PDA

View Full Version : "พ.ร.บ.คอมพ์ฯ" เสือกระดาษของกระทรวงไอซีที?



kikujang
04-08-2007, 01:57 PM
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 กรกฎาคม 2550 12:47 น.


ต่อไปนี้คือบางส่วนจากบทความของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ ซึ่งมองว่า "พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550" คือเสือกระดาษที่กระทรวงไอซีทีดันออกมาเพื่อขู่ปลาซิวปลาสร้อย จวกว่าเป็นกฎหมายอ่อนหัดที่โจรคอมพ์ตัวจริงนั่งยิ้มเยาะเพราะไม่สามารถสาวไส้ไปถึงตัวได้ ขณะที่ความกังวลของคนวงในคือการไร้ความพร้อมในปฏิบัติจริง บนช่องโหว่ที่เจ้าหน้าที่ไร้จรรยาบรรณจะสามารถมั่วนิ่มใช้อำนาจได้ในทางไม่ชอบ

********

ไม่แจ๋วพอลากไส้แฮกเกอร์

ปรเมศวร์ มินศิริ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ได้ประเมินพ.ร.บ.การกระทำผิดคอมพิวเตอร์ ของไทยฉบับนี้ว่ายังถือเป็นกฎระเบียบที่ถือว่าอ่อนมาก หรือเรียกได้ว่าอ่อนที่สุดหากเทียบกับกฎระเบียบของต่างประเทศ โดยมีผลสามารถใช้บังคับได้เพียงเบื้องต้นเท่านั้น

"พวกแฮกเกอร์เก่งๆ ที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และทำให้เกิดความสูญเสียต่างๆ นานานั้นคงจะเตรียมทางหนีทีไรไว้เป็นอย่างดี จนทางการไทยไม่สามารถที่เข้าไปถึงกลุ่มคนเหล่านี้ได้"

ปรเมศวร์ ได้อธิบายว่าอย่างขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องของอำนาจหน้าที่ และหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง ก็ต้องรอการของอนุมัติหมายศาลก่อน จึงจะสามารถลงมือทำอะไรต่อไป ซึ่งในความเป็นจริงโลกเทคโนโลยีทุกวันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หากขั้นตอนปฏิบัติเป็นเช่นนี้ผู้ที่จงใจกระทำความผิดก็จะลอยนวลต่อไป แต่หากให้อำนาจหน้าที่กับเจ้าหน้าที่มากเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อการใช้อำนาจที่ให้มาล้นฟ้าในทางที่ผิดได้เช่นกัน

เช่นเดียวกัน กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัดหรือไอเอสเอสพี กล่าวว่ากฎหมายไอซีทีเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของไทยที่ออกมานั้นยังไม่สุดสุดเหมือนกับในบางประเทศ และยังไม่แน่ใจว่าในทางปฏิบัติแล้วจะเกิดปัญหาหรือไม่ เนื่องจากจะต้องให้เกิดเหตุการณ์ที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและค่อยแก้ไขเป็นเคสตัวอย่างที่จะใช้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

การที่ไทยเตรียมจัดตั้งเจ้าหน้าที่ทำงานด้านนี้เพียง 20-30 คน นั้นอาจจะไม่เพียงพอกับการเข้ามาดูแลเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะอย่างในต่างประเทศจะมีการจัดคนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะเข้ามาดูแล นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและเหล่าแฮกเกอร์ที่เป็นฝ่ายดีในการช่วยยับยั้งกลุ่มคนที่ไม่ดีด้วย

"เราจะต้องสร้างและส่งเสริมให้เกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตในแนวทางที่ดี เนื่องจากกฎระเบียบที่วางไว้ไม่ทันกับเหตุการณ์ในโลกไซเบอร์ที่เกิดขึ้น"

สิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงพ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการป้องกันการลักลอบนำข้อมูลการใช้งานในระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การป้องกันบุคคล ที่ตั้งใจกระทำผิดเกี่ยวกับด้านความมั่นคงและการหมิ่นประมาท การหมิ่นเบื้องสูง การเผยแพร่สิ่งลามกอนาจาร ทั้งเว็บไซต์ อีเมล ให้สามารถเอาผิดได้ จากเดิมไม่สามารถมีกระบวนการทางกฎหมายลงโทษได้

