PDA

View Full Version : รวมสาระโพสเรื่อยๆ



volcano
03-08-2007, 01:02 AM
กระทู้นี้นะครับจารวมสาระเกร็ดความรู้ต่างๆที่ผมมีอยู๋ในเครื่องนะครับใครชอบไม่ชอบยังไงก็ช่วย กด thanks ให้ด้วยนะครับ

**Hidden Content: Check the thread to see hidden data.**

วาซาบิ เพื่อสุขภาพ

ถ้าบอกว่ามีสีเขียวทั้งเผ็ดและฉุนขึ้นจมูก ใช้รับประทานคู่กับปลาดิบ คุณคงต้องนึกถึงวาซาบิเป็นแน่ บางคนอาจจะร้องยี้ด้วยไม่ชอบรสชาติของมัน แต่รู้หรือไม่ว่าในความฉุนหรือเผ็ดนั้นมีคุณประโยชน์แฝงอยู่มากมาย สารในวาซาบิที่ให้รสเผ็ดและกลิ่นฉุนนั้น มีสรรพคุณในการยับยั้งการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุ และยังพบสาร Isothiocyanate (ITCs) ซึ่งมีส่วนช่วยการยับยั้งการเจริญเติบโตของเอ็นไซม์ ที่ก่อให้เกิดหินปูนบนฟัน และยังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งที่ปอด ลำไส้ใหญ่ ตับ หลอดอาหารและเต้านม อีกด้วย


กาแฟ : เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหรือไม่

ผลการศึกษาหลายฉบับเมื่อไม่นานมานี้แนะว่า การบริโภคกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะให้ผลดี ดังตัวอย่างเช่น.. งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารสมาคมแพทย์อเมริกาพบว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว มีโอกาสเกิดโรคพาร์คินสันน้อยลงถึง 5 เท่า การศึกษาของวิทยาลัยสาธารณสุขฮาร์วาร์ดพบว่า ผู้ชายที่ดื่มกาแฟเกินวันละ 6 แก้วลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ราวร้อยละ 50 ขณะความเสี่ยงนี้ในผู้หญิงลดลงเกือบร้อยละ 30 สถาบันมะเร็งของญี่ปุ่นกล่าวว่าการดื่มกาแฟวันละ 3 - 4 แก้ว อาจลดความเสี่ยง
ต่อโรคมะเร็งตับลงถึงครึ่งหนึ่ง แต่สมาคมโรคเบาหวานอังกฤษเตือนว่าอย่าดื่มเกินกว่านี้เพราะการดื่มมากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวาย นอนไม่หลับและหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว

volcano
03-08-2007, 01:14 AM
6 ข้อดีดื่มน้ำบรรเทาหวัด

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ทำให้หลายคนที่ไม่ค่อยได้ดูแล
สุขภาพเป็นพิเศษมักเป็นหวัดได้ง่าย "โรคหวัด" เกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้จะเป็นโรค
ที่ไม่ร้ายแรง แต่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สบายเนื้อสบายตัว ทำให้มีอาการ
ปวดศรีษะ ตัวร้อน น้ำมูกไหล ไอ จาม มีเสมหะ ถ้าไม่ดูแลรักษาตัวให้ดีอาจก่อให้เกิด
โรคแทรกซ้อนตามมาได้
เมื่อเป็นหวัดแนะนำว่าควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
เพราะน้ำสามารถช่วยเยียวยาร่างกายให้หายจากหวัดได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุที่ว่า..
1. น้ำช่วยละลายเสมหะไม่ให้เหนียว โดยเฉพาะการดื่มน้ำอุ่น
2. ช่วยลดไข้หากไข้ขึ้นสูง น้ำนี่แหล่ะที่จะช่วยทำให้ร่างกายเย็นลงได้
3. ช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้นเพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี
4. ช่วยให้เยื้อบุจมูกที่บุช่องทางเดินหายใจส่วนบนทำหน้าที่ได้ดีขึ้น จึงช่วยลดอาการคัดจมูก
5. ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และอักเสบ
6. ช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายฟื้นจากอาการไข้ได้เร็วขึ้น
นอกจากนั้น หากอยากดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติมากขึ้น แนะนำให้ลองดื่มน้ำผลไม้
ที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง น้ำกีวี น้ำมะเขือเทศ ฯลฯ เพราะวิตามินซีช่วยให้อาการหวัดหายเร็วขึ้น
ส่วนคนที่มีอาการเจ็บคอสามารถบรรเทาอาการโดยใช้เกลือ
ละลายน้ำอุ่นกลั้วคอ 2-3 วันติดต่อกัน
อาการจะทุเลาลงโดยไม่ต้องใช้ยาค่ะ

volcano
03-08-2007, 02:13 AM
ชาร้อนยับยั้งอัลไซเมอร์

ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ทุกท่าน ที่ต่อไปไม่ต้องทานยาเยอะๆ อีกต่อไปแล้วเพราะแค่คุณดื่มชาวันละแก้ว ก็สามารถยับยั้งการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ ดร. เอ็ด โอเคลโล่ แห่งศูนย์วิจัยสมุนไพร มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ ได้รายงานผลการวิจัยว่า การที่คุณดื่มชาเขียวหรือชาดำวันละ 1 ถ้วยทุกวัน สามารถยับยั้งการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ เพราะในชาเขียว และชาดำ มีสารที่ช่วยยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาของเอ็นไซม์ที่ก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้การดื่มชาเขียวยังสามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเบต้า-ซีเครเทส (Beta-secretase) ที่เป็นขั้นตอนในการผลิตตะกอนโปรตีนในสมองอันเป็นสาเหตุของการป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ แต่คุณจะต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อย 1 อาทิตย์ถึงจะเห็นผลดี แต่หากคุณดื่มชาดำเพียงแค่ 1 วันคุณก็สามารถเห็นผลได้เร็วกว่าการดื่มชาเขียวหลายเท่า ถึงแม้ว่าแพทย์จะไม่สามารถรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายได้ แต่จากการวิจัยเรื่องการดื่มชา ก็สามารถยับยั้งและลดภาวะเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ ราคาถูกผลข้างเคียงก็ไม่เกิด "ดื่มชาย่อมดีกว่าการรับประทานยานะคะ"


เรียนรู้วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนตร์เบื้องต้น

บทเรียนที่ 1 : ตรวจสอบระดับน้ำในแบตเตอรี่
ควรเช็คทุกเดือน เพื่อยืดอายุการใช้งานของรถ และป้องกันรถดับกลางทางด้วย
• เปิดจุกสีแดง หรือเหลือง (แล้วแต่รุ่น) ทุกจุกบนแบตเตอรี่ ให้ดูระดับน้ำว่าท่วมแผ่นเซลล์สีเทาที่อยู่ด้านในหรือไม่ ถ้าไม่ท่วมให้เติมน้ำกลั่นลงไปซึ่งสามารถหาซื้อได้จากปั๊มน้ำมัน หรือร้านขายอะไหล่รถยนตร์
บทเรียนที่ 2 : ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง
• ดึงสายวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมา (ส่วนใหญ่จะอยู่ด้านข้างของเครื่องยนตร์) แล้วให้เอาผ้าเช็ดก้านวัดให้สะอาดก่อน จากนั้นจุ่มกลับลงไปอีกครั้ง ให้ดูน้ำมันที่ติดก้านขึ้นมาว่าอยู่ที่ขีด H หรือ L อย่าให้เกินตำแหน่ง H และ L จะดีที่สุด แนะนำว่าให้เช็คในช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่เช็คระดับได้แม่นยำที่สุด
บทเรียนที่ 3 : ตรวจสอบแรงดันของยาง
• ควรเช็คดูมาตรฐานแรงดันโดยดูจากสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่แถวๆ ด้านข้างของคนขับ ส่วนใหญ่มาตรฐานจะอยู่ที่ 30 ถ้าเป็นคนที่ขับรถเร็วอาจจะเป็น 36 ก็ได้
• ควรเช็คทุก 2 อาทิตย์เพื่อความปลอดภัย และช่วยประหยัดน้ำมันด้วย วิธีเช็คก็ง่ายแสนง่าย เวลาเลี้ยวเข้าปั๊มก็บอกพนักงานเลยว่าช่วยเช็คลมยางให้ด้วย
บทเรียนที่ 4 : เติมน้ำในหม้อน้ำ
ควรเช็คทุกๆ เดือนเพื่อป้องกันน้ำแห้งแล้วจะทำหม้อน้ำรถพังได้
• เปิดจุกถังน้ำของหม้อน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นถังสีขาว เติมน้ำลงไปให้ถึงขีดที่เขากำหนดไว้ ควรเช็คในช่วงเช้าก่อนออกจากบ้านจะดีที่สุด


เนื้อวัวที่แพงที่สุดในโลก..เนื้อมัทสึซากะ (Mutsuzaka beef)

เนื้อวัวที่แพงที่สุดในโลกไม่ใช่เนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดจากรัฐวิสคอนซินในสหรัฐอเมริกา แต่เป็นเนื้อวัวพิเศษสุดจากเมืองมัทสึซากะในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะเนื้อตรงที่มีไขมันแทรกเป็นริ้วสีขาวนวลเหมือนเนย สลับสีชมพูสดของส่วนที่เป็นเนื้อแท้ เปรียบได้ดังหินอ่อนชั้นดีจากรัสเซีย ความอร่อยของเนื้อมัทสึซากะอยู่ที่ความนุ่มและมีกลิ่นหอมโดยเฉพาะเมื่อนำมาทอดบนกระทะเหล็กแผ่นขัดเงา ร้อนจัด ที่เรียกว่า เทปันยากิ หรือเอามาฝานบางๆเป็นแผ่นใหญ่โดยมิให้ขาดรุ่งริ่ง แล้วเอามาทำสุกียากี้หรือชาบุ-ชาบุ ใช้ตะเกียบคีบจุ่มลงในน้ำแกงจืดร้อนจัดเพียงครึ่งนาที ก็เอามาจิ้มลงในซอสงาบด หรือปอนสุแล้วใส่ปาก จะรู้สึกอร่อยจนบอกไม่ถูก เจ้าของวัวจะดูแลวัวอย่างพิถีพิถันถึง 3 ปี (วัวที่เลี้ยงเพื่อขายปกติจะมีอายุไม่เกิน 2 ปี)โดยขุนให้อ้วนที่สุด และเลี้ยงในคอกไม้ตอกสลักไม้ประมาณ 2 ต.ร.ม. พอดีตัววัว
ท่อน้ำก็ทำด้วยพลาสติก เพราะเกรงโลหะจะขีดข่วนให้วัวเกิดตำหนิและเจ้าของคอกทุกแห่งหวังจะเลี้ยงวัวให้ได้ชนะเลิศแชมเปี้ยน
เพราะจะทำให้ขายวัวได้ราคาสูงเป็นหมื่นๆ ดอลลาร์เลยทีเดียว

volcano
03-08-2007, 02:41 AM
ทำไมคุณถึงต้องการการกอด

มือของคุณที่ยื่นออกไปกอดผู้อื่นเมื่อเวลาที่มีปัญหานั้น มีพลังมากกว่าที่คุณคาดคิดมากการค้นพบใหม่จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเวอร์จิเนีย และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวิสคอนซินระบุว่า มันช่วยทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตื่นตัวมีความเยือกเย็นลง นักประสาทวิทยาได้ให้สตรีที่สมรสแล้ว 16 คน มาอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเครียด (พวกเธอทราบดีว่าได้รับการช๊อคด้วยไฟฟ้าอ่อนๆ)พอให้อาสาสมัครชายที่มีความเป็นเพื่อนเข้ามาจับมือสตรีเหล่านั้นแล้วผลสแกนพบว่าส่วนของสมองที่ตอบสนองต่ออันตรายนั้นมีกิจกรรมลดน้อยลงและผลยิ่งมากขึ้นไปอีกเมื่อผู้ที่ยื่นมือให้จับเป็นคู่สมรสของสตรีเหล่านี้เอง ด๊อกเตอร์ เจมส์ โคแอน, Ph.D. หัวหน้านักวิจัย และศาสตราจารย์ภาควิชาจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ด้านประสาทจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเวอร์จิเนียระบุว่า"ที่จิตใจผ่อนคลายลงอาจเป็นเพราะมีใครบางคนอยู่ที่นั่นคอยช่วยเหลืออยู่"ส่วนการสัมผัสในรูปแบบอื่น เช่น การกอด, โอบไหล่ ก็ยังอาจช่วยลดความกระวนกระวาย และลดปริมาณฮอร์โมนความเครียดที่สมองผลิตลงได้

volcano
03-08-2007, 03:00 AM
โพสต์อิทโน้ต( Post-it Notes) ปิ๊งจากความผิดพลาด

กระดาษโน้ตแผ่นเล็กพร้อมแถบกาวอย่างอ่อน มีคุณสมบัติแปะที่ไหนติดที่นั่นเมื่อดึงกระดาษออกไม่เหลือร่องรอยของกาวติดอยู่ ณ ที่นั้น เป็นนวัตกรรมโดนใจชาวชนสำนักงานทั่วโลก มีการใช้แพร่หลายตามเอกสาร จอคอมพิวเตอร์ ประตูหน้าต่าง ตู้เย็น เขียนโน้ตบนกระดาษแปะทิ้งไว้เตือนความจำ โพสต์อิทโน้ตเป็นสินค้าของ 3M ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและผู้ผลิตออกจำหน่าย นายสเปนเซอร์ ซิลเวอร์(Spencer Silver ) เป็นหนึ่งในทีมนักวิจัยของบริษัท 3 Mในปี ค.ศ. 1968 เขาได้รับมอบหมายให้พัฒนากาวให้มีประสิทธิภาพสูง ติดได้แน่นทนทาน ถาวร แต่ผลของการพัฒนา เขากลับได้กาวออกมาที่ตรงกันข้ามกับเป้าหมายโดยสิ้นเชิง คือเป็นกาวอย่างอ่อน ติดง่าย ลอกได้ไม่ทิ้งร่องรอย ต่อมาในปี ค.ศ. 1974 นายอาร์เธอร์ ฟราย( Arthur Fry )นักวิจัยอีกคนนำกาวนี้มาใช้ติดกระดาษไว้คั่นคัมภีร์ไบเบิล ในหน้าสวดมนต์ที่เขาต้องการเวลาไปโบสถ์ ก็เพราะคุณสมบัติติดง่าย ลอกได้ไม่ทิ้งร่องรอยนี้เอง 3M จึงนำไปพัฒนาออกมาเป็นกระดาษโน้ตสีเหลือง ที่มีแถบกาวชนิดนี้ออกจำหน่าย โดยให้ชื่อว่า"โพสต์อิทโน้ต"( Post-it Notes) ปรากฎว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่คนทำงานในสำนักงาน กระดาษโน้ตสีเหลืองจึงพัฒนาเป็นหลายสี หลายขนาด หลายรูปเล่มเอาใจผู้ใช้ทั่วโลก

