PDA

View Full Version : ทองเหลืองหล่อนี่ "ไม่ใช่พุทธเจ้าแน่นอน" ไม่ต้องไปกราบมัน



asylu3
07-06-2009, 01:50 PM
http://ausman.exteen.com/images/images/praybhuddha.jpg
เมื่อ วันที่ 25 ก.ค. ภายหลัง นสพ.ไทยรัฐ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ไปทำบุญที่วัดสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ว่า ทางวัดห้ามชาวบ้านกราบไหว้ พระพุทธรูปแถมยังติดป้ายข้อความไว้หน้าองค์พระอย่างไม่เหมาะสม กลายเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านทั้งในและพื้นที่ใกล้เคียง จ.เพชรบูรณ์


ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบเป็นวัดอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 150 กม. ทางเข้าวัดเป็นลูกรังขรุขระ ระยะทางกว่า 13 กม. ด้านหน้าวัดมีป้ายขนาดใหญ่เขียนแจ้งให้ผู้ที่เข้ามาภายในเขตวัดอ่านและ ปฏิบัติตามกฎของวัดอย่างเคร่งครัดหลายสิบข้อ ก่อนเข้าวัดมีเหล็กกั้นขวางทางเข้า-ออก ลักษณะเป็นเหล็กแป๊บยาวที่ใช้กั้นทางเข้าเขตหวงห้ามทั่วไป ภายในวัดมีโรงธารขนาดใหญ่ ศาลาการเปรียญสองชั้น 1 หลัง ในศาลามีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้จับภาพผู้ที่เข้ามาภายในวัด บริเวณด้านหลังวัดมีกุฏิพระหลังเล็กๆอยู่ล้อมรอบหลายหลัง แต่ไม่มีโบสถ์วิหารเหมือนวัดทั่วไป รวมทั้งห้ามถ่ายภาพนิ่งภายในเขตวัดและบริเวณสงฆ์


ส่วนหน้าศาลาการเปรียญมีป้ายข้อความเขียนอย่างเด่นชัดว่า “ตามที่ข้าฯสอนคำพุทธองค์ยังพึ่งมนต์ การปลุกเสกเครื่องรางฯ รูปเคารพ ถ้าอยากฟัง สิ่งที่ข้าฯพูดให้ได้ประโยชน์ ควรนำสิ่งเหล่านั้นออกให้พ้นจากความคิด แล้วมาฟังถามปัญหากับข้าฯ ใครทำไม่ได้อย่ามา เสียเวลาเหนื่อยเปล่าๆ ทั้งคนพูดและคนฟัง ขอยืนยันคำพุทธแท้ท่านไม่ให้พึ่งสิ่งเหล่านั้น ใครพึ่งถือว่าเป็นชาวพุทธสกปรก” ลงชื่อ พระเกษม อาจิณณสีโล



อีกป้ายมีข้อความว่า “เมื่อข้าฯเทศน์ให้ผู้พึ่งมนต์ เครื่องรางของขลังฟัง ข้าฯเหนื่อย หงุดหงิด ไม่สบายใจ รู้สึกไม่ดี เมื่อไม่พึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแท้จริง ไม่ต้องมาฟังข้าฯเทศน์ ข้าฯเหนื่อยโดยเปล่าประโยชน์ เพราะผู้มีเครื่องรางของขลัง ของอย่างนี้ฟังไม่เข้าใจ” นอกจากนี้ ในศาลาการเปรียญยังมีข้อความคำสอนที่อ้างอิงจากพระไตรปิฎกติดไว้ตามเสาศาลา การเปรียญจำนวนมาก และพบพระพุทธรูปทองเหลืองคล้ายพระพุทธชินราช สูงประมาณ 150 ซม. หน้าตักกว้าง 90 ซม.ตั้งอยู่บนแท่นมีป้ายข้อความ 2 แผ่นวางไว้หน้าองค์พระ ป้ายแรกวางระบุว่า “ห้ามนำดอกไม้และเครื่องบูชามาวางไว้บริเวณนี้” ส่วนอีกป้ายวางไว้ตรงฐานพระเขียนว่า “ทองเหลืองหล่อนี้ ไม่ใช่พุทธเจ้าแน่ ไม่ต้องกราบมัน”



