View Full Version : รวมบทความดีๆ ครับ
ong40600
22-08-2007, 07:06 PM
วิธีปรับแต่งเน็ตให้เร็วกระฉูด
ทุกคนเข้ามาอ่านกระทู้แล้วหลายครั้งส่วนไหญ่ก็จะมีปัญหาเรื่อง
ความเร็วของ adsl ที่ไม่เร็วอย่างที่เราหวังไว้ และ ก็จำพวกสปายแวร์ต่างฯเวลาเข้าเว็ปที่ไม่
รู้จักก็อาจจะโดนสปายแวร์แอบติดตั้งตัวเองไว้ในเครื่องของเรา หรือ โดนเปลี่ยนหน้า Home-
page ส่วนใครที่ชื่นชอบ internet explorer แต่ทำงานค่อนข้างช้าไม่รู้ว่าจะทำแบบไหนไห้มันเร็ว
ขึ้นโหลดสู้ firefox and opera ยังไม่ได้เลยทุกอย่างย่อมมีทางออกครับ ปกติค่า windows ที่ไห้มาก็ดีครับแต่ก็ดีแบบปกติไม่มีอะไรพิเศษแต่โดย รวมแล้วช้าครับ เป้าหมายของการปรับแต่งก็ คือ
ให้ทุกอย่างทำงานดีขึ้นกว่าเก่าให้เข้าเว็ปได้เร็วขึ้นเล่นเกมได้ไม่มีปัญหา
ก่อนที่จะปรับแต่งค่าอะไรก็ขอไห้ทำการสำรองข้อมูลไว้ก่อนนะครับ
พอปรับแต่งเรียบร้อยย่าลืม restart เครื่องด้วยนะครับ
ปรับแต่งเน็ตก่อนเลย
ปกติแล้ว internet protocol บางตัวเราไม่ได้ไช้เลยถ้าทุกตัวทำงานก็ต้องไช้ bandwidth ก็ทำการยกเลิกไปเพ่อที่เราจะได้ bandwidth กลับมาไห้หมด
ไห้เราเข้าไปที่ Local Area Connection แล้วเข้าไปที่ properties เอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง QOS Packet Scheduler และ อันอื่นด้วยที่เราไม่ไช้ไห้เหลือไว้เฉพาะ internet protocol TCP/IP ย่าเอาออกเด็จขาดนะครับ
ให้เราเปิด Editor ขึ้นมาเข้าไปที่ช่อง run แล้ว พิมว่า regedit แล้วไห้เราเข้าไป
ปิดการยกเลิกการค้นหา networked computers for scheduled tasks ไห้ลบออกไปทั้งสอง
key เลย
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorer\RemoteComputer\NameSpace\ ลบออกไปสอง key เลย
and delete this key:
{D6277990-4C6A-11CF-8D87-00AA0060F5BF}
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\AFD\Parameters
ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
PriorityBoost 10
TransmitWorker 16
DNS (Domain Name System) which basically caches resolved hostnames for faster access and reduced DNS lookups แต่ละครั้งที่เราเข้าเว็เว็ปจะมีการเก็บค่า ไว้ที่ DNS Cache เวลาเราจะเรียกไช้อีกก็ไม่ต้องเสียเวลาไป resolved IP addresses อีกก็สามารถเรียก
จาก Cache ได้เลยทำไห้เราเข้าเว็ปได้เร็วขึ้น
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\Dnscache\Parameters
ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
CacheHashTableBucketSize 1
CacheHashTableSize 384
MaxCacheEntryTtlLimit 65280
MaxCacheTtl 14400
MaxNegativeCacheTtl 0
MaxSOACacheEntryTtlLimit 301
NegativeCacheTime 0
NegativeSOACacheTime 0
NetFailureCacheTime 0
Increase Request Buffer Size
(reduce network delay) ลดค่าดีเลของ internet
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\lanmanserver\parameters
ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
SizReqBuf 65535
Increase Network Redirector Buffers
(better network performance) เป็นการเพิ่มค่าการส่งข้อมูล
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\lanmanworkstation\parameters
ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
MaxCmds 64
MaxCollectionCount 32
MaxThreads 64
Host Resolution Priority Tweak เพิ่มความเร็วใกรดาวโหลด
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\Tcpip\ServiceProvider
ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
Class 8
DnsPriority 3
HostsPriority 2
LocalPriority 1
NetbtPriority 4
According to the HTTP specs, only limited number of simultaneous connections are allowed, while loading pages
เพิ่มการโหลด โหดแต่ละครั้งไห้มากขึ้น ปกติค่าเดิม windows จะหยู่ที่ 4 ก็เพิ่มไห้เป็น 52
จะโหลดตัวหนังหสือ หรือ รูปภาปได้เร็วกว่าเก่า
HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\Curre ntVersion\Internet Settings
ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
MaxConnectionsPer1_0Server 52
MaxConnectionsPerServer 52
ย่าลืม restart เครื่องด้วยนะครับปรับแต่งเส็จแล้ว
จริงฯแล้วยากไห้ปรับแต่งค่า TCP ด้วยแต่ไม่แน่ไจเพราะแต่ละเคื่องไม่เหมือนกันเอาไว้ใ ครยากปรับแต่งอีกก็โพสมาไว้ก็จะบอกวิธีไห้เอาแบบสุดฯ กันเลย
ปรับแต่ง internet explorer ปกติแล้ว internet explorer ค่อนข้างช้าแต่ก็สามารถปรับแต่งไห้
เร็วขึ้นได้ ไห้เรายกเลิกการโหลด animation and flah โดยปกติแล้วเวลาเราโหลดเว็ปจะมี
การโหลด Flash และGife animation กว่าจะเข้าเว็บได้ต้องรอค่อนข้างนานก็ปิดมันไปเสียเล ยง่ายดี
ไห้เราเข้าไปที่ internet option และ advanced ไห้ไปยกเลิกเครื่องหมายถูกออกที่ช่อง
play animation in web page และ play video in web page
คราวนี้เป็นการยกเลิก Flash animation เปิด regedit ขึ้นมาไห้เข้าไปหา key ชื่อ
HKEY_CLASSES_ROOT\CLSID\{D27CDB6E-AE6D-11cf-96B8-444553540000}\MiscStatus\1
ไห้เปลี่ยนค่าจาก 131432 ไปเป็น 1024 และ เปิด internet explorer ขึ้นมาแล้วเข้าเว็บดู
จะเห็นว่า Flash animation จะถูกปิดไปถ้าเรายากไห้ Flash animation มีเหมือนเดิมก็ไห้ไส่
ค่า 131432 ก็จะกลับมาเหมือนเดิม
ป้องกัน spy ware ไห้ได้ผล คงจะรู้ไช่ไหมครับว่าจำพวก spy ware จ้องจะโจมตีผลประโยชน์
ของ microsoft เป็นส่วนมากส่วนใครที่ชื่นชอบ internet explorer ในการเข้าเว็ปก็ต้องป้องกัน
ไม่ไห้ spy ware เข้ามาในเคื่องหรือ เปลี่ยนค่า Home page ใด้ก่อนอื่นเลยไห้เปิด regedit ขึ้นมา
ทำการยกเลิก Home page เข้าไปที่ key
HKEY_CURRENT_USER\Software\Policies\Microsoft\Inte rnet Explorer\Control Panel
แล้วสร้าง key DWORD ตั้งชื่อว่า
Homepage ไส่ค่า 1 ลงไปแล้วลองเข้าไปที่ internet option ก็จะเห็นได้เลยว่าช่อง
Home page จะเป็นสีเทาเราจะไม่สามารถเปลี่ยน Home page เป็นแบบอื่นได้ถ้าเรายากเปลี่ยน Home page ไหม่ก็เข้าไปกำหนดไห้ค่า เป็น 0 ก็เรียบร้อยแต่แค่นี้คงไมพอก็แนะนำ
ไห้ไปดาวโหลดโปรแกรมมีชื่อว่า SpywareGuard จะเป็นโปรแกรมกำจัดสปายแวร์แบบ
real-time protection คือโปรแกรมจะทำงานแบบ online เวลาถ้ามันเจอสปายแวร์มันก็จะบอกให้เราจลบทิ้งหรือไม่ และ มันยังป้องกันไม่ไห้สปายแวร์ทำการเปลี่ยนค่า Home page ของเราและ ป้องกันการการติดตั้งโปรแกรมต่างฯที่ internet explorer มันจะบอกเราทันที่ถ้าโปรแกรมพยายามจะติดตั้งให้เราสามารถลบทิ้งได้ทันทีอีกด้วย
เร่ง Internet Explorer ให้โหลดเว็บเพ็จได้เร็วขึ้น
ไปที่ Windows Explorer ครับ (หรือกดปุ่ม :ms Windows+E) หรือไปที่ Start > Run พิมพ์คำว่า Explorer ก็ได้ครับ
หลังจากนั้นเข้าไปที่ C:\Document and Settings\ชื่อUserของคุณ\UserData (หรือจะพิมพ์ใน Run ก็ได้ครับ..เร็วดี)
เปลี่ยนชื่อไฟล์ index.dat เป็น index.old
เสร็จแล้วลอง Log Off แล้ว Log On กลับมาอีกครั้ง หรือจะ Restart ก็ได้ครับ
ขอไม่ล๊อคข้อความนะครับ บทความดีๆแจกให้ฟรีครับ
ong40600
22-08-2007, 07:22 PM
การโกงเวลาโปรแกรม
หากคุณ เป็นอีกหนึ่งคน ที่กำลังนั่งเซ็งกับเจ้าโปรแกรม ที่ต้องเสียตังหรือเสียเวลาไปค้นหา ตัว Crack เพื่อมาต่ออายุมัน
วันนี้ปัญหาการใช้ Crack จะหมดไป เพราะเราไม่ใช้แล้ว เราจะใช้สิ่งนี้แทนนั่นคือ Serial (ตุ๊บ ตับ ตุ๊บ ตับ!!!! โทดคร๊าบบบบ)
เพราะเราได้ใช้ Registry Editor แทนไงหระมาเริ่มกันเรยมะๆๆๆ
1.หลังจากผ่านการติดตั้งโปรแกรมตามปกติและเห็น ระยะเวลาอันน่าเศร้าใจแล้ว
2.ให้คลิกปุ่ม Start ->Run
3.พิมพ์คำสั่ง c:\windows\regedit.exe เพื่อเปิดโปรแกรม Registry Editor
4.ต่อจากนั้น เราจะเห็นหัวข้อที่ชื่อ file แล้วก็คลิ๊ก >> Export เพื่อทำสำเนาข้อมูล Registry ของวินโดวส์ นะครับ
5.นั่งพักหายใจสักครู่ ^0^
6. เมื่อทำสำเนาแล้ว จะมีหน้าต่างเพื่อบันทึกไฟล์ ขึ้นมาในช่อง save in : เลือกเป็น My Decuments คลิ๊กเลือก All ตรงกรอบ Export range
7.พิมชือ่ไฟล์ลงไปในช่อง File name: *ตรงนี้ใส่ชื่อไรก็ได้นะครับ*. reg
ส่วน File of type : Registraration File ( *.reg ) แล้วก็กด Save ไปเลย
8.รอจนโปรแกรมหมดอายุ (ไม่ต้องนั่งรอโดยไม่ทำไรก้ได้นะ หมายถึง คนที่หมดอายุแล้วค่อยมาทำก็ได้ = =)
9.ให้ไปที่ Start ->Run พิมพ์คำสั่ง c:\windows\regedit.exe เพื่อเปิดโปรแกรม ขึ้นมาอีกครั้งนึง
10. ไปที่ File แล้วเลือก Import
11.ให้ไปที่ช่อง Look in: เลือก My Decuments เพื่อคลิกชื่อไฟล์ที่เราทำสำเนาเอาใว้ (ในขั้นตอนที่7 อ่ะ)
12. กดปุ่ม open โปรแกรมก็จะ มีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกรอบ เป็นอันเสร็จครับ
ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ
ong40600
22-08-2007, 07:36 PM
Computer tips: ถนอมแบตเตอรี่ โน้ตบุ๊คของคุณอย่างถูกต้อง ก่อนจะสาย
ท่านที่ใช้งาน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเป็นประจำ หรือมีใช้งานบ้าง หรือแม้แต่การใช้งานในกลุ่มอื่นๆ ของ แบตเตอรี่อย่าง Lithium-ion เช่น Ipod เป็นต้น มักจะมีคำแนะนำต่างๆ ที่ได้รับรู้มาบ้าง เป็นต้นว่า ควรใช้ให้แบตเตอรี่เกือบหมดจึงค่อยชาร์ต หรือ อย่าให้ประจุหมดเสียทีเดียวจึงจะชาร์ต มาบ้าง แต่คราวนี้ลองมาดูรายละเอียดแบบจริงๆ จังๆ กันบ้างครับ
สำหรับแบตเตอรี่ในกลุ่มของ Lithium-ion ส่วนมากแล้วจะพบได้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Notebook เกือบทุกรุ่น (อาจจะยังมีบางรุ่น หรือรุ่นเก่าๆ ที่ยังเป็นNickel-based batteries) , ipod รุ่นต่างๆ , มือถือ หลายๆรุ่น จนถึง Iphone ที่เพิ่งจะวางตลาดใน US เป็นต้นครับ
ซึ่งการทำงานของแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ มักจะสามารถชาร์ตใช้งานกันได้ต่อเนื่องเลยทันที ไม่ต้องรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง แต่อย่างใดครับ เพราะแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ นั้นจะนับรอบของการชาร์ต แต่ไม่ได้นับจำนวนครั้งในการชาร์ต
หลายท่านอาจจะงงว่า มันแตกต่าง กันอย่างไรระหว่างการนับจำนวนครั้งในการชาร์ต กับการนับรอบของการชาร์ต
โดยปรกติแล้ว แบตเตอรี่จะมีจำนวนครั้งโดยเฉลี่ยในการใช้งานอยู่ระดับหนึ่ง แตกต่างกันไปแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น การนับจำนวนครั้งในการชาร์ตคือ สมมุติว่า เราใช้งานแบตเตอรี่ ไป 10% แล้วเราทำการเสียบชาร์ต นั่นคือ 1 ครั้งของการชาร์ตแบตเตอรี่
ส่วนจำนวนรอบชองการชาร์ตจะแตกต่างไปครับ คือ จะนับเมื่อการชาร์ต ครบ 100% (ดูภาพด้านล่างประกอบ)
เช่น วันนี้ เราใช้แบตเตอรี่ไป 40% แล้วชาร์ตจนเต็ม พรุ่งนี้ใช้ไปอีก 20% แล้วก็ชาร์ตอีก วันถัดไปใช้ไป 30% วันถัดไปใช้อีก 20% แล้วชาร์ต (ซึ่งนี่คือ ปรกติที่เรามักจะใช้ๆกันนั่นล่ะครับ)
1 รอบของการชาร์ต ก็จะถูกนับเมื่อครบ 100% นั่นคือ 40% (วันแรก) + 20% (วันที่ 2) + 30% (วันที่ 3) + 10% (ของวันที่ 4) ก็จะเท่ากับ 1 รอบครับ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า จากตัวอย่าง เมื่อนับรอบแล้ว จะเท่ากับ 1 รอบ กับเศษอีก 10% (นับจำนวนรอบที่ครบ 100% เท่านั้น) แต่มีการชาร์ตทั้งหมด 4 ครั้ง ครับ
ซึ่งจะเห็นได้ว่า การชาร์ตที่แบตเตอรี่ เมื่อไหร่ ตอนไหน และกี่ครั้งก็ตาม สำหรับแบตเตอรี่ Lithium-ion แล้วจะไม่สนใจครับ เรียกว่า ชาร์ตได้ทุกครั้งที่ต้องการ ไม่ต้องรอให้หมดก่อนแล้วจึงค่อยชาร์ต
แล้วจะถนอมแบตเตอรี่อย่างไร หรือว่าไม่ต้อง ???
