PDA

View Full Version : ขมิ้นกับปูน...



neverquitz
17-11-2008, 04:18 AM
ขมิ้นกับปูน

ตอน เป็นเด็ก ผมชอบแวะเวียนไปคุ้ยค้นก้นเชี่ยนหมากของแม่ เพราะมักเจอเศษสตางค์เอาไปซื้อของเล่น 1 สลึง สมัยนั้น ใช้ซื้อกระดาษว่าวทำว่าวปักเป้าได้

บนเชี่ยนหมาก เต้าปูนตั้งตระหง่านเป็นประธาน เห็นแม่ป้ายปูนแดงกับใบพลู แล้วจีบเป็นมวน วันหนึ่งผมลองเอาปูนแดงแตะลิ้น รสชาติมันเฝื่อนฝาดมาก

ยังนึกสงสัย แม่เคี้ยวหมากแล้วทำท่าเอร็ดอร่อยได้ยังไง แต่สีหน้าแววตาแม่อร่อยจริง

ตอนนั้น ที่จริงกระทั่งตอนนี้ ก็ไม่ได้สนใจใคร่รู้เลยว่าปูนแดงนั้น สีเดิมมันไม่แดง แต่เป็นสีขาว ก็ปูนขาวนั่นแหละ

อ่านศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนพฤศจิกายน จึงเริ่มมีความรู้ คุณภาษิต จิตรภาษา เขียนไว้ในเรื่อง คำเก่าเล่าบอกว่า กรรมวิธีการทำปูนขาว เขาเอาก้อนหินมาเผา 3 วัน 3 คืน แล้วเอาน้ำราด

ก้อนหินเผาก็จะระอุแตกพุพะ เป็นผงขาว จากนั้นเขาก็จะโกยเอาใส่บ่อ ใส่เกลือเม็ดลงไป แล้วใส่ขมิ้น (อ้อย) ผง

“เท่านั้นละคุณเอ๋ย...” คุณภาษิตว่า “ปูนขาวพอถูกขมิ้น สีมันแดงขึ้นมาบัดใจ”

เพราะเหตุนี้เอง ท่านจึงเอามาเปรียบกับคนที่ไม่ถูกกัน เจอกันเมื่อไหร่เป็นเกิดเรื่อง ได้เลือด (สี) แดงเมื่อนั้น

นี่คือที่มาของสำนวนขมิ้นกับปูน ฟังแล้วมีกลิ่นอายของศัตรูคู่แค้น ชนิดผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ

แต่ความจริง เมื่อขมิ้นเจอกับปูน กลายเป็นปูนแดง มีคุณประโยชน์อเนกอนันต์ ถ้าเป็นสมุนไพร ก็ต้องใช้สำนวน กินก็ได้ ทาก็ได้...ทีเดียว

คุณภาษิตบอกว่า ประโยชน์ของปูนแดงมีมากมายหลายสถาน สถานแรก ป้ายพลูกินกับหมาก อย่างที่แม่ผมชอบ

สถานสอง เอาปูนละลายน้ำทิ้งไว้ให้ตกตะกอนจนใส แล้วตักไปแช่เผือกหรือมันเชื่อม เพื่อให้มันรัดตัว ไม่เละ เวลากินจะอร่อย

หรือเอาไปใส่ขนมแป้งกวน ทำให้รัดตัวข้น แข็ง ที่เรียกกันว่า ขนมเปียกปูน

ยาไทยหลายขนาน ต้องใช้น้ำปูนใสเป็นน้ำกระสาย

น้ำมันใส่ผมชนิดเป็นครีมข้น สมัยก่อนเราเรียกว่าน้ำมันตานี ทำด้วยน้ำมันมะพร้าว เคี่ยวและดับกลิ่นด้วยใบมะกรูด ใส่น้ำปูนใสลงไป มันจะข้นแข็งขึ้นทันที

ชอบกลิ่นไหน สีอะไรก็ใส่ผสมลงไป

สมัยที่ยังไม่มีสีใช้...สัปเหร่อจะใช้ปูนแดงป้าย เขียนชื่อคนตายในโลงศพ ก่อนเอาเข้าเก็บไว้ในโกดัง ชื่อที่เขียนด้วยปูนแดงคุณภาษิตบอกว่าทนทายาด 10-20 ปี ไม่มีลบ

ประโยชน์สุดท้าย ใช้กันในโรงฆ่าควายวัว...ก่อนฆ่าก็ต้องเลือก เลือกแล้วก็เอาปูนแดงไปป้ายหัว...ถึงเวลาก็ไปจูงออกมาฆ่า

เป็นที่มาของสำนวน ปูนหมายหัว

สถานการณ์ของผู้คนบ้านนี้เมืองนี้...โดยเฉพาะแถวๆสะพาน มัฆวานฯ ดูๆไปก็คล้ายฝ่ายหนึ่งเป็นขมิ้น อีกฝ่ายเป็นปูน เจอกันเมื่อไร ได้เลือดแดงฉานทุกที

ส่วนใคร จะถูกปูนหมายหัวไว้แล้ว...จะถูกจูงไปเข้าโรงฆ่าเมื่อไร ก็คงปล่อยให้เป็นเรื่องของกรรม สำนวนวัดเขาใช้ ว่าระยำ (กรรม) ทันตา ใครรู้ตัวแล้ว ก็น่าจะระมัดระวังกันไว้.

[/b]
credit : คุณกิเลน ประลองเชิง (http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics02&content=111641)


ไม่ได้ตั้งใจจะโพสเรื่องการเมืองนะครับ... <_< <_< <_<