สอบถามทราบว่า เจ้าอาวาสวัดนี้ชื่อ พระเกษม อาจิณณสีโล อายุ 48 ปี ถึงเหตุผลที่ต้องปิดป้ายห้ามกราบไหว้พระพุทธรูปจนกลายเป็นเรื่องฮือฮาในหมู่ ชาวพุทธ ได้รับการชี้แจงว่า หากใครไม่ยินดีที่จะรับฟังคำสอนก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางมา เพราะวัดนี้ได้ยึดตามแนวพระไตรปิฎกทั้งสิ้น โดยไม่ยึดถือตำราใดๆ และการมีวัตถุมงคลนั้นถือเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา หากผู้ใดไม่นำสิ่งของวัตถุมงคลทั้งพระพุทธรูป ตะกรุด พระห้อยคอต่างๆออกจากตัวและบ้านพักเคหสถาน แล้วก็ไม่ต้องเข้ามาที่วัดแห่งนี้ เพราะที่วัดสอนอย่างมีหลักการและเหตุผลสำหรับคนที่เปิดประตูรับเท่านั้น และจะต้องไม่ติดยึดกับวัตถุมงคลเพราะเป็นพุทธพาณิชย์



พระเกษมยังกล่าวอีกด้วยว่า การสอนธรรมะก็เช่นกัน ในพระไตรปิฎกได้บัญญัติไว้ว่าให้สอนธรรมะด้วยภาษาท้องถิ่น การสวดเป็นภาษาบาลีให้คนไทยฟังโดยไม่มีความเข้าใจในความหมายนั้นจะไม่ก่อให้ เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก่อนหน้านั้นผู้ที่มีความรู้หรือการศึกษาระดับสูงเคยเข้ามาที่วัดครั้งแรกก็ ไม่เข้าใจในแนวทางนี้ แต่เมื่อได้รับหนังสือของวัดไปศึกษาก็บังเกิดความเข้าใจและกลับไปนำพระพุทธ รูปออกจากบ้าน นำพระเครื่องออกจากคอและหันกลับมาศึกษาในพระไตรปิฎกซึ่งเป็นแก่นแท้ของพุทธ ศาสนาอย่างแท้จริง “อาตมาไม่ได้มุ่งหวังจะให้ทุกคนต้องเข้ามาตามแนวทางนี้ หากมา 10 คนสามารถเข้าถึง 1 คน หรือหากมา 100 เข้าถึง 5 คน ก็ไม่เป็นไร ได้เท่าไรก็เท่านั้นเพราะขึ้นอยู่กับการเปิดรับของแต่ละบุคคล แม้มีเพียง 5 คนที่เข้าใจก็จะสอนให้ เท่านั้น” พระเกษมกล่าว



จากการสอบถามลูกศิษย์คนหนึ่งของพระเกษม กล่าวว่า คำสอนของพระเกษมไม่ให้ติดยึดกับเครื่องรางของขลัง ก่อนหน้านั้นที่บ้านของตนมีพระพุทธรูปและพระเครื่องที่ได้มาจากบรรพบุรุษ แต่พอได้ฟังธรรมจากพระเกษมที่สอนว่าในพระไตรปิฎก ไม่ได้กล่าวถึงการสร้างวัตถุมงคล หรือพระพุทธรูป ถือเป็นสิ่งงมงายกับวัตถุที่อุปโลกน์กันขึ้นมา แถมยังทำให้จิตใจผูกติดอยู่กับสิ่งนั้น ไม่เข้าใจถึงแก่นของพระธรรม คำสอนของพุทธเจ้าได้ พระอาจารย์สอนว่า ที่ผ่านมาเราเชื่อและกราบไหว้พระพุทธรูป ก่อนตายให้นึกถึงคุณพระเอาไว้ ทำให้จิตของคนที่กำลังจะตายติดอยู่ในพระพุทธรูปองค์แล้วเราก็นำมา กราบไหว้โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังไหว้วิญญาณของคนที่ตายไป ที่ถูกควรระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่ใช่มายึดถือกราบไหว้พระพุทธรูป



