Transister_Ele
02-08-2007, 11:05 PM
1.คนคิดใหญ่มักไม่พูดอ้อมค้อม และใช้ศัพท์สูงๆ รวมทั้งไม่พูดเป็นปรัชญาเกลื่อนไป
แปลตามตัวครับ คือผู้นำระดับประเทศ ระดับโลกของทุกประเทศ รวมทั้งนักธุรกิจที่ร่ำรวย และผู้ที่มีอิทธิพลระดับใหญ่ๆ แต่ละท่านท่านพูดตรงไปตรงมา ไม่สำบัดสำนวน ยกตัวอย่างนะคัรบ ยกตัวอย่าง พ่อขุนราม ท่านก็พูดอะไรตรงๆ มึงมาอย่างไร ใคร่ค้าก็ค้า ใครทำทำ ตรงๆของท่าน หรือแม้แต่บิลเกตเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ ก็พูดอะไรตรงๆ ไม่เล่นสำนวนอะไร แม้แต่ขอทานฟังคำพูดบิลเกตก็รู้เรื่อง เท่าที่สังเกตมาคนใหญ่มักพูดง่าย คนฟังเข้าใจ
มาถึงคนคิดเล็กบ้าง คนคิดเล็ก มักพูดสำบัดสำนวน ผู้ฟังต้องไปถอดความ กว่าจะเข้าใจต้องดอดโค๊ตแล้วถอดอีก เล่นปรัชญาจนน่าเบื่อ ใช้คำพูดชั้นสูง ไทยคำอังกฤษคำบ้าง เพื่อยกให้ตัวเองดูดี แต่คนฟังไม่รู้เรื่อง คราวนี้พวกคิดเล็กด้วยกันก็คิดว่ามันเท่ดีก็เลย เอากับเขาบ้าง เพราะฉะนั้น ถ้าคุณไปเจอคนที่พูดจาไม่รุ้เรื่อง ใช้ปรัชญาจนเอียน คนฟังต้องถอดความ ไม่ใช่จะเท่นะ นั่นคือคนคิดเล็ก
ตัวอย่างคนคิดเล็กกับคนคิดใหญ่คุยกัน
เล็ก/ เฮ้วันนี้อากาศดีจัง สงสัยท่าทางวันนี้จะมีสิ่งดีๆ เวรี่กู๊ดจริงๆ
ใหญ่/เออก็ดี
เล็ก/นายจะไปโรงเรียนรึเปล่า แหมโรงเรียนนี่เปรียบเสมือน คลังแห่งปัญญา เป็นสถานที่เย็นแห่งชีวิต
ใหญ่/อืม
เล็ก/มีสาวสวยดุจดั่ง เพชรน้ำค้างยามค่ำคือ ข้าว่าชีวิตคนก็แค่นี้แหละ นารีเป็นเครื่องประเทือง
ใหญ่/ข้าจะไปทำธุรกิจของข้าต่อละ
เล็ก/ธุรกิจเหรอก็ดีแต่ธุรกิจมักมีความเสี่ยงนะ ชีวิตมักมีความเสี่ยงเสมอ ขนาดขับรถยังตายเลย
ใหญ่/แต่ข้าโกยเงินได้เป็นล้านๆแล้วหวะ
เล็ก/ข้าก็อยากโกยได้อย่างแก แต่ชีวิตมักผกผัน ไม่เป็นดั่งเราหวังเสมอ นี่แหละชีวิต
ใหญ่/ไอ้ควา-ย
เล็ก/อันควา-ย มีมากมายดั่งฝูงแย้ ข้าไม่แคร์ควายหรอก อันบัฟฟาโล่มีเยอะแต่กวางน้อยมีเยอะกว่า
ใหญ่/....(อะไรของมันวะ)
2. ผู้ฉลาดกว่ามักเป็นผู้ฟังผู้ที่โง่กว่าเสมอ
ผู้ฉลาดกว่ามัก เป็นผู้ฟัง แต่ผู้ที่โง่กว่ามักเป็นฝ่ายพูด เนื่องมาจากผู้ฉลาดรุ้ดีว่า พูดไปถ้าทำได้ก็เสมอตัว ทำไม่ได้ก็เลว เพราะฉะนั้นหุบปากไว้เสมอ ผู้ฉลาดมักไม่อวดตัว เพราะรุ้ดีว่าการอวดตัว ทำให้คนอื่นหมั่นใส้ เพราะแน่นอนว่า คนฟังเมื่อคุณอวดตัว จะมี คนอิจฉา คนตาร้อน และที่ดีที่สุดคือ คนเฉยๆ และที่ร้ายที่สุดคือ คนพยายามล้มล้างคุณ
