้านสิบบ้าน กลับกลายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่น่าแปลก อย่างเช่นมีแฟนตั้งแต่เด็ก
ถ้าเป็นเมื่อซัก 10 ปีก่อนนะ คงไม่เห็นกันแบบนี้หรอก แต่ลองดูเดี๋ยวนี้สิ ใครไม่มีแฟนก็หาว่าเชย เต่าล้านปี ของแบบนี้ต้องมีกัน บางคนมียังกะของเล่น เยอะแยะเรื่อยเปื่อย เราทุกคนได้รับภาพความคิดนี้มาจากไหน ก็มาจากสื่อทั้งหลายนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ โทรทัศน์ ตัวร้ายคอยแก่งแย่งชิงดี ชิงนู่นชิงนี่ ชิงมันไปเรื่อยเปื่อย ผู้ชายเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุ ผู้หญิงเห็นผู้ชายเป็นของเล่น อะไรก็ไม่รู้ คนยิ่งดูมันก็ยิ่งติด เราก็ซึมซับความคิด ค่านิยมทรามๆเข้ามาในหัว และยิ่งไปกว่านั้น เราจะเห็นว่าในหนังนะอะไรมันก็ hi-tech และสื่อก็มาช่วยกันประโคมกันให้มัน ใครไม่มีนะ low-class ล้าสมัย คนไม่มีอันจะกินก็กระเสือกกระสนดิ้นรนอยากได้ ไม่ใช่แค่ฝ่ายหญิง แต่ผู้ชายก็มี มีดาษดื่นเพียงแต่เราไม่เห็นชัดเจนเท่านั้นเอง
(ขอยาวๆซักทีเหอะ)
ยิ่งไปกว่านั้นอีกนะ
เมื่อก่อนคนที่เป็นกระเทยหรือพวก homo ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม เพราะเห็นว่าพวกเขาทำตัวแปลกแยก ผิดจากสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นว่าเป็นเรื่องแสนธรรมดาสำหรับพวกกระเทย และเป็นเรื่องสนุกสำหรับเราไปอีก เป็นเรื่องทั่วไปเสียแล้วยิ่งในหนังอีก ให้พวกกระเทยแสดงบทบาทเต็มที่เลย เท่ากับว่าตอนนี้เราได้สนับสนุนการเป็น homo อย่างเป็นทางการไปแล้ว
เหตที่สังคมโลกในปัจจุบันเกิดความวิปริตขึ้นแบบนี้เพราะว่าอะไร ก็เพราะว่ามันเริ่มที่สังคมมนุษย์เห็นความสำคัญของการตอบสนองต่อความต้องการของตนเอง ซึ่งไอ้จุดนี้มันมีมานานแสนนานละ เราจะเห็นได้จากการที่มีการล่าอาณานิคม ที่เรายกมาใชไม่ใช่ว่ามันมีแค่นี้ จริงๆแล้วมันตัวอย่างมากมายที่จะพูด แต่เรายกตัวอย่งตรงนี้เพราะว่ามันชัดเจนดี การล่าอาณานิคมเนี่ย มันก็ทำเพื่อให้ประเทศของตนได้รับผลประโยชน์โดยทำทุกอย่างกับผู้อื่นโดยมิได้สนใจความรู้สึกของผู้นั้น ตรงจุดนี้มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนมนุษย์ตอยสนองกับวัตถุมากเพียงใด ทั้งที่วัตถุสามารถตอบสนองกับความต้องการของมนุษย์เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น และไอ้การที่เราไปตอบสนองกับความต้องการของตนทำห้เราได้ขาดความรักไป ตรงจุดนี้บางคนอาจจะบอกว่าเราก็มีอยู่ เราขาดความรักตรงไหน นั่นเป็นเพราะเขาไม่รู้ตัวว่าเขาขาดมันอยู่ ความรักในปัจจุบันมันเย็นไปหมดแล้ว เพียงเพราะว่ามนุษย์สนใจแต่วัตถุ ไอ้ตรงนี้แหละมันถึงได้นำมาซึ่งความคิดแย่ คือฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน ฉันเป็นอย่างนี้ไม่หนักหัวใคร และถ้ามันหนักก็ถือว่ามันซวย อยู่ดีๆไม่ชอบ ชอบยุ่ง อะไรแบบเนี้ยะ และมันก็ลามออกไปทั่ว ความคิดหรือความประพฤตินะมันติดต่อกันได้นะ ถ้าเราสังเกตให้ดีๆ ถ้าเรอยู่กับคนดี เราก็จะดีตาม เราอยู่ใกล่กับคนที่มีความคิดอย่งไรเราก็มีความคิดโน้มเอียงไปทางคนนั้น และจากจุดนี้เองที่ทำให้ค่านิยมที่เสื่อมทรามเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นและมากขึ้นทุกๆวัน
เราคงต้องทำใจว่าเรื่องทั้งหมดที่เราพูดถึงหรือเรื่องใจต่งใจแตกนะ มันเป็นเรื่องปัญหาบานปลายไปแล้ว ถ้าเราจะแก้ต้อง format สมองทุกคนแล้วลงข้อมูลใหม่ถึงจะแก้ได้ สำหรับตัวเราเองแล้วเราคงทำได้เพียงแค่พยายามอย่าจูนคลื่นไปตรงกับความถี่นี้ ถ้าเจอเราก็ปรับความถี่ใหม่ อย่าให้มันเข้ามา หาวิตามิน ไม่วัคซีนคุ้มกันความคิดตนเองไปก่อนละกัน
ปัญหานี้มันเป็นป็นปัญหารัดับชาติ ที่ทุกๆหน่วย คือครัวเรือนต้องร่วมมือเข้ามาแก้ไข ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว สุดท้ายสังคมคงมาถึงจุดสุดยอด คือ จุดจบ

พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกก็ต้องขออภัย มันเยอะคิดสดไม่ใช่ง่ายเลยเนอะ