ลูกศิษย์พระเกษมกล่าวอีกว่า วัดสามแยกเคยได้รับบริจาคพระพุทธรูป วัตถุมงคลจำนวนมาก หลังรับมาแล้ว พระ อาจารย์จะขุดหลุมนำพระพุทธรูปและวัตถุมงคลต่างๆวางในหลุมแล้วราดด้วยน้ำกรด ผสมเกลือเพื่อให้ผุพังและฝังกลบทิ้งทันที เหลือแต่พระพุทธรูปทองเหลืองเพียงองค์เดียวที่ทางวัดเก็บไว้ให้เป็นการเตือน สติ ไม่ให้ยึดถือโดยเขียนป้ายห้ามกราบไหว้ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งคำสอนไม่ให้ติดยึดกับวัตถุมงคลอาจจะแตกต่างจากวิถีชีวิตของพุทธศาสนิกชน ทั่วไป แต่ที่จริงแล้วก็เหมือนกัน เพราะดำเนินการไปตามแนวทางของพระไตรปิฎกอย่างเคร่งครัด




ด้านนายอินทภร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้รับการร้องเรียนมาหลายเดือน ได้ส่งเรื่องถึงพระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายธรรมยุตไปแล้ว เพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอนของสงฆ์ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่แห่งนี้เป็นเพียงที่พักสงฆ์ไม่ใช่วัด ส่วนการห้ามกราบไหว้พระพุทธรูปนั้นอาจไม่เหมาะสม




ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามพระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ฝ่ายธรรมยุตถึงเรื่องเดียวกันได้รับการเปิดเผยว่า เรื่องร้องเรียนพระเกษมที่ได้รับมาครั้งแรกเป็นเรื่องห้ามชาวบ้านแขวนพระ เครื่อง และได้ให้เจ้าคณะอำเภอไปว่ากล่าวตักเตือนแล้ว ส่วนเรื่องห้ามกราบไหว้พระพุทธรูป หรือทำลายพระพุทธรูปนั้นยังไม่ทราบเรื่อง ต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน “พระเกษมเป็นคนที่เถรตรงเกินไป เรื่องบางเรื่องไม่เหมาะสมก็ทำ อย่างเรื่องการโอนบุญให้เชื้อโรคก็ไม่เคยมีในศาสนาพุทธ แต่กลับทำกัน เรื่องนี้ต้องขอตรวจสอบก่อน” เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าว

จบข่าว


ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/offline.php?sect...p;content=98311 (http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=98311)

powerboy
07-06-2009, 05:38 PM
ว่ากันตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไม่ให้ยึดติดในสิ่งใด ให้เรียนรู้เพื่อนที่จะรู้แจ้งด้วยตนเอง
จุดประสงค์ของการหล่อองค์หล่อรูปคล้ายพระพุทธเจ้า เพื่อให้เราได้ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ถึงจะไม่เคารพสักการะก็ไม่เป็นการผิด แต่อย่างไรก็ดีไม่ควรลบหลู่ครับ

Saqq
09-06-2009, 01:36 PM
ผมว่ามันก็จริงนะ

สมัยนี้พระพุทธศาสนาบิดเบือนไปมาก

ขนาด ท่านพุทธทาส ภืกขุ ท่านยังบอกเลยว่า

จงอย่าเชื่อในคำพูดของเราให้คิดแล้วลองปฏิบัติดู

ศาสนาเราสอนให้ฝึกสมาธิจะได้รู้แจ้งเห็นจริงเพื่อบรรลุนิพพาน

ไม่ใช่ยึดติดกับวัตถุกราบไหว้บูชาแล้วจะได้บรรลุนิพพาน

gockkok191
10-06-2009, 08:23 PM
ในความเห็นของผม

หลังจากได้มาศึกษาในต่างประเทศแล้ว

เคยมีรุ่นพี่คนไทยเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนต่างชาติ(ชาวตะวันออกกลาง)คนหนึ่ง