สำหรับการชาร์ตนั้น จะเห็นได้ว่า แบตเตอรี่ ในกลุ่มนี้ สามารถชาร์ตได้ทุกครั้งตามต้องการ นับเพียงจำนวนรอบที่ครบ 100% เท่านั้น การถนอมแบตเตอรี่จึงตกอยู่ที่การใช้งานเป็นหลักคือ
1. พยายามลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่เกินกำลัง ซึ่งแม้ว่า การแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์แต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานนั้นๆ แล้วก็ตาม แต่หากเราลดการใช้กำลังไฟ ที่ไม่จำเป็น ก็จะช่วยลดภาระของแบตเตอรี่ และช่วยยืดอายุการใช้งานได้ เช่น สำหรับ Notebook เมื่อไม่ได้ใช้งาน wireless lan, bluetooth ก็ควรปิด ไม่ควรเปิดไว้ เพราะว่าระบบเหล่านี้ ก็จะทำงานกินไฟไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น
2. พยายามถอดแบตเตอรี่ออกทุกครั้งที่มีการเสียบไฟบ้าน สำหรับในกรณีนี้ เป็นข้อแนะนำที่อาจจะดูกลางๆ หรือว่า ไม่จำเพาะเจอะจงว่าต้องทำ เนื่องจาก Notebook หลายๆ รุ่นจะมีระบบตัดไฟอยู่แล้วเมื่อพบว่า Battery เต็มอยู่ ก็จะปรับไปใช้งานระบบไฟบ้านเพียงอย่างเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Notebook ทุกรุ่นจะมี หรือสามารถทำได้ ยังมี Notebook อีกหลายรุ่นที่ไฟจะถูกดึงจาก battery เป็นหลัก แม้ว่าจะเสียบไฟบ้านก็ตาม
ซึ่งผลของมันคือ จะทำให้ Battery ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งชาร์ตและจ่ายไฟในคราวเดียวกัน ส่งผลทำงานมากขึ้น เกิดความร้อน และทำให้ cell battery เสื่อมในที่สุดนั่นเอง
3.ควรเคลียร์ Cell Battery ทุกๆ สามสิบครั้งของการชาร์ต เนื่องจากแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ จะนับจำนวนรอบและชาร์ตพลังเดิมได้ตลอด ทำให้หลายๆ ครั้งที่ ประจุ มีอาการเหมือนกับคั่งค้างอยู่ใน แบตเตอรี่ จนทำให้เจ้า Noteboook ของคุณแสดงปริมาณของไฟ ไม่ตรง ซึ่งสังเกตุได้จาก อาการที่ เครื่องปิดตัวเองเหมือนกับแบตเตอรี่อ่อน ทั้งๆ ที่เครื่องของคุณยังแสดงปริมาณเหลืออีกเกือบครึ่งเป็นต้น
นั่น หมายถึงว่า มีประจุคั่งค้างใน cell battery เสียแล้ว วิธีการแก้ไขคือ ทุกครั้งการชาร์ตไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง ควรจะเปิดเครื่องใช้งานจนแบตหมดจริงๆ แล้วชาร์ตให้เต็มซักครั้ง ก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หรืออาจจะใช้งานให้จนหมดซักสองถึงสามครั้งแล้วชาร์ตจนเต็ม
4. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อน เพราะหลายท่านมักจะพกพาเอา Notebook ไปไหนมาไหนเสมอ มักจะทิ้งไว้ในรถยนต์ โดยท่านไปทำกิจธุระอื่นๆ ทั้งวัน
การทิ้งแบตเตอรี่ไว้ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ หากจอดไว้ในที่ร่มคงไม่เป็นไร แต่ถ้าจอดไว้กลางแดดแล้วละก็จะทำให้ Cell battery ร้อน และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติครับ
5. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้รวมกับสื่อนำไฟฟ้าอื่นๆ หรือในกล่องที่นำไฟฟ้าได้ เพราะหลายครั้งที่แบตเตอรี่เสียเนื่องมาจากเกิดการชาร์ตในระหว่างการเก็บ เช่น มีเศษเหรียญไปโดนบริเวณขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้ว เป็นต้น
6. เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ และต้องการเปลี่ยน cell battery ภายใน ควรเลือกที่จะให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนให้ หรือซื้อจากศูนย์ฯ โดยตรง เพราะการเปลี่ยน cell batery ภายในนั้นหลายครั้งที่มีการใส่ cell ผิดแบบ ผิดประเภท จนทำให้เครื่องพังได้ครับ
7. อย่าลืมติดตามข่าวสารด้าน Technology จากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น ล่าสุดเราจะได้ยินข่าวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค ระเบิด ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิต ก็ได้ทำการแจ้งข่าวสารผ่านทางหน้าเว็บไซตืของผู้ผลิตเอง เรียก Battery รุ่นที่มีปัญหากลับคืน เพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ ให้เป็นต้น
ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ยืดอายุการใช้งาน Battery และ Notebook ของคุณได้นานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปวิธีนี้ไปใช้งานกับ Battery ในกลุ่มของ Lithium-ion ได้อีกด้วย
ong40600
22-08-2007, 07:51 PM
ทำความรู้จักกับ SCADA
SCADA คืออะไร
SCADA นั้นย่อมาจากคำว่า Supervisory Control And Data Acquisition เป็นระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time ใช้ในการตรวจสอบสถานะตลอดจนถึงควบคุมการทำงานของระบบควบคุมในอุตสาหกรรมและงานวิศวกรรมต่าง ๆ เช่น งานด้านโทรคมนาคมสื่อสาร การประปา การบำบัดน้ำเสีย การจัดการด้านพลังงาน อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันและก็าซ อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ การขนส่ง กระบวนการนิวเคลียร์ในโรงไฟฟ้าเป็นต้น ตัวอย่างการใช้งานเช่นใช้ SCADAตรวจสอบข้อมูลเช่นการรั่วไหลของของเหลวที่เกิดขึ้นในท่อขนส่งจากตัวตรวจจับแล้วส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้พนักงานทราบ โดยส่งข้อมูลสู่ส่วนกลางของระบบ SCADA เป็นต้น นอกจากนั้น SCADA อาจทำหน้าที่คำนวณและประมวลผลข้อมูลที่ได้จากฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เช่น PLC, Controller, DCS, RTU แล้วแสดงข้อมูลทางหน้าจอ หรือส่งสัญญาณควบคุมฮาร์ดแวร์ดังกล่าว เช่นหากอุณหภูมิของอุปกรณ์สูงเกินพิกัด ให้ทำการปิดอุปกรณ์นั้นเป็นต้น โดยสั่งงานผ่าน PLC หรือ Controller ที่ติดต่ออยู่ ทั้งนี้ SCADA สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากระบบควบคุมทั้งหมดไว้ในฐานข้อมูลเพื่อให้พนักงานหรือโปรแกรมอื่น ๆ สามารถนำไปใช้งานได้ SCADA นั้นเข้าไปมีส่วนในงานควบคุมทั้งเล็กและใหญ่ที่ต้องการแสดงผล แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือควบคุมระบบต่าง ๆ จากส่วนกลาง เพื่อการทำงานของระบบรวมที่สัมพันธ์กัน มองเห็นภาพรวมได้อย่างชัดเจนและมีความรวดเร็วต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ระบบ SCADA ในปัจจุบันมีความสามารถในการสื่อสาร ควบคุม และประมวลผลข้อมูลจาก I/O ของอุปกรณ์เช่น PLC, DCS, RTU ได้ถึงระดับที่เกินหนึ่งแสน I/O แล้ว และได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถรองรับความต้องการใหม่ ๆ ของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดมา
SCADA เริ่มใช้งานในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ DOS, VMS และ UNIX จนมาถึงระบบปฏิบัติการ Windows NT, XP, Server 2003 และ LINUX
ในที่นี้จะแสดงลักษณะสำคัญของ SCADA ตามโครงสร้าง (Architecture) หน้าที่การทำงาน (Functionality) และ การพัฒนาโปรเจ็ค (Application Development) เพื่อให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจส่วนสำคัญของ SCADA ได้อย่างละเอียด
โครงสร้างของ SCADA (Architecture)
โครงสร้างด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware Architecture)
SCADA แบ่งตามโครงสร้างฮาร์ดแวร์ได้สองระดับคือ Client และ Data Server หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Server โดยที่ Client คือคอมพิวเตอร์ที่รับและส่งข้อมูลไปยัง Data Server โดยฝั่ง Client นี้จะแสดงผลการทำงานของระบบควบคุมเช่น แสดงเป็นกราฟิก กราฟแบบต่อเนื่อง หรือระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือต้องการแจ้งเตือน เป็นต้น ฝั่ง Client สามารถสั่งงานควบคุมไปยัง Data Server เพื่อส่งสัญญาณไปยัง PLC, DCS หรือ Controller อีกทอดหนึ่ง ส่วน Data Server จะทำหน้าที่ติดต่อกับ PLC, DCS, Controller หรือ RTU ต่าง ๆ เพื่อรับสัญญาณและส่งสัญญาณไปยัง Client และรับการร้องขอจาก Client เพื่อควบคุมอุปกรณ์ PLCและ Controller ต่าง ๆ Client และ Data Server ส่วนใหญ่ติดต่อกันผ่านระบบเครือข่าย Ethernet
โครงสร้างด้านซอร์ฟแวร์ (Software Architecture)
โครงสร้างด้านซอร์ฟแวร์ของระบบ SCADA นั้นมีข้อที่ต้องทราบคือ SCADA ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารกับฮาร์ทแวร์ (เช่น PLC, DCS) ต่าง ๆ กันไปตามผู้ผลิต เช่นการใช้ Driver เฉพาะของผู้ผลิต SCADA เพื่อสื่อสารกับ PLC, DCS เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีการกำหนดมาตรฐานกลางคือ OPC ขึ้นมาเพื่อยุติปัญหาการใช้เทคโนโลยีเฉพาะด้านในการสื่อสาร นอกจากนั้นยังมีความสามารถในการบริการข้อมูลให้กับ Client ที่รวดเร็วและมีเสถียรภาพ
โครงสร้างด้านซอร์ฟแวร์ของ SCADA
ในส่วนของ SCADA Server นั้น การติดต่อกับ PLC หรือ Controller นั้น ทำได้ทั้งผ่าน Driver หรือ OPC โดยที่ OPC และ Driver สามารถรับคำสั่งแบบ Read / Write เพื่ออ่านข้อมูลจาก PLC หรือ เขียนข้อมูลเพื่อสั่งงานไปยัง PLC ได้
SCADA Server จะทำหน้าที่จัดการข้อมูล RTDB (Real Time Data Base) ที่ได้จาก PLC แล้วส่งให้กับ SCADA Client โดยที่ SCADA Server บางประเภทจะติดต่อกับ SCADA Client ผ่าน DDE Server ซึ่งทำให้สามารถนำเข้าข้อมูลจาก PLC เข้าสู่โปรแกรมเช่น MS Excel หรือ โปแกรม Client อื่น ๆ ที่ติดต่อกับ DDE Server ได้
SCADA บางตัวจะออกแบบให้ SCADA Server ทำหน้าที่ตรวจจับ Alarm และเก็บไว้ใน Alarm DB หรือเก็บข้อมูลที่เป็น Historian ไว้ใน Log DB เป็นต้นเพื่อส่งให้ Alarm Display และ Log Display ทางฝั่ง SCADA Client ต่อไป