แต่เพียงให้หลังการประกาศใช้พ.ร.บ.การกระทำผิดคอมพิวเตอร์ เพียงหนึ่งวันกระทรวงไอซีทีถูกแฮกเกอร์มือดีลองของเป็นรายแรก โดยการเข้าไปเปลี่ยนพื้นหลังหน้าเว็บกระทรวงให้เป็นสีดำทั้งหมด และมีภาพของอดีตนายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำลังยิ้มโบกมือทักทายปรากฎอยู่ตรงกลางเว็บ และหน้าโฮมเพจยังปรากฎภาพแบ็กกราน์สีดำ และรูปพล.อ.สนธิ บุญยรัตกะลิน พร้อมกับข้อความโจมตีเผด็จการ

เห็นได้ชัดว่าแม้จะมีการประกาศใช้พ.ร.บ.ก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดยั้งผู้หวังดีบนโลกไซเบอร์ได้ หากพิจารณาบทลงโทษสูงสุดของกฎหมายฉบับนี้มีโทษหนักจำคุกถึง 20 ปี โดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดบทลงโทษเบาสุด ในกรณีเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ถือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท แต่ถ้าเป็นการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ของผู้อื่นที่มีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ เพิ่มโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท

และหากผู้ใดทำให้เกิดความเสียหาย ทำลาย แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยมิชอบตามมาตรา 9 และในมาตรา 10 ผู้ใดกระทำโดยมิชอบเพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อี่นถูกระงับหรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ถ้าการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นทันทีหรือในภายหลัง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาทและถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี

ห่วงผู้ประกอบการไม่รอด

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ thaisecondhand.com กล่าวว่าสิ่งที่ผู้ประกอบห่วงที่สุดคือรายละเอียดของการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งร่างประกาศเดิมกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องเก็บข้อมูลเลขบัตรประชาชนของผู้ใช้บริการด้วย ซึ่งทางผู้ประกอบการได้มีการหารือและให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการร่างว่าถ้าให้จัดเก็บข้อมูลดังกล่าวจะเป็นปัญหาและภาระทั้งสำหรับผู้ให้บริการเว็บไซต์และผู้ใช้บริการ อาจถึงขั้นทำให้เว็บไซต์เล็กต้องปิดตัว

อย่างไรก็ตามเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลเลขบัตรประชาชนนั้น คณะกรรมการร่างได้มีการยกเลิกในส่วนนี้แล้ว ในความเป็นจริงของการให้บริการนั้นจะมีการจัดเก็บข้อมูลไอพีแอดเดรส เบอร์โทรศัพท์และเวลา ข้อมูลต่างๆ ก็สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการได้แล้ว โดยข้อมูลในส่วนนี้ระบบจะจัดเก็บอัตโนมัติ

แต่สิ่งที่ภาวุธ เป็นห่วงคือเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติตามกฎหมายว่าจะมาจากไหน เพราะผู้ที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้จะต้องมีความเชี่ยวชาญ ทั้งในส่วนของผู้ให้บริการเว็บไซต์รายใหญ่ๆ ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะส่วนใหญ่จะมีระบบจัดเก็บข้อมูลล็อกไฟล์อยู่แล้วเพียงแต่การกำหนดว่าจะต้องมีการจัดเก็บอย่างน้อย 90 วัน อาจจะทำให้ต้องมีการลงทุนเพิ่มต่อไป

ต่อบุญ พ่วงมหา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเว็บ ผู้ให้บริการเว็บไซต์ สนุกดอทคอม กล่าวว่าพ.ร.บ.นี้อาจะมีบางมาตราที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของภาคเอกชน อาทิ การต้องจัดเก็บข้อมูลการใช้งานคอมพิวเตอร์ ถือเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของบริษัท โดยต้องลงทุนเพิ่มอุปกรณ์การจัดเก็บและสำรองข้อมูล

ไม่เพียงเท่านั้นไทยอาจสูญเสียโอกาสการแข่งขันกับเว็บไซต์ของต่างประเทศที่แข็งแกร่งและยังมีความเสรีมากกว่ามาก ในขณะที่ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการ ผู้ประกอบการบางรายอาจถึงขั้นปิดเว็บไซต์ และจะมีผู้ใช้คนไทยหันไปใช้งานผู้ใช้งานเว็บไซต์ต่างชาติมากยิ่งขึ้น