ซึ่งมีความศรัทธาในศาสนาของเขามาก เขาถามว่า พระเจ้าของคุณคืออย่างไร

รุ่นพี่ผมก็อธิบายถึงพระพุทธองค์ พระพุทธรูป

เพื่อนชาวต่างชาติก็ฟังแล้วก็ลุกขึ้นเขาปลายเท้าเขี่ยๆก้อนหิน แล้วก็ถามย้อนกลับมาว่า

หิน ดิน ทราย นี้หรือที่เอามาทำเป็นรูปสัญลักษณ์แทนพระเจ้าของคุณ

แต่รุ่นพี่ผมก็ตอบไปอย่างสุภาพว่า เราศรัทธาและยึดถือในหลักคำสอนตังหาก ซึ่งอาจจะเป็นของธรรมดาสำหรับคุณ

แต่มีค่ามากสำหรับพุทธศาสนิกชน

บางคนอาจเห็นว่ารูปที่เกิดจาก อิฐ หิน ดิน ทราย ที่ก่อขึ้นมานั้นไร้ค่า ไร้ความหมาย ไร้ราคา

แต่ผู้นั้นอาจมองข้ามหลักสัจธรรมไปข้อหนึ่ง

นั้นคือ อุเบกขา หรือการปล่อยวาง

ไม่ว่าเราจะหัวเราะ ร้องไห้ ดีใจ เสียใจ ตามโลกธรรม แต่พระพุทธรูปก็ยังปรากฏเหมือนเดิม

เป็นนัยยะว่า สุดท้ายก็ต้องปล่อยวาง จึงจะสามารถหลุดพ้นได้

text.mode
11-06-2009, 09:47 AM
เค้าทำมาเพื่อให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจครับ บางสิ่งที่มันเป็นนามธรรม เค้าก็จับมาทำให้อยู่ในรูปธรรมซะ ก็แค่นั้นเองครับ และอีกอย่าง ไม่ว่าจะอะไรก็แ้ล้วแต่ การกราบไหว้สิ่งๆ นั้นจะต้องทำด้วยสติ ไม่ใช่งมงาย ดังนั้นต่อให้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาอยู่ตรงหน้า แต่ชาวบ้ืานกราบไหว้เพื่อจะขอหวย มันก็ไม่ถือว่าเป็นการบูชาด้วยสติหรอกครับ

BeforeISayGoodbye
28-06-2009, 09:26 PM
อ่านแล้วก็เศร้าครับ
เพราะว่าถ้าคิดแบบคนส่วนใหญ่ เรานับถีอกันตามสิ่งที่เห็น สิ่งที่จับต้องได้ พระสงฆ์ตัวแทนของพระพุทธเจ้า พูดอย่างไร เราก็เชื่อกัน โดยไม่ต้องคิดทบทวนว่ามันถูกมันต้องหรือไม่

ทั้งที่ความเป็นจริง ตามหลักของ พุทธศาสนาเอง ก็ยังบอก เอาไว้ ตามหลัก กาลามาสูตร 10 (ไม่แน่ใจว่าถูกหรือไม่นะครับ) ว่า อย่าเชื่อเรื่องต่างๆ โดยไม่ได้ไตร่ตรองก่อน

แต่เรื่องนี้ ก็ดีนะครับ อย่างน้อยที่สุด ก็มีคนที่กล้า ที่จะเปลี่ยนแปลง ให้คนได้รุ้จักคิดมากขึ้น

ส่วนจะถูก หรือ ไม่ถูก ผมว่าไม่ต้องไปคิด ครับ ให้รู้จัก ปล่อยวาง ครับ

RaSaHin
06-07-2009, 09:51 AM
ก็จริงอยู่ ที่ไม่ใช่พระพุธเจ้า แต่"สิ่งนี้" เป็นสัญลักษณ์ในการ"รำลึกถึง" พระพุทธเจ้าที่อยู่ในใจเราครับ