คนโง่ตรงกันข้ามมักพูดมาก เพราะยังไม่รุ้ว่าที่แท้คนรอบข้างคิดแต่ว่า"เมื่อไรมันจะไปพ้นๆเสียทีวะ" ในโลกนี้ไม่มีใครสนใจใคร ไม่มีใครอยากให้คุณดีกว่า นี่คือสัจธรรม แม้แต่บางทีผัวเมียยังไม่อยากให้คุณดีกว่าเขาเลย เพราะเขาอยากข่มคุณ คนโง่มักพูดในสิ่งที่จะกลับมาฆ่าตัวเองเสมอ และชอบพูดข่มคนอื่นเสมอ
บทสนทนาของคนโง่และฉลาด
โง่/เฮ้แจน ตอนนี้ฉันมีสามีเลี้ยงนะ แหมสามีฉันคนนี้ดีจริงๆ ให้เดือนละ3หมื่น
ฉลาด/เหรอแหมดีจังเลย (โธ่ยัยนี่มาเกทับอีกละ)
โง่/แหมฉันนะออกงานสังคมทุกวันเลย สามีฉันก็ดี้ดี อยากได้อะไรไม่บ่น
ฉลาด/ อุ๊ยตาย ดีจังเลย (สักวันฉันต้องดีกว่าเธอ ยิ้มไปก่อนเถอะ)
โง่/นี่เธอเขาติดฉันมากเลยนะ วันๆอยุ่กับฉันตลอดเลย
ฉลาด/ เหรอ เออแล้วเขาทำงานอะไรเหรอ (ฮึ่มเดี๋ยวก่อนเถอะ)
โง่/เขาเหรอ เขาขายเป็ดย่างอยุ่ตลาด... น่ะรายได้ดีนะเธอ
ฉลาด/ เหรอว้าว เยี่ยมไปเลย (เสร็จแน่แก)
เมื่อการสนทนาจบ อีก1เดือนผ่านไป ก็พบร้านคุ่แข่งผุดขึ้นที่ร้านข้างๆสามี ซึ่งเป็นร้านของเพื่อนเธอนั่นเอง
3.บนโต๊ะอาหารของผู้ฉลาด มักพูดคำว่า ทำอย่างไร ...จึงจะดีกว่านี้ ทำอย่างไร......จึงจะดีกว่า และพูดแต่เรื่อง การทำให้ชีวิตดีขึ้นกับครอบครัวเท่านั้น
4.คนโง่ มักลากเรื่องชาวบ้านมาคุย เช่นคนนั้นดีกว่าเรา เราไม่มีวันเท่าเขาหรอก และเรื่องไร้สาระที่ลากออกมาพูดได้เป็นฉากๆ เหมือนหนังดังวันเสาร์ ไม่พ้นเรื่องที่ทำให้ผู้ฟังรุ้สึกแย่ตามไปเรื่อยๆ จนไม่เหลืออะไรดีในชีวิต
5.คนโง่ชอบพูดเรื่องในอดีตเสมอๆ เสมือนกับว่ามันจะมาอีกใน1นาที และฝังใจกับอดีตที่ปวดร้าว และพูดให้คนอื่นฟังเสมอๆทุกวัน และรวมทั้งจะพูดเพ้อฝันไปเรื่อยโดยไม่มีมูล (เขาเรียกว่าผู้ป่วยจิตเภท)
คนฉลาดกลับกัน มักพูดในสิ่งที่เป็น และกำลังจะเป็นดีขึ้น ถ้าจะพูดเรื่องอนาคต จะมีแผนที่ ชัดเหมือนเห็นด้วยตาเปล่า เขาอยู่กับความจริงและปัจจุบันเสมอ เมื่อเขามองไปในอนาคต จะไม่มีความเพ้อฝันจะมีแต่ความใฝ่ฝันในสิ่งที่เป็นไปได้ เขาพูดไปทำไปอย่างสง่างาม หรือบางทีก็ทำก่อนพูด หรือไม่พูดและทำไปเรื่อยๆ
และความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ คนโง่และคนฉลาด จะมีช่องว่างที่กว้างขึ้น เมื่อแยก2คนออกจากกันและ ให้กลับมาเจอกันใน10ปีให้หลัง จะคุยกันไม่รุ้เรื่อง เพราะคนฉลาด จะเติมเต็มให้สมองเสมอ แต่คนโง่ยอมที่จะอยุ่กับที่
และสุดท้าย นี่คือสาเหตุที่ คนรวยและคนจนมีช่องว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ เพราะมันต้องเกิดจากการแก้ไขที่ตัวเอง ไม่ใช่รอการช่วยเหลือจากที่ใหน ถ้าจะเริ่มก็เริ่มจากปากคุณก่อน อย่าลืมเคล็ดลับของผม ...