volcano
03-08-2007, 03:12 AM
มะเขือเทศกับนมสดสูตรสวยจากธรรมชาติ

ไม่เพียงแต่อร่อยและเป็นแหล่งสำคัญของวิตามินเอ และบี รวมทั้งแร่ธาตุสำคัญ
ต่อร่างกาย อย่างแมกนีเซียม และโพแทสเซียม กรดผลไม้ในมะเขือเทศ สามารถทำโลชั่นทำความสะอาดผิวได้ เพราะมีฤทธิ์ช่วยในการขัดลอกเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยเฉพาะเมื่อนำมาผสมกับนมจะมีกรดแล็กติกช่วยในการขัดลอกเซลล์ผิว วิธีทำ บดมะเขือเทศสุกให้ละเอียด เทลงในผ้าขาวบาง และบีบน้ำออก
นำน้ำมะเขือเทศผสมกับนมเท่าๆกัน แล้วใช้เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าวันละ 1
หรือ 2 ครั้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำแร่ หรือน้ำสะอาด เหมาะสำหรับผิวมัน หรือผิวผสม

volcano
03-08-2007, 03:36 AM
โหระพา บรรเทาโรคเข่าเสื่อม

คนโดยทั่วไปอาจรู้สรรพคุณของโหระพาแค่เรื่องช่วยย่อยอาหาร แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง หรือนำมาเป็นน้ำมันหอมระเหย แต่ถ้าเปิดตำราหนังสือแพทย์จะพบว่าโหระพามีสรรพคุณมากกว่านั้นคือ สามารถรักษาโรคเข่าเสื่อมได้ โดยการนำโหระพาทั้งต้นไม่ต้องเด็ดรากทิ้ง กะพอประมาณใช้พอกเข่าได้มิดจากนั้นนำไปล้างให้สะอาด ตำพอละเอียดใส่เหล้าขาว 40 ดีกรีเล็กน้อยคนให้เข้ากันก่อนนำไปตั้งไฟแค่พอร้อน (ไม่ต้องถึงกับเดือด) ทิ้งไว้ให้อุ่น นำไปพอกเข่าประมาณ10-15 นาที ทำวันละ 1-2 ครั้ง

volcano
03-08-2007, 03:52 AM
แข็งแรงได้... เริ่มต้นง่ายๆ จาก 1 ก้าวเดิน

บางครั้งการเดินออกกำลังกายก็ไม่ใช่สักแต่ว่าเดินๆๆ เพราะหนึ่งก้าวของคุณ
มีความหมายมาก เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะก้าวออกไปแบบไหน
ให้ร่างกายแข็งแรง แต่เรามีเคล็ดลับมาบอก
1. เริ่มจากหารองเท้าที่ใส่สบาย เดินนานๆ แล้วไม่เจ็บ เวลาซื้อก็อาจจะซื้อรองเท้า
สำหรับวิ่ง แล้วหาสถานที่กว้างๆ อย่าง สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ในหมู่บ้าน
2. เดินได้เลย ทุกๆ 30 วินาทีให้เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับความเร็ว
ที่คุณคิดว่าพอสำหรับการเดินเร็ว
3. เมื่อคุณเดินเร็วจนถึงจุดสูงสุด คอยรักษาระดับนี้ไปเรื่อยประมาณ 30 นาที
แต่ต้องมั่นใจว่าเดินไม่ใช่การวิ่งจนเหนื่อยหอบ แต่ในครั้งแรกๆ คุณอาจใช้เวลา
ประมาณ 10 นาทีก็ได้ แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาให้นานขึ้นทุกๆ สัปดาห์ และจะสังเกตุได้ว่า
ร่างกายคุณจะแข็งแรงมากขึ้น
4. นึกไว้อยู่เสมอว่าคุณเดินอย่างไร ต้องรู้ว่าตัวเองเดินอย่างถูกต้องหรือยัง เพราะถ้าไม่
คุณจะเจ็บข้อเท้าได้และปวดเมื่อยได้ วิธีเดินให้ถูกต้องคือ ให้ส้นเท้าแตะพื้นก่อน
แล้วค่อยๆ วางฝ่าเท้า และนิ้วเท้าหลังสุด เดินต่อไปด้วยฝ่าเท้าทั้งหมด

volcano
03-08-2007, 04:10 AM
ลักษณะของเบญจกัลยาณี
ลักษณะของเบญจกัลยาณีอธิบายตามความคิดเห็นของท่านผู้รู้แต่โบราณว่า

ผมงาม หมายถึง เรือนผมเป็นเงางามดุจกับหางนกยูง
ทรงผมสตรีแต่ก่อนคงจะนิยมดัดปลายงอน ท่านจึงพรรณาว่า เมื่อปล่อยย้อยยาวถึงชายผ้านุ่ง แล้วกลับมีปลายงอนขึ้นตั้งอยู่ สมัยนี้เห็ยจะกำหนดตามนี้ไม่สำเร็จ จะให้ดำเป็นเงางามหรืองอนขึ้นหรุบลงทำไม่ยาก ถึงไม่มีผมจะงามเลย ก็หาผมปลอมใส่ได้งามทันใจในพริบตา

เนื้องาม หมายถึง ริมฝีปากงาม เช่นกับผลตำลึง
คงหมายความว่ามีสีแดงดุจผลตำลึงสุก สาวยุคนี้อย่าว่าแต่สีผลตำลึงสุกเลย จะให้เป็นสีผลอะไรก็ได้ สีทาปากทำไว้พร้อมเสร็จ สีมะละกอ สีลิ้นจี่ หรือสีทับทิมออกคล้ำ ออกม่วง ออกเหลือง มีให้เลือกตามใจชอบ

กระดูกงามหมายถึง มีฟันขาวเรียบดุจสังข์ที่ขัดดีแล้ว
ฝรั่งไม่เคยเห็นสังข์และไม่รู้ค่า จึงเปลี่ยนให้เป็นไข่มุกแทนฟันเป็นอย่างเดียวที่ขัดสีปานใด ก็ไม่อาจขาวเงางามเรียบได้ถ้าสุขภาพฟันไม่มีเป็นปฐม ยาเคลือบฟันให้ขาวพอใช้ได้ชั่วครั้งชั่วคราว

ผิวงาม คือละเอียดอ่อน
สีผิวไม่สำคัญ ผิวดำก็สวยได้ ถ้าเกลี้ยงเกลามีเลือดฝาดสมบูรณ์

วัยงาม หมายถึง เนื้อหนังเต่งตึงอยู่จนแก่
ตำนานเรื่องนางวิสาขา ผู้สร้างปุพพรามปราสาทถวายเป็นวัดครั้งพุทธกาลชมนางวิสาขาว่าวัยงามนักหนา นางมีบุตรชาย 10 บุตรหญิง 10 บุตรชายหญิงมีบุตรชายหญิงอีกคนละ 10 ตลอดชีวิตของนางมีบุตรหลายถึง 8,420 คน นางวิสาขาไปที่ใด บุตรหลานห้อมล้อมไปเป็นหมู่ ผู้คนดูไม่ออกว่าคนไหนคือนางวิสาขา เพราะเห็นเป็นหนุ่มเป็นสาวเสมอเหมือนกันหมด นางวิสาขามีอายุยืนถึง 120 ปี และเป็นลูกสาวเศรษฐี ได้กินอิ่ม นอนหลับเต็มที่ ประกอบกับใจบุญด้วย จึงงามทั้งกายใจ
ความงาม 5 ประการนั้น ต้องการรากฐานจากธรรมชาติ งาม 4 ประการแรก ทำให้เกิดความงามประการสุดท้าย จะให้งามนอกต้องทำให้งามในได้ก่อน ^^
เครื่องสำอางโปะปะไว้เสริมสวยได้ชั่วครู่ชั่วยาม สู้กินให้สวยไม่ได้ ประจวบกับอาหารหลักของคนไทย ก็มี 5 หมู่ ตรงตัวเลขกันเลยจำได้ง่ายว่า กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อความเป็นเบญจกัลยาณี

volcano
03-08-2007, 06:00 PM
ป้องกันเส้นเลือดอุดตันด้วย ช็อกโกแลตดำ


นักวิจัยพบว่าช๊อกโกแลตดำเพียงวันละสองช้อนโต๊ะ หรือจะแปรรูปเป็นโกโก้ร้อน
1 แก้ว ช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดได้พอๆ กับการกินยาแอสไพริน
โครงการศึกษาผลจากยาแอสไพรินที่มีผลต่อเกร็ดเลือด โดยศาสตราจารย์ไดแอนน์
เบกเกอร์ ผู้นำการวิจัยของมหาวิทยาลัย จอห์น ฮอปกินส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
กำหนดให้กลุ่มตัวอย่างออกกำลังกาย งดบุหรี่ และอาหารบางอย่าง เช่น ไวน์ ชา
กาแฟ และช๊อกโกแลตก่อนเข้ารับการทดลอง หลังจากนั้นนักวิจัยทำการเปรียบเทียบ ระยะเวลาที่เกล็ดเลือดจับตัวกันเป็นก้อน พบว่าเกล็ดเลือดของกลุ่มตัวอย่าง
ที่ไม่งดช๊อกโกแลต มีเกล็ดเลือดจับตัวกันช้ากว่า

กลุ่มนักวิจัยจึงศึกษาเพิ่มเติมคุณสมบัติของเมล็ดโกโก้ และพบว่าในเมล็ดโกโก้
มีสารเคมีชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญที่มีผลทางชีวเคมีที่
ออกฤทธิ์คล้ายกับยาแอสไพรินที่ช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ
ที่ทำให้เส้นเลือด และหลอดเลือดอุดตันที่อาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

ก่อนหน้านี้ก็ได้มีรายงานการวิจัยที่ออกมา
สนับสนุนประโยชน์ของช๊อกโกแลตอย่างต่อเนื่อง
อาทิ พบว่าในช๊อกโกแลตมีสารเพนเทเมอร์
ที่ช่วยยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งได้
และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วย
ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ

แม้ว่าสารเคมีที่อยู่ในเมล็ดโกโก้จะมีผลดี
ต่อการไหลเวียนของโลหิตได้ดี แต่หากว่า
ร่างกายได้รับไขมันและน้ำตาลที่มากเกินไป
ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจของคุณได้เช่นกัน



ผิวสวยด้วยคอลลาเจน


คอลลาเจน คือ โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนังของร่างกาย
ซึ่งสานกันเป็นเครือข่ายชั้นผิวหนัง และเป็นโปรตีนสำคัญต่อความแข็งแรง
ของผนังหลอดเลือด และช่วยสร้างความตึงกระชับให้ผิว โดยจะทำงานร่วมกับ
โปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า อีลาสติน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการสลายตัวของคอลลาเจน คือ อนุมูลอิสระที่เกิดจากมลพิษต่างๆ
เช่น บุหรี่ แสงแดด สารปนเปื้อนในอาหาร และจากการเผาผลาญอาหารในร่างกาย
ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย และเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป
การผลิตคอลลาเจนในร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น เมื่อขาดคอลลาเจน
ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงจะเริ่มหย่อนคล้อย มีริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น ความยืดหยุ่น
และความชุ่มชื้นของผิวลดลง

การเติมคอลลาเจนให้กับผิวเพื่อหวังผลในการชะลอริ้วรอย ในวงการแพทย์สามารถ
ทำได้โดยการฉีดคอลลาเจนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนในเครื่องสำอางก็มีการนำ
คอลลาเจนไปผสม สังเกตได้จากฉลากที่ระบุส่วนผสมของ ไฮโดรไลซ์
คอลลาเจนไฮโดรไลซ์ อีลาสติน โปรคอลลาเจน เอเอชเอ

นอกจากนั้นการรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ
ซึ่งจะช่วยชะลอการสลายตัวของคอลลาเจน
และช่วยลดการเกิดมะเร็งในร่างกายอีกด้วย
สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ก็ได้แก่ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี ซึ่งเป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูง
ในการกำจัดอนุมูลอิสระมีคุณสมบัติเพิ่มความแข็งแรง
ของเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสติน

volcano
03-08-2007, 06:20 PM
วัย 50 กินวิตามินเสริมแบบไหน


แร่ธาตุมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย แต่คุณทราบไหมว่า
แร่ธาตุยังช่วย เสริมสร้างส่วนที่เสื่อมลงได้ด้วย ดังนั้น เมื่อเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น
เราจึงต้องการแร่ธาตุอย่างพอเพียงมาช่วยเสริมสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
แล้วในวัย 50 ปีขึ้นไป ต้องการแร่ธาตุตัวไหนบ้าง

อันดับแรกที่นึกถึงคือ แคลเซียม เพื่อรักษาระดับแคลเซียมในกระดูก
และลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน พบมากใน นม เนื้อสัตว์ ปลา ถั่วเหลือง