DarkGOD
07-07-2009, 07:19 PM
เห็นชื่อกระทู้แอบช็อกเล็กน้อย =[]="



จากที่อ่านข่าว และอ่านจากหลายๆ ความเห็น มันก็จริงอย่างที่ว่า

แต่ว่า ตามความคิดเห็นของเรานะ ถึงแม้ พระเกษม จะบอกว่าไม่ให้ยึดติดก่ะวัตถุ
แต่การที่จะไปเขียนว่าไม่ต้องกราบไหว้มัน ก็ไม่ถูกนะ

ยิ่งแล้วใหญ่กับคำพูดที่ดูค่อนข้างรุนแรงและลบหลู่

พระพุทธรูปตั้งแต่จำความได้ รู้สึกเค้าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวแทน และระลึกถึงพระพุทธเจ้านะ
ไม่ควรลบหลู่ และไม่ควรใช้คำไม่สุภาพแบบนั้น -*-

เพราะว่าอย่างน้อย มันก็เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวและที่พึ่งทางจิตใจใครหลายๆ คนในโลกนี้

stop_usa
31-07-2009, 08:18 PM
มีแบบนี้ด้วยน้อ...


ความจริงบางสิ่งบางอย่างไม่จำเป็นต้องแสดงออกขนาดนั้น

หากท่านคิดว่ามันดีท่านก็ทำไป แต่บางเรื่องมันขัดกับสภาพความเป็นอยู่ของคนส่วนมากก็ควรพินิจพิจารณาดูบ้าง

สมัยนี้คนเรามีอะไรแปลกๆๆเยอะ ผมอยากให้คนเรามีจิตใจดีงาม สังคมจะได้น่าอยู่ จริงไหมครับ

retool2
31-07-2009, 09:42 PM
รู้สึกว่าข่าวนี้จะมีมานานพอสมควรแล้วครับ
ผมเคยได้ยินมานานแล้ว ผมว่าอยู่ที่มุมมองของคนครับ
ไม่มีถูกหรือว่าผิด เหมือนเช่น วิธีเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
ไม่มีวิธีเดินทางที่แน่นอน เคารพอาจจะไม่จำเป็นต้องกราบไหว้ก็ได้
หรือบางครั้งการกราบไหว้ก็ไม่ได้แสดงถึงความเคารพก็มี

gustzy
10-08-2009, 12:17 PM
เห็นหัวข้อกระทู้แล้วรู้สึกเสียใจครับ :( พระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนเรา
ไม่น่าเอาป้ายไปติดแบบนั้นเลย พระพุทธรูปจะปั้นมาจากอะไรแค่เรามีความศรัทธาก็กราบไหว้ได้ทั้งนั้นแหละครับ
นับวันสังคม ศาสนา เริ่มเสื่อมลง :( (ในความคิดเห็นของผมนะ พูโอะไรไม่ดีก็กราบขออภัยด้วยครับ)

dojo
10-08-2009, 01:49 PM
ยังไงก็ยึดวัฒนธรรมปัจจุบันนั่นแหล่ะดีที่สุดครับ

หรือหากใครมีความเชื่อในเรื่องใดก็ทำสิ่งนั้นนะครับ เพราะว่าการทำตามความเชื่อของตัวเราเอง

"สบายใจที่สุดครับ"

ศาสนา ความเชื่อ เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคน

เพราะฉะนั้น ยึดในความเชื่อของตัวเองครับ

ossytong
16-08-2009, 04:17 PM
ที่ยึดเหนียวจิตใจ...