แปลตามตัวครับ คือผู้นำระดับประเทศ ระดับโลกของทุกประเทศ รวมทั้งนักธุรกิจที่ร่ำรวย และผู้ที่มีอิทธิพลระดับใหญ่ๆ แต่ละท่านท่านพูดตรงไปตรงมา ไม่สำบัดสำนวน ยกตัวอย่างนะคัรบ ยกตัวอย่าง พ่อขุนราม ท่านก็พูดอะไรตรงๆ มึงมาอย่างไร ใคร่ค้าก็ค้า ใครทำทำ ตรงๆของท่าน หรือแม้แต่บิลเกตเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ ก็พูดอะไรตรงๆ ไม่เล่นสำนวนอะไร แม้แต่ขอทานฟังคำพูดบิลเกตก็รู้เรื่อง เท่าที่สังเกตมาคนใหญ่มักพูดง่าย คนฟังเข้าใจ
มาถึงคนคิดเล็กบ้าง คนคิดเล็ก มักพูดสำบัดสำนวน ผู้ฟังต้องไปถอดความ กว่าจะเข้าใจต้องดอดโค๊ตแล้วถอดอีก เล่นปรัชญาจนน่าเบื่อ ใช้คำพูดชั้นสูง ไทยคำอังกฤษคำบ้าง เพื่อยกให้ตัวเองดูดี แต่คนฟังไม่รู้เรื่อง คราวนี้พวกคิดเล็กด้วยกันก็คิดว่ามันเท่ดีก็เลย เอากับเขาบ้าง เพราะฉะนั้น ถ้าคุณไปเจอคนที่พูดจาไม่รุ้เรื่อง ใช้ปรัชญาจนเอียน คนฟังต้องถอดความ ไม่ใช่จะเท่นะ นั่นคือคนคิดเล็ก
ตัวอย่างคนคิดเล็กกับคนคิดใหญ่คุยกัน
เล็ก/ เฮ้วันนี้อากาศดีจัง สงสัยท่าทางวันนี้จะมีสิ่งดีๆ เวรี่กู๊ดจริงๆ
ใหญ่/เออก็ดี
เล็ก/นายจะไปโรงเรียนรึเปล่า แหมโรงเรียนนี่เปรียบเสมือน คลังแห่งปัญญา เป็นสถานที่เย็นแห่งชีวิต
ใหญ่/อืม
เล็ก/มีสาวสวยดุจดั่ง เพชรน้ำค้างยามค่ำคือ ข้าว่าชีวิตคนก็แค่นี้แหละ นารีเป็นเครื่องประเทือง
ใหญ่/ข้าจะไปทำธุรกิจของข้าต่อละ
เล็ก/ธุรกิจเหรอก็ดีแต่ธุรกิจมักมีความเสี่ยงนะ ชีวิตมักมีความเสี่ยงเสมอ ขนาดขับรถยังตายเลย
ใหญ่/แต่ข้าโกยเงินได้เป็นล้านๆแล้วหวะ
เล็ก/ข้าก็อยากโกยได้อย่างแก แต่ชีวิตมักผกผัน ไม่เป็นดั่งเราหวังเสมอ นี่แหละชีวิต
ใหญ่/ไอ้ควา-ย
เล็ก/อันควา-ย มีมากมายดั่งฝูงแย้ ข้าไม่แคร์ควายหรอก อันบัฟฟาโล่มีเยอะแต่กวางน้อยมีเยอะกว่า
ใหญ่/....(อะไรของมันวะ)
2. ผู้ฉลาดกว่ามักเป็นผู้ฟังผู้ที่โง่กว่าเสมอ
ผู้ฉลาดกว่ามัก เป็นผู้ฟัง แต่ผู้ที่โง่กว่ามักเป็นฝ่ายพูด เนื่องมาจากผู้ฉลาดรุ้ดีว่า พูดไปถ้าทำได้ก็เสมอตัว ทำไม่ได้ก็เลว เพราะฉะนั้นหุบปากไว้เสมอ ผู้ฉลาดมักไม่อวดตัว เพราะรุ้ดีว่าการอวดตัว ทำให้คนอื่นหมั่นใส้ เพราะแน่นอนว่า คนฟังเมื่อคุณอวดตัว จะมี คนอิจฉา คนตาร้อน และที่ดีที่สุดคือ คนเฉยๆ และที่ร้ายที่สุดคือ คนพยายามล้มล้างคุณ
คนโง่ตรงกันข้ามมักพูดมาก เพราะยังไม่รุ้ว่าที่แท้คนรอบข้างคิดแต่ว่า"เมื่อไรมันจะไปพ้นๆเสียทีวะ" ในโลกนี้ไม่มีใครสนใจใคร ไม่มีใครอยากให้คุณดีกว่า นี่คือสัจธรรม แม้แต่บางทีผัวเมียยังไม่อยากให้คุณดีกว่าเขาเลย เพราะเขาอยากข่มคุณ คนโง่มักพูดในสิ่งที่จะกลับมาฆ่าตัวเองเสมอ และชอบพูดข่มคนอื่นเสมอ