วิตามิน บี 12 จะช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง และโรคทางระบบประสาท

วิตามิน อี จะช่วยชะลอริ้วรอย ลดอัตราการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ
และโรคที่มักเกิดกับผู้สูงวัย

โครเมียม เป็นตัวช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ และเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลิน
จึงช่วยป้องกันโรคเบาหวาน

นอกจากนี้ ยังมี เบต้า-แคโรทีน ทองแดง ไอโอดีน สังกะสี วิตามินซี และแร่ธาตุ
กลุ่มน้อยอย่าง ซีเลเนียม ซิลิกอน วานาเดียม นิเกิล
ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อผู้ที่อยู่ในช่วงวัย 50 ปี

เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว การรักษาสมดุลของคุณในวัย 50 ปี
ขึ้นไป ให้มีความแข็งแรงจนหนุ่มๆ สาวๆ อิจฉา
จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป



พระอริยบุคคล






พระอริยบุคคล หมายถึง บุคคลผู้ประเสริฐ ทางพุทธศาสนาถือว่าความเป็น
พระอริยบุคคลนั้น กำหนดได้ด้วยการละสังโยชน์ (กิเลสที่ผูกมัดสัตว์) ไว้ในภพ
ใครละได้น้อยก็เป็นอริยบุคคลชั้นต่ำ เมื่อละได้มากก็เป็นพระอริยบุคคลชั้นสูงขึ้น
ใครละได้หมดก็เป็นพระอรหันต์ สังโยชน์มี 10 อย่าง เทียบตามส่วนที่พระอริยบุคคล
ละได้เป็นลำดับดังนี้
1. พระโสดาบัน ละสิ่งดังต่อไปนี้
1) สักกายทิฏฐิ - ความเห็นว่าร่างกายเป็นของตน
2) วิจิกิจฉา - ความสงสัยว่าพระวัตนตรัยดีจริงหรือ
3) ศีลพตปรามาส - การเชื่อพิธีกรรมทางไสยศาสตร์
เมื่อบรรลุเป็นพระโสดาบัน ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกไม่เกิน 7 ชาติ
แล้วจะบรรลุนิพพาน คือพระอรหันต์

2. พระสกทาคามี ละขั้นพระโสดาบัน แต่จิตคลายจากราคะ โทสะ
และโมหะมากขึ้น เมื่อบรรลุเป็นพระสกทาคามี จะเกิดอีกครั้งเดียว

3. พระอนาคามี ละขั้นพระโสดาบัน พระสกทาคามี และรวมอีก 2 คือ
4) กามราคะ - ความติดใจในกามารมณ์
5) ปฏิฆะ - ความขัดเคืองใจ
เมื่อบรรลุเป็นพระอนาคามี จะเลิกครองเรือน ประพฤติพรหมจรรย์
ตายแล้วจะไปเกิดในพรหมโลก

4. พระอรหันต์ ละขั้นพระโสดาบัน พระสกทาคา พระอนาคามี และรวมอีก 5 คือ
6) รูปราคะ - ความติดใจในรูป เช่นชอบของสวยงาม
7) อรูปราคะ - ติดใจในของไม่มีรูป เช่นความสรรเสริญ
8) มานะ - ความยึดถือว่าตัวเป็นนั่นเป็นนี่ เช่นติดในสมณศักดิ์
9) อุทธัจจะ - ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ไม่สงบใจ
10) อวิชชา - ความไม่รู้อริยสัจสี่
เมื่อบรรลุเป็นพระอรหันต์ หากสิ้นชีวิตแล้วจะไม่เกิดอีก

volcano
04-08-2007, 11:06 AM
กรรมวิธีทำไอศกรีม ก่อนมีการคิดค้นเครื่องทำความเย็น

นมและครีมแข็งตัวในอุณหภูมิประมาณ -7 องศาเซลเซียส ชาวอาหรับเป็นผู้ค้นพบว่าการเติมโซเดียมไนเตรต (โพแทสเซียมไนเตรต ส่วนประกอบในดินประสิว) ในน้ำเย็นทำให้เกิดปฏิกิริยาดูดซับความร้อน ซึ่งลดอุณหภูมิจนต่ำลงมากพอจะทำไอศกรีม
กรรมวิธีนี้น่าจะเผยแพร่สู่ยุโรปเมื่อครั้งที่ชาวมัวร์ ครอบครองสเปนในปี ค.ศ. 711ถึง ค.ศ. 1492 " ประวัติศาสตร์ไอศกรีมที่เสิร์ฟในอังกฤษครั้งแรกเกิดขึ้นในงานเลี้ยงฉลองเซนต์จอร์จเมื่อปี 1671 สมัยพระเจ้าชาลสที่ 2 มีเฉพาะผู้นั่งร่วมโต๊ะกับกษัตริย์เท่านั้น ที่ได้รับของหวานสุดหรูจานนี้และพวกเขา จะกินเคียงกับสตรอเบอรี " ลิซา กรีน ผู้บริหารสูงสุดของสมาพันธ์ไอศกรีมแห่งอังกฤษ กล่าว

volcano
04-08-2007, 11:30 AM
การใช้สายตาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

นอกจากรับประทานอาหารที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอสำหรับการดูแล
ดวงตาของคุณให้สวยใสอยู่เสมอ แต่คุณต้องใส่ใจและถนอมดวงตาของคุณไว้
เพื่อให้อยู่กับคุณไปนานๆ โดยการใช้สายตาอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังนี้

• อ่านหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และถือหนังสือห่างจากดวงตาประมาณ 1 ฟุต ไม่ควรอ่านหนังสือเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ
ควรพักสายตาประมาณ 30-45 นาที เมื่อคุณรู้สึกปวดเมื่อยตา
• ดูโทรทัศน์ในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ และควรนั่งห่างจากจอโทรทัศน์ประมาณ 5 เท่าของขนาดโทรทัศน์
• ไม่ควรจ้องมองพระอาทิตย์เป็นเวลานานๆ
• ควรสวมแว่นตาทุกครั้งที่ต้องออกไปสัมผัสกับแสงแดด หรือขับขี่รถยนตร์
• หลีกเลี่ยงการมองหรือจ้องคลื่นแม่เหล็กจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นเตาไมโครเวฟ เครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ
• เวลาที่เศษผงเข้าตา ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด แต่ให้คุณล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือหยอดน้ำยาล้างตาแทน
• ทุกครั้งที่ลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ ควรสวมใส่แว่นตาว่ายน้ำทุกครั้งเพื่อป้องกันคลอรีนหรือเศษผงเข้าตา
• ควรระมัดระวังการละเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตา
• เมื่อรู้สึกปวดเมื่อยตา ไม่ควรกดนวดดวงตา หรือกรอกดวงตาไปมาแต่ควรหลับตาประมาณ 20 -30 นาที
• ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้า แว่นตา ยาหยอดตา ร่วมกับผู้อื่น
• คุณควรปิดไฟนอน เพื่อเป็นการพักสายตา และยังช่วยประหยัดไฟได้อีกด้วย
• ในกรณีที่สารเคมีเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาด แล้วไปพบจักษุแพทย์โดยด่วน
• คุณควรไปตรวจวัดสายตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง

volcano
04-08-2007, 12:19 PM
เร่งการเผาผลาญด้วยการดื่มน้ำ

ในร่างกายของเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของร่างกาย แต่ทำไมดื่มน้ำเป็นลิตรจึงไม่อ้วน แถมการดื่มน้ำมากๆ ยังช่วยลดไขมันในร่างกายได้อีกด้วย การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ทุกวันเพื่อสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่เราทราบกันดีแต่ดื่มน้ำยังช่วยในการละลายไขมันอีกด้วย เพราะตามปกติแล้วการดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการ จะช่วยให้ตับทำงานได้เต็มที่ ซึ่งหน้าที่หลักของตับนั้นก็จะช่วย
เร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ตามซอกหลืบของร่างกายให้เปลี่ยนเป็นพลังงานได้และน้ำก็ยังเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยให้การเผาผลาญไขมันดีขึ้น แต่ถ้าร่างกายขาดน้ำก็จะทำให้ตับทำงานไม่เต็มที่ การเผาผลาญไขมันก็ลดลงด้วย การดื่มน้ำน้อยจึงส่งผลให้การเผาผลาญไขมันทำได้น้อย อาหารที่กินเพิ่มเข้าไปจะไปเพิ่มการสะสมไขมันในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการพยายามดื่มน้ำให้มากขึ้นอีกนิด เพื่อช่วยลดการสะสมของไขมันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจใช่ไหมคะ

volcano
04-08-2007, 01:04 PM
สายตาสั้นนั่งหน้าจอระวังต้อหิน

ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ แห่งโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยโตโฮของญี่ปุ่น กล่าวว่า..นอกจากการสูบบุหรี่ และโรคความดันโลหิตสูงแล้ว การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคสายตาสั้นได้เหมือนกัน สำหรับคนที่มีสายตาสั้นอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของประสาทตาเพิ่มมากขึ้น แล้วอาจจะส่งผลให้เป็นโรคต้อหินได้
คณะวิจัยของ ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ ได้ทดลองทำแบบสอบถามกับพนักงานที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ พบผู้มีปัญหาในเรื่องสายตาอยู่ 5%และหลังจากทำการตรวจสายตาอย่างละเอียดพบว่า มีผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นต้อหินอยู่ 1 ใน 3 จึงสันนิษฐานได้ว่าผู้ที่มีสายตาสั้นแล้วต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เป็นเวลาติดต่อกัน อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหินได้

volcano
04-08-2007, 02:01 PM
ที่มาของ SOUTHPAW หมายถึง นักกีฬาถนัดซ้าย

คนที่ชอบกีฬาหมัดมวยคงเคยได้ยินนักพากย์กล่าวว่า..นักชกคนนี้เป็น 'SOUTHPAW' ซึ่งหมายความว่านักชกคนนี้ 'ถนัดซ้าย' นั่นเอง
คำนี้ใช้เฉพาะกับนักกีฬาถนัดซ้ายในกีฬาอื่นๆ ด้วย ที่มาของคำนี้ก็คือ การสร้างสนามเบสบอลของอเมริกันนั้น จะสร้างขวาง
จากทิศตะวันออกไปตะวันตกเสมอ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้แสงอาทิตย์ยามบ่ายแยงตาคนตีลูกดังนั้นคนขว้างลูก( PITCHER ) ก็ประจันหน้ากับทิศตะวันออก ซึ่งถ้าถนัดซ้ายเขาก็จะขว้างลูกไปทางทิศใต้ คำนี้ทำให้นักกีฬาอื่นๆ ที่ถนัดซ้ายถูกเรียกว่าSOUTHPAW ( PAW หมายถึง อุ้งเท้าสัตว์หรือการใช้มือของมนุษย์ )

volcano
04-08-2007, 02:50 PM
เหตุใดยาคุมกำเนิดจึงทำให้กระดูกอ่อนแอ

เราต่างก็รู้ว่าแคลเซียมคือธาตุอาหารจำเป็นสำหรับผู้หญิงสาวๆ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า คุณควรกินแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัมโดยอาจดื่มนมวันละสามแก้ว โยเกิร์ตสามถ้วย เนยแข็งหรือซีเรียลหรือน้ำผลไม้แบบเสริมธาตุแคลเซียมวันละสามมื้อก็ได้ ที่สำคัญก็คือ หากกำลังใช้ยาคุมกำเนิดอยู่คุณยิ่งจำเป็นจะต้องได้รับแคลเซียมตามปริมาณที่องค์กรอาหารและยาแนะนำ มีผลงานวิจัยบ่งชี้ว่า ผู้หญิงที่กินยาคุมนั้น หากได้รับแคลเซียมน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ จะสูญเสียภาวะมวลกระดูกมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ยาคุม ในช่วงวัย 20และ 30 กว่านี้ หากคุณสูญเสียมวลกระดูกมาก โอกาสที่ต่อไปจะเป็นโรคกระดูกพรุนเมื่อสูงวัยขึ้นย่อมมีมาก ทำให้กระดูกเปราะและหักได้ง่าย ดร.โดโรธี ทีการ์เดนผู้ร่วมวิจัย และเป็นรองศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ มหาวิทยาลัยเพอร์ดู กล่าว