เป็นตัวแทนของพุทธองค์

ไม่น่ามาพูดแบบนี้หรอก

เคยมีกรณีนี้วิจารณ์ ใน pantip.com ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะครับ

ผมว่าจะช่วยให้เข้าใจอะไรหลายๆอย่างได้ดีขึ้นเยอะ

l3e THe HackEr
17-08-2009, 08:41 PM
เป็นเคื่อง ยึดเหนี่ยวจิตใจครับ ไม่น่าไปทำเเบบนี้เลย

louis013
22-08-2009, 04:40 AM
ผมเคยอ่านในหนังสือศาสนาเล่มหนึ่งนะครับ เป็นหนังสือที่รวม 4 ศาสนากับคำสอน
ในศาสนาพุทธนั้นมีคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ว่า
"อันตัวเรานั้นมิใช่หนทางที่นำไปสู่ความสุขสงบ
เราเปรียบเสมือนนิ้วที่ชี้วให้เห็นทางสุขสงบนั้น
แต่คำสอนของเรานี้ล่ะที่นำทางพาท่านสู่ความสุขสงบนี้"

แต่อย่างข่าวนี้ก็ไม่ควรครับ เป็นสิ่งที่ทำให้คนนึกถึงพระพทุธ

Klln
05-09-2009, 02:12 PM
เรื่องของความเชื่อ มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนครับ
ในมุมของพระอาจารย์เกษม ผมค่อนข้างเห็นด้วยในเรื่องของการยึดติดรูปมากเกินไป
อย่างที่ทุกท่านรับรู้กัน เพราะที่สุดแล้วแก่นสำคัญของพุทธศาสนาคือคำสอน
อีกอย่างที่ผมค่อนข้างเห็นด้วยคือ เรื่องเครื่องรางของขลัง
ไม่ว่ามันจะมีจริงหรือไม่มีจริง แต่เท่าที่ผมเคยรับรู้มานั้น
ก็ไม่ได้มีคำสอนทางพุทธศาสนาที่บอกให้นับถือตรงนั้นนี่ครับ
เพราะฉะนั้นที่พระอาจารย์เกษมกล่าวมานั้น
ก็ค่อนข้างจะตรงกับที่ผมคิด คือ
หากจะมาบำรุงศาสนา บำรุงด้วยการปฏิบัติน่าจะดีกว่าที่จะบำรุงพุทธพาณิชย์

แต่ถ้ามองอีกมุมนึงการที่มีพระพุทธรูปเพื่อให้กราบไหว้นั้น
มันก็อาจมองเป็นกุศโลบายได้ว่า เพื่อให้ผู้นับถือสามารถเตือนสติตนเองได้บ้าง
ในบางครั้งบางคราวที่ตนขาดสติ หรือ เผลอตัวตั้งตนอยู่ในความประมาท
บางครั้งมันอาจจะง่ายขึ้นที่จะทำให้ใจของผู้นับถือสงบลง เป็นการเริ่มต้นสู่สติที่ดี

โดยความคิดผมแล้ว ผมคิดว่าการที่ทำเช่นนี้ ค่อนข้างจะทำให้หลายท่าน
อาจจะได้ตระหนักถึงเรื่องของการยึดติดวัตถุมากขึ้น
แต่ว่าผลเสียที่ตามมาคือ อาจเป็นการทำลาย ศรัทธา ที่หลายๆคนมีอยู่
ผมว่าตรงนี้สำคัญนะครับ
บางคนกราบไหว้มาทั้งชีวิต ถ้าอยู่มาวันนึงเขามารู้สึกว่า สิ่งที่ทำมาทั้งชีวิตมันผิด
บางทีมันก็ยากจะยอมรับในทันทีครับ
ผมคิดว่าการค่อยๆสอนให้เห็นภาพไปทีละนิด
น่าจะเป็นการเปลี่ยนความคิด ที่ดีกว่าทำลายภาพเก่าทันทีครับ

momotalo9999
07-09-2009, 10:37 PM
จะว่าแบบไปแล้วอ่า
พระพุทธรูปเปนตัวแทนของพระพุทธเจ้า
ไว้เคารพบูชาแต่พอควร