สำหรับส่วน Development Environment นั้นจะขึ้นอยู่กับการออกแบบของ SCADA ซอร์ฟแวร์นั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีเครื่องมือในการสร้างและจัดการกราฟิก (Graphic Editor) เครื่องมือในการจัดการโปรเจ็คที่สร้างขึ้นมา (Project Editor) มีเครื่องมือในการนำเข้าและส่งออก Text file ที่เก็บค่าคอนฟิกูเรชั่นของการติดต่อกับ Driver หรือ OPC Server ไว้
โครงสร้างด้านการสื่อสาร (Communications)
การสื่อสารระหว่าง Client-Server จะสื่อสารผ่านโปรโตคอลโดยทั่วไปเช่น TCP/IP โดย Client จะติดต่อกับพารามิเตอร์หรือ Tag ภายใน Server ที่บริการข้อมูลด้วยรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามผู้ผลิต เช่นมีการส่งค่าจาก Server เมื่อค่าของ I/O ของ PLC มีการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น
การสื่อสารกับอุปกรณ์นั้น Server จะทำการตรวจสอบค่าจากอุปกรณ์ตามช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานกำหนดไว้ (Defined polling rate) โดยอาจจะต่างกันไปตามพารามิเตอร์ประเภทต่าง ๆ โดยตัว Controller จะส่งค่าพารามิเตอร์ตามที่ถูกร้องขอให้กับ Data Server พร้อมค่าเวลาขณะนั้น (Time Stamp) การสื่อสารกับอุปกรณ์ของ Data Server นั้นอาจเป็นการสื่อสารแบบ Modbus, Profibus, CAN bus เป็นต้น ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการสื่อสารของอุปกรณ์นั้น ๆ ว่าเป็นแบบใด ในปัจจุบันมีการสร้าง OPC Server ที่สนับสนุนการติดต่อด้วยมาตรฐานต่างๆเพิ่มขึ้นมากมายจนครอบคลุมอุปกรณ์ทุกประเภท และมีการพัฒนาให้ทั่วถึงไปยังอุปกรณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างอินเทอร์เฟส (Interface)
การติดต่อระหว่าง Data Server กับอุปกรณ์หรือระหว่าง Data Server และ Data Server และกับ Client นั้น มีการผลิตเป็น Driver ออกมามากมายตามเทคนิคเฉพาะของแต่ละผู้ผลิต ต่อมาจึงมีการกำหนดมาตรฐานของอินเทอร์เฟสขึ้นมาเป็น OPC (OLE for Process Control) ซึ่งมีความรวดเร็วในการสื่อสารและบริการข้อมูลโดยมีการจัดตั้ง OPC Foundation ขึ้นเป็นองค์กรหลักในการกำหนดมาตรฐานและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่สมาชิก OPC จึงเป็นมาตรฐานกลางที่เปิดกว้างมากที่สุด
การติดต่อกับฐานข้อมูลภายนอกของ SCADA Software นั้น มีการสร้างให้สามารถติดต่อได้ผ่าน ODBC (Open Data Base Connectivity), OLEDB (Linking and Embedding Data Base), DDE (Dynamic Data Exchange) เป็นต้น เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือทำการเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้สามารถติดต่อกับโปรแกรม ERP ต่าง ๆ เช่น SAP เป็นต้นได้ด้วย
โครงสร้างความสามารถในการขยายระบบ (Scalability)
Scalability คือความสามารถในการรองรับและต่อขยายระบบ SCADA กับส่วนต่าง ๆ เช่น I/O ของอุปกรณ์ Controller และจำนนเครื่อง SCADA Client ที่เพิ่มขึ้น หรือการต่อพ่วงกับระบบ SCADA ของยี่ห้ออื่น ๆ เป็นต้น ถ้าหาก Data Server เป็นแบบ Driver ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีเฉพาะในการติดต่อกับอุปกรณ์ ก็เป็นเรื่องลำบากในการต่อขยาย เพราะ Driver บางประเภทสามารถติดต่อได้เฉพาะ SCADA Software บางยี่ห้อเท่านั้น ปัญหานี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันได้หันมาใช้มาตรฐานกลางคือ OPC เพื่อแก้ไขปัญหานี้
พรุ่งนี้มาต่อเรื่อง SCADA กันต่อครับ ยังมีอีกครับ
cs2326
23-08-2007, 01:00 PM
เป็นบทความที่ได้ประโยชน์จริงๆ ครับเพราะบางอย่างรู้มาแบบผิดๆ จริงๆ อย่างเช่นเรื่องแบตเตอรี่ครับ ทำให้รู้ความจริงที่ถูกต้องขึ้นมา
ส่วนเรื่อง IE จะลองใช้ดูครับแต่ก็เสียวเหมือนกัน แบคอัพงานก่อนดีกว่า ขอบคุณครับ
ong40600
23-08-2007, 06:10 PM
มาดูเรื่อง Scada กันต่อครับ
โครงสร้างการสำรองระบบ (Redundancy)
SCADA Software ส่วนใหญ่มีความสามารถในการทำสำรองระบบของ Data Server โดยที่เมื่อ Data Server เกิดความขัดข้องก็จะสั่งงานให้ Data Server อีกตัวหนึ่งทำงานแทนที่ โดยจะมีการกำหนดคอนฟิกูเรชั่นไว้ที่ Client ว่าจะให้เลือกติดต่อกับ Data Server ตัวไหนเมื่อเกิดความขัดข้องเกิดขึ้น
ในบางครั้งโมดูลที่ทำหน้าที่จัดการด้าน Redundancy นี้อาจจะทำหน้าที่อีกประการหนึ่งคือเป็นจุดพักข้อมูลที่รับมาจาก Data Server เพื่อนำไปส่งให้กับ Client ต่าง ๆ เพราะในกรณีที่มี Client จำนวนมากติดต่ออยู่กับ Data Server ตัวเดียวนั้นอาจมีความล่าช้าในการบริการข้อมูลของ Data Server เพราะต้องให้บริการข้อมูล Client ให้ครบจำนวนก่อนที่จะไปรับข้อมูลใหม่จากอุปกรณ์มาได้ ดังนั้นโมดูลที่ทำหน้าที่ Redundant จึงทำหน้าที่เป็นจุดรับข้อมูลแล้วช่วยส่งต่อให้ Client ต่างๆ อีกทอดหนึ่ง Data Server จะได้ทำหน้าที่บริการข้อมูลให้แก่โหนดเพียงจุดเดียว จึงมีความรวดเร็วในการบริการข้อมูล
หน้าที่การทำงาน (Functionality)
การเข้าถึงพารามิเตอร์ของอุปกรณ์
หมายถึงความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มของพารามิเตอร์ในอุปกรณ์เช่น I/O ของ PLC เป็นต้น ความสามารถของ Data Server ในการกำหนดว่าพารามิเตอร์ใด อ่านได้อย่างเดียว เขียนได้อย่างเดียว หรือทั้งอ่านทั้งเขียน เป็นต้น
ระบบแสดงผลแบบ MMI (Man Machine Interface)
คือความสามารถในการแสดงผลการทำงานของอุปกรณ์ในรูปแบบ กราฟิก ข้อความ สัญลักษณ์ แผนภาพ เป็นต้น โดยสามารถเชื่อมโยงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของกราฟิกเหล่านี้กับพารามิเตอร์จาก Data Serverได้ ความสามารถในการสั่งงานผ่านระบบกราฟิกเช่น การปิด/เปิด สวิทซ์บนจอมอนิเตอร์ส่งผลไปยัง I/O ของ PLC เป็นต้น
ความสามารถในการจัดการกราฟิกเช่น การย่อ ขยาย การกำหนดการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ เช่น การหมุน การเคลื่อนที่แบบซิกแซกตามสัญญาณของ Data Server การแสดงผลสัญญาณในรูปแบบมิเตอร์และเกจวัดแบบต่าง ๆ การนำเข้ากราฟิกประเภทต่างๆ การจัดแบ่งเลเยอร์ เป็นต้น เหล่านี้เป็นข้อเปรียบเทียบความสามารถของ SCADA Software ทั้งสิ้น
ระบบแสดงกราฟสัญญาณแบบต่อเนื่อง (Trending)
Trending เป็นความสามารถในการพล็อตกราฟต่อเนื่องกันไปบนจอภาพเพื่อแสดงค่าสัญญาณจาก Data Server โดยอาจจะสามารถพล็อตสัญญาณได้หลายสัญญาณเช่น 8 – 24 สัญญาณ พร้อมกันในหน้าต่างเดียว เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบสัญญาณที่พล็อตได้ และไม่จำกัดว่าจะสร้างหน้าต่างพล็อตจำนวนเท่าใด
Trending อาจมีความสามารถในการ ซูมสัญญาณที่พล็อต และหยุดการพล็อตเพื่อเลื่อนดูค่าที่พล็อตในแต่ละช่วงเวลาได้ด้วยตัวของผู้ใช้งานเอง นอกจากนั้นการพล็อตอาจสามารถเลือกได้ว่าจะให้เป็นการพล็อตแบบใดเช่น Time plot, Logarithmic plot, Strip Chart, Bar Chart, Circular, X-Y plot เป็นต้น นอกจากนั้นบางผู้ผลิตยังสามารถนำค่า Historian หรือข้อมูลสัญญาณที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลออกมาพล็อต ได้อีกด้วย
โดย Trending Module นี้อาจเป็นแบบ ActiveX Control คือสามารถนำไปใช้งานในแอปลิเคชั่นอื่นที่สนับสนุนการนำเข้า ActiveX ได้
ระบบแจ้งเตือน (Alarm)
SCADA Software ส่วนใหญ่มีระบบแจ้งเตือนโดย Alarm Display จะรับสัญญาณมาจาก Alarm DB ในฝั่ง SCADA Server โดย Alarm DB สามารถที่จะทำการกำหนดคอนฟิกูเรชั่นว่าจะนำสัญญาณตัวใดมาเป็นตัวพารามิเตอร์ในการแจ้งเตือนบ้าง และมีการแบ่งระดับของ Priority, Limit อย่างไร เป็นต้น
ระบบแจ้งเตือนยังสามารถที่จะเก็บข้อมูลการแจ้งเตือนไว้ในฐานข้อมูลประเภทต่าง ๆ ได้เช่น MS SQL Server, MS Access, Oracle, MS Excel เป็นต้น และบางยี่ห้อสามารถแสดงออกมาเป็นรายงานในรูปแบบตารางหรือ แผนภูมิได้อีกด้วย
การทำงานแบบ Automation
เป็นความสามารถที่ SCADA ทำหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่กำหนด เช่น ส่งอีเมล์ แสดงข้อความแบบ Instance Messageบนหน้าจอ เปิดไปยังหน้าจออื่น ๆ เก็บข้อมูลลงฐานข้อมูล เปิดโปรแกรม หรือรันคำสั่งสคริปต์ เป็นต้น ตามสัญญาณที่ได้รับจาก Data Server และข้อกำหนดที่สร้างขึ้น
การสร้างและพัฒนา (Application Development)
การกำหนดคอนฟิกูเรชั่น
การกำหนดคอนฟิกูเรชั่น ขั้นแรกต้องมีการกำหนดว่าจะติดต่อกับพารามิเตอร์หรือ Tag ใดบ้างจาก Data Server ดังนั้นจะต้องทำการ Define หรือสร้าง Tag ที่ Data Server ก่อนว่า Tag แต่ละตัวหมายถึง Address ที่เท่าใดของอุปกรณ์ (PLC, DCS, RTU, Controller ต่างๆ) โดยทั่วไปสามารถทำการนำเข้าคอนฟิกูเรชั่นไฟล์ที่สร้างไว้ก่อนเข้ามาได้ และสามารถ Export ไปยัง Data Server อื่น ๆ ได้ จากนั้นโปรแกรมย่อยอื่น ๆ ของ SCADA Software ฝั่งไคลเอนท์ จึงทำคอนฟิกูเรชั่นตามหน้าที่การทำงานของตนเอง เช่น โมดูลที่มีหน้าที่แสดงผลกราฟิกก็ต้องกำหนดว่ากราฟิกนั้น ๆ จะเชื่อมโยงกับ Tag ใดจาก Data Server ส่วนโมดูลที่ทำหน้าที่แจ้งเตือนก็ต้องทำคอนฟิกูเรชั่นว่าจะนำ Tag ใด มาเป็นสัญญาณแจ้งเตือน และกำหนดระดับสัญญาณ Limit เป็นต้น
เครื่องมือในการพัฒนา (Development Tool)
เครื่องมือในการสร้างและพัฒนาระบบ SCADA โดยทั่วไปจะประกอบด้วย
- เครื่องมือในการสร้างระบบกราฟิก ที่ประกอบด้วยเครื่องมือวาดภาพ เครื่องมือกำหนดเอ็ฟเฟ็คพิเศษต่าง ๆ ไลบรารี่ของกราฟิกสำเร็จรูปในอุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ
- เครื่องมือในการสร้าง Trending
- เครื่องมือในการสร้างระบบAlarm
- เครื่องมือในการกำหนดการติดต่อกับฐานข้อมูลเพื่อทำการเก็บรวบรวมข้อมูลของ Trending และ Alarm ลงไว้ในฐานข้อมูล
- เครื่องมือในการช่วยสร้าง Script เช่น Java script, VB Script