อ่านบทความฉบับเต็มได้ในบทความเรื่อง ฤาษีขี่เต่าไม่ทันโลกไซเบอร์ ผ่าพ.ร.บ.คอมพ์ฉบับ "แอ๊บแบ๊ว" (http://www.manager.co.th/mgrweekly/viewnews.aspx?newsID=9500000087162) หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 30 กรกฎาคม - 5 สิงหาคม 2550

pladoog
04-08-2007, 02:06 PM
ผมเล่นเกมส์ออนไลน์เยอะพอสมควร แม้แต่สังคมเกมส์ออนไลน์ยังไม่มีความกลัวกฎหมายตัวนี้กันซักนิด ยังคงมีโปร บอทกันอยู่ เพราะเค้ามองกันว่า ผู้ที่เสียผลประโยชน์ก็คือ บริษัทผู้ให้บริการเกมส์ ตราบใดที่ไม่ฟ้อง ก็ยังไม่เป็นทางแพ่ง ซึ่งแม้ความผิดจะชัดเจน แต่จำนวนคนกระทำผิดมีมหาศาล และยังเป็นลูกค้าที่เติมเวลาบัตร/ซื้อ cash ของตัวเอง เลยไม่มีใครกลัวจะโดนจับกันซักคน

ตอนนี้โปร YGB ที่เงียบๆ ไป ก็กลับมาขายกันตามปกติ สรุป กฎหมายใหม่นี่ห่วย เหมือนพวกนักวิชาการสักแต่พูด แต่เอามาใช้จริงได้ยาก

asylu3
04-08-2007, 05:09 PM
กฏหมายฉบับนี้ควรจะมีการให้ร่วมลงความคิดเห็นในการร่างหรือ ให้ผู้เชียวชาญเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะขนาดในโลกความเป็นจริงเห็นกันตัวเป็นๆยังดิ้นรอช่องโหว่ต่างๆนาๆเหมือนศรีทโนนชัยได้
ประสาอะไรกับโลก Cyber ที่ update กันทุกวินาที

ballnakata
05-08-2007, 12:30 AM
ถ้าให้ผม โหวด ก็คงจะ No มีขึ้นมาก็ไม่ใด้ทำให้เพื่อนในร้านกัวกันเล้ย นั่งโหลดหนังหน้าสะหลอนกันอยู่เนี่ย มันไม่เห็นจะสะท้านไรเล้ยเพื่อนผม ผมคิดว่าน่าจะปลูกฝังกันที่ตัวบุคคลมากกว่า เด็กเล็กหนะสอนเข้าไป ไอ้พวกเด็กโตปล่อยให้มันรู้เองดีกว่าสอนป่านนี้มันคงไม่ฟัง55+ :D :D

gomonx
05-08-2007, 05:05 PM
ผมว่านะ จากที่ได้อ่านข้อกฎหมายแล้ว ผมว่ามันก็เป็นการปิดกั้นคนไทยด้วยกันเองจากการศึกษา อย่างข้อที่ระบุว่า
มาตรา 6
ล่วงรู้วิธีการเจาะ ที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายและนำไปเผยแพร่
ปรับ 2 หมื่นบาท จำคุก 1 ปี

เนี่ย มันเป็นการปิดกั้นความรู้กันชัดๆ ขนาด บิลเกต หรือ ลีนุกส์ อดีตก็เป็น แฮกเกอร์ แล้วนำความรู้มาพัฒนาระบบของตนเอง จนรวย
ผมว่ามัน อ่อนจริงๆ

nizx
05-08-2007, 05:46 PM
แรกๆ ออกมาก็ดูน่ากลัวนะครับ แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกกลัวเลย เพราะส่วนใหญ่คนโดนเจาะคงไม่รู้ตัวหรอกครับ
และคนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่กล้าที่จะฟ้องกันหรอกครับ ถ้าไม่เสียหายหนักจริงๆ คนไทยกลัวการขึ้นศาลจะตาย
กฏหมายมันไม่เข้มพอ ได้ค่าเสียหายก็ไม่คุ้มค่า เสียเวลาเสียชื่อเสียงอีกตะหาก
ict ก็ไม่แน่จริงด้วย คนเก่งๆในหน่วยงานราชการมักจะไม่ได้ดีและไม่ได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่หรอกครับ
โดนขาใหญ่เขี้ยวลากดิน กีดกัน ดันแต่เด็กตัวเอง คนมีความสามารถจริงๆแต่ไม่มีเส้นสายมักไม่สามารถทำงานราชการได้ครับ

maxasus123
06-08-2007, 03:16 AM
จะใช้ได้จริงหรอครับผม พ.ร.บ เนี่ย

nizx
08-08-2007, 08:08 PM
ผมว่านะ จากที่ได้อ่านข้อกฎหมายแล้ว ผมว่ามันก็เป็นการปิดกั้นคนไทยด้วยกันเองจากการศึกษา อย่างข้อที่ระบุว่า
มาตรา 6
ล่วงรู้วิธีการเจาะ ที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายและนำไปเผยแพร่
ปรับ 2 หมื่นบาท จำคุก 1 ปี

