PDA

View Full Version : ระบบต้านละเมิดลิขสิทธิ์ยุคใหม่ "ป้องกันได้"หรือทำร้ายผู้บริโภค



choco2006
14-07-2007, 04:07 PM
ระบบต้านละเมิดลิขสิทธิ์ยุคใหม่ "ป้องกันได้"หรือทำร้ายผู้บริโภค

ค่ายผู้ผลิตภาพยนตร์ชื่อดังและบริษัทเทคโนโลยีวางมาตรการต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ใหม่

สำหรับป้องกันการก็อปปี้แผ่นดีวีดีความละเอียดสูงโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ มาพร้อมรหัสยาวเหยียด 128 หลักที่พร้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่จะไม่กระทบกับผู้ที่อ่านแผ่นด้วยเครื่องเล่นปกติ

มาตรการดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นโดยเหล่าแฮกเกอร์ในช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา เมื่อพบว่าคอมพิวเตอร์ที่มีไดรว์สำหรับอ่านแผ่นดีวีดีความละเอียดสูง เช่น HD DVD หรือบลูเรย์ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ขณะที่ถ้านำแผ่นไปเปิดชมจากเครื่องเล่นดีวีดีความละเอียดสูงกลับไม่พบปัญหาใด ๆ

ชื่อของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่อาจก่อให้เกิดข้อขัดข้องบนคอมพิวเตอร์ในกรณีของ
การป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ได้แก่ โตชิบา, Plextor (บริษัทในเครือของ Shinano
Kenshi จากญี่ปุ่น) ส่วนในด้านของซอฟต์แวร์ได้แก่ Cyberlink และ InterVideo
(บริษัทลูกของ Corel Corp ในออตตาวา)

บริษัทดังที่กล่าวมาข้างต้นได้มีความร่วมมือและขอไลเซนต์เทคโนโลยีป้องกันการละเมิดล
ิขสิทธิ์จาก AACS LA ย่อมาจาก The Advanced Access Content System Licensing Administrator อันประกอบด้วยบริษัท วอลท์ ดีสนีย์, วอร์เนอร์ บราเธอร์, โซนี่, โตชิบา และไมโครซอฟท์ มาใช้ สำหรับป้องกันการก็อปปี้แผ่นโดยเฉพาะ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นการเข้ารหัสพาสเวิร์ด 128 หลัก ฝังอยู่ในฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์ เพื่อใช้ในการตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์

ในกรณีที่พาสเวิร์ดถูกปลดล็อกได้โดยแฮกเกอร์และถูกโพสต์อยู่บนเว็บไซต์ต่าง ๆ สิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ ใครก็ตามที่ใส่แผ่นดิสก์ดังกล่าวลงในคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถเล่นแผ่นได้ ถ้าหากไม่ทำการอัปเกรดซอฟต์แวร์ใหม่เสียก่อน และถ้าหากยังดึงดันจะเปิดให้ได้ ระบบจะทำการทำลายความสามารถในการเล่นแผ่นดีวีดีความละเอียดสูงทั้งหมด

การเรียกคืนความสามารถดังกล่าวให้กลับมาใหม่ ผู้ใช้จะต้องติดต่อไปยังเว็บไซต์ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์เพื่อขอดาวน์โหลดซอฟต์แวร์และ
พาสเวิร์ดตัวใหม่
แกะกล่อง ส่วนพาสเวิร์ดเก่าจะถือเป็นโมฆะทันที

ต้นเหตุของการพัฒนาเทคนิคที่ซับซ้อนมากขนาดนี้เป็นเพราะว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มแฮกเกอร์นำพาสเวิร์ดที่ถอดรหัสได้ของซอฟต์แวร์จาก Cyberlink และ InterVideo ที่สามารถก็อปปี้แผ่นดีวีดีความละเอียดสูงมาโพสต์บนเว็บไซต์ ทำให้ทางกลุ่ม AACS LA ได้คิดหามาตรการนี้ขึ้นมาตอบโต้การกระทำดังกล่าว ภายใต้ชื่อว่า "Key Revocation"

ปัจจุบัน ภาพยนตร์ดีวีดีความละเอียดสูงที่วางจำหน่ายโดยมีเทคนิคดังกล่าวแฝงอยู่ได้แก่เรื่อง
Matrix Reloaded, The Nutty Professor เป็นต้น

อย่างไรก็ดี การตอบโต้ที่รุนแรงจากผู้ผลิตในอุตสาหกรรมบันเทิงและไอทีในครั้งนี้ได้สร้าง
เสียงคัดค้านให้ดังมากยิ่งขึ้น

เอ็ดเวิร์ด เฟลเท็น (Edward Felten) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จาก
มหาวิทยาลัยพรินสตัน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การกระทำของ AACS LA เป็นการทำร้ายผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าอย่างไร แฮกเกอร์จะพยายามหาทางถอดรหัสให้สำเร็จจนได้ ในขณะที่ผู้บริโภคจะต้องเฝ้าอัปเกรดซอฟต์แวร์อยู่ร่ำไป

ด้าน Cory Doctorow ผู้เขียนบล็อกด้านเทคโนโลยีได้ต่อต้านมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่า เป็นความพยายามที่จะผลักผู้บริโภคที่ซื่อสัตย์ให้พบกับความยุ่งยาก และไม่มีผู้บริโภคคนใดต้องการ
ซื้อสินค้าที่มาพร้อมกับความยุ่งยากในการใช้งาน หรืออาจเกิดปัญหาขัดข้อง ซึ่งเขาได้เรียกมาตรการนี้ว่า "เป็นการใช้เทคโนโลยีที่ผิดพลาด"

ไมเคิล อายเออส์ (Michael Ayers) ทนายความของโตชิบาในแคลิฟอร์เนีย และโฆษกของ AACS LA กล่าวว่า "เราไม่ต้องการให้ผู้บริโภคต้องพบกับความยุ่งยากในการรับชมดีวีดี หรือมีข้อขัดข้องใด ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วน่าจะเกิดขึ้นน้อยมากกับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ที่ไม่ใช่แฮกเกอร์ ซึ่งหากจะรับชมจากคอมพิวเตอร์ พวกเขาจะได้รับข้อความจากบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ให้ทำการ
อัปเดตเสียก่อนจึงจะรับชมดีวีดีได้"

นอกจากเรื่องของแฮกเกอร์ที่ต้องการปลดล็อกแผ่นดีวีดีเพื่อนำไปคัดลอกในทางผิดกฎหมายแ
ล้ว ยังมีบริษัทชื่อ Slysoft ที่ออกมาสร้างปัญหาให้อีกระลอกหนึ่ง เนื่องจาก Slysoft พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า "AnyDVD HD" ขายในราคา 80 เหรียญสหรัฐ สำหรับเตรียมไว้ถอดรหัสแผ่น HD DVD หรือบลูเรย์โดยเฉพาะ

บริษัท Slysoft ตั้งอยู่ในเขตทะเลแคริบเบียนแห่ง Antigua และ Barbuda ซึ่งไม่มีการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวจึงสามารถผลิตและจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมายโดยที่ AACS LA ไม่สามารถเข้าไปฟ้องร้อง หรือดำเนินการด้านกฎหมายใด ๆ ได้ด้วย

"เกมนี้เหมือนกับการวิ่งไล่จับกันระหว่างแมวกับหนู ซึ่งเราจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ให้ได้" นายอายเออส์กล่าวในที่สุด

เรียบเรียงจากวอลล์สตรีทเจอร์นัล

Credit www.manager.co.th