kertz
26-08-2007, 11:57 AM
ผลการวิจัยล่าสุดชิ้นหนึ่งพบว่าเยาวชนอย่างน้อย 1 ใน 3 กำลังทำลายความสามารถในการได้ยินของตัวเองด้วยการฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นคือทัศนคติของพวกเขาที่คิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหา
ทุกวันนี้เครื่องเล่นเอ็มพี 3 เป็นอุปกรณ์ยอดนิยมที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตามท้องถนน บนรถประจำทาง รถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งในห้องสมุดที่สามารถจะเห็นผู้คนใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 และนั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์เป็นกังวลเกี่ยวกับผลร้ายที่จะเกิดขึ้นจากการฟังเอ็มพี 3 ของเยาวชนในปัจจุบัน
ศาสตราจารย์บ็อบ โคแวน แห่งศูนย์วิจัยร่วมเฉพาะทางด้านการได้ยิน ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า มีปัจจัยเสี่ยงสำหรับเยาวชนที่ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 มีอยู่ 3 ข้อด้วยกันคือ พวกเขาฟังโดยปรับระดับเสียงดังเกินไป ฟังนานมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน และพวกเขาฟังถึง 5-7 วันต่อสัปดาห์
ผลการวิจัยล่าสุดนี้ระบุว่า มีผู้ที่ปฏิบัติตัวอยู่ในปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ข้อถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ศาสตราจารย์โคแวนระบุว่า "กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มักจะฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ขณะที่กำลังเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชน พวกเขาจึงมักจะปรับระดับเสียงให้ดังเพื่อกลบเสียงรบกวนจากภายนอก"
ผลสำรวจของสถานีวิทยุเอบีซีนั้นเป็นข้อยืนยันในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โดยรายการพีเอ็มของสถานีวิทยุเอบีซีสำรวจผู้ที่ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ที่สถานีรถไฟซิดนีย์พบว่าเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ปรับระดับเสียงของเครื่องเล่นเอ็มพี 3 อยู่ในระดับดังมาก
อย่างไรก็ดี ผลวิจัยของศาสตราจารย์โคแวนยังพบว่า 93 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างตระหนักถึงอันตรายต่อระบบการได้ยินที่พวกเขาจะได้รับแต่พวกเขาไม่สนใจหรือไม่คิดที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่อย่างใด
การฟังหรือได้ยินเสียงที่ดังเกินไปนั้นจะทำลายประสาทการได้ยินชั่วคราว ซึ่งจะสามารถฟื้นฟูสภาพได้โดยการหยุดพักหรือหลีกเลี่ยงการได้ยินเสียงดัง แต่ปัญหาคือเยาวชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 แทบทุกวันซึ่งจะทำให้มีโอกาสสูงในการสูญเสียประสาทการได้ยินอย่างถาวร
Credit:www.kapook.com
ทุกวันนี้เครื่องเล่นเอ็มพี 3 เป็นอุปกรณ์ยอดนิยมที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตามท้องถนน บนรถประจำทาง รถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งในห้องสมุดที่สามารถจะเห็นผู้คนใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 และนั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์เป็นกังวลเกี่ยวกับผลร้ายที่จะเกิดขึ้นจากการฟังเอ็มพี 3 ของเยาวชนในปัจจุบัน
ศาสตราจารย์บ็อบ โคแวน แห่งศูนย์วิจัยร่วมเฉพาะทางด้านการได้ยิน ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า มีปัจจัยเสี่ยงสำหรับเยาวชนที่ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 มีอยู่ 3 ข้อด้วยกันคือ พวกเขาฟังโดยปรับระดับเสียงดังเกินไป ฟังนานมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน และพวกเขาฟังถึง 5-7 วันต่อสัปดาห์
ผลการวิจัยล่าสุดนี้ระบุว่า มีผู้ที่ปฏิบัติตัวอยู่ในปัจจัยเสี่ยงทั้ง 3 ข้อถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ศาสตราจารย์โคแวนระบุว่า "กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มักจะฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ขณะที่กำลังเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชน พวกเขาจึงมักจะปรับระดับเสียงให้ดังเพื่อกลบเสียงรบกวนจากภายนอก"
ผลสำรวจของสถานีวิทยุเอบีซีนั้นเป็นข้อยืนยันในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โดยรายการพีเอ็มของสถานีวิทยุเอบีซีสำรวจผู้ที่ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ที่สถานีรถไฟซิดนีย์พบว่าเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ปรับระดับเสียงของเครื่องเล่นเอ็มพี 3 อยู่ในระดับดังมาก
อย่างไรก็ดี ผลวิจัยของศาสตราจารย์โคแวนยังพบว่า 93 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างตระหนักถึงอันตรายต่อระบบการได้ยินที่พวกเขาจะได้รับแต่พวกเขาไม่สนใจหรือไม่คิดที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่อย่างใด
การฟังหรือได้ยินเสียงที่ดังเกินไปนั้นจะทำลายประสาทการได้ยินชั่วคราว ซึ่งจะสามารถฟื้นฟูสภาพได้โดยการหยุดพักหรือหลีกเลี่ยงการได้ยินเสียงดัง แต่ปัญหาคือเยาวชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะฟังเพลงจากเครื่องเล่นเอ็มพี 3 แทบทุกวันซึ่งจะทำให้มีโอกาสสูงในการสูญเสียประสาทการได้ยินอย่างถาวร
Credit:www.kapook.com