volcano
04-08-2007, 08:15 PM
หลากรสกับกาแฟถ้วยโปรด

ในการชงกาแฟก็มีการจำแนกลักษณะรสของกาแฟตามส่วนผสมในการชง
ซึ่งก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกัน คราวนี้ทุกครั้งที่คุณสั่งกาแฟถ้วยใหม่มาดื่ม
คุณจะได้สามารถตัดสินใจได้ว่าอยากจะดื่มกาแฟอะไรชื่อกาแฟต่างชนิดกันจะประกอบด้วยส่วนผสมหลักเดียวกันคือ..
น้ำกาแฟเข้มข้นแก้วเล็ก 1 ช็อต (Espresso Shot) ที่ควรจะต้องทำจากเม็ดกาแฟผสม
แบบเอสเปรสโซ(นิยมใช้กาแฟพันธุ์อราบิก้า) และเครื่องชงเฉพาะที่มีแรงดัน ที่เรียกว่า
เครื่องเอสเพรสโซ แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำ, นม, ช็อคโกแลต หรือส่วนผสมอื่นๆ ตามชื่อสูตรดังนี้
"เอสเพรสโซ" (Espresso)
มักจะหมายถึง น้ำกาแฟเข้มข้นแก้วเล็ก 1 ช็อต(Espresso Shot) เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีควร ดื่มทันทีที่ได้รับ โดยไม่เติมน้ำตาลและนม
"อเมริกาโน" (Americano)
ประกอบด้วยช็อตเอสเพรสโซ ผสมกับน้ำ จะเป็นน้ำร้อนหรือน้ำเย็น แล้วแต่ว่าจะเลือกสั่งเป็นร้อนหรือเย็น เหมาะกับผู้ที่อาจจะมีเวลามากหน่อย และอาจจะเติมนม เติมน้ำตาลตามชอบ
"ลาเต้" (Latte)
ประกอบด้วยช็อตเอสเพรสโซ ผสมกับนม และฟองนม จะเป็นนมร้อนหรือนมเย็น แล้วแต่ว่าจะเลือกสั่งเป็นร้อนหรือเย็น เหมาะกับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟใส่นม รสชาติที่ได้ก็จะเป็นกาแฟที่ใส่นมแล้ว ไม่เข้มข้นมากเหมือนกับเอสเพรสโซ หรืออเมริกาโน เสน่ห์จะอยู่ตรงที่อุณหภูมิของนมที่เหมาะสมและฟองนมที่สัมผัสริมฝีปาก
"คาปูชิโน" (Cappuccino)
ประกอบด้วยช็อตเอสเพรสโซ ผสมกับนม และฟองนม จะเป็นนมร้อนหรือนมเย็น แล้วแต่ว่าจะเลือกสั่งเป็นร้อนหรือเย็น คาปูชิโนจะมีปริมาณของฟองนมมากกว่าลาเต้ หรืออีกนัยหนึ่งคือมีปริมาณของนมร้อนน้อยกว่านั่นเอง ซึ่งทำให้คาปูชิโนมีรสชาติของกาแฟเข้มกว่าลาเต้และอาจเหยาะผงอบเชย (Cinnamon) หรือผงลูกจันเทศ (Nutmeg) หรือผงช็อคโกแลต ลงบนผิวหน้าฟองนมก่อนดื่ม
"มอคค่า" (Mocha)
ประกอบด้วย ช็อตเอสเพรสโซ ผสมกับนม และน้ำเชื่อมช็อคโกแลตมักจะปิดหน้าด้วยวิปครีม เหมาะกับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟที่มีความหอม หวานมันของช็อคโกแลตผสมอยู่ด้วย

volcano
04-08-2007, 08:38 PM
กินโฮลวีทต้านเหงือกติดเชื้อ

โรคเหงือกอักเสบเป็นโรคที่ผู้สูงอายุต้องทรมานอยู่เสมอ และยังเป็นสาเหตุให้ฟันหลุดร่วง โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวาน จากผลการทดลองของ US Health Professional Study ซึ่งคัดเลือกชายทั้งหมด 34,160 คน อายุระหว่าง 40-75 ปี เพื่อตรวจหาหลักฐานสนับสนุน
ถึงความเกี่ยวโยงระหว่างปัจจัยของอาหาร และภาวะเหงือกติดเชื้อ ปรากฏว่ากลุ่มชายที่ตอนวัยหนุ่มมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดเบาหวาน ได้รับประทานอาหารที่มีกากใยสูงไปจนจบการทดลอง ซึ่งได้ปรับให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละคนแล้วมีแนวโน้มเหงือกติดเชื้อน้อยกว่ากลุ่มที่รับประทานอาหารกากใยน้อยถึง 23% ดังนั้นจึงมีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมคมาสเตอร์ ในประเทศแคนาดาจึงสรุปว่า
การรับประทานที่มีกากใยสูงที่ไม่เพิ่มแคลอรี จะช่วยให้ผู้สูงอายุลดอัตราเสี่ยงเป็นโรคเหงือกได้ อย่างไรก็ตามอย่ามัวแต่รับประทานอาหารที่มีกากใยสูงจนลืมรักษาสุขภาพปากและฟันนะคะ มิฉะนั้นอาจมีปัญหาช่องปากมากขึ้นกว่าเดิม

asylu3
04-08-2007, 08:46 PM
กระทู้ดีน่าส่งเสริม ปักหมุดให้อยู่้บนๆให้แล้วนะครับ

volcano
05-08-2007, 06:55 AM
วิธีกินบุฟเฟ่ต์อย่างได้คุณค่า

เราควรจะรู้ตัวว่าเมื่อไหร่ควรจะพอ และหยุดกิน ไม่ใช่กินเพื่อให้คุ้มตามข้อเสนอที่ทางร้านหยิบยื่น แต่เราต้องกินอย่างใส่ใจกับสุขภาพตระหนักถึงคุณประโยชน์และโทษที่ได้รับด้วยเช่นกัน
1. กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อหมู ไก่ วัว ปลาหมึก ให้น้อยลง
โดยทานเนื้อปลา หรือผักแทนที่ เพราะเป็นอาหารที่ย่อยง่ายอีกทั้งปราศจากไขมันและไม่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
2. กินอาหารที่ต้มหรือลวก
โดยพยายามกินอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ทอด ให้น้อยที่สุด
3. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมระหว่างทาน
เพราะว่าสองสิ่งนี้ให้พลังงานอาหารที่มาก และต้องใช้เวลานานในการเผาผลาญควรเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าหรือน้ำชาแทนที่
4. สังเกตเนื้อสัตว์ก่อนหยิบมารับประทาน หรือปรุง
ว่ามีสภาพ รูป สี กลิ่น ต่างไปจากปกติหรือไม่
5. เมื่อเห็นว่ากระทะหรือเตาย่างเริ่มไหม้
แล้วควรเรียกพนักงานให้เปลี่ยนอันใหม่ให้ ไม่ควรเกรงใจทนกินต่อไปเพราะสิ่งที่สะสมอยู่บนกระทะนั้นนอกจากจะเป็นสารก่อมะเร็งตัวฉกาจแล้วนั้นยังทำให้เนื้อไม่สุกทั่วถึงกัน เนื่องจากคราบไหม้จะปิดกั้นความร้อนทำให้เนื้อที่ได้ไม่สุกดี
6. อย่ารีบทานจนเกินไป
อาจฆ่าเวลาด้วยการเดินย่อย หรือคุยสังสรรค์กับเพื่อน เพื่อช่วยร่างกายในเรื่องการย่อยอาหาร
7. ออกกำลังกายเผาผลาญพลังงานส่วนเกินจากมื้อนั้นๆ ด้วยวิธีเบาๆ
เช่น ค่อยๆ เดิน เพื่อกระตุ้นให้กระเพาะย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังจากกินอาหารแล้วนั้น อย่าเพิ่งล้มตัวลงนอนในทันที ควรจะนั่งพักสักครู่หรือทำกิจกรรมเบาๆ อื่นๆ ก่อน
8. รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ในร้านที่ไว้วางใจได้
ทั้งความสด สะอาดของอาหาร และความอนามัยของภาชนะ อย่าลืมว่า..สิ่งที่คุณจะได้รับไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็จะส่งผลจากสิ่งที่คุณกินเข้าไปนั่นเอง

ปล.ขอบคุณเว้บมาสเตอร์นะครับที่ปักหมุดให้

volcano
05-08-2007, 07:30 AM
ว่านหางจระเข้ช่วยขจัดรังแค

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องรังแค ให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก เอาแต่เนื้อ
มาผสมกับน้ำสะอาด และคั้นจนเป็นฟองคล้ายแชมพู นำมานวดให้ทั่วศรีษะ
ทิ้งไว้ 1/2 - 1 ชั่วโมง แล้วล้างออก จากนั้นสระผมตามปกติ
แล้วปัญหาเรื่องรังแคจะเบาบางลง

volcano
05-08-2007, 10:17 AM
5 วิธีลดความดันสูงด้วยการรักษาทางเลือก

ปริมาณเกลือที่รับประทาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตสูง ผู้ที่รับประทานเกลือมาก จะพบว่ามีความดันสูงมากกว่าผู้ที่รับประทานเกลือน้อยกว่า ดังนั้น วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดจะต้องลดเกลือ เพิ่มผักผลไม้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตรวจเช็คความดันโลหิตทุก 6 เดือน และหากพบความดันโลหิตสูงผิดปกติควรรีบดูแลรักษาปละปรับพฤติกรรมตามหลักปัญจกิจ หรือร่วมกับ 5 แนวทาง
การรักษาทางเลือกที่เรานำมาฝากกันค่ะ
1. คันธบำบัด มีคำแนะนำมากมายจากอโรมาเทอราปิสต์ ให้ใช้น้ำมันหอมระเหยบางชนิดช่วยบำบัดอาการ และทำให้ผ่อนคลาย เช่น น้ำมันหอมระเหย กลิ่นคาโมไมล์ลาเวนเดอร์
2. การบำบัดด้วยอาหาร ด้วยการลดปริมาณเกลือโซเดียม และหันมาเพิ่มอาหารที่มีธาตุโพแทสเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งมีมากในผักและผลไม้สด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วย มันฝรั่ง และผักใบเขียวต่างๆ เช่น เซเลอรี่(ขึ้นฉ่ายฝรั่ง) ซึ่งถือเป็นผักที่ดีในการลดความดันโลหิต
3. การบำบัดด้วยสมุนไพร การดื่มน้ำสมุนไพรจากขึ้นฉ่าย กระเจี๊ยบแดงและบัวบก เป็นต้น
4. การผ่อนคลายและทำสมาธิ เทคนิคการทำสมาธินั้นมีประโยชน์ช่วยรักษาระดับความดันโลหิต จากการศึกษามีคำแนะนำว่า การทำสมาธิ 20 นาที วันละ 2 ครั้งจะช่วยลดความดันโลหิตได้
5. โสตบำบัด คำแนะนำจากนักวิจัยเพื่อช่วยลดความดันโลหิต คือให้ฟังเพลงที่ช่วยผ่อนคลาย แล้วหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองซึมซับเอาพลังงานเสียงเข้าไว้ ความดันโลหิตสูงนั้นป้องกันได้ถ้าเริ่มต้นปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวคุณสู่วิถีชีวิตที่มีความสุขทั้งกายและใจตั้งแต่วันนี้

volcano
05-08-2007, 11:37 AM
บร็อกโคลี มีสารคล้ายยารักษาโรคอัลไซเมอร์

คนที่เป็นโรคความจำอักเสบ ชอบลืมโน่นลืมนี่ประจำ ควรหันมารับประทานบร็อกโคลีทุกวัน เพราะงานวิจัยของมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่ามีผักและผลไม้ 5 ชนิด มีสารประกอบที่ทำหน้าที่เหมือนกับยาที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ได้คือ บร็อกโคลี มันฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล และหัวไชเท้า โดยเฉพาะบร็อกโคลีมีสารดังกล่าวเยอะที่สุด ดังนั้นควรหันมารับประทานบร็อกโคลีแก้โรคความจำอักเสบกันเถอะ

volcano
05-08-2007, 02:27 PM
ดอกไม้มงคลในเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน

ก่อนเทศกาลปีใหม่บ้านเรือนของชาวจีนจะประดับประดาดอกไม้และแผ่นป้ายอักษรมงคลบนกระดาษสีแดง ดอกไม้ที่เบ่งบาน หมายถึง
การเกิดใหม่ การเริ่มต้นชีวิต นอกจากนั้นดอกไม้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวยและการเติบโตในด้านอาชีพการงาน เพราะฉะนั้นชาวจีนจึงมักนำต้นไม้ และดอกไม้ที่มีดอกผลมาประดับบ้านเพื่อต้อนรับความโชคดี ต้นไม้ที่มักนำมาประดับ อาทิเช่น ต้นพลัม หมายถึงความมานะ บากบั่นไผ่มีความหมายถึงความยืดหยุ่นหรือความกลมเกลียว นอกจากนั้นก็มีต้นหลิวดอกอาเซเลียที่มีหลากสี ดอกบัว และดอกจุ๋ยเซียง นอกจากนี้ ยังเป็นประเพณีปฏิบัติที่ชาวจีนจะใช้ส้มสำหรับนำไปเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ เนื่องจากมีความหมายถึงความสมบูรณ์พูนสุข เช่นเดียวกับในงานแต่งงาน มักนิยมใช้ส้มหรือตกแต่งด้วยกิ่งส้มเพราะมีความหมายคือ ขอให้มีลูกหลานสืบสกุล

volcano
06-08-2007, 08:18 PM
แกงกะหรี่ช่วยหยุดมะเร็งเต้านม

แกงกะหรี่สีเหลืองช่วยสกัดมะเร็งเต้านมได้ ศูนย์ เอ็ม ดี แอนเดอร์สัน มหาวิทยาลัยเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้วิจัยออกมาแล้วว่า สารเคอร์คิวมินที่อยู่ในขมิ้นเครื่องที่มีอยู่ในส่วนผสมหลักของแกงกะหรี่นั้น สามารถช่วยหยุดยั้งมะเร็งเต้านมไม่ให้ลุกลามไปที่อื่นได้ โดยสถาบันได้ทดลองกับหนูที่เป็นมะเร็งเต้านม พบว่า..หนูที่ได้รับสารเคอร์คิวมินเพียงอย่างเดียว สามารถทำให้ก้อนเนื้อเล็กลงเรื่อยๆ
การค้นพบนี้กลายเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ส่วนคุณผู้ชายสามารถทานแกงกะหรี่ เพื่อช่วยชะลอมะเร็งต่อมลูกหมากได้ เนื่องจากมีสารเคอร์คิวมิน อีกทั้งช่วยลดอาการอัลไซเมอร์ได้ สรุปทุกคนทานแล้วดี !