- เครื่องมือจัดการด้านความปลอดภัย การแบ่งระดับ User และขอบเขตการใช้งานของ User
- เครื่องมือในการสร้าง Web application เพื่อให้สามารถควบคุมและตรวจสอบระบบควบคุมผ่าน Web browser ได้
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นลักษณะของ SCADA และ SCADA Software ส่วนใหญ่ ทั้งนี้คุณผู้อ่านก็คงจะพอเห็นภาพว่า SCADA นั้นสามารถเป็นศูนย์กลางของระบบควบคุมทั้งหมดขององค์กร และมีส่วนช่วยในการตรวจสอบการทำงานของระบบให้เป็นไปตามปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ภายในเวลาอันรวดเร็ว มีส่วนช่วยในการตัดสินใจในการดำเนินงานจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับจากระบบ SCADA นอกจากนี้เรายังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้จาก SCADA เข้ากับข้อมูลทางธุรกิจอื่น ๆ เพื่อประมวลผลร่วมกัน เช่น ข้อมูลจำนวนของเสียเป็นกิโลกรัมที่ตรวจสอบได้จาก SCADA ถูกนำมาคำนวณร่วมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แบบ Real time เพื่อสรุปเป็นรายงานค่าใช้จ่ายประจำวันเป็นต้นได้อย่างรวดเร็ว
ong40600
23-08-2007, 06:51 PM
วิธีการเร่งสปีด FIREFOX ให้เร็วสุดขั้ว
ปิดโปรแกรมมาไม่ต้องเปิดหน้าเว็บใด ๆ พิมพ์ about:config ที่ช่อง URL กด Enter หาตัวแปรเหล่านี้
network.http.max-connections = 64
*โมดิฟายเป็น 54
network.http.max-connections-per-server= 20
*โมดิฟายเป็น 20
network.http.max-persistent-connections-per-server= 10
*โมดิฟายเป็น 10
network.http.pipelining = true
* toggle เป็น ture
network.http.pipelining.maxrequests = 100 หรือ 200
(เลือกเอาสักตัว แต่ผมชอบ 200)
network.http.request.max-start-delay = 0
*โมดิฟายเป็น 0
network.http.max-persistent-connections-per-proxy = 10
*โมดิฟายเป็น 10
network.http.proxy.pipelining = true
* toggle เป็น ture
network.http.proxy.version = 1.0
* ของเดิม 1.1 แต่ลองของเก่าดูสำคัญนะตัวนี้
อีกตัว คลิกซ้ายที่ว่าง เลือก integer
1. ใส่ตัวแปร nglayout.initialpaint.delay
2. ใส่ค่า = 0
ได้ nglayout.initialpaint.delay = 0
เรียบร้อยแล้ว ปิด Mozilla Firefox ไปก่อน แล้วเปิดใหม่ รับรองเร็วขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ
ong40600
24-08-2007, 06:42 PM
เคล็ดลับ window ที่คุณอาจไม่เคยรู้
>>ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น
>>ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น
>>หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ
>>คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\\windows ของคุณ
>>ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย
>>การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop
>>ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt+D หรือ Ctrl + Tap เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้
>>คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก
>>คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้
>>ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว
>>คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start Run พิพม์จุดลงไปแล้วกด Enter ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้
>>ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar
>>ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ \"con\" ได้ ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น
>>การกด Ctrl ค้างเอาไว้ เวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu
>>คุณสามารถ ปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก
>>หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงาน ที่สะดวกขึ้น
>>ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send
>>คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Item ต่างๆ ได้
>>การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน
>>การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา
>>คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare
>>เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break
>>การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ
>>การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter
>>การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete
>>การกด Shift ค้างไว้ เวลาใสแผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา
>> กดแค่ shit ค้าง แล้วเลื่อน สกอล เม้าท์ขึ้นลง เพื่อ Back หรือ Forward :rolleyes:
ong40600
24-08-2007, 07:05 PM
วีธีนี้จะทำให้ระบบโหลดเคอร์เนล ของ XP ไปเก็บไว้ในแรม ต้องมีแรมไม่ต่ำกว่า 256 m ต่ำกว่านั้นอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทำง่ายๆ มาลุยกันเลยดีกว่าครับ
1. ไปที่ Start > Run > พิมพ์ Regedit
2. ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE > SYSTEM > CurrentControlSet > Control > SessionManager > Memory Management
แล้วจะเจอคีย์ 2 ตัวนี้
DisablePagingExecutive
LargeSystemCache
ให้ดับเบิ้ลคลิ๊กเข้าไปแล้วแก้ไขค่า 0 เป็น 1 ทั้งสองคีย์เลยนะครับ
หลังจากนั้นให้ Restart เครื่องเพื่อให้เครื่องตอบสนองของการปรับแต่งให้สมบู รณ์
-=iMax=-
25-08-2007, 07:49 AM
ขอบคุณครับ ได้ความรู้ดี พอดีเพิ่งสมัครใหม่ครับ ผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยด้วย
ong40600
25-08-2007, 08:46 AM
ขอบคุณครับ ได้ความรู้ดี พอดีเพิ่งสมัครใหม่ครับ ผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยด้วย
[/b]
อย่าลืมไปอ่านกฎที่นี่ด้วยนะครับ http://citecclub.org/forum/index.php?showtopic=3121&st=0
มาต่อกันเลยครับ
Folder Option หายไป ทำไงดี
ถาม: จู่ๆ Folder Option ที่อยู่ในเมนู Tools ก็หายไปเฉยๆ ในหน้าต่าง Control Panel ก็ไม่มี ไม่แน่ใจว่า ติดไวรัส หรือเปล่า แล้วมีวิธีเรียกคืนมาได้อย่างไร ช่วยแนะนำด้วยครับ
ตอบ: มัลแวร์อย่างพวก Adware, Spyware, Browser Hijacker และ Trojan บางตัวจะไม่ยอมให้ผู้ใช้เปลี่ยน Folder Options ในกรณีนี้ แนะนำให้คุณใช้โปรแกรมสแกนตรวจสอบให้เรียบร้อยเสียก่ อน
หลังจากสแกนเรียบร้อยแล้ว แต่ Folder Options ยังไม่ปรากฏขึ้นมาอยู่ดี เป็นไปได้ว่า พวกมันเข้าไปกำหนดค่าใน Registry ให้ยกเลิก (disable) ตัวเลือกนี้ออกไป สำหรับวิธีแก้ไขให้กลับคืนมาดังเดิมทำได้ดังนี้
1. เปิดโปรแกรม Registry Editor (คลิกปุ่ม Start -> Run พิมพ์ regedit คลิกปุ่ม OK)
2. ในกรอบด้านซ้ายคลิกเข้าไปที่
HKEY_CURRENT_USERSoftwareMicrosoftWindowsCurre ntVersionpoliciesExplorer
3. กรอบด้านขวาหากพบว่าคีย์ NoFolderOptions ถูกกำหนดค่าเป็น 1 ให้ดับเบิ้ลคลิกบนคีย์ดังกล่าว แล้วแก้กลับเป็น 0
4. ปิดโปรแกรม Registry Editor
นอกจากเหล่ามัลแวร์ต่างๆ แล้ว โปรแกม TweakUI หรือยูทิลิตี้สำหรับแอดมินบางตัวจะมีการเข้าไปกำหนดไ ม่ให้แก้ไข Folder Options ได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ คุณจะพบคีย์ NoFolderOptions ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่พบว่า มีคีย์นี้อยู่ใน Registry หรือมันได้รับการกำหนดให้เป็น 0 อยู่แล้ว นั่นแสดงว่า โมดูลในส่วนจัดการ Folder Options ของ Windows XP ถูกทำลาย หรือหายไป ซึ่งวิธีแก้ไขจะยุ่งยากกว่านี้มาก ยังไงก็เอาใจช่วยให้คุณแก้ไขกลับคืนมาได้สำเร็จนะครั บ
แต่สำหรับบางคนคงไม่เห็นความสำคัญของ Folder Option นะครับ ผมว่ามันก็สำคัญไม่น้อยนะครับทำอะไรได้หลายอย่างเลย
ong40600
25-08-2007, 09:00 AM
วิธีหาค่า DNS
1. พิมพ์ winipcfg ลงใน Stasrt > RUN เพื่อเปิดหน้าต่าง IP Configuration
2. เลือก Mor info>> จะเห็นค่า DNS Server ให้นำไปเป็นค่า Primary DNS ใน TCP/IP Seting
3. กดปุ่ม " ... " ที่อยู่หลัง DNS Server จะเห็นค่าอีกค่าหนึ่งปรากฏขึ้นมา ให้นำไปเป็นค่า Secondary DNS ใน TCP/IP Seting
>> ใช้ proxy เสริมประสิทธิภาพ (เฉพาะเน็ตฯฟรี ของ TOT เท่านั้น
ในการคอนเน็คด้วย Account ของ TOT บางท่านอาจจะประสบปัญหาบางอย่างเช่น ชมเว็บไซต์ต่างประเทศไม่ได้
ซึ่งเราก็มีวิธีการเพื่อให้ท่องเน็ตได้อย่างเต็มประส ิทธิภาพครับ
รายชื่อ proxy ของเน็ต TOT ( อาจใช้ไม่ได้ในบางตัวทดลองเลือกและเข้าเวปเพลทดู หากเข้าได้ ก็หมายความว่าค่านั้นใช้ได้ )
202.29.15.50 port 8080
202.29.4.99 port 8080
202.29.37.27 port 8080
202.29.38.14 port 8080
202.29.5.2 port 8080
203.185.80.14 port 8080 ตัวสุดท้ายนี้เป็นตัวที่คิดว่าชัวร์ที่สุดแล้ว แต่หากใช้ไม่ได้สักตัว ก็ให้ใช้ Proxy เป็น
proxy.inet.co.th Port 8080 ก็ไม่มีปัญหาครับ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล : http://www.totonline.com
ong40600
25-08-2007, 09:10 AM
วิชามาร ใน Google ที่ให้ได้มาซึ่งทุกอย่าง ที่อยากดาวน์โหลด ในอินเตอร์เน็ต คำแนะนำ คุณสามารถใช้วิธีนี้ ในการหาดาวน์โหลดโปรแกรม แคร็ก ซีดี คีย์ หรือต่างๆนานา ที่คุณอยากได้ แต่ผมขอแนะนำว่า คุณควรจะดาวน์โหลด มาเพื่อการทดลอง ทดสอบ หรือการศึกษาเท่านั้น
วิธีที่หนึ่ง
พิมพ์คำเหล่านี้ ใน Google Search
(1)
" parent directory " /spectralab 4.3213/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(2)
" parent directory " DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(3)