เนี่ย มันเป็นการปิดกั้นความรู้กันชัดๆ ขนาด บิลเกต หรือ ลีนุกส์ อดีตก็เป็น แฮกเกอร์ แล้วนำความรู้มาพัฒนาระบบของตนเอง จนรวย
ผมว่ามัน อ่อนจริงๆ
[/b]

ผมถามท่านผู้บัญชาการ dsi แล้วนะครับ ถามกับตัวเลย ท่านบอกว่าการมี hack tool ไว้ไม่ผิดครับแต่อย่าจำหน่ายและเผยแพร่
แฮคระบบตัวเองได้ แต่ห้ามแฮคคนอื่นให้เดือดร้อน เท่าที่คุยกันท่านบอกว่าถ้าร่วงรู้แล้วไม่ก่อให้เปิดความเสียหายก็คงไม่มีใครฟ้องหรอกครับ ดังนั้นเจาะกันต่อไป แต่อย่าทำลายก็พอ

gomonx
28-09-2007, 10:25 PM
ผู้บัญชาการ dsi นี่คือใครหรอครับ แบบผมไม่รู้จริงๆ

aumNaKab
29-09-2007, 12:19 AM
สงสัยต้องมีกองกำลัง Cyber แบบที่สหรัฐตั้งเป็นกองพันทหาร Hacker เลยดีกว่าเนอะ จาได้สืบหากันนจริงๆ จังๆ

แต่ว่า แม้แต่สหรัฐเอง ยังโดนโจมตีจากหลายๆ ประเทศ หน่วยงานไทยคงยังมีอีกหลายหน่วยงานที่โดนไปแล้ว (แน่ๆ) สู่เอาเวลามาเขียนกฏหมาย มาป้องกันตนเองให้ได้ก่อน เพราะพวกที่เีขียนกฏหมายก็น่าจะมีความรู้นี่นา อย่างน้อยๆ จะได้ไม่ต้องโดย Hack กระจายหลายๆ หน่วยงาน

แต่ถึงกระนั้น โชคยังดีที่ระบบเครือข่าย และราชการไทย ยังไม่นำข้อมูลสำคัญทั้งหมดเก็บในคอมฯ เหมือนสหรัฐ อ๊ะ ตกลงเอาไว้ในคอม หรือไม่ไว้ในคอมดีักว่าล่ะเนี่ย?

pingtana
29-09-2007, 05:03 PM
ผมว่านะเกมออนไลท์ มีบอทหรือโปรต่าง อ่ะ เป็นเรื่องไม่ดีก็จิงครับแต่ลองมองอีกจุด ที่ว่า ทำไม บริษัทที่ทำเกมมาไม่ฟ้อง ร้องเลย อันนี้ความคิดของผมนะครับ ก็เพราะว่าเป็นการค้าอย่าง 1 ยกตัวอย่างเช่นเกม Ro(ragnarog) เลยนะครับ คือที่มีบอทเกลื่อนกลาดอยู่ทุกวันนี้ บริษัทที่ซื้อลิขสิทเกมนี้ขึ้นมานั้นได้ผลประโยทจากการเติมเงินเพื่อให้มีชั่วโมงเล่นเกม ทำให้ได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ ที่กล่าวมาผมว่ามีเกม ออนไลท์ อื่นๆอีกมากที่เป็นอย่างนี้ อันนี้ยกตัวอย่างอันเดียว (แต่ผมว่าพวกโปรเกมหรือบอทอะไรพวกนี้ถ้าไม่มีก็ดีนะครับ จะได้หมดๆไปเสียที บางทีก็ไม่อยากเล่นเกมที่บอทเยอะๆหรือโปรเยอะๆเลย)

chanathip
30-09-2007, 12:05 AM
เพิ่มเติมให้ครับ เผื่อใครสนใจฉบัับเต็ม ราชกิจานุเบกษา

Link ... พรบ. คอมพิวเตอร์ (http://file.citecclub.org/download.php?id=A730E2E4)