DoctorHacker
11-08-2008, 10:30 PM
บริกรรม เพียงแต่..
แม้เรานึก บริกรรมภาวนา สิ่งนั้นแล้ว ยังไม่เกิดอาการจิตสงบสว่าง ดังที่ท่านว่าก็ตาม แต่เมื่อเราตั้งใจมั่น นึกอยู่กับสิ่งนั้นตลอดเวลา ก็จะเป็น
อุบายกางกั้น การที่เราส่งกระแสจิตไปในทางเสื่อมเสีย ให้น้อยลง..ฝึกจนกระทั่ง ในบางครั้ง เราไม่ได้ตั้งใจนึกถึง พุทโธ พอจิตไปกระทบกับ
อะไรไปเข้า จิตมันจะวิ่งเข้าหา พุทโธ เอง..หากเป็นเช่นนี้ แสดงว่า ผู้บริกรรมภาวนานั้น กำลังเริ่มจะเกิดผลขึ้นมาแล้ว..ขอให้ตั้งใจ
บริกรรมภาวนา ให้มันหนัก ๆ เข้า ไม่เฉพาะแต่เวลา ที่เรานั่งปฏิบัติเท่านั้น แม้เวลาทำงานอยู่ เราก็สามารถนึกถึง พุทโธ ได้..เมื่อเราว่างจาก
การคิดถึงสิ่งอื่นเมื่อไร เรานึกถึง พุทโธ เวลาเรานอนหลับพักผ่อน เราก็พยายามนึกถึง พุทโธ ของเราเอาไว้ จนกว่าเราจะนอนหลับ พอตื่นขึ้นมา
เมื่อไร เราก็นึกถึง พุทโธ เอาไว้ทันที จะยืน เดิน นั่ง นอน กิน อยู่ให้นึกถึง พุทโธ ให้ได้ตลอดเวลา..หากมิได้ บริกรรมภาวนาอะไร ก็ขอให้
กำหนดรู้ ลงที่จิตของตัวเอง คอยสังเกตุดูว่า ความคิดอะไรที่จะเกิดขึ้นภายในจิต เมื่อมีความคิดอะไรเกิดขึ้น ให้กำหนดรู้อยู่เฉย ๆ..รู้แล้ว
อย่าพยายาม อย่าไปยึดถือสิ่งนั้น..
*******
เรื่องของภาษา
เรื่องภาษา ไม่เป็นปัญหา ไม่เป็นอุปสรรคเลย เพราะ นั่่นเป็นเพียงคำพูด เป็นภาษาสมมติ การสอนธรรมะนั้น สอนที่ใจเท่านั้น..เหมือนแผนที่
นั้น เราเรียนรู้ได้ แต่ตอนที่เราจะเดินไปตามแผนที่นั้น นี่ต้องอาศัย น้ำใจอดทน..สิ่งสำคัญ ในการทำภาวนาสมาธินั้น ต้องทำให้สม่ำเสมอ และ
ตั้งใจจริง มุ่งหวังให้รู้แจ้ง ไม่เย่อหยิ่งโง่เขลา แต่ต้องมานะพากเพียร..แม้จะลำบากสักเพียงใดก็ตาม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นกำลัง
ใจอยู่ตลอดเวลา..เราจะต้องมีความมานะอดทน มีขันติกับความทุกข์ยากลำบากนั้น ๆ คุณธรรมของความอดทนนี้ เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เราพึง
พิจารณาในขณะนั้น..เพราะ ถ้าขาดความอดทนแล้ว การภาวนา ก็จะต้องเลิก และ เมื่อนั้น ท่านก็จะยกระดับจิต ให้สูงขึ้นมิได้เลย..ต่อไป
ก็จะเห็นประโยชน์ ของการประพฤติ ปฏิบัติธรรม..ต้องมีความสนใจ แล้วปฏิบัติจริง ทำอยู่เสมอ ๆ..เราอย่าไปคิดว่า ต้องทำงาน หรือ มีภาระการงาน..