" parent directory "Xvid -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(4)
" parent directory " Gamez -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(5)
" parent directory " MP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(6)
" parent directory " Name of Singer or album -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
หมายเหตุ ให้คุณเปลี่ยน คำที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip เป็นสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วก้อค้นหา คุณจะพบกับ ความมหัศจรรย์ใน Google
วิธีที่สอง
พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
?intitle:index.of? mp3
จากนั้นแค่เพิ่มชื่อ เพลง อัลบั้ม นักร้อง ลงไป เช่น ?intitle:index.of? mp3 myfavoritesongs
วิธีที่สาม
พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
inurl:micr0s0f filetype:iso
จากนั้น ก้อเปลี่ยน คำว่า micr0s0f กับคำว่า iso เป็นคำที่คุณต้องการ เช่น inurl:myc0mpany filetype:zip
------------------------------เพิ่มเติม-------------------------
1.Google จะใช้ and (และ) อยู่ในประโยคเสมอ เช่น ค้นหา harvest moon back to nature Google จะค้นหาแบบ harvest AND moon AND back... (พูดง่ายๆคือค้นหาแบบแยกคำ)
2. การใช้ OR (หรือ) คือการให้ Google หาข้อมูลมากขึ้นจาก คำA และ คำB (พูดง่ายๆ คือนำผลที่ได้ มารวมกันรวมกัน) วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น vacation london OR paris คือหาทั้งใน London และ Paris
3. Google จะละคำทั่วๆไป (เช่น the, to, of) และตัวอักษรเดี่ยว เพราะจะทำให้ค้นหาช้าลง แต่ถ้าคำพวกนั้นสามารถช่วยให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องหมาย + ช่วยโดยนำไปอยู่หน้าคำนั้น (ต้องเว้นวรรคก่อนด้วย) เช่น back +to nature หรือ final fantasy +x
4. Google สามารถกันขอบเขตการค้นหาให้เล็กลงด้วยการใช้ Advanced Search หรือ การค้นหา แบบพิเศษ ใน Google ภาษาไทย
5. Google สามารถตัดคำพ้องรูปได้โดยใช้เครื่องหมาย - ช่วยโดยการนำไปอยู่คำที่จะตัด เช่น คำว่า bass มี 2 ความหมายคือ เกี่ยวกับปลา และดนตรีเราจะตัดที่มีความหมายเกี่ยวกับดนตรีออกโดยพิมพ์ bass -music หมายความว่า bass ที่ไม่มีคำว่า music นอกจากนี้มันยังสามารถตัดอย่างอื่นได้อีก เช่น "front mission 3" -filetype pdf หมายความว่า เรื่องเกี่ยวกับ front mission 3 แต่ไม่แสดงไฟล์ PDF
6. การค้นหาแบบทั้งวลี (คือการค้นหาทั้งกลุ่มคำ) ให้ใช้เครื่องหมาย " " เช่น "Breath of fire IV"
7. Google สามารถแปลเว็บภาษา Italian, French, Spanish, German, และ Portuguese เป็น ภาษาอังกฤษได้ (โดยคลิ้กที่คำว่า "Translate this page" ด้านข้างชื่อเว็บ)
8. Google สามารถหาไฟล์ในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่ HTML ได้ ประเภทไฟล์ที่รองรับคือ
Adobe Portable Document Format (นามสกุลของไฟล์ pdf)
Adobe PostScript (นามสกุลของไฟล์ ps)
Lotus 1-2-3 (นามสกุลของไฟล์ wk1, wk2, wk3, wk4, wk5, wki, wks, wku)
Lotus WordPro (นามสกุลของไฟล์ lwp)
MacWrite (นามสกุลของไฟล์ mw)
Microsoft Excel (นามสกุลของไฟล์ xls)
Microsoft PowerPoint (นามสกุลของไฟล์ ppt)
Microsoft Word (นามสกุลของไฟล์ doc)
Microsoft Works (นามสกุลของไฟล์ wks, wps, wdb)
Microsoft Write (นามสกุลของไฟล์ wri)
Rich Text Format (นามสกุลของไฟล์ rtf)
Text (นามสกุลของไฟล์ ans หรือ txt)
วิธี ใช้ filetype:นามสกุลของไฟล์ เช่น "Chrono Cross" filetype:pdf หมายความว่าเอกสารของ Chrono Cross ที่เป็น PDF และมันยังมีความสามารถดูไฟล์เหล่านั้นในรูปแบบของ HTML ได้ (โดยคลิ้ก View as HTML หรือ รูปแบบ HTML ใน Google ไทย)
9. Google สามารถเก็บ Cached ของเว็บที่จะเข้าชมไว้ได้ (โดยคลิ้กที่ Cached หรือ ถูกเก็บไว้ ใน Google ภาษาไทย) ประโยชน์ของมันคือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บบางเว็บที่อาจโดนลบไป แล้ว โดยข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลก่อนถูกลบ (ใหม่สุดที่มันจะมีได้)
10.Google สามารถค้นหาหน้าที่คล้ายกัน (โดยคลิ้ก Similar pages หรือ หน้าที่คล้ายกัน ใน Google ภาษาไทย) โดยจะค้นหาข้อมูลที่คล้ายๆ กันให้เรา เช่น ถ้าเรากำลังหาข้อมูลการวิจัย ความสามารถนี้จะช่วยให้หาข้อมูลได้มากมายในเวลาที่รวดเร็วโดย ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง keyword
11.Google สามารถค้นหา link ทั้งหมดที่เชื่อมไปยังเว็บนั้นได้ วิธีใช้ link:ชื่อ URL เช่น link:www.google.com แต่คุณไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ร่วมกับการหาแบบอื่นๆ ได้
12.Google สามารถค้นหาเว็บที่จำเพาะเจาะจงได้ โดยพิมพ์ คำที่คุณต้องการเจาะจง site:ชื่อ URL เช่น ถ้าคุณต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการเข้า (admission) มหาวิทยาลัย Stanford ให้พิมพ์ admission site:www.stanford.edu
13.ถ้า คุณมีเวลาน้อย (และคิดว่าโชคดี) Google มีบริการการค้นหาด่วน (ชื่อบริการ I'm Feeling Lucky) โดยที่ Google จะนำเว็บที่อยู่ลำดับแรกของการค้นหา ส่งให้คุณเลย (link ไปเว็บนั้นให้เสร็จ) เช่น คุณต้องการค้นหาเว็บมหาวิทยาลัย Stanford อย่างด่วนให้พิมพ์ Stanford แล้วกด I'm Feeling Lucky หรือ ใช่เลย! เจอแน่ๆ ใน Google ไทย
14.Google สามารถหาแผนที่ของสหรัฐอเมริกาได้โดยพิมพ์ ที่อยู่ ชื่อถนน พร้อมด้วยชื่อรัฐ เช่น 165 University Ave Palo Alto CA Google จะจัดการส่งแผนที่คุณภาพสูงมาให้คุณ
15.Google สามารถหาเบอร์โทร (เฉพาะอเมริกา) หรือพิมพ์เบอร์โทรแล้วหาบริษัทได้โดยพิมพ์
first name (or first initial), last name, city (state is optional)
first name (or first initial), last name, state
first name (or first initial), last name, area code
first name (or first initial), last name, zip code
phone number, including area code
last name, city, state
last name, zip code
แล้วแต่ว่าคุณจะใช้แบบไหน
16.Google สามารถค้นหา Catalog สินค้าได้ (เข้าไปที่ http://catalogs.google.com)
17.Google สามารถเก็บข้อมูลลักษณะการใช้ที่คุณต้องการได้โดยเข้าไปที่ Preferences หรือ ตัวเลือก ใน Google ไทย
อันนี้ถ้าซ้ำก็ขออภัยด้วยครับ
ong40600
25-08-2007, 09:22 AM
23 วิธีเร่งสปีด Windows XP
1.ลดเวลาการ boot เครื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพ โดยอย่าเอาเงินไปละลายกับ software ที่ช่วย defrag เนื่องจาก defrag ของ windows นั้นใช้งานได้ดีอยู่แล้ว เอาเงินไปซื้อ HD Ultra-133 หรือ SATA ที่มี cache 8 MB จะดีกว่า
2. ถ้า RAM น้อยกว่า 512 ก็ซื้อมาเพิ่มซะ นี่เป็นวิธีที่ไม่แพงและสามารถ upgrade ได้ง่าย ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องได้อย่างชัดเจน
3. ใช้ file system แบบ NTFS : หากคุณไม่รู้ว่ามันเป็น NTFS อยู่แล้วรึยัง ให้ double clcik ที่ my computer icon, คลิกขวาที่ drive C เลือก properties แล้วดูตรง File System type ถ้ามันเป็น FAT 32 อยู่ ก็ back-up ข้อมูลซะ จากนั้นเลือก Start Menu -> Run พิมพ์ cmd แล้วคลิก OK พอมีหน้าต่าง prompt ขึ้นมา ให้พิมพ์ convert c: /fs:ntfs แล้วกด enter โดยขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาสักหน่อย ต้องแน่ใจด้วยว่าไม่มีอะไรรบกวน com คุณระหว่างที่มันทำงานอยู่ และเครื่องคุณต้องไม่ติดไวรัส
File System ของ drive ที่คุณใช้ boot นั้น อาจเป็น FAT32 หรือ NTFS ก็ได้ แต่เราแนะนำให้ใช้ NTFS เพื่อประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัย, ความน่าเชื่อถือ และการใช้งาน hd ใหญ่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. Disable file indexing ซะ
เจ้า indexing service นี้จะดึงข้อมูลจากเอกสารและไฟล์บน hard drive ของคุณเอามาสร้างเป็นดรรชนีสำหรับค้นหา ซึ่งการทำเช่นนี้มันอาจจะทำให้เครื่องคุณทำงานหนักขึ้น
แนวคิดของมันคือ ผู้ใช้งานสามารถค้นหาคำ, วลี, หรือคุณสมบัติภายในเอกสารใดๆ ได้ ในกรณีที่เขามีไฟล์เอกสารเป็นร้อยหรือเป็นพัน และไม่รู้ชื่อเอกสารที่เขาต้องการค้นหา แต่โปรแกรม search ที่ติดมากับ Windows XP นั้นก็สามารถทำแบบนี้ได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้ indexing service แค่มันจะใช้เวลานานกว่าเท่านั้น เนื่องจาก OS ต้องเปิดไฟล์ขึ้นมาทีละไฟล์เพื่อค้นหาสิ่งที่ user ต้องการ
คนส่วนใหญ่ไม่เคยต้องการ feature search แบบนี้หรอก คนที่ต้องการจะเป็นพวกที่อยู่ในองค์กรใหญ่ที่มีเอกสารเป็นพันๆ ซึ่งอยุ่บน server อย่างน้อย 1 ตัว แต่หากคุณเป็นพวกวางระบบธรรมดาๆ แล้ว ลูกค้าของคุณมักจะเป็นธุรกิจขนาดกลางหรือเล็กเสียมากกว่า และถ้าลูกค้าของคุณไม่ได้ต้องการ feature แบบนี้ เราแนะนำให้คุณ disable มันซะจะดีกว่า
วิธีทำ: double click My Computer -> คลิกขวาที่ drive C -> เลือก properties แล้วยกเลิก "Allow Indexing Service to index this disk for fast file searching." ซะ -> Apply change ให้กับ "C: subfolders and files," -> OK และถ้ามี error message เช่น "Access is denied" ปรากฏขึ้นมา ก็ให้เลือก Ignore All ซะ
5. Update driver ให้กับ VGA และ Chipset ของ Mainboard และ config ค่าต่างๆ ใน BIOS ใหม่ โดยวิธี config BIOS อย่างถูกต้องนั้น หาอ่านได้จากบทความใน site ของผมเองครับ (..เจ้าของกระทู้เอามาจากเว็บไหนครับ?)