จะว่าไม่ใครกราบไว้ก้อไม่ได้นะเพราะ
คล้ายๆกะ ไม่ไหว้พระพุทธ แต่กลับไว้พระธรรม กะ พระสงฆ์แทน

apisitohm
12-09-2009, 11:59 AM
พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าอย่ายึดก็จริงนะครับ แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีซักคนที่ไม่ยึดติด พระพุทธศาสนาไม่ได้ผิดเพี้ยนแต่เราเองที่ผิดเพี้ยนตลอดมาเราคิดว่าศาสนาเสื่อมแต่จริงๆใจมนุษย์ที่เสื่อมเอง
พระพุทธรูปอาจจะเป้นตัวแทนพระพุทะเจ้าก็จริงอยู่ครับ ฉะนั้นให้ความเคารพก็ไม่ผิดแค่ไม่งมงายไปขอนู้นี้แค่ให้รู้ว่าพระพุทธเจ้าอยู่ในใจเรา

ReDempTion
12-09-2009, 03:55 PM
ตามจริง พระพุทธรูปนั้น มีคำสอนของพระพุทธเจ้าแฝงไว้อยู่คับ

พระพุทธรูปหัวแหล่ม >> สอนให้เราเป็นคนเฉลี่ยวฉลาดรอบคอบ

พระพุทธรูปตามองต่ำ >> สอนให้เราอยู่แบบติดดิน ไม่เย่อหยิ่ง

และอื่นๆ ผมจำไม่ได้เพราะเคยอ่านมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง

025275691
14-09-2009, 10:16 AM
ของงี้มันอยู่ที่จิตใจครับ พูดไปก็เท่านั้น ลองอ่านนี้ดูครับ " ความหมายของการกราบไหว้พระ"

http://www.navagaprom.com/oldsite/job.php?id=322&db=job2

เพื่อมันจะช่วยให้คิดกันได้ไม่มากก็น้อยครับผม

artart03
18-09-2009, 04:58 PM
จริงๆเเล้วนะครับ ในสิ่งที่เราเห็นนั้น ตามหลักพระพุทธศาสนา เค้าเรียกว่าตัวเเทนศาสดา ไว้ให้ผู้คนกราบไหว้เเละนับถือโดยเฉพาะชาวพุทธ เเต่นี้อาไร ไม่เคารพม่มีใครว่า มีการกระทำตนเช่นนั้น ทำไปเพื่ออะรครับ ให้คนอื่นเค๊าถูกเหยียดหยามหรอ ไม่สมควรเลยครับ

level
23-10-2009, 05:11 AM
พระอาจารย์สอนว่า ที่ผ่านมาเราเชื่อและกราบไหว้พระพุทธรูป ก่อนตายให้นึกถึงคุณพระเอาไว้ ทำให้จิตของคนที่กำลังจะตายติดอยู่ในพระพุทธรูปองค์แล้วเราก็นำมา กราบไหว้โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังไหว้วิญญาณของคนที่ตายไป ที่ถูกควรระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่ใช่มายึดถือกราบไหว้พระพุทธรูป[/b]

ไหว้วิญญาณของคนที่ตายไป วิญญาณของคนที่ว่า ก็พระพุทธเจ้ามิใช่หรือ?

สุดท้าย อาจารย์แกก็บอกว่า ควรระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

แล้วพระพุทธของแกหน้าตาเป็นยังไงนะ

พระธรรม พอเข้าใจ

พระสงฆ์ สายไหน? สุดท้ายก็เข้าตัวเอง...

dahniella
20-01-2010, 06:46 AM
คงจะเป็นการแสดงออกที่รุนแรงเกินไป
แต่ในอีกแง่ คนที่หลงผิดบางคนก็ดื้อรั้นสุดจะเยียวยา

อยากได้แนวทางที่แสดงออกได้เหมาะสมกว่านี้ เพราะถึงมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าแสดงออกมาด้วยความรุนแรงมันก็อาจจะกลายเป็นผลร้ายไปได้

แต่แนวคิดในลักษณะนี้ผมก็ยึดถือมานานแล้ว