volcano
06-08-2007, 08:43 PM
มา (แปรง) นวดฟันกันเถอะ

สงสัยต้องเรียกอย่างนั้นจริงๆ เพราะโฆษกของโรงเรียนทันตแพทย์ที่แคลิฟอร์เนียสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาบอกว่า คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเราต้องแปรงฟันแรงๆจะได้สะอาด ไม่มีอะไรติดฟัน จะกดจะกระแทกแรงซึ่งเป็นสาเหตุให้คอฟันสึกและสารเคลือบฟันกร่อนลงได้ บรรดาคุณหมอฟันทั้งหลายจึง อยากขอแนะนำว่าให้เบามือในการแปรงฟันลงหน่อย จับแปรงด้วยหัวแม่โป้งและนิ้วชี้ แล้วก็คิดว่า"กำลังนวดฟัน" แทนคิดว่า "กำลังแปรงฟัน" แล้วคุณจะเบาแรงลงได้

volcano
06-08-2007, 09:18 PM
ประเภทวงดนตรีไทย
ประเภทของวงดนตรีไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. วงเครื่องสาย
2. วงปี่พาทย์
3. วงมโหรี
วงเครื่องสาย มีลักษณะเด่นชัด คือใช้เครื่องดนตรีมีสาย อันมีเครื่องดีด และเครื่องสี เป็นประธานของวง พระเอกในวงได้แก่ ซอด้วง แบ่งออกเป็นเคร่องสายวงเล็ก เครื่องสายเครื่องคู่ เครื่องสายผสม เครื่องใหญ่หรือวงใหญ่
วงปี่พาทย์ ประกอบด้วยเครื่องตี เครื่องเป่า เครื่องกำกับจังหวะ แบ่งเป็นปี่พาทย์ไม้แข็ง ปี่พาทย์ไม้นวม แบ่งตามลักษณะไม้ที่ใช้ตี
- ปี่พาทย์ไม้แข็ง ไม้ตีก็ประเภทวงดนตรีไทย
ประเภทของวงดนตรีไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. วงเครื่องสาย
2. วงปี่พาทย์
3. วงมโหรี
วงเครื่องสาย มีลักษณะเด่นชัด คือใช้เครื่องดนตรีมีสาย อันมีเครื่องดีด และเครื่องสี เป็นประธานของวง พระเอกในวงได้แก่ ซอด้วง แบ่งออกเป็นเคร่องสายวงเล็ก เครื่องสายเครื่องคู่ เครื่องสายผสม เครื่องใหญ่หรือวงใหญ่
วงปี่พาทย์ ประกอบด้วยเครื่องตี เครื่องเป่า เครื่องกำกับจังหวะ แบ่งเป็นปี่พาทย์ไม้แข็ง ปี่พาทย์ไม้นวม แบ่งตามลักษณะไม้ที่ใช้ตี
- ปี่พาทย์ไม้แข็ง ไม้ตีก็จะแข็งมาก ตีดังแน่นและไกล
- ปี่พาทย์ไม้นวม ไม้ตีจะหุ้มผ้า ให้อ่อนนุ่ม ตีดังเสียงนุ่มๆ ทุ้มๆ ดังไม่ไกลนัก มักเป็นของผู้ชายเล่น
มโหรี ดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดีดสีตีเป่าเข้ารวมกันหมด แต่รู้สึกว่าจะขนาดเล็กกว่าพวกเครื่องสายและปี่พาทย์ แรกๆผู้ชายเล่น ต่อมาในสมัยอยุธยาใช้ผู้หญิงเล่น และเล่นเรื่อยมา พอขึ้นชื่อว่ามโหรี เรามักรู้ได้ทันทีว่าเป็นของผู้หญิงเล่น
การที่จะทาสีบ้านให้สวยและทนนาน ก็ต้องเริ่มจากการเลือกใช้สีที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน และวันนี้เกร็ดความรู้เลยมีวิธีการทาสีบ้านที่ถูกต้องและครบตามขั้นตอนมาฝากกัน...
จะแข็งมาก ตีดังแน่นและไกล
- ปี่พาทย์ไม้นวม ไม้ตีจะหุ้มผ้า ให้อ่อนนุ่ม ตีดังเสียงนุ่มๆ ทุ้มๆ ดังไม่ไกลนัก มักเป็นของผู้ชายเล่น
มโหรี ดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดีดสีตีเป่าเข้ารวมกันหมด แต่รู้สึกว่าจะขนาดเล็กกว่าพวกเครื่องสายและปี่พาทย์ แรกๆผู้ชายเล่น ต่อมาในสมัยอยุธยาใช้ผู้หญิงเล่น และเล่นเรื่อยมา พอขึ้นชื่อว่ามโหรี เรามักรู้ได้ทันทีว่าเป็นของผู้หญิงเล่น

volcano
08-08-2007, 04:56 PM
การที่จะทาสีบ้านให้สวยและทนนาน ก็ต้องเริ่มจากการเลือกใช้สีที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน และวันนี้เกร็ดความรู้เลยมีวิธีการทาสีบ้านที่ถูกต้องและครบตามขั้นตอนมาฝากกัน...

ขั้นแรก : การเตรียมพื้นผิว
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากที่สุด เพราะการเตรียมพื้นผิวอย่างถูกต้อง จะทำให้สีที่ทาลงไปมีความสวยงามกลมกลืนเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนทาสีทุกครั้งต้องทำความสะอาดคราบฝุ่นคราบไขมันบนพื้นผิวก่อนด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำสบู่แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หากมีราหรือตะไคร่น้ำต้องกำจัดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หากเป็นผนังปูนเก่าและสีเดิมอยู่ในสภาพหลุดล่อนชำรุด ต้องขัดล้างสีเก่าออกก่อนให้หมด เมื่อเตรียมพื้นผิวเสร็จแล้ว ต้องทิ้งให้แห้งสนิทก่อนที่จะทาสีใหม่ และหากมีรอยแตกร้าว ควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน

ขั้นที่สอง : การทาสีรองพื้น
สีรองพื้น คือ สีที่ใช้ทาบนพื้นผิวก่อนทาสีจริงทับหน้า เพื่อช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีและป้องกันความเสียหายจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสีทับหน้ากับพื้นผิว
พื้นผิวปูน :

หากเป็นปูนใหม่ รองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนใหม่ เพื่อปรับสภาพพื้นผิวคอนกรีตใหม่ และชิ้นงานต่าง ๆ ที่มีค่าความเป็นด่างสูง ช่วยเพิ่มการกลบพื้นผิวดีเยี่ยม

หากเป็นปูนเก่า รองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนเก่า เพื่อเคลือบผนังปูนที่สีเก่าเสื่อมสภาพเป็นฝุ่นผงหรือหลุดลอกให้กลับมีสภาพดี ช่วยเสริมการยึดเกาะกับสีทับหน้าได้อย่างมีคุณภาพและคงทน

พื้นผิวไม้ :

รองพื้นด้วยสีรองพื้นไม้ เพื่อป้องกันยางไม้หรือน้ำยารักษาเนื้อไม้ไม่ให้ซึมออกมาผสมกับสีทับหน้า ทั้งยังช่วยปรับสภาพพื้นผิวไม้ให้เรียบเนียน เพิ่มความสวยเงางามของสีทับหน้า

พื้นผิวเหล็ก :

สีรองพื้นช่วยป้องกันการเกิดสนิม และช่วยเสริมการยึดเกาะของสีทับหน้า
ขั้นสุดท้าย : การทาสีทับหน้า
สีทับหน้าหรือสีชั้นนอก มีเฉดสีต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ควรทาทับหน้า 2-3 ครั้ง โดยทิ้งระยะให้สีที่ทาครั้งแรกแห้งสนิทเสียก่อนจึงทาทับครั้งต่อไป
ใครกำลังที่มีปัญหาเกี่ยวกับ ปลวก มาสร้างความเสียหายให้กับบ้าน วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีป้องกันมาฝากกัน...
ปลวก เป็นสัตว์เล็ก ๆ ที่ทำความเสียหายให้บ้านอย่างมาก อาหารของปลวกคือ ไม้ ดังนั้นบ้านที่โครงหลังคาเป็นไม้ ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ปลวกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. ปลวกไม้แห้ง เป็นปลวกที่เข้าสู่ตัวบ้านโดยบินเข้ามา หรือที่เรียกว่า “แมลงเม่า”
2. ปลวกใต้ดิน เป็นปลวกที่ทำให้บ้านเสียหายมากที่สุด จะเข้ามาโดยทำเป็นท่อลำเลียงมาจากใต้พื้นดิน
วิธีป้องกัน คือ

1. ใช้น้ำยาทาไม้เพื่อป้องกันปลวกไม้แห้ง
2. ใช้น้ำยาราดลงไปในดิน เพื่อป้องกันปลวกใต้ดิน
กรณีที่ปลวกกัดกินพื้นไม้ปาร์เก้จนแตกออกมา วิธีแก้ปัญหาคือต้องรื้อพื้นปาร์เกต์ เฉพาะบริเวณที่ปูดและแตกออกอย่างระมัดระวัง พร้อมทำความสะอาดและกำจัดปลวกพื้นเดิม (จุดที่รื้อ) และแผ่นปาร์เกต์ที่ลอกออกมาให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็ปูด้วยปาร์เกต์ของเดิม (หากยังใช้ของเดิมได้) หรือหากต้องใช้ของใหม่ก็ควรปรับความหนาและแต่งผิวให้เรียบเท่าของเดิมก่อนจึงจะปูทั้งนี้ ให้ใช้กาวสำหรับปูพื้นเป็นตัวประสาน เมื่อยึดติดแน่นดีแล้วก็มาตกแต่งด้วยวัสดุทาผิวพื้นต่อไป
วิธีการป้องกันปลวก ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อสร้างบ้าน บริษัทรับเหมาก่อสร้างจะเป็นผู้ดำเนินการให้ แต่สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยมานาน นอกจากการตรวจสอบสภาพบ้านอย่างสม่ำเสมอแล้ว ควรรักษาความสะอาดรอบ ๆ บ้าน เช่น กองเศษไม้ รากไม้ และสิ่งปฏิกูลอื่น ๆ ตลอดจนวัสดุสิ่งของที่นำเข้ามาในบ้าน เพราะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปลวกได้

volcano
08-08-2007, 05:11 PM
งานวิจัยเพื่อค้นหาวิธีการ "บำรุงสมอง" ยังมีเผยแพร่ออกสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่องครับ

งานเด่นๆ ที่ผ่านมาก็เช่น ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ที่บอกว่า

การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะนั้นส่งผลดีต่อสมอง

เพราะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองดีขึ้น

เมื่อสมองแข็งแรง "ความจำ" ก็แม่นยำ ปิ๊งปั๊งตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ

นอกจากนั้น ในวงการแพทย์ปัจจุบันก็ยอมรับกันว่า การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว "โอเมก้า 3" ซึ่งพบมากในน้ำมันปลาและเนื้อปลาทะเล ก็มีส่วนช่วยบำรุงสมอง บำรุงความจำ เช่นกัน

มาวันนี้ นักวิจัยมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโพลิแทน ประเทศอังกฤษ เสนอข้อมูลใหม่ ว่า

วิธีพัฒนา-ฟื้นฟูความจำของสมองมนุษย์แบบง่ายๆ ทำได้ด้วยการค่อยๆ กรอก "ลูกตา" จากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งเท่านั้นเอง!

เคล็ดลับการกรอกลูกตาที่ว่านี้ ต้องทำในแนวนอน

เช่น กรอกตามองจากฝั่งซ้าย มาตรงกลาง แล้วไปทางขวา หรือไม่ก็ทำในทิศทางสลับกัน

แต่ต้องกรอกตา หรือ ทำต่อเนื่องเพียง 30 วินาทีต่อวัน

ดร.แอนดรูว์ ปาร์กเกอร์ นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญระบบประสาท ผู้นำการวิจัย กล่าวว่า

การฝึกกรอกตาไปมาแบบนี้จะช่วยให้ "สมองทั้ง 2 ซีก" ของคนเราทำงานตอบสนองกันดียิ่งขึ้น

เมื่อทำบ่อยๆ จึงเหมือนกับเป็นการ "ออกกำลังกายสมอง" ไปในตัว ทำให้สมองของผู้ฝึกมีความจำดีกว่าเดิม 10 เปอร์เซ็นต์!

ดร.แอนดรูว์ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังกล่าวจากการทดลองแบ่งนักศึกษา 102 ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ฝึกกรอกตาซ้ายขวา, กลุ่มที่สองกรอกตาขึ้นลง และกลุ่มที่สามไม่ต้องฝึกอะไรเลย

ผลพบว่า กลุ่มแรกจดจำเสียงคำพูด 300 คำที่นักวิจัยเปิดเทปให้ฟังได้มากที่สุด

สำหรับท่านผู้อ่านที่อยากทดลองทำก็ลองดูได้นะครับ แต่แนะนำว่าอย่าไปฝึกเวลานั่งรถราที่มันเขย่าๆ เดี๋ยวจะตาลาย-ปวดตาจนอาเจียนพุ่งปรู๊ดกันไปเสียก่อน!

volcano
08-08-2007, 08:02 PM
ใครที่ซื้อรองเท้ามาใหม่ พอใส่แล้วเกิดปัญหา “รองเทากัด” วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้มาฝากกัน

- ทาปิโตรเลียมเจล ไว้ด้านในรองเท้า ทิ้งไว้ข้ามคืน เช็ดออกด้วยผ้าให้สะอาดแล้วค่อยสวมรองเท้า
- ทาน้ำมันมะพร้าว ไว้ด้านในรองเท้า สามคืนติดต่อกัน น้ำมันนี้จะช่วยให้รองเท้านุ่มขึ้น แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบความมัน ก็ลองฝานมันฝรั่งดิบเป็นแผ่น ๆ วางไว้ด้านในรองเท้า โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้า ทำซ้ำแบบนี้สองคืน
แต่ถึงแม้ที่จะพยายามป้องกันไม่ให้รองเท้ามากัดแล้ว แต่ก็ยังมีการขบเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เท้าเกิดแผล
วิธีการรักษาและลดอาการเจ็บ
- ใช้แป้งข้าวเจ้าผสมน้ำให้พอข้น ทาบนบริเวณที่โดนรองเท้ากัด ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้ง จะช่วยลดความเจ็บแสบลง
- ใช้ใบสะเดาสองสามใบ ผสมกับผงขมิ้น เติมน้ำ แล้วบดผสมกันให้กลายเป็นครีมข้น ทาลงบนแผลรองเท้ากัด วิธีนี้จะช่วยลดอาการเจ็บลงได้อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยให้แผลแห้ง
ถ้าจะใส่รองเท้าคู่ใหม่ครั้งต่อไป แล้วประสบปัญหารองเท้ากัด ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันดูได้.