6. สั่ง Empty Windows Prefetch folder ทุกๆ 3 เดือน
Windows XP สามารถคะเนได้ว่า data ส่วนไหนที่มันใช้บ่อยๆ มันจะดึงมาเก็บเตรียมไว้ใน prefetch folder ทำให้ process หลายๆ ตัวดูเหมือนจะทำงานได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็น feature ที่ดี แต่พอนานๆ เข้า เจ้า prefetch folder นี้จะมีข้อมูลมากเกินไป โดยที่บางส่วนไม่จำเป็นต้องใช้งานอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้ Windows เสียเวลาดึงมันขึ้นมาทำงานมากเกินความจำเป็นและทำให้ประสิทธิภาพต่ำลง
ไม่มีข้อมูลสำคัญเก็บอยู่ใน folder นี้ ดังนั้นคุณสามารถลบ file ใน folder นี้ได้ทั้งหมด
7. ใช้ disk cleanup ทุกเดือน
โดย double click ที่ My Computer -> คลิกขวาที่ drive C -> เลือก properties -> กดปุ่ม Disk Cleanup ที่อยู่ทางขวาของกราฟวงกลม และเลือกลบ temporary file ทั้งหมด
8. ที่ Device Manger -> double click ที่อุปกรณ์ IDE ATA/ATAPI Controllers และดูว่ามีการใช้งาน DMA กับทุก drive ที่ติดต่ออยู่กับ Primary และ Secondary Controller หรือไม่
โดยการ double click ที่ Primary IDE Channel -> เลือก tab Advanced Settings และตรวจสอบว่า Transfer Mode ถูก set เป็น "DMA if Available" ทั้ง Device 0 และ Device 1 หรือไม่ และทำอย่างเดียวกันกับ Secondary IDE Channel
9. เปลี่ยนสาย cable
เทคโนโลยีของ hard disk พัฒนาขึ้น ทำให้จำเป็นต้องใช้สาย cable ที่จะดึงประสิทธิภาพมันออกมาได้ ตรวจสอบว่าคุณใช้ cable แบบ Ultra-133 (80 สาย) กับอุปกรณ์ IDE ทุกตัว ถ้าสายนั้นต่อกับอุปกรณ์ชิ้นเดียว อุปกรณ์นั้นต้องต่ออยู่กับ connector ที่ปลายสาย หากต่อกับ connector ตรงกลางสาย จะทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณ ซึ่งสำหรับ hard disk แบบ Ultra DMA แล้ว ปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณนี้จะมีผลให้ drive ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
อีกทั้งสายเหล่านี้ support feature "Cable Select" ตำแหน่งของอุปกรณ์บน cable จึงมีความสำคัญ (ใครแปลได้เข้าใจกว่านี้ไหมครับ)
10. กำจัด spyware ออกให้หมด
โดยใช้ freeware เช่น AdAware ของ LavaSoft หรือ SpyBot Search & Destroy โดยเมื่อคุณ install โปรแกรมพวกนี้แล้ว ให้ download update ล่าสุดของมันลงมาที่เครื่องคุณ ก่อนที่จะเริ่ม scan และสิ่งใดที่โปรแกรมหาพบนั้น สามารถลบออกได้อย่างปลอดภัยทั้งสิ้น แต่ freeware ที่ require ว่า spyware เหล่านี้จะต้องมีอยู่จะไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไปหากส่วนหนึ่งส่วนใดของ spyware ถูกลบออกไป แต่ถ้าลูกค้าของคุณต้องการใช้โปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งจริงๆ โดยไม่สนใจว่ามันจะมี spyware ติดมาด้วยหรือไม่ คุณก็คงต้องลงโปรแกรมนั้นให้เขาใหม่ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลบ spyware ให้ดูที่หน้า Web Pro News (เว็บไหนล่ะเนี่ย)
11. เอาโปรแกรมที่ไม่จำเป็นออกจาก Startup ด้วย MSCONFIG
โดยเลือก Start -> Run -> พิมพ์ msconfig -> คลิก ok -> เลือก tab StartUp และคลิกเลือก item ที่คุณไม่ต้องการให้ load ตอน startup ออกเสีย หากคุณไม่แน่ใจว่าแต่ละตัวมันคืออะไร ให้เข้าไปดูที่ WinTasks Process Library (มี link รึเปล่าครับ ตัวนี้?) มันจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ system process และโปรแกรมที่พบกันบ่อยๆ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ spyware และคำอธิบาย หรืออาจจะหาข้อมูลของมันอย่างรวดเร็วโดย search ชื่อไฟล์นั้นๆ ใน search engine อย่าง google เลย
12. เอาโปรแกรมที่ไม่จำเป็นออก ด้วย Add/Remove Programs ใน Control Panel
13. ยกเลิกการใช้งาน Active Desktop และ animation ทุกชนิดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
โดย double click icon System ใน control panel -> เลือก tab Advanced -> กดปุ่ม settings ในส่วนของ Performance โดยคุณสามารถทดลองปรับอะไรเล่นๆ ที่นี่ได้ทั้งหมดเนื่องจากมันไม่มีผลกระทบกับเสถียภาพของเครื่องคุณ ยกเว้นเรื่องความไวของการตอบสนอง
14. ถ้าคุณเป็นพวก advanced user ที่ไม่กลัวการแก้ไข registry ให้ลองใช้งานโปรแกรม Tweak XP ในส่วนของ performance registry tweak
15. แวะไปที่ Windows Update ของ MS บ้าง และ download update ที่ระบุว่า "Critical" มาลงที่เครื่อง ส่วน update อื่นๆ นั้นก็ตามแต่คุณเห็นสมควร
16. update Anti-Virus ทุกสัปดาห์หรือทุกวัน
โดยลงโปรแกรม anti-virus แค่ตัวเดียวเท่านั้น การลง anti-virus หลายตัวมีผลอย่างรุนแรงกับประสิทธิภาพและเสถียรภาพของเครื่องคุณ
17. ตรวจสอบว่ามี font น้อยกว่า 500 ตัวบนเครื่องคุณ
ยิ่งคุณลง font เยอะ windows คุณก็ยิ่งช้า แม้ว่า Xp จะจัดการ font ได้ดีกว่า OS version ก่อนๆ แต่ font ที่มีจำนวนมากกว่า 500 จะทำให้ประสิทธิภาพเครื่องคุณลดลงอย่างชัดเจน
18. อย่าแบ่ง partiton เพราะว่า NTFS ของ Windows XP ทำงานได้ดีกว่าบน partition ขนาดใหญ่เพียง partition เดียว การแบ่ง partition ไม่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณ และการ format ใหม่ก็ไม่จำเป็นเสมอไปหากคุณต้องการ reinstall OS
การแบ่ง partition สามารถทดแทนได้ด้วยการใช้ folder เช่น แทนที่คุณจะเก็บ data ไว้ใน drive D คุณก็สร้าง folder 'D drive" ขึ้นมาแทน ซึ่งมันได้ประโยชน์เช่นเดียวกับการแบ่ง partition แต่มีข้อดีกว่าคือไม่ทำให้ประสิทธิภาพของระบบลดลง และทำให้พื้นที่ว่างไม่ถูกจำกัดด้วยขนาดของ partition อีกต่อไป (แต่ถูกจำกัดด้วยขนาดของ hard disk ของคุณแทน) หมายความว่า คุณไม่จำเป็นต้อง resize partition อีกต่อไป ซึ่งเป็นการเสียเวลาและเสี่ยงกับข้อมูลหายด้วย
19. ตรวจสอบ RAM ว่าทำงานอย่างถูกต้อง
เราแนะนำให้ใช้โปรแกรม MemTest86 โดยหลังจาก d/l มาแล้ว มันจะสร้างแผ่น CD หรือ diskette ที่ boot ได้ (แล้วแต่คุณจะเลือก) ที่จะทำการทดสอบ 10 อย่างโดยอัตโนมัติหลังจากที่คุณใช้มัน boot เครื่อง ให้ run มันอย่างน้อยสามครั้ง (ครั้งละ 10 test) ถ้าโปรแกรมพบ error ให้คุณปิดเครื่อง, ถอดปลั๊ก, ถอด RAM ออกแผงหนึ่ง (ถ้าคุณมีมากกว่าแผงเดียว) แล้วทำการ run ใหม่อีกครั้ง จำไว้ว่า RAM เสียนั้นซ่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนใหม่เท่านั้น
20. ถ้าเครื่องคุณมี CD หรือ DVD writer ให้เช็ค web ของผู้ผลิตว่ามี firmware ให้ update หรือไม่ บางทีคุณอาจจะสามารถ upgrade writer ของคุณให้ทำงานเร็วขึ้นได้ และที่เยี่ยมที่สุดคือ วิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ
21. ยกเลิกการใช้งาน service ที่ไม่จำเป็น
Windows XP จะ load service ขึ้นมาทำงานเป็นจำนวนมาก โดยหลายๆ ตัวนั้นคุณไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ให้ตรวจสอบว่า service ใดที่คุณสามารถ disable ได้จาก Black Viper site for Windows XP configurations (ไม่มี link อีกแล้วอ่ะ)
22. ถ้าคุณเจอปัญหา Windows Explorer ตัวหนึ่ง hang และทำให้ระบบคุณพลอยพังไปด้วย ให้ใช้วิธีนี้
เปิด My Computer -> เลือก menu Tools -> Folder Options -> เลือก tab View -> เลื่อนลงมาด้านล่างจนพบ "Launch folder windows in a separate process" ให้ enable option ตัวนี้ซะ แล้ว reboot
23. เปิด case ของคุณออกอย่างน้อยปีละครั้ง แล้วเป่าเอาฝุ่นออก รวมถึงตรวจสอบว่าพัดลมทุกตัวยังทำงานเป็นปกติ และสังเกตดูที่ตัว capacitor แต่ละตัวบน mainboard ด้วยว่ามีอาการบวมหรือรั่วหรือไม่
l3asicgolf
25-08-2007, 10:15 AM
ขอบคุนมากเลยคับ บทความนี้สอนได้ดีมากเลย เป้นวิธีที่ บ้างคนอาจจะลืม นึกถึง เป็นวิธีที่ ช่วยทำไห้ คอม มีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น
หุหุ
เยี่ยมยอด จิงๆ ..
ong40600
26-08-2007, 04:47 PM
ซ่อนคำสั่ง Toolbars บน Taskbar
ขั้นที่ 1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
ขั้นที่ 2 หลังจากเรียก Regedit ขึ้นมาแล้ว ให้ไปที่ Directory ดังนี้
HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer
คลิ๊กขวาเลือก New - -> DWORD Value ตั้งชื่อว่า NoToolbarsOnTaskbarให้ double click ใส่ค่า Value data เป็น 1
** หมายเหตุ **
จำเป็นต้อง Logoff หรือ Restart ก่อนจึงจะเห็นผล หากต้องการให้กลับคืนเป็นเหมือนเดิม ให้ใส่ค่า Value data เป็น 0
................................................................................
................................................................................
.......................................
ซ่อนไอคอน Recycle Bin ถังขยะที่หน้าจอ
1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า GPEDIT.MSCเพื่อเรียกโปรแกรม Group Policy
ขึ้นมาจากนั้น ไปที่ User Configuration ->Administrative Templates -> Desktop
2 ให้หาคลิ๊กที่ Remove Recycle Bin icon on the desktop Double Click ขึ้นมาแล้ว Check ที่ Enabled กดปุ่ม OK
................................................................................
................................................................................
.......................................
ซ่อนปุ่ม Logoff บน Startmenu (หากคุณใช้งานเครื่องคุณคนเดียว)
ขั้นที่ 1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
ขั้นที่ 2 หลังจากเรียก Regedit ขึ้นมาแล้ว ให้ไปที่ Directory ดังนี้
HKEY_CURRENT_USER\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion \Policies\Explorer
คลิ๊กขวา แล้วเลือก New -> DWORD value ตั้งชื่อว่า StartMenuLogoff จากนั้น Double click แล้วใส่ค่า เป็น 1
................................................................................
................................................................................
.......................................
ซ่อน MyPictures ตรง Start Menu
ขั้นที่ 1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
ขั้นที่ 2 หลังจากเรียก Regedit ขึ้นมาแล้ว ให้ไปที่ Directory ดังนี้
HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer
คลิ๊กขวา เลือก New - -> DWORD Value ตั้งชื่อว่า NoSMMyPictures ให้ double click ขึ้นมาใส่ค่า Value data เป็น 1
** หมายเหตุ **
จำเป็นต้อง Logoff หรือ Restart ก่อนจึงจะเห็นผล หากต้องการให้กลับคืนเป็นเหมือนเดิม ให้ลบ key ที่สร้างไว้ออก
................................................................................
................................................................................
.......................................
ซ่อน Items ที่อยู่ตรง Tray ให้ว่างเปล่า
ขั้นที่ 1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
ขั้นที่ 2 หลังจากเรียก Regedit ขึ้นมาแล้ว ให้ไปที่ Directory ดังนี้
HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer
คลิ๊กขวา เลือก New - -> DWORD Value ตั้งชื่อว่า NoTrayItemsDisplay ให้ double click ขึ้นมาใส่ค่า Value data เป็น 1
** หมายเหตุ **
จำเป็นต้อง Logoff หรือ Restart ก่อนจึงจะเห็นผล หากต้องการให้กลับคืนเป็นเหมือนเดิม ให้ใส่ค่า Value data เป็น 0
................................................................................
