PDA

View Full Version : โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่...อ้วกครับท่าน



apple123
06-02-2008, 07:52 PM
อยากจะขายรถทิ้งจัง...เฮ้อ (ทำงานแทบตายต้องมาจ่ายภาษีหมด เซ็ง!!!)



ของขวัญปีใหม่ (อ่ะเปล่า)

กรมการขนส่งทางบกกำลังเตรียมปรั บอัตราภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปี
1500 SOLUNA = 4,100
1600 COROLLA = 4,500
1800 ALTIS = 5,300
2000 CORONA= 6,300
2400 CAMRY = 9,100
3000 RAIDER/CRUISER = 14,500
อีกไม่นาน พวกกระบะ 4 ประตู เจอภาษีเป็นหมื่นแล้วครับ
เมื่อเช ้านี้ขับรถมาทำงาน ฟังข่าวแว่วๆ
ว่าการจัดเก็บภาษีจะเสนอเข้า ครม.
เร็วๆนี้การปรับเก็บภาษีรถยนต์รายปี...ใหม่อัตราเพิ่ม 2 เท่า
ผมได้ข่าวจากกรมการขนส่งทาง บก ( MOTC news) มาบอกเพื่อนๆ
อีกแล้วครับ คราวนี้รัฐเอาจริง จะปรับปรุงอัตราค่าภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปีทุกชนิดรวมรถ บรรทุกด้วย โดยหยิบยกเอาสาระมา เขียนให้อ่านกันที่เป็น Highlight สำคัญๆ มาได้ดังนี้
ในขณะนี้กระทรวงการคลังร่วมกับกรมการขนส่งทางบกกำลังเตรียมปรับอัตราภาษี ป้ายทะเบียนรถยนต์ประจำปี ซึ่งเป็นการปรับภายใต้ พ.ร.บ.รถยนต์และพ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 โดยจะปรับ อัตราภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าจาก ปัจจุบัน
คราวนี้ล่ะรถใครรถมันคิดกันเอาเอง ใครเครื่องแรงแซงโลด...ต้องมาเจ็บปวดกับการรับภาระนี้ ...... แต่เอ๊ !!!!! ถ้ามีตังค์ซื้อรถได้...ก็น่าจะจ่ายค่าภาษีได้ด้วยมั๊ง
ภาษีป้ายรถยนต์ใหม่ที่จะประกาศใช้เร็วๆ นี้ จะเก็บตามขนาดความจุกระบอกสูบรถยนต์ ที่คิดเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร หรือ ซีซี.สำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งแต่มี Highlighสุดๆ
ยิ่งกว่านั้นคือจะมีหลักเกณฑ์เก็บใหม่คือจะเก็บภาษีตามมูลค่ารถยนต์สำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งที่มีราคาขายตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้รถยนต์ราคาสูงๆ จะถูกเก็บภาษี 2 ต่อคือเก็บภาษีทั้งตามขนาด ! ซีซี.ของเครื่องยนต์ และตามมูลค่ารถ
ประเด็นที่สองอาจปรับภาษีป้ายรถยนต์เกิน 7 ที่นั่งซ ึ่งปัจจุบันเก็บตามน้ำหนักอีกด้วย มาดูการสร้างโครง ร่างภาษีใหม่มีดังนี้
ของเดิม (ปัจจุบัน) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งเก็บภาษีโดย
* 1 - 600 cc แรก เก็บ 50 สตางค์/ cc
* 601 - 1,800 ซี.ซี. เก็บ 1.50 บาท/ cc
* 1,801 cc ขึ้นไป เก็บ 4 บาท/ cc
NEW ใหม่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 เก็บภาษีโดย
1. การปรับภาษีป้ายกรณีรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง)
อาจปรับเพิ่มภาษี ตามขนาดความจุกระบอกสูบคิดเป็น cc ดังนี้
* รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 600 cc เสียภาษี 2 บาท/ cc
* ขนาด 601-1,300 cc เสียภาษี 3 บาท/ cc &n bsp;
* ขนาด 1,301-1,800 cc เสียภาษี 4 บาท/ cc
* ขนาด 1,801-2,000 cc เสียภาษี 5 บาท/ cc
* ขนาด 2,001-2,400 cc เสียภาษี 7 บาท/ cc
* ขนาด 2,401-3,000 cc เสียภาษี 9 บาท/ cc
* ขนาดเครื่องยนต์เกิน 3,000 cc เสียภาษี 12 บาท/ cc
2. การเพิ่มฐานเก็บตามมูลค่ารถยนต์ ดังนี้ รถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง
* ราคาระหว่าง 3 ถึง 6 ล้านบาท เสียภาษี 1- 2 หมื่นบาทต่อคัน
* ราคาสูงกว่า 6 ล้านบาทจนถึง 10 ล้านบาท เสียภาษี 2-4 หมื่นบาทต่อคัน
* ราคาสูงเกินกว่า 10 ล้านบาท เสียภาษี 3- 6 หมื่นบาทต่อคัน
การเพิ่มภาษีและเพิ่มฐานจัดเก็บนี้ รัฐเห็นว่าควรส่งเสริมความเป็นธรรมการเสนอปรับภาษีป้ายทะเบียนครั้งนี้จึงไม่เพียงเน้นปรับจำนวนเงินภาษีที่ ต้องเสีย เพื่อให้สอดคล้อง สถานการณ์ความเป็นจริงเพราะไม่ได้ปรับมานานกว่า 20 ปี
ขณะที่ราคารถยนต์เพิ่มขึ้นหลายเท่าช่วงที่ผ่านมาและมีแนวคิดใหม่ให้ใช้ หลักเกณฑ์มูลค่ารถคิดภาษีด้วย คนที่เป็นเจ้าของรถยนต์ที่มูลค่าสูง ราคาแพงๆ ควรต้องเสียภาษีรถยนต์สูงตาม อีกทั้งสอดคล้องกับนโยบายรัฐที่สนับสนุนประชาชนใช้จ่ายอย่างประหยัดไม่นิยมสินค้าฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะสินค้านำเข้า ขณะเดียวกันการเก็บภาษีตามน้ำหนักรถซึ่งเป็นฐานภาษีที่ใช้อยู่แล้วปัจจุบันเก็บภาษีตามหลักการ ประโยชน์ที่ได้รับ