ใครที่กำลังเผชิญอยู่กับเจ้าอาการปวดหลัง ย่อมรู้ดีว่ามันทั้งทรมาน และน่ารำคาญอย่างสาหัสเพียงใด.. ไม่ควรนิ่งเฉยอย่างเด็ดขาดค่ะ เพราะยิ่งเราปล่อยปละละเลย อาการปวดหลังนี้ก็จะยิ่งทวีคูณ และกำเริบหนักยิ่งขึ้น และกลายเป็นปัญหาใหญ่แก่สุขภาพคุณเอง.. มีวิธีป้องกันและบำบัดอาการปวดหลัง โดยยังไม่ต้องพึ่งคุณหมอค่ะ...
1. ท่ากายบริหารขจัดอาการปวดหลัง
นอนราบกับพื้น เหยียดแขนออกทั้งสองข้าง ให้ทั้งแผ่นหลังและท่อนแขนราบไปกับพื้น แล้วยกขาขวาไขว้ข้ามมาซ้าย เหยียดให้ตึงและไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยท่อนบนของตัวคุณและแขนต้องราบติดกับพื้นอยู่เสมอ นับ 1 ถึง 10 แล้วสลับทำเช่นเดียวกันด้วยขาซ้ายข้ามขาขวา สลับเหยียด ๆ แบบนี้ข้างละ 5 ครั้ง ต่อจากนั้นเมื่อคุณจบลงที่นอนราบกับพื้น จึงงอเข่าขวาขึ้นมา ใช้มือทั้งสองข้างเหนี่ยวดึงหัวเข่าให้งอพับเข้าใกล้หน้าอกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่อนลมหายใจเข้าออก นับ 1 ถึง 5 แล้วปล่อยขาเหยียดตรง ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับขาซ้าย ข้างละ 10 ครั้ง

2. ท่านอนและที่นอน
คุณควรเลือกใช้ที่นอนที่รองรับน้ำหนักตัวได้ราบเรียบเสมอกัน ไม่นุ่มจนเป็นหลุมหรือแข็งเป็นไม้กระดาน ท่านอนที่ดีที่สุดคือนอนหงายราบไปกับที่นอน หรือนอนตะแคงแล้วงอหัวเข่า และหลังเหยียดตรงเป็นเส้นขนานไม่งองุ้ม หมอนก็ต้องไม่สูงเกินไปจนรู้สึกเหมือนแขวนหัวไว้กับหมอน ควรเป็นระดับพอดีกับคอและไหล่

3. กีฬาต้องห้าม
กีฬาที่คนปวดหลังไม่ควรเล่นคือ โบว์ลิ่ง เทนนิส กอล์ฟ และยกน้ำหนัก และกีฬาที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ดีคือ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน พายเรือ และเดิน

4. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
หากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ท่ายกของที่ถูกต้องและรักษาหลังคุณที่สุดคือ งอเข่าหยิบของแล้วยืดตัวยืนขึ้น ห้ามยกของด้วยการก้มหลังอย่างเด็ดขาด

5. นวดเท้า
ว่ากันว่าการนวดเท้า เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังและขาที่รื่นรมย์ที่สุด คุณควรให้รางวัลตัวเองด้วยการนวดกดจุดฝ่าเท้า reflexology อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง

6. เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
ควรเลี่ยงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โปรตีนสูง เลือกรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น คุณสามารถรับประทานวิตามินและอาหารเสริมได้ เช่นพวก a multi - mineral supplement ที่มีวิตามิน A, B complex, C, D และ E

การรับประทานยาแก้ปวดเป็นวิธีที่ไม่ขอแนะนำและไม่ควรทำ หากคุณปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งหมด 6 ข้อข้างต้นนี้แล้ว อาการปวดหลังยังไม่หายไปไหน นั่นอาจหมายถึงคุณอาจไม่สบายมีโรคอื่นซ้ำซ้อนอยู่ เช่น โรคไต ซึ่งควรรีบหาหอมดีกว่าค่ะ....

volcano
08-08-2007, 08:15 PM
ทำไมเราถึงหาว รู้ไหม?

อาการหาว น้ำตาไหล น้ำมูกไหล เกิดจากปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกาย อาจมาจากการที่สมองขาดออกซิเจนไปชั่วขณะ หรืออาจได้รับก๊าซคาร์บอนมอนน๊อกไซต์มากเกินไปแต่หากไม่อยากหาวบ่อย ๆ ก็ลองพยายามหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่เคร่งเครียด หลีกเลี่ยงจากมลพิษ และอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก รับรองอาการหาวของคุณจะค่อย ๆ ลดลงแต่หากลองแล้วยังไม่ได้ผล ยังหาวอยู่เรื่อย ๆ วันละไม่ต่ำกว่า 30 ครั้งล่ะก็ แนะนำให้ไปพบแพทย์ตรวจร่างกายดีกว่า เพราะการหาวบ่อย ๆ แบบนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับลักษณะการนอนและระบบทางเดินหายใจเข้าแล้ว ฟิตร่างกายตอนเย็นดีสุดศาสตราจารย์โทมัส ไรลี แห่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล จอห์นมัวร์ ระบุว่า ช่วงเวลาเหมาะที่สุดในการออกกำลังกายสำหรับคนส่วนใหญ่ราวร้อยละ 90 คือ ระหว่าง 16.00 ถึง 19.00 น. เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะเพิ่มสูงสุด กล้ามเนื้อขยายตัว และมีความยืดหยุ่น เป็นช่วงที่ร่างกายมีกำลังมากทีสุด อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตต่ำ ดังนั้นจึงไม่ต้องใช้ความพยายามมากนักเพื่อออกกำลังกาย ทำให้มีแรงจูงใจอยากออกกำลังกายมากขึ้นและมีแนวโน้มบาดเจ็บน้อยลง
สำหรับผู้หญิง ศ.ไรลี แนะนำว่า ช่วงเวลาออกกำลังกายเหมาะสมที่สุดในแต่ละเดือน คือ ช่วง 7-14 วันหลังไข่ตก เพราะระดับฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนจะเพิ่มสูงสุด ส่งผลกระทบต่อวิธีที่ร่างกายใช้ไขมันและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนั้น หากมีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำ การออกกำลังเป็ยประจำแม้ในช่วงที่มีประจำเดือนก็สามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ด้วย (ข้อมูล : สรรสาระ)

volcano
09-08-2007, 09:27 PM
กินอาหารปลอดพิษ ชีวิตปลอดภัย

การรับประทานอาหาร นอกจากจะเลือกทานที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์แล้ว
ยังต้องพิจารณาถึงที่มาของอาหารเหล่านั้น และการปรุงอย่างถูกสุขลักษณะอีกด้วย
ซึ่งสารพิษต่างๆที่พบบ่อยในอาหาร มีวิธีสังเกต และหลีกเลี่ยงดังนี้
สารเร่งเนื้อแดง
แหล่งอาหารที่พบ : เนื้อหมู
การสังเกต : เนื้อหมูมีสีแดงผิดปกติ
อันตราย : มะเร็งจากสารเคมีสะสมในร่างกาย หัวใจเต้นผิดปกติ นอนไม่หลับ มึนงง
คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ เป็นลม อาจเสียชีวิตได้
การเลือก : เลือกเนื้อหมูที่มีสีธรรมชาติ ไม่มีสีแดงผิดปกติ เลือกซื้อจากแหล่งผลิต
ที่ได้รับการรับรองคุณภาพ

volcano
30-08-2007, 07:27 PM
เนื่องจาคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตมีปัญหาผมจึงไม้ได้โพสต่อนะครับผมต้องขออภัยด้วย
แต่ในอีกไม่นานจากลับมาโพสเหมือนเดิมครับ

musashishime
31-08-2007, 09:32 PM
http://www.uppic.net/il/lookkaews0707160901.jpg

http://www.uppic.net/il/lookkaews0707160902.jpg

อิอิอันนี้ผมไม่เอาค่าโพสนะ อิอิ ถือว่ามาแบ่งปันกันทริปเล็ก ๆ

pao
12-09-2007, 11:47 AM
ไม่ค่อยมีสาระ โดนใจคนที่ทำงานด้าน technic มาก

ความแตกต่างของ Manager & Engineer จ๊าบมาก

ผู้ชายคนหนึ่งอยู่บนบอลลูน และกำลังหลงทาง
เขาลดระดับความสูงลงและมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งอยู่เบื้องล่าง
จึงตะโกนถามไปว่า "ขอโทษครับคุณ ผมกำลังหลงทาง และผมสัญญากับเพื่อนว่า
จะไปพบเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา
ไม่ทราบว่า คุณพอจะบอกได้ไหมครับว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน?"
ชายคนนั้นตอบทันทีว่า "คุณอยู่บนบอลลูน
ซึ่งลอยอยู่ที่ระดับประมาณ 30 ฟุตเหนือพื้นดิน ที่ระดับ 40-42องศา ละติจูดเหนือ และ 58-60 องศาลองติจูดตะวันตก"
>"ผมเดาว่า คุณคงเป็นวิศวกร" ชายที่อยู่บนบอลลูนกล่าว "ใช่ครับ" ชายคนนั้นตอบ
>"แล้วคุณรู้ได้อย่างไร?"
>"เพราะข้อมูลที่คุณบอกทางเทคนิคนั้นถูกต้อง แต่ยากแก่การเข้าใจ
>และความจริงก็คือ ผมก็ยังคงหลงทางอยู่นั่นเอง..."
ชายบนบอลลูนตอบ "ถ้างั้น คุณต้องเป็นผู้จัดการ ใช่ไหม?"
ชายคนที่อยู่ด้านล่างถามกลับ "ใช่ครับ"
ชายคนที่อยู่บนบอลลูนตอบ "แล้วคุณรู้ได้อย่างไร?" ชายที่อยู่บนพื้น ตอบว่า
"คุณไม่ทราบว่า คุณอยู่ที่ไหนและกำลังจะไปในทิศทางได คุณให้สัญญา แต่ทำไม่ได้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น คุณคาดหวังจะให้ผมช่วยแก้ปัญหาให้คุณ
ความจริงก็คือ คุณก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ก่อนที่ผมจะมาพบคุณ
แต่กลายเป็นว่าเป็นความผิดของผม ที่ไม่สามารถให้ข้อมูลคุณ !!! "

digitalex
14-09-2007, 11:40 PM
มารู้จักประโยชน์สาหร่ายสไปรูลิน่าครับ
- เป็นอาหารสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น
- ลดโคเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความ ดันสูง
- บำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง และดูอ่อนเยาว์
- ช่วยลดความเครียดและความไม่ สมดุลของร่างกาย
- ลดกรดและช่วยเคลือบแผลใน กระเพาะอาหาร
- ป้องกันเซลล์ตับไม่ให้ถูกทำลายจาก พิษของแอลกอฮอล์
- ป้องกันและรักษาอาการเมาค้าง
- ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
- ระงับการลุกลามของโรคตา อาทิเช่น ตามัว ต้อหิน ต้อกระจก
- เป็นอาหารเสริมสำหรับนักกีฬา เพื่อ เพิ่มพละกำลังที่ต้องเสียพลังงานกับการออก กำลังกาย
- ช่วยรักษารูปร่างและทรวดทรงให้ สมส่วน เป็นต้น

*ใครสนใจผมแนะนำยี่ห้อเมก้าวีแคร์ ครับ(ไม่ได้ค่าโคนานะ) แต่ของเค้าดีจิงๆและจะขายเป็นคู่ครับ2ขวด ราคา400-500จำมะค่อยได้

digitalex
15-09-2007, 12:00 AM
แอสไพรินมาส์ก หน้าสำหรับคนหน้ามัน

คุณสมบัติของแอสไพรินมาส์ก
1. ช่วยกระชับรูขุมขน
2. ช่วยละลายไขมันที่อยู่ตามรูขุมขนให้หลุดออก ลดการเกิดสิว
3. ลดการอักเสบของสิวที่แดงๆ
4. ช่วยทำให้หน้าขาว ใสขึ้น
5. ช่วยทำให้หน้ามันน้อยลง

วิธีทำ
1. เตรียมแอสไพรินขนาด 500 มิลลิกรัม 4-5 เม็ด (มีขายทั่วไปตามร้านขายยา ที่ซื้อมาจากวัตสันแผงละ 13 บาทมี 8 เม็ด)
2. นำมาบดให้ละเอียดเป็นผงๆ ด้วยหลังช้อนหรืออะไรก็ได้ที่สะอาด
3. เติมน้ำอุ่นๆลงไปนิดหน่อยให้พอใช้ คนให้ละลาย
4. ทาทั่วหน้าทิ้งไว้จนกว่าจะแห้ง แล้วล้างออก ทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง (ถ้าใครผิวมันมาก อาจมาส์กบ่อยขึ้นได้)