................................................................................
.......................................
วิธีซ่อน Drive ลับของคุณ
หากคุณมีไดร์ฟที่เป็นความลับและไม่ต้องการให้ผู้อื่นเข้ามาล่วงรู้ความลับหรือใช้งาน
ดร์ฟของคุณ ทำได้ไม่ยากโดย
- คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
- ดับเบิลคลิกทีคีย์ KEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer
คลิกเมาส์ขวาที่หน้าต่างทางขวา เลือก New -> DWORD Value สร้างคีย์ใหม่ชื่อว่า NoDrives กด Enter สองครั้ง
จะปรากฏไดอะล็อก Edit DWORD Value ขึ้นมาบนหน้าจอ
- ให้คุณเลือกตรง Base เป็น Decimal พร้อมกับพิมพ์หมายเลขสำหรับไดรฟ์ที่ต้องการซ่อน เช่น ไดรฟ์ A: เป็น 1, B:
เป็น 2, C: เป็น 4, D: เป็น 8, E: เป็น 16 เป็นต้น กด OK เป็นอันเสร็จ
** หมายเหตุ **
ถ้าต้องการซ่อนมากกว่าหนึ่งไดรฟ์ เช่นไดรฟ์ A: กับ D: ให้นำหมายเลขประจำไดรฟ์ บวกกัน (1+8 = 9) แล้วพิมพ์ผลลัพธ์ลง
ไปในช่อง Value เมื่อทำตาม ขั้นตอนดังกล่าวแล้ว ให้คุณ Restart เครื่องใหม่ ก็จะพบว่า ไม่มีไดร์ฟดังกล่าว อยู่ใน Window
Explorer แล้วแต่คุณยังคงสามารถเข้าถึงไฟล์ในไดรฟ์ดังกล่าวได้อยู่ โดยใช้คำสั่ง Run แบบเดิม
................................................................................
................................................................................
.......................................
แสดง - ซ่อน Version ของ Windows บน Desktop
ขั้นที่ 1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
ขั้นที่ 2 หลังจากเรียก Regedit ขึ้นมาแล้ว ให้ไปที่ Directory ดังนี้ HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop
หาคำว่า PaintDesktopVersion ให้ double click ขึ้นมาแล้วใส่ค่า
Value data เป็น 1<แสดง Vesion บน Desktop> , 0 <ไม่แสดง>
................................................................................
................................................................................
.......................................
แสดง - ซ่อน Folder Options
เมนู Tools ของ Windows Explorer ไม่มีตัวเลือก Folder Options ไม่รู้มันหายไปไหน ทำไงกันดี
กรณีนี้เข้าใจว่า Windows Explorer ที่ใช้อยู่น่าจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้เมนู Folder Options ซึ่งผู้ใช้
สามารถแก้ไขค่าดังกล่าวจากในรีจิสทรีได้ (กำหนดให้ข้อห้ามไม่ทำงาน หรือจะใช้วิธีลบค่าดังกล่าวออกไปก็ได้)
1. เปิดโปรแกรม Registry Editor โดยคลิกปุ่ม Start เลือก Run พิมพ์ regedit แล้วกดปุ่ม Enter
2. กรอบด้านซ้ายเข้าไปที่รีจิสทรีนี้ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\Current Version\Policies\Explorer
3. ที่ในกรอบด้านขวามือ จะพบรายการชื่อว่า NoFolderOptions ได้รับการกำหนดค่าเป็น 1
4. ดับเบิ้ลคลิกบนรายการดังกล่าว ไดอะล็อกบ๊อกซ์ Edit DWORD Value จะปรากฏขึ้น แก้ไขค่าใหม่เป็น 0 คลิกปุ่ม OK
5. ปิดโปรแกรม Log Off หรือรีสตาร์ท Windows เพื่อให้ระบบยอมรับการเปลี่ยนแปลงของรีจิสทรี
................................................................................
................................................................................
.......................................
เทคนิคการซ่อน Icon ทุกอย่างบน Desktop ของคุณ
เทคนิคการซ่อน Icon ทุกอย่างบน Desktop ของคุณ ให้เหมือนกับ WindowsXP ไม่ว่าจะเป็น
My Computer, Recycle Bin ฯลฯ หายหมดมาดูกันว่า ถ้าไม่มี Icon พวกนี้แล้วจะใช้งานอย่างไร
1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
2. จากนั้นให้คุณใช้ Registry Editor นี้เข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer นะครับ ซึ่งเมื่อพบแล้วให้
คุณสร้าง DWORD Value ขึ้นมาเอง โดยคลิกขวาที่ Explorer และเลือกไปที่ New -> DWORD Value จากนั้นให้คุณตั้งชื่อว่า
NoDesktop เรียบร้อยแล้วกด Enter
3. จากนั้นให้คุณดับเบิลคลิกที่ NoDesktop ที่ได้สร้างขึ้นมาและให้คุณใส่เลข 1 ที่ช่อง Value date กด OK ปิดไปครับ
4. ทำการ Restart เครื่องขึ้นมาใหม่ คุณก็จะพบว่า ไม่มี Icon ใดๆ บน Desktop ของคุณเหมือน WindowsXP แล้วโดย
ทุก Icon ไม่ว่าจะเป็น My Computer, Recycle Bin ฯลฯ หายไปหมดเลยครับ
5. ส่วนปัญหาที่หลายๆ ท่านสงสัยกันว่าถ้าไม่มี Icon บน Desktop แล้วจะใช้งานสิ่งต่างได้อย่างไร อันนี้ไม่ยากเลยครับ ก็คือคุณสามารถเอา Desktop ของคุณทั้ง Desktop ไปไว้บน Taskbar ได้เลยครับ โดยให้คลิกขวาบริเวณว่างๆ ใน Taskbar ของคุณ จากนั้นเลือกไปที่เมนู Toolbars -> Desktop เพื่อเป็นการเปิด Desktop ขึ้นมาไว้บน Taskbar นั่นเอง
................................................................................
................................................................................
.......................................
เทคนิคการซ่อนไฟล์ให้หายากขึ้น
ถ้าคุณไม่ต้องการให้ผู้อื่นมาเปิดดูไฟล์ของคุณได้ คุณสามารถซ่อนไฟล์ให้ผู้อื่นไม่สามารถเปิดดูหรือ
ค้นหาเจอได้ยากขึ้นหรืออาจไม่เจอเลย โดยให้คุณเปลี่ยนนามสกุลไฟล์เป็นรูปแบบอื่น ๆ ดังต่อไปนี้
เปิด My Computer ขึ้นมาคลิกที่เมนู Tools > Options คลิกที่แท็บ view คลิกเครื่องหมายถูกออกที่ช่อง
Hide file extensions for known type คลิก OK จากนั้นให้คุณคลิกเลือกไฟล์ที่ต้องการซ่อน กดปุ่ม F2
แล้วไก้ไขนามสกุลไฟล์ไปเป็นชนิดอื่น เช่นไฟล์ Tips.doc ก็อาจจะเปลี่ยนเป็น Tips.dcc เป็นต้น จากนั้น
ให้กดปุ่ม Enter วินโดวส์จะให้คุณยืนยัน ให้คุณคลิก Yes เพื่อยืนยันการเปลี่ยน ถ้าคุณต้องการเปิดไฟล์นี้
ก็ให้คุณเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ให้เป็นเหมือนเดิมก็จะเปิดได้
................................................................................
................................................................................
.......................................
................
วิธียกเลิก
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4 วิธียกเลิก Automatic Logon | Security
สำหรับระบบของผู้ใช้ที่ตั้งการทำงานของ Windows XP ให้ล็อกอินโดยอัตโนมัติไว้แล้ว และต้องการยกเลิกการทำงานในลักษณะดังกล่าว WinTip ครั้งนี้เรามี 4 วิธีแก้ไขให้เลือกใช้กันครับ
วิธีที่ 1: ที่ปกติของการทำงาน MSGina.dll จะตรวจสอบสถานะของปุ่ม SHIFT ก็ต่อเมื่อ AutoAdminLogon กำหนดให้
มีค่าเท่ากับ 1 (กำหนดให้ล็อกอินอัตโนมัติ) แต่ถ้าปุ่ม SHIFT ถูกกดค้างระหว่างบู๊ต MSGina.dll จะยกเลิก ค่าของคีย์ AutoAdminLogon
(มีค่าเป็น 0) และแสดงพร้อมพ์ให้ผู้ใช้แสดงข้อมูลแสดงตัวตอนล็อกอิน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการขอใช้สิทธิ์ในการใช้ระบบต่อไป สำหรับวิธีนี้จะเป็นการยกเลิก Automatic Logon แบบชั่วคราวเท่านั้น เพราะถ้าเราไม่กดปุ่ม SHIFT ระบบก็จะล็อกอินโดยอัตโนมัติเหมือนเดิม
วิธีที่ 2: คลิกปุ่ม Start เลือกคำสั่ง Run ในไดอะล็อกบ๊อกซ์ Open พิมพ์คำสั่ง control userpassword2 แล้วคลิกปุ่ม OK ในไดอะล็อกบ๊อกซ์
เลือกเช็คบ๊อกซ์หน้าข้อความ “Users must enter user name and password to use this computer” แล้วคลิกปุ่ม OK เป็นเรียบร้อย
วิธีที่ 3: คลิกปุ่ม Start เลือกคำสั่ง Run พิมพ์คำสั่ง rundll32 netplwiz.dll, ClearAutoLogon
วิธีที่ 4: ให้เลือกใช้วิธีนี้ในการแก้ไขเฉพาะกรณีที่คุณตั้งระบบให้ล็อกอินอัตโนมัติด้วยวิธีแก
ไขรีจิสทรีเท่านั้น เนื่องจากขั้นตอนการทำงานของ Automatic Logon ด้วยโปรแกรม Control Userpasswords2 หรือ TweakUI จะไม่มีการแก้ไขคีย์ WinlogonDefaultPassword สำหรับขั้นตอนมีดังนี้
- คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
- เข้าไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\WindowsNT\CurrentVersion\Winlogon
- ลบคีย์ “DefaultPassword”
- ดับเบิ้ลคลิกบนคีย์ AutoAdminLogon พิมพ์ค่า 0 เข้าไปในไดอะล็อกบ๊อกซ์ Value Data แล้วคลิกปุ่ม OK เป็นอันเสร็จพิธี
................................................................................
................................................................................
.......................................
ยกเลิก Logo Windows XP ตอนบูตเครื่อง | Windows XP
สำหรับคนขี้เบื่ออีกแล้ว คุณสามารถยกเลิกโลโก้ XP ตอนบูตเครื่อง
ได้โดยเพิ่มสวิตซ์ /noguiboot เข้าไปตามขั้นตอนต่อไปนี้
- สั่งรัน msconfig จากไดอะล๊อกบ๊อกซ์ RUN
- คลิกที่แท็บ Boot.ini
- ในกรอบ Boot Options คลิกเลือเช็กบ๊อกซ์หน้าสวิตซ์ /NOGUIBOOT คลิกปุ่ม OK
................................................................................
................................................................................
.......................................