พระอาจารย์ สุเมโธ ภิกขุ
********
ที่มา : เก็บตก
แม้เรานึก บริกรรมภาวนา สิ่งนั้นแล้ว ยังไม่เกิดอาการจิตสงบสว่าง ดังที่ท่านว่าก็ตาม แต่เมื่อเราตั้งใจมั่น นึกอยู่กับสิ่งนั้นตลอดเวลา ก็จะเป็น
อุบายกางกั้น การที่เราส่งกระแสจิตไปในทางเสื่อมเสีย ให้น้อยลง..ฝึกจนกระทั่ง ในบางครั้ง เราไม่ได้ตั้งใจนึกถึง พุทโธ พอจิตไปกระทบกับ
อะไรไปเข้า จิตมันจะวิ่งเข้าหา พุทโธ เอง..หากเป็นเช่นนี้ แสดงว่า ผู้บริกรรมภาวนานั้น กำลังเริ่มจะเกิดผลขึ้นมาแล้ว..ขอให้ตั้งใจ
บริกรรมภาวนา ให้มันหนัก ๆ เข้า ไม่เฉพาะแต่เวลา ที่เรานั่งปฏิบัติเท่านั้น แม้เวลาทำงานอยู่ เราก็สามารถนึกถึง พุทโธ ได้..เมื่อเราว่างจาก
การคิดถึงสิ่งอื่นเมื่อไร เรานึกถึง พุทโธ เวลาเรานอนหลับพักผ่อน เราก็พยายามนึกถึง พุทโธ ของเราเอาไว้ จนกว่าเราจะนอนหลับ พอตื่นขึ้นมา
เมื่อไร เราก็นึกถึง พุทโธ เอาไว้ทันที จะยืน เดิน นั่ง นอน กิน อยู่ให้นึกถึง พุทโธ ให้ได้ตลอดเวลา..หากมิได้ บริกรรมภาวนาอะไร ก็ขอให้
กำหนดรู้ ลงที่จิตของตัวเอง คอยสังเกตุดูว่า ความคิดอะไรที่จะเกิดขึ้นภายในจิต เมื่อมีความคิดอะไรเกิดขึ้น ให้กำหนดรู้อยู่เฉย ๆ..รู้แล้ว
อย่าพยายาม อย่าไปยึดถือสิ่งนั้น..
*******
เรื่องของภาษา
เรื่องภาษา ไม่เป็นปัญหา ไม่เป็นอุปสรรคเลย เพราะ นั่่นเป็นเพียงคำพูด เป็นภาษาสมมติ การสอนธรรมะนั้น สอนที่ใจเท่านั้น..เหมือนแผนที่
นั้น เราเรียนรู้ได้ แต่ตอนที่เราจะเดินไปตามแผนที่นั้น นี่ต้องอาศัย น้ำใจอดทน..สิ่งสำคัญ ในการทำภาวนาสมาธินั้น ต้องทำให้สม่ำเสมอ และ
ตั้งใจจริง มุ่งหวังให้รู้แจ้ง ไม่เย่อหยิ่งโง่เขลา แต่ต้องมานะพากเพียร..แม้จะลำบากสักเพียงใดก็ตาม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นกำลัง
ใจอยู่ตลอดเวลา..เราจะต้องมีความมานะอดทน มีขันติกับความทุกข์ยากลำบากนั้น ๆ คุณธรรมของความอดทนนี้ เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เราพึง
พิจารณาในขณะนั้น..เพราะ ถ้าขาดความอดทนแล้ว การภาวนา ก็จะต้องเลิก และ เมื่อนั้น ท่านก็จะยกระดับจิต ให้สูงขึ้นมิได้เลย..ต่อไป
ก็จะเห็นประโยชน์ ของการประพฤติ ปฏิบัติธรรม..ต้องมีความสนใจ แล้วปฏิบัติจริง ทำอยู่เสมอ ๆ..เราอย่าไปคิดว่า ต้องทำงาน หรือ มีภาระการงาน..
พระอาจารย์ สุเมโธ ภิกขุ
********
ที่มา : เก็บตก