theoneox
07-02-2008, 09:30 PM
ในส่วนตัวความคิดเห็นของผม ในต่างจังหวัด รถยนตร์จำเป็นมากอ่ะคับ เพราะไม่มีนี่ไปไหนไม่

ได้เลย น่าจะเก็บแพงในเขต กรุงเทพ ปริมณฑลก็พอแล้ว ยิ่งจนๆๆอยู่

govlawer50
09-02-2008, 02:58 PM
อยากทราบแหล่งที่มาของข้อมูลครับ

mamlabong
22-02-2008, 08:55 PM
การที่เก็บเพิ่มนี้ก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงรถที่ใช้น้ำมันเบนซินแพงๆครับ
โดยจะเอาส่วนนั้นมาชดเชยกับพวกที่ภาษีลดลง
อย่างเช่นพวกที่ใช้น้ำมัน E20 อะครับ
เหมือนกับเอาเงินของคนรวยมาช่วยคนจน
แต่ได้ยินมาแว่วๆว่าสิ้นปีนี้จะมีถึง E80 เลย
จริงเท็จอย่างไรจะหาข้อมูลมายืนยันอีกทีครับ

tak200sx
25-04-2008, 04:58 PM
เช่นกันครับต้องการแหล่งที่มาของข้อมูล เพราะถ้าคำนวนอัตราภาษีจากที่คุณโพสไว้ จะต้องจ่ายภาษีมากกว่าเดิม ถึง 3 เท่า Oo

ส่วนน้ำมันE85 น่าจะเป็นทางเลือกนึงที่จะนำเข้ามาในปี 2553 ครับ โดยมีค่ายรถยนต์ที่พร้อมจะทำรถสนับสนุน2 รายคือ GM และ VOLVO ส่วน น้ำมันเบนซิน 91 95 ที่เรียกว่ายกเลิกเพราะ จะถูกเพิ่มเอทานอลเป็นส่วนผสมแทน กลายเป็น E10 เพื่อนำมารองรับรถในปัจจุบัน ดังนั้น คาดว่าปัจจัยที่จะทำให้ราคาน้ำมันและปัจจัยในการซื้อรถยนต์เปลี่ยนเปลงได้เยอะ ก็รถที่สนับสนุนน้ำมัน E20 และ E85 ส่วน NGV คงเป็นอีกปัจจัยนึงสำหรับคนที่ใช้รถในชีวิตประจำวันเยอะ

ข่าวอ้างอิง:http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000042231
http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews...D=9510000039528 (http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9510000039528)