*ผมเคยไปถามเภสัชมาเค้าบอกว่าอาจจะช่วยได้จริง แต่ไม่แนะนำเพราะมันเป็นยากินไม่ใช่ไว้ใช้ภายนอก
**เอามาจากที่ไหนจำไม่ได้ขออภัยผู้คิดค้นแอสไพรินมาส์กด้วย

digitalex
15-09-2007, 01:21 AM
มารู้เรื่องเกี่ยวกับสภาพไฟฟ้าผิดปกติ

ไฟฟ้าดับ <Blackout>
เกิดจากระบบแหล่งจ่ายไฟฟ้า หรือสายส่งไฟได้รับความเสียหายอย่างเฉียบพลันจนไม่สามาดจ่ายกะแสไฟได้ตามปกติ มีผลทำหั้ยอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคหยุดทำงานทันที รวมทั้งข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำของคอมก้อหายไปด้วย ^^"
ไฟกะชาก <Surgues>
มีลักษณะของไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงกว่าระดับปกติอย่างรุนแรงในเสี้ยววินาที ส่วนหย่ายเกิดจากปรากดกานทางธรรมชาติเช่น ฟ้าผ่าในบริเวณใกล้แหล่งจ่ายไฟฟ้า ผลจากไฟกะชากจาทำหั้ยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคเสียหายทันที <เมื่อเกิดผนตกฟ้าร้องอย่างหนัก ควรถอดสายโทรสับออกจากโมเดม>
ไฟเกิน <Over Voltage>
จาเปงลักษณะที่ระดับแรงดันไฟฟ้าสูงก่าปกติ <220V> เปงระยะเวลานานมักจะเกิดกับพื้นที่ที่อยู่ใกล้โรงจ่ายไฟฟ้า หรือแหล้งจ่ายพลังงานไฟฟ้า จ่ายแรงดันออกมามากเกินไป มีผลทำหั้ยอุปกรณ์ที่ใช้ไฟทุกอย่างเสื่อมคุนภาพเร็วก่าปกติ
ไฟตก <Brownout>
จาเปงลักษณะที่ระดับแรงดันไฟฟ้าต่ำก่าปกติ <220V> เปงช่วงเวลาหนึ่ง ทำหั้ยมีพลังงานไฟฟ้าไม่พอต่อความต้องการทำหั้ยแหล่งจ่ายไฟฟ้าต้องทำงานอย่างหนักจาทำหั้ยมีอาการผิดเพี้ยนไป
ไฟกะพริบ <Short Inturruption>
จาเปงลักษณะของการที่แรงดันไฟฟ้าได้ขาดหายไปเปงช่วงๆ ซึ่งโดยทั่วไปจาเปงระยะเวลาสั้นๆ มีผลเหมือนคุนเปิดปิดคอมถี่ๆ หลายๆคั้ง อาจจาทำหั้ยอุปกรณ์มีอายุการใช้งานลดลงบ้าง
สันยานรบกวน <Noise>
แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายหั้ยคอม จามีลักษณะไม้เปงคลื่นที่ราบเรียบโดยทั่วไปเกิดจากการมีคลื่นสนามแม่เหล๊กไฟฟ้ารบกวนสายส่ง จาไม่มีผลอาไรมากนัก แต่จามีผลต่อสายส่งสันยานต่างๆ ทำหั้ยได้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไป
ไฟตกชั่วขณะ <Sag>
คล้ายกับไฟตกธรรมดา แต่จาเปงช่วงแวลาสั้นๆ อาจทำหั้ยเครื่องแฮงค์ได้
ไฟเกินชั่วขณะ <Over Shoot>
คล้ายกับไฟเกิน แต่จาเปงแรงดันที่สูงก่าปกติมาก และเปงช่วงเวลาสั้นๆ มีผลหั้ยอายุของอุปกรณ์ไฟฟ้าสั้นลง บางคั้งมีผลทำหั้ยอุปกรณ์บางชนิดเสียหายทันที

*เครื่องผมมีแต่กรณีไฟไม่พอ

pingtana
17-09-2007, 11:10 AM
ใครว่ากินผลไม้แล้วไม่อ้วนควรอ่านะครับ


10 ผลไม้ใกล้ตัว ที่ทำให้คุณอ้วนได้

ผลไม้ กินแล้วดี มีประโยชน์เหลือหลาย แต่บางครั้ง เราก็ต้องเลือกกิน และกินในปริมาณที่พอดีบ้าง เพราะมีผลไม้บางชนิด ที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งทำให้สาวๆ กิน แล้วอ้วนได้ค่ะ เอ้า!!! แล้วผลไม้อะไรที่กิน แล้วอ้วนบ้างหนอ . . . วันนี้เราก็มีอันดับของผลไม้ที่สาวๆ ควรระลึกไว้ว่า อันไหน "กินแล้วอ้วนสุดๆ"

ผลไม้ชนิดแรก ที่กิน แล้วอ้วนสุดๆ คือ กล้วยไข่

อันดับ 2 คือ กล้วยน้ำว้า

อันดับ 3 คือ ขนุน

อันดับ 4 คือ กล้วยหอม

อันดับ 5 คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก

อันดับ 6 คือ ลำไยกะโหลกเขียว

ลำดับ 7 คือ ลองกอง

อันดับ 8 คือ เงาะ

อันดับ 9 คือ ลางสาด

อันดับสุดท้ายน้ำตาลน้อยสุด คือ ละมุด

อ๋อ . . . ลืมบอกไปค่ะ ว่า ทุเรียน ก็เป็นผลไม้ ที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำตาลสูงมากๆ ใครที่กิน แล้วละก็. . .รับรองได้ชัวร์ ว่าอ้วนแน่!!! ส่วนผลไม้ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ได้แก่ แอปเปิล ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วงดิบ มะละกอ และ แตงโม ค่ะ[/b]


พออ่านดูในหนังสือเรื่อง ดูแลสุขภาพ เลยงดหรือทานผลไม้พวกนี้น้อยลงเลยอ่ะครับ(กลัวน้ำหนักเพิ่ม)

digitalex
20-09-2007, 12:52 AM
ข้อความแจ้งปัญหาใน Dos ครับ

Abort,Retry,Fail ?
จาพบได้กรณืไดร์ฟไม่มีแผ่นดิสก์อยู่แร้วเรียกใช้ข้อมูลจากไดร์ฟนั้น การแก้ไขก้อนำแผ่นดิสก์ที่ต้องการไปใส่
กดปุ่ม R <Retry> การทำงานจาทำต่อไปจากงานที่ค้างอยู่
กดปุ่ม A <Abort> รอรับคำสั่งจาไปอยู่ในไดร์ฟล่าสุด
กดปุ่ม F <Fail> เมื่อต้องการยกเลิกการทำงาน
Bad command or file name ใช้คำสั่งผิดหรือไฟล์ที่เรียกใช้งานนั้นไม่สามาดเรียกใช้ได้ การแก้ไข ตรวจสอบว่าบรรทัดคำสั่งว่าถูกต้องหรือไม่ เช่น พิมคำสั่งและชื่อไฟล์ถูกต้องป่าว
File not found
ไม่สามาดหาไฟล์นั้นพบ อาจจาไม่มีไฟล์นั้น
Insufficient memory
หน่วยความจำไม่พอต่อความต้องการของโปรแกรม
Out of memory
โปรแกรมเริ่มทำงานไปแร้วบางส่วนแล้วหน่วยความจำไม่พอ ระบบจึงต้องแจ้งให้ทราบ
Directory already exits
เกิดขึ้นเมื่อสร้างไดเร็คทอรี่แร้วไปซ้ำกับชื่อที่มีอยู่แร้วในพาธเดียวกาน
Duplicate file name ot file not found
ถ้าเปลื่ยนชื่อไฟล์ไปซ้ำกับชื่อที่มีอยู่จาทำไม่ได้
InSufficient disk space
เกิดขึ้นเมื่อดิสก์ไม่เพียงพอต่อการเกบข้อมูล แก้โดย ลบไฟล์หรือหาดิสก์อื่นมาเกบแทน

khawtaan
02-04-2008, 05:00 PM
พอดีผมไปเจอเรื่อง วาซาบิ .... เลยเอามาเพิ่มให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันครับผม จะได้รู้ประโยชน์และความเป้นมาของมัน ท่านๆที่ชอบทานอาหารญี่ปู่น โดยเฉพาะ ซูชินี่ ได้ใจไปเลยครับผม ^^

เกร็ดความรู้ : วาซาบิ!!

"วาซาบิ" กล่าวกันว่าวาซาบิเป็นอาหารประจำชาติญี่ปุ่น ถ้าบนโต๊ะอาหารบ้านเราก็คงะมีพริกน้ำปลาเพื่อเพิ่มรสชาติขออาหาร เช่นเดียวกันคนญี่ป่นก็จะต้องเพิ่มรสชาติด้วยวาซาบิ
คนญี่ปุ่นนิยมกินวาซาบิกับปลาดิบ ข้าวปั้นญี่ปุ่นหรือโซบะบางชนิด การบริโภควาซาบิที่ถูกวิธีก็คือควรทาวาซาบิลงบนเนื้อปลาดิบแล้วจุ่มเนื้อปลาดิบ

boat77592
27-03-2009, 02:55 PM
เผอิญไปเจอ สิ่งน่าจะมีประโยชน์มาคับ

1) Answer the phone by LEFT ear ฟังโทรศัพท์โดยใช้หูซ้าย

2) Do not drink coffee TWICE a day อย่าดื่มกาแฟถึง 2 ครั้งต่อวัน

3) Do not take pills with COOL water อย่ากินยาพร้อมกับน้ำเย็น (ใส่น้ำแข็ง)

4) Do not have HUGE meals after 5pm. อย่ากินอาหารมื้อใหญ่ หลังจาก 5 โมงเย็นไปแล้ว

5) Reduce the amount of OILY food you consume ลดปริมาณอาหารประเภทไขมัน ลงจากที่เคยกินซะบ้าง

6) Drink more WATER in the morning, less at night ดื่มน้ำให้มากในตอนเช้า และลดน้อยลงในตอนกลางคืน

7) Keep your distance from hand phone CHARGERS อยู่ห่าง ๆ จากการชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือ

8) Do not use headphones/earphone for LONG period of time อย่าใช้อุปกรณ์หูฟังเป็นเวลายาวนาน

9) Best sleeping time is from 10pm at night to 6am in the morning เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนอนพักผ่อน คือ 22.00-06.00 น.

10) Do not lie down immediately after taking medicine before sleeping อย่าล้มตัวนอนทันทีหลังจากกินยาก่อนนอน

11) When battery is down to the LAST grid/bar, do not answer the phone as the radiation is 1000 times.

เมื่อโทรศัพท์เหลือแบตเตอรี่ถึงขีดสุดท้าย , พยายามอย่าใช้เพราะมันจะมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถึง 1 000 เท่าตัว

Chiori203
29-06-2009, 02:26 PM
งานที่ผมทำอยู่เครียดมากคับ :angry: เลยลองหาบทความอ่านวิธีแก้ความเครียด เห็นว่าบทความนี้พออ่านแล้วรู้สึกดีขึ้นเลยนำมาฝากคับ :)



หลีกเลี่ยงความเบื่อหน่ายหมดไฟในการทำงาน
ถ้าคุณมีความรู้สึกหมดไฟ ไม่อยากทำงาน หรือเครียดมากเป็นเวลานานเป็นสัปดาห์ ความรู้สึกนี้จะมีผลต่อความสัมพันธ์ในทางอาชีพและในชีวิตส่วนตัวหรือในการทำมาหากินของคุณได้
ความอัดอั้นตันใจที่มากล้น ความรู้สึกเมินเฉยต่อการงาน ความหงุดหงิดรำคาญใจเป็นเวลายาวนาน ความขุนเคืองใจ และมีความโน้มเอียงที่จะโต้เถียงเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวชี้บ่งถึงอาการหมดไฟในการทำงาน ซึ่งจำเป็นต้อง ได้รับการจัดการเยียวยาให้มันดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเขาแนะนำกลยุทธในการต่อสู้ดังนี้
• ดูแลตัวเองให้สุขภาพดี กินอาหารให้ครบห้าหมู่ กินให้ครบทุกมื้อรวมทั้งอาหารเช้า กินในขนาดที่พอประมาณ (ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม) นอนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอให้พอเหมาะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของท่านแข็งแรง สามารถสู้กับความเครียดทางกายและใจได้ดี
• สร้างสัมพันธไมตรีกับเพื่อนในที่ทำงานและนอกที่ทำงาน หาเพื่อนสนิทที่เราสามารถบ่นเรื่องคับข้องใจปรับทุกข์เรื่องการงานให้ฟังได้ ทำให้มีหนทางในการแก้ปัญหาที่ก่อความเครียดของเราได้ หลีกเลี่ยงการคบค้ากับคนที่เรามีความรู้สึกไม่ดี คนไม่จริงใจ ไม่เป็นกัลยาณมิตรเพราะจะยิ่งจะตอกย้ำความรู้สึกย่ำแย่ให้มากขึ้น ในมงคลสูตรก็กล่าวไว้ให้คบคนดี หลีกหนีคนพาล มองหากัลยาณมิตร
• รู้จักลาพักผ่อน ลาพักร้อน วาเคชั่น บางคนอาจจะลาไปปฏิบัติธรรมฝึกวิปัสสนากรรมฐาน หรือปลีกวิเวก สำหรับคนที่ทำได้มันจะทำให้คลายเครียดลงได้มาก แน่นอน และสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ลาได้ไม่มากก็อาจจะมีการเบรคพักคลายเครียดชั่วครู่ในเวลาทำงานก็จะช่วยได้บ้าง
• ในบางกรณีจำเป็นต้องฝึกการปฏิเสธ หัด “Say No” กับเพื่อนที่มาชวนไปทำโน่นทำนี้ที่ทำให้เราเครียด เช่น เป็นสาวเป็นแส้เที่ยวแร่ไปตามที่อโคจรไปนั่งตามผับตามบาร์ ดื่มเหล้าสูบยาซึ่งเป็นท่าทีเชิญชวนให้ หนุ่มเหน้าเข้ามาโอภาปราศรัยอยากได้ปลื้ม
• หัดยับยั้งชั่งใจไม่โต้เถียงกับใครๆ โดยไม่เลือก พยายามใจเย็น มีสติ สัมปชัญญะ เถียงเฉพาะเรื่องที่มีความสลักสำคัญจริง (ไม่ใช่เรื่องทักษิณออกไป) แต่ที่ดีที่สุดคือหุบปากไม่เถียงกับใครเลย ทุกครั้งที่เถียงกันจะมีการหลั่งของฮอร์โมนความเครียดความดันเลือดพุ่งขึ้นทุกที
• ทางออกของความเครียดที่ควรหัดมีไว้คือ การอ่านหนังสือที่เราชอบ ทำงานอดิเรกที่เรารัก ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่เราสนุก ทำให้รู้สึกชื่นมื่นเพราะเอนดอร์ฟิน (สารสร้างสุข) หลั่งออกมา