บทสนทนาของคนโง่และฉลาด
โง่/เฮ้แจน ตอนนี้ฉันมีสามีเลี้ยงนะ แหมสามีฉันคนนี้ดีจริงๆ ให้เดือนละ3หมื่น
ฉลาด/เหรอแหมดีจังเลย (โธ่ยัยนี่มาเกทับอีกละ)
โง่/แหมฉันนะออกงานสังคมทุกวันเลย สามีฉันก็ดี้ดี อยากได้อะไรไม่บ่น
ฉลาด/ อุ๊ยตาย ดีจังเลย (สักวันฉันต้องดีกว่าเธอ ยิ้มไปก่อนเถอะ)
โง่/นี่เธอเขาติดฉันมากเลยนะ วันๆอยุ่กับฉันตลอดเลย
ฉลาด/ เหรอ เออแล้วเขาทำงานอะไรเหรอ (ฮึ่มเดี๋ยวก่อนเถอะ)
โง่/เขาเหรอ เขาขายเป็ดย่างอยุ่ตลาด... น่ะรายได้ดีนะเธอ
ฉลาด/ เหรอว้าว เยี่ยมไปเลย (เสร็จแน่แก)
เมื่อการสนทนาจบ อีก1เดือนผ่านไป ก็พบร้านคุ่แข่งผุดขึ้นที่ร้านข้างๆสามี ซึ่งเป็นร้านของเพื่อนเธอนั่นเอง
3.บนโต๊ะอาหารของผู้ฉลาด มักพูดคำว่า ทำอย่างไร ...จึงจะดีกว่านี้ ทำอย่างไร......จึงจะดีกว่า และพูดแต่เรื่อง การทำให้ชีวิตดีขึ้นกับครอบครัวเท่านั้น
4.คนโง่ มักลากเรื่องชาวบ้านมาคุย เช่นคนนั้นดีกว่าเรา เราไม่มีวันเท่าเขาหรอก และเรื่องไร้สาระที่ลากออกมาพูดได้เป็นฉากๆ เหมือนหนังดังวันเสาร์ ไม่พ้นเรื่องที่ทำให้ผู้ฟังรุ้สึกแย่ตามไปเรื่อยๆ จนไม่เหลืออะไรดีในชีวิต
5.คนโง่ชอบพูดเรื่องในอดีตเสมอๆ เสมือนกับว่ามันจะมาอีกใน1นาที และฝังใจกับอดีตที่ปวดร้าว และพูดให้คนอื่นฟังเสมอๆทุกวัน และรวมทั้งจะพูดเพ้อฝันไปเรื่อยโดยไม่มีมูล (เขาเรียกว่าผู้ป่วยจิตเภท)
คนฉลาดกลับกัน มักพูดในสิ่งที่เป็น และกำลังจะเป็นดีขึ้น ถ้าจะพูดเรื่องอนาคต จะมีแผนที่ ชัดเหมือนเห็นด้วยตาเปล่า เขาอยู่กับความจริงและปัจจุบันเสมอ เมื่อเขามองไปในอนาคต จะไม่มีความเพ้อฝันจะมีแต่ความใฝ่ฝันในสิ่งที่เป็นไปได้ เขาพูดไปทำไปอย่างสง่างาม หรือบางทีก็ทำก่อนพูด หรือไม่พูดและทำไปเรื่อยๆ
และความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ คนโง่และคนฉลาด จะมีช่องว่างที่กว้างขึ้น เมื่อแยก2คนออกจากกันและ ให้กลับมาเจอกันใน10ปีให้หลัง จะคุยกันไม่รุ้เรื่อง เพราะคนฉลาด จะเติมเต็มให้สมองเสมอ แต่คนโง่ยอมที่จะอยุ่กับที่
และสุดท้าย นี่คือสาเหตุที่ คนรวยและคนจนมีช่องว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ เพราะมันต้องเกิดจากการแก้ไขที่ตัวเอง ไม่ใช่รอการช่วยเหลือจากที่ใหน ถ้าจะเริ่มก็เริ่มจากปากคุณก่อน อย่าลืมเคล็ดลับของผม ...