ตัดคำว่า Shortcut to....เวลาสร้างช็อตคัท
รู้สึกเบื่อมั้ยครับ เวลาที่เราสร้างช็อตคัทขึ้นมาแล้วต้องมีคำว่า Shortcut to…. นำหน้าชื่อช็อตคัทนั้นทุกครั้งไป ถ้าบางคน
ที่เป็นคนขี้รำคาญสักหน่อยก็จะต้องตามมาเปลี่ยนชื่อมันทุกครั้งไป เพราะรู้สึกรำคาญตา ถ้าเบื่อวันนี้ผมมีวิธีมาแก้ครับ
1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
2.ทำการสำรอง (Backup) รีจิสทรีไว้ด้วยก็ดีนะครับ
3. ไปที่ คีย์ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurentVersion\Explorer
4. ไปที่ค่า String value ที่มีชื่อว่า Link ทางขวามือ
5. ดับเบิล คลิก แล้วพิมพ์ค่า เป็น 00 00 00 00 แล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่
ครับ..นั่นคือขั้นตอนคร่าวๆสำหรับผู้ที่มีความรู้ความชำนาญอยู่บ้างพอสมควร แต่ตามสไตล์การนำเสนอของผมแล้ว ต้อง
มีแบบละเอียดเพื่อที่ให้ผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้แต่อยากปฏิบัติตามสามารถทำได้ทุ
คนครับ...ต่อไปนี้ก็เป็นแบบละเอียดครับ
1. เปิด Registry ขึ้นมา คลิก Start>>เลือกRun แล้วพิมพ์คำว่า Regedit ลงไปในช่อง Open แล้วคลิก Ok ครับ
2. ทำการสำรอง(backup) รีจิสทรีไว้เมื่อโปรแกรม Regedit เปิดขึ้นมา ให้คลิกที่เมนู File>>Export…แล้วเลือก
Folder ที่ต้องการจะเก็บไว้ ไฟล์จะมีนามสกุล .Reg การสำรองรีจิสทรีมีไว้สำหรับเมื่อเราต้องการนำรีจิสทรีเดิม
ก่อนที่เราจะปรับแต่งกลับมา ก็ไปดับเบิลคลิกที่ไฟล์ที่เราสำรองไว้นี่แหละครับ
3. ไปที่ คีย์ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurentVersion\Explorer เมื่อเราเปิดโปรแกรม Regedit ขึ้นมาโปรแกรมจะมีบานหน้าต่างอยู่ 2 หน้าต่าง(คล้ายๆ Windows Explorer) ด้านซ้ายจะมีโฟลเดอร์ Mycomputer เป็นโฟลเดอร์หลัก และมีโฟลเดอร์ย่อย 5 โฟลเดอร์สำหรับWinXp และ 6 โฟลเดอร์ย่อยสำหรับ WinMe/98 เมื่อเราดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์เหล่านี้ จะมีโฟลเดอร์ย่อยต่างแยกออกมาอีกมากมาย สำหรับด้านขวาจะแสดงค่า String Value ต่างๆที่เก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่เราคลิกทางด้านซ้ายให้คุณดับเบิลคลิกเข้าไปที่โฟลเดอร์
หล่านี้ตามลำดับ
3.1 Mycomputer
3.2 HKEY_CURRENT_USER (แยกมาจาก Mycomputer)
3.3 Software (แยกมาจาก HKEY_CURRENT_USER) 3.4 Microsoft
3.5 Windows
3.6 CurentVersion
3.7 Explorer
4. ไปที่ค่า String value ที่มีชื่อว่า Link ทางขวามือ เมื่อดับเบิลคลิกเข้ามาถึงโฟลเดอร์ Explorer ตามข้อ 3 แล้ว
หน้าต่างขวามือก็จะแสดงค่าต่างๆ 20 กว่าบรรทัด บรรทัดที่เราจะปรับค่ามันมีชื่อว่า Link ให้หาบรรทัดนี้ให้เจอ
5. ดับเบิล คลิก แล้วพิมพ์ค่า เป็น 00 00 00 00 หลังจากเจอบรรทัดคำว่า link แล้ว ให้ดับเบิลคลิก หรือคลิกขวา
แล้วเลือก Modifyที่บรรทัดนั้นจากนั้นเมื่อหน้าต่าง Edit Binary Value ขึ้นมาให้กด Delete ลบค่าเก่ามันออกก่อน
แล้วพิมพ์ค่าใหม่ลงไปคือเลข 0 แปดตัว(00000000) โปรแกรมจะคั่นวรรคให้เป็น 00 00 00 00 รีสตาร์ทเครื่อง
ปิด Regedit แล้วรีสตาร์ทหรือ Logoff เข้ามาใหม่ครับ คราวนี้ลองสร้างช็อตคัทดู โดยคลิกขวาที่ไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง
ในเครื่องแล้วเลือก send to>>Desktop (create shortcut) แล้วลองไปดูที่ Desktop ของเราว่าช็อตคัทที่เราสร้าง
ขึ้นมาใหม่น่ะ ไม่มีคำว่า Shortcut to….นำหน้าแล้ว
................................................................................
การเอารูปหัวลูกศรที่ติดมากับช็อตคัททุกตัวออก
วิธีที่1 ใช้การ Disable
เปิด Regedit ขึ้นมาแล้วให้คุณไปที่ หัวข้อ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\explorer
จากนั้น ให้เลือกเมนู Edit ->New Key คีย์ใหม่จะปรากฏมาให้คุณเห็น ให้ตั้งชื่อเป็น AlwaysUnloadDLL
จากนั้นให้คลิกที่ ชื่อ คีย์ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ที่ช่องด้านขวามือที่ไดอะล็อกบล็อก Edit Setting ที่ปรากฏให้คุณ
ตั้งค่า ของค่า Default โดยดับเบิ้ลคลิกขึ้นมา และใส่ค่าเป็น 1 จากนั้นปิดหน้าต่างเสีย จากก็นั้นรีสตาร์ท
เครื่องเพื่อให้ค่าที่สร้างขึ้นมาสามารถใช้งานได้ เมื่อ Windows ทำการบูทจนเสร็จ คุณจะเห็นไม่มีหัวลูกศร
ที่ช็อทคัทคีย์อีกเลย และเมื่อหากจะนำหัวลูกศรกลับคืน ให้ลบคีย์ที่สร้างขึ้นมานี้ทิ้งไป แล้วรีสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง หัวลูกศรก็จะกลับคืนมาอย่างเดิมของครับ
วิธีที่ 2 ลบคีย์ที่ใช้สั่งงานให้มีหัวลูกศรทิ้งซะ
เปิด Regedit ขึ้นมาแล้วให้คุณไปที่ หัวข้อ
1. HKEY_CLASSES_ROOT
2. lnkfile (อ่านว่าแอลเอ็นเคไฟล์นะครับ)
เมื่อคุณดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ HKEY_CLASSES_ROOT จะมีโฟลเดอร์ย่อยแยกอกมามากมาย (ขอย้ำว่ามากจริงๆ)
ให้คุณพยายามไล่หาไปเรื่อยๆตามตัวอักษรจนกว่าจะเจอโฟลเดอร์ย่อยที่มีชื่อ ว่า lnkfile เมื่อเจอแล้วให้คลิกที่โฟลเดอร์
นี้แล้วมาดูที่บานหน้าต่างทางขวาบรรทัดที่ชื่อว่า IsShortcut (ไอเอสช็อตคัท) คลิกขวาแล้ว Delete ออกผู้เชี่ยวชาญบางท่านอาจจะแนะนำว่า ลบมันออกทุกคีย์ก็ได้ แต่ผมไม่แนะนำครับ เพราะถ้าเราลบทุกคีย์ในโฟลเดอร์นี้ออก แล้วเราตั้งค่า
ใน Folder option ไว้ให้แสดงนามสกุลไฟล์ด้วยทุกไฟล์ ไฟล์ใดที่เป็นช็อตคัทมันจะแสดงนามสกุลเป็น .lnk ครับ เดี๋ยวจะยิ่งงงกันใหญ่ (แก้อันนึงแล้วอีกอันนึงมันมาได้งัย) จากนั้นปิดโปรแกรมแล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่ได้เลยครับ ทำ Backup สำรองรีจิสทรีไว้หน่อยก็ดีครับ
................................................................................
................................................................................
.......................................
...................
วิธีปรับแต่ง --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Boot Windows XP ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม | Windows XP
วิธีการง่ายๆ ครับ เข้าไปแก้ไขที่ Registry ไปที่ Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit แล้ว Enter
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\SessionManager\MemoryManagement\PrefetchParameters
ตรงด้านขวามือแก้ไขคีย์ EnablePrefetcher จาก 3 เป็น 5 แล้วกด OK ปิด Regedit จากนั้นรีสตาร์ท จะเห็นผลได้ทันที
................................................................................
................................................................................
.......................................
ปิดบริการ (Service) ที่ไม่จำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Windws XP | Maintain
ใน Windws XP มีบริการต่าง ๆ มากมายที่เปิดขึ้นมาทำงานโดยอัตโนมัติ ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรของระบบค่อนข้างมาก
หากเราไม่จำเป็นต้องใช้บริการเหล่านี้ก็ควรยกเลิกบริการที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิ์ภาพโดยรวม
ให้กับระบบดังขั้นตอนต่อไปนี้
1 คลิกปุ่ม Start > Run จะปรากฎหน้าต่าง Run ขึ้นมา ที่ช่อง Open ให้พิมพ์คำว่า services.smc
2 คลิกปุ่ม OK จะปรากฎหน้าต่าง Services ขึ้นมาเราจะพบว่ามีบริการต่าง ๆ มากมายให้สังเกตุที่
Status หากมีบริการใดกำลังถูกเรียก ขึ้นมาทำงานโดยอัตโนมัติจะมีการแจ้งว่า Started
4 เราสามารถหยุดการทำงานของบริการที่ไม่จำเป็นออกไปได้โดยคลิกขวาที่ชื่อบริการแล้วเลือก
คำสั่ง Stop
................................................................................
................................................................................
.......................................
ปรับความเร็วโดยเพิ่มประสิทธิภาพ CPU สำหรับ Windows XP
สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ซีพียูโดยปรับขนาดของ Cash L2 ที่เหมาะสมใน ซีพียู
1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
2. เข้าไปปรับแต่งที่ HKEY_LOCAL_MACHIN\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\Memory Management
3. ที่หน้าต่างด้านบนขวา ให้คลิกที่ SecondLevlData...
4. เลือกรายการ Modify จะปรากฎหน้าต่าง Edit DWORD Value
5. ที่กรอบรายการ Base : คลิกเม้าส์ที่ Decimal ( ใส่ตัวเลขธรรมดา)
6. ที่กรอบรายการ Value data : ใส้ค่าไป 125 (ดูได้จากคู่มือเมนบอร์ดและซีพียูบางรุ่นอาจเป็น Cash L2 ขนาด 256 หรือ 512)
7. เมื่อเสร็จแล้วคลิก OK และรีสตาร์ทเครื่อง
................................................................................
................................................................................
.......................................
การทำให้ Icon โหลดเร็วกว่าเดิมสำหรับ Windows XP
เวลาที่คุณเข้าไปที่ My Computer จะเห็นว่าไอคอนจะเป็นรูปเดียวกันหมดแล้วจะค่อยๆ ทะยอยเป็นไอคอนที่ถูกต้องซึ่ง
อาจจะทำได้คุณหงุดหงิดได้ เรามีวิธีทำให้โหลดเร็วกว่าเดิมครับ
1. เปิดหน้าต่าง My computer > Tools > Folder Options จากนั้นให้คุณเลือก View
2. คลิกยกเลิกที่ข้อความที่ว่า " Automatically search for network folder and printer "
3. คลิก Apply และ OK ไอคอนที่ช้าก็จะเร็วขึ้นครับ ทดลองทำดูนะครับ
................................................................................
................................................................................
.......................................
การ Unload ไฟล์ .dll เพื่อจัดสรร Memory อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อป้องกันการตกค้างของไฟล์ .dll หลังจากที่โปรแกรมที่เรียกใช้ได้ถูกปิดไปแล้ว ให้เราทำดังนี้
1. คลิกปุ่ม Sart > Run พิมพ์คำว่า regedit
2. เข้าไปที่คีย์ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\explorer
3. คลิกขวาบนที่ว่างบริเวณฝั่งขวามือ เลือก New > DWORD Value จากนั้นตั้งชื่อให้กับมันว่า AlwaysUnloadDLL
จากนั้นให้ดับเบิ้ลคลิกที่ตัวมัน จะปรากฎไดอะล็อคขึ้นมา ให้กรอกค่า 1 ลงไปที่ Valuedata แล้วคลิก OK จากนั้นให้
รีสตาร์ท เครื่อง จะทำให้ Memory มีการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
................................................................................
................................................................................
.......................................
Logon Windows อัตโนมัติ
ทิปนี้เป็นเทคนิคง่ายๆ ครับ สำหรับบางคนที่ไม่ชอบใส่ Password เวลาเข้า Windows
ก่อนจะทำการใดๆ ก็ควร Backup ก่อนนะครับ
ทำการ Export Registry เดิมเก็บไว้ก่อน
หลังจาก Export เสร็จแล้วก็คลิกเข้าไปที่
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Micorsoft\Windows NT\CurrentVersion\Winlogon
หน้าต่างทางด้านขวา ให้หา AutoAdminLogon ให้ Double Click ตรงช่อง Value data แก้ไขให้เป็น 1
แล้วให้สร้างคีย์ใหม่คลิกขวาที่ Winlogon เลือก New -> String Value ตั้งชื่อคีย์ว่า DefaultPassword
แล้ว Double Click ตรงช่อง Value data ให้ใส่รหัสผ่านคุณลงไป ตรวจสอบคีย์ DefaultUserName และ
DefaultDomainName ว่าตรงกับที่คุณต้องการหรือไม่
** หมายเหตุ **
จำเป็นต้อง Logoff หรือ Restart ก่อนจึงจะเห็นผล หากต้องการให้กลับคืนเป็นเหมือนเดิม ให้ใส่ค่า Value data เป็น
Powered by vBulletin® Version 4.2.5 Copyright © 2026 vBulletin Solutions Inc. All rights reserved.