ถ้าสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่มีผลดีต่อคุณ ก็จำเป็นต้องหาที่พึ่ง เช่น เข้าหาปรึกษาพระที่เราเคารพนับถือ เอาธรรมะเข้าข่ม หรือใช้มืออาชีพอย่างนักจิตวิทยา หรือให้จิตแพทย์ช่วยก็จะดีไม่น้อยนะคับ อย่าลืมว่าความเครียดอาจจะทำให้ถึงตายได้ อย่าปล่อยให้มันเรื้อรังนะครับ

dodotoffy
16-08-2009, 03:45 AM
วิธีการป้องกันตัวจาก ไข้หวัด 2009 แบบง่ายๆ

เวลา เราหายใจ พูด ไอ หรือจาม จะมีละอองฝอยของหยดน้ำลอยออกมาจากร่างกายของเราครับ (Droplets) หยดน้ำเล็กเหล่านี้สามารถลอยฟุ้งไปในอากาศได้ และในระหว่างที่มันยังไม่ระเหยไป เชื้อโรคที่อยู่ในนั้นก็ยังสามารถแพร่ไปยังคนรอบข้างได้อยู่ ซึ่งระยะอันตรายคือ 1 เมตร ส่วนระยะสำหรับการจามอาจจะไกลถึง 3 เมตร ดังนั้น ถ้าอยู่ในกรุงเทพมหานครก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่เราจะหลีกเลี่ยงละอองเหล่านี้ หากมันลอยออกมาจากปากของคนที่ป่วยแล้ว

akamura
28-12-2009, 04:34 PM
ปลา-อาหารสมอง

วารสาร American Journal of Clinical ฉบับเดือนพฤศจิกายน ได้ ตีพิมพ์ผลจากการศึกษาจากประเทศนอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการกินปลาอาจทำให้ฉลาดขึ้น เนื่องจากกรดไขมันโอเมก้า-3 (omega-3 fatty acid) จากปลาอาจช่วยปรับปรุงกระบวนการคิดได้



นอร์เวย์-ศึกษาในผู้สูงอายุจำนวน 2,000 คนพบว่ายิ่งบริโภคปลามากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่บริโภคปลามากกว่า 10 กรัมต่อวัน มีผลการทดสอบสูงกว่าและมีกระบวนการคิดดีกว่ผู้บริโภคปลาต่ำกว่า 10 กรัมต่อวัน และผู้ที่ได้ผลการทดสอบสูงสุดคือผู้ที่บริโภคปลาประมาณ 75 กรัมต่อวัน

เนเธอร์แลนด์-ศึกษาในประชากร 404 คน ที่มีอายุระหว่าง 50-70 ปี เป็นเวลากว่า 3 ปี พบว่าผู้ที่มีความเข้มข้นของกรดไขมันโอเมก้า-3 ในพลาสมาที่สูงกว่าระดับปกติจะมีการถดถอยของกระบวนการความคิดน้อยกว่า

นิวซีแลนด์-ศึกษาในประชากรกว่า 2,400 คน พบว่าความเข้มข้นของกรดไขมันโอเมก้า-3 และกรดอีพีเอ (eicosapentaenoic acid, EPA) มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับความแข็งแรงของร่างกาย นอกจากนี้ยังพบว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 มีส่วนต่อสุขภาพจิตด้วย

ดอกเตอร์เออวิน โรเซนเบริ์ก (Irwin Rosenberg) จาก Friedman School of Nutrition Science and Policy มหาวิทยาลัยทัฟต์ บอสตัน บรรณาธิการร่วมมีความเห็นว่า การศึกษาทั้ง 3 นี้น่าสนใจมาก แต่เหล่านักวิจัยก็ยังไม่ได้ศึกษาความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการบริโภคกรด ไขมันโอเมก้า-3 กับกระบวนการทางความคิด และถึงแม้ว่าจะมีการศึกษามากมายที่สนับสนุนผลนี้ แต่การสุ่มตัวอย่างวิจัยยังคงต้องทำต่อไป

การดื่มชาและกาแฟช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งที่ไต

สำหรับ ผู้หลงใหลในชา กาแฟ คงจะยินดีมากขึ้น เมื่อผลการศึกษาจากวารสาร International Cancer ชี้ว่าการดื่มชา กาแฟ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่ไตได้
นักวิจัยได้ศึกษางานวิจัยก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการศึกษาระยะยาวจำนวน 13 ผลงาน แต่ละงานวิจัยได้เก็บข้อมูลการบริโภคอาหารเป็นระยะเวลาติดต่อกันตั้งแต่ 7 ถึง 20 ปี ครอบคลุมตัวอย่างที่เป็นสตรีจำนวน 530,469 ราย และเป็นชาย 244,483 ราย พบว่าผู้ดื่มกาแฟ 3 แก้วขึ้นไปต่อวันจะลดโอกาสการเกิดมะเร็งที่ไตได้มากกว่าผู้ที่ดื่มวันละ1 แก้ว 16 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับผู้ที่ดื่มชา 1 แก้วต่อวัน (ขนาด 8 ออนซ์) จะลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มชา 15 เปอร์เซ็นต์





แม้ว่านักวิจัยได้รวมปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มตัวอย่าง เช่น ความอ้วน การสูบบุหรี่ และความดันสูงแล้วแต่ก็ยังพบว่ากาแฟ และชามีส่วนทำให้โอกาสในการเกิดมะเร็งที่ไตลดลง ซึ่งอาจเป็นเพราะกาแฟ และชา ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ที่อยู่ในไตจากสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตราย และอาจเพิ่มความไวของร่างกายต่อฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลใน เลือด หรืออินซูลิน ซึ่งคาดว่าระดับของอินซูลินในระยะยาวอาจมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ที่ไตได้

ดอกเตอร์จุง อุน ลี (Dr. Jung Eun Lee) หัวหน้าทีมวิจัยจากวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ฮาเวริ์ด บอสตัน (Harvard Medical School, Boston) ให้ความเห็นว่า แม้ว่าผล งานวิจัยไม่ได้แสดงให้เห็นโดยตรงว่าการดื่มชาหรือกาแฟนั้นสามารถลดโอกาสการ เกิดมะเร็งที่ไตได้ แต่นี่ก็เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มได้รับประโยชน์ในเชิง ธุรกิจ

“การบริโภคกาแฟและชา อาจมีส่วนทำให้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่ไตลดลง ในขณะที่การดื่มนม น้ำผลไม้ และโซดา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาต่อไปว่า กาแฟและชาช่วยต้านทานโรคได้อย่างไร” ดอกเตอร์จุง กล่าว

akamura
28-12-2009, 04:34 PM
ปลา-อาหารสมอง

วารสาร American Journal of Clinical ฉบับเดือนพฤศจิกายน ได้ ตีพิมพ์ผลจากการศึกษาจากประเทศนอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการกินปลาอาจทำให้ฉลาดขึ้น เนื่องจากกรดไขมันโอเมก้า-3 (omega-3 fatty acid) จากปลาอาจช่วยปรับปรุงกระบวนการคิดได้



นอร์เวย์-ศึกษาในผู้สูงอายุจำนวน 2,000 คนพบว่ายิ่งบริโภคปลามากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะส่งผลดีต่อผู้บริโภคมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่บริโภคปลามากกว่า 10 กรัมต่อวัน มีผลการทดสอบสูงกว่าและมีกระบวนการคิดดีกว่ผู้บริโภคปลาต่ำกว่า 10 กรัมต่อวัน และผู้ที่ได้ผลการทดสอบสูงสุดคือผู้ที่บริโภคปลาประมาณ 75 กรัมต่อวัน

เนเธอร์แลนด์-ศึกษาในประชากร 404 คน ที่มีอายุระหว่าง 50-70 ปี เป็นเวลากว่า 3 ปี พบว่าผู้ที่มีความเข้มข้นของกรดไขมันโอเมก้า-3 ในพลาสมาที่สูงกว่าระดับปกติจะมีการถดถอยของกระบวนการความคิดน้อยกว่า

นิวซีแลนด์-ศึกษาในประชากรกว่า 2,400 คน พบว่าความเข้มข้นของกรดไขมันโอเมก้า-3 และกรดอีพีเอ (eicosapentaenoic acid, EPA) มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับความแข็งแรงของร่างกาย นอกจากนี้ยังพบว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 มีส่วนต่อสุขภาพจิตด้วย

ดอกเตอร์เออวิน โรเซนเบริ์ก (Irwin Rosenberg) จาก Friedman School of Nutrition Science and Policy มหาวิทยาลัยทัฟต์ บอสตัน บรรณาธิการร่วมมีความเห็นว่า การศึกษาทั้ง 3 นี้น่าสนใจมาก แต่เหล่านักวิจัยก็ยังไม่ได้ศึกษาความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการบริโภคกรด ไขมันโอเมก้า-3 กับกระบวนการทางความคิด และถึงแม้ว่าจะมีการศึกษามากมายที่สนับสนุนผลนี้ แต่การสุ่มตัวอย่างวิจัยยังคงต้องทำต่อไป

การดื่มชาและกาแฟช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งที่ไต

สำหรับ ผู้หลงใหลในชา กาแฟ คงจะยินดีมากขึ้น เมื่อผลการศึกษาจากวารสาร International Cancer ชี้ว่าการดื่มชา กาแฟ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่ไตได้
นักวิจัยได้ศึกษางานวิจัยก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการศึกษาระยะยาวจำนวน 13 ผลงาน แต่ละงานวิจัยได้เก็บข้อมูลการบริโภคอาหารเป็นระยะเวลาติดต่อกันตั้งแต่ 7 ถึง 20 ปี ครอบคลุมตัวอย่างที่เป็นสตรีจำนวน 530,469 ราย และเป็นชาย 244,483 ราย พบว่าผู้ดื่มกาแฟ 3 แก้วขึ้นไปต่อวันจะลดโอกาสการเกิดมะเร็งที่ไตได้มากกว่าผู้ที่ดื่มวันละ1 แก้ว 16 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับผู้ที่ดื่มชา 1 แก้วต่อวัน (ขนาด 8 ออนซ์) จะลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มชา 15 เปอร์เซ็นต์





แม้ว่านักวิจัยได้รวมปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มตัวอย่าง เช่น ความอ้วน การสูบบุหรี่ และความดันสูงแล้วแต่ก็ยังพบว่ากาแฟ และชามีส่วนทำให้โอกาสในการเกิดมะเร็งที่ไตลดลง ซึ่งอาจเป็นเพราะกาแฟ และชา ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ที่อยู่ในไตจากสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตราย และอาจเพิ่มความไวของร่างกายต่อฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลใน เลือด หรืออินซูลิน ซึ่งคาดว่าระดับของอินซูลินในระยะยาวอาจมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ที่ไตได้

ดอกเตอร์จุง อุน ลี (Dr. Jung Eun Lee) หัวหน้าทีมวิจัยจากวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ฮาเวริ์ด บอสตัน (Harvard Medical School, Boston) ให้ความเห็นว่า แม้ว่าผล งานวิจัยไม่ได้แสดงให้เห็นโดยตรงว่าการดื่มชาหรือกาแฟนั้นสามารถลดโอกาสการ เกิดมะเร็งที่ไตได้ แต่นี่ก็เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มได้รับประโยชน์ในเชิง ธุรกิจ

“การบริโภคกาแฟและชา อาจมีส่วนทำให้ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่ไตลดลง ในขณะที่การดื่มนม น้ำผลไม้ และโซดา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาต่อไปว่า กาแฟและชาช่วยต้านทานโรคได้อย่างไร” ดอกเตอร์จุง กล่าว

regiater
22-03-2010, 04:03 PM
http://image.ohozaa.com/i8/1image001.gif (http://image.ohozaa.com/show.php?id=7822061daee0d5bfda977b8870a2387f)

มีใครเคยสังเกตบ้างมั้ยครับ
ทำไมตัว n ที่อยู่ข้างหลังสุด ทำไมถึงต้องเป็นตัวเล็ก

หลายคน พอเห็นแล้ว อาจอมยิ้มคิดในใจ “เออ จริงด้วยว่ะ”
บางท่านตอนนี้อาจจะรีบวิ่งไปดูที่หน้าปากซอย
“เฮ้ย มันจริงแน่รึเปล่าวะ มาหลอกกันเล่นรึเปล่า
ทำไมตูเดินผ่านอยู่ทุกวันๆ ไม่เคยเห็น”
ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
ผมรับรองว่าคุณจะมองเห็นมันทุกวัน

แล้วตกลง ทำไม n ถึงต้องเป็นตัวพิมพ์เล็กอยู่ตัวเดียวด้วย?
แน่นอนครับ อันนี้มันก็ต้องมีที่มาของมัน
ตำนานอันหนึ่งกล่าวไว้ว่า ผู้เป็นเจ้าของ 7-ELEVEn
มีความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย จึงได้เลือกใช้อักษร n ตัวเล็ก
แทนที่จะเป็น N ตัวใหญ่ ทั้งนี้ก็เพราะ n เล็ก
มีรูปร่างคล้ายกับแม่เหล็ก (ที่เป็นทรงเกือกม้า)
จะได้ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับตัวดูดเงินดูดทองเข้าร้าน
คอยนำมาซึ่งโชคลาภความเจริญรุ่งเรืองต่างๆ ให้แก่กิจการสืบไป