Log in

View Full Version : ดู ภาพโป๊ sexy หนังx หนังโป๊ แอบถ่าย และช่วยตัวเอง ผิดศีลหรือบาป



musashishime
22-11-2007, 03:51 PM
ดูหนัง X และช่วยตัวเอง ผิดศีลหรือบาป

คำถามแยกเป็นสองประเด็นคือ
1. ดูภาพโป๊ sexy หนังx หนังโป๊ แอบถ่าย แล้วช่วยตัวเอง ผิดศีลหรือไม่
2. ดูภาพโป๊ sexy หนังx หนังโป๊ แอบถ่าย แล้วช่วยตัวเอง บาปหรือไม่

ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือความหมายของคำว่าศีลกับคำว่าบาป

"ศีล" นั้นแปลว่า "ปกติ" คือสิ่งหรือกติกาที่บุคคลจะต้องระวังรักษาตามเพศและฐานะ ศีลนั้นมีหลายระดับคือ ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ และศีล ๒๒๗ และในบรรดาศีลชนิดเดียวกันก็ยังจัดแบ่งออกเป็นระดับธรรมดา มัชฌิมศีล (ศีลระดับกลาง) และอธิศีล (ศีลอย่างสูง ศีลอย่างอุกฤษฏ์) ทั้งนี้ก็เพื่อความสงบสุขของสังคมโดยรวม ซึ่งมุ่งโดยตรงต่อความประพฤติเป็นหลัก

บาปคืออะไร ?
พิจารณาเทียบเคียงกับสิ่งของที่เสีย เรามีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไป เช่น บ้าน เสียเราเรียกบ้านชำรุด อาหารเสียเราเรียก อาหารบูด ฯลฯ คำ จำพวกที่ว่า บูด ชำรุด แตก หัก ผุพัง เน่า ขาด ขึ้นรา ฯลฯ ถ้าพูดรวม ๆ เรา เรียกว่า เสีย หมายความว่าไม่ดี
อาการเสียของจิตก็เหมือนกัน เราเรียกแยก ได้หลายอย่าง เช่น จิตเศร้าหมอง จิตเหลวไหล ใจร้าย ใจดำ ใจ ขุ่นมัว ฯลฯ แล้วแต่จะบอกอาการทางไหน คำว่า เศร้าหมอง เหลว ไหล ต่ำทราม ร้ายกาจ เป็นคำบอกว่าจิตเสีย ซึ่งความเสีย ของจิตนี้ทางศาสนาท่านใช้คำสั้น ๆ ว่า "บาป" คำ ว่าบาป จึงหมายถึง ความเสียของจิตนั่นเอง คือการ ที่ใจมีคุณภาพต่ำลง ไม่ว่าจะเสียในแง่ ไหนก็เรียกว่าบาปทั้งสิ้น

จากความหมายดังกล่าวข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า ดูภาพโป๊ sexy หนังx หนังโป๊ แอบถ่าย แล้วช่วยตัวเองไม่เป็นเหตุให้ศีลข้อกาเม ขาด (แต่อาจด่างหรือพร้อยถ้าหากช่วยตัวเองด้วยจิตใจที่อยากจะไปร่วมเพศกับ ญ อื่นที่มีเจ้าของ มีผู้ดูแล ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ)

อย่างไรก็ตาม การดูภาพโป๊ sexy หนังx หนังโป๊ แอบถ่าย แล้วเกิดอารมณ์กำหนัด ช่วยตัวเอง อันนี้ไม่ต้องอธิบายก็คงทราบกันดีสัมผัสทางรูป เสียง ผ่านตาหูเข้าไปที่ใจเกิดความยึดมั่น ความหลง ก่อให้เกิดอารมณ์กำหนัด ซึ่งเป็นอารมณ์ฝ่ายต่ำ จิตย่อมเศร้าหมอง ซึ่งในเรื่องจิตเศร้าหมองนี้พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ชัดในหลักคำสอนที่สำคัญซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาเพื่อให้พระสาวกได้นำไปใช้เป็นหลักในการเผยแพร่และสั่งสอนไว้ ๓ ประการคือ
1 "สพฺพปาปสฺส อกรณํ" เว้นจากทำบาปทั้งปวง คือการไม่ประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ
2 "กุสลสฺสูปสมฺปทา" ทำความดีสร้างกุศล คือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ
3 "สจิตฺตปริโยทปนํ" ทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ จากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง (ทำสมาธิ เจริญปัญญา)

ดังนี้ คงเป็นที่ชัดแล้วว่า แม้ไม่ผิดศีลก็บาปได้ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

จึงนำความมาบอกกล่าวให้ทราบ ด้วยความจริงใจ ขอท่านจงพิจารณาตามควรแก่กรณี
1.ทำให้จิตตกต่ำ สมาธิเสื่อม แต่ไม่ผิดศีล

2.ตั้งใจทำให้อสุจิเคลื่อน บาป ผิดศีล ทำให้สิ่งมีชีวิตหลายล้านตัว ตายไป

credit : naruphol

razor
27-11-2007, 03:36 PM
ผมว่านะในความคิดของคนเรานั้น ว่าจะบาปหรือว่าผิดศีลมันอยู่ที่จิตใจของเรามากกว่าบางสิ่งบางอย่างเราไม่ได้อยากที่จะทำซักเท่าไหร่ แต่ว่ามันจำใจต้องทำลงไปเพราะเป็นเรื่องธรรมชาติ ในสายตาคนอื่นนั้นอาจมองว่ามันผิดแต่ถ้าหากจิตใจของเราบริสุทธิ์ผมว่ามันไม่บาปหรอก

ntspirit11
27-11-2007, 08:53 PM
จึงนำความมาบอกกล่าวให้ทราบ ด้วยความจริงใจ ขอท่านจงพิจารณาตามควรแก่กรณี
1.ทำให้จิตตกต่ำ สมาธิเสื่อม แต่ไม่ผิดศีล

2.ตั้งใจทำให้อสุจิเคลื่อน บาป ผิดศีล ทำให้สิ่งมีชีวิตหลายล้านตัว ตายไป[/b]

เอ่อ จะมีใครกล้า ... มั้ยเนี่ย (ข้อ 1 นี่ สะเืทือนอย่างแรง)

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน นะครับ อย่าไปคิดมาก แล้วก็เห็นด้วยกับ ท่าน razor ตรงที่


จะบาปหรือว่าผิดศีลมันอยู่ที่จิตใจของเรามากกว่าบางสิ่งบางอย่างเรา ไม่ได้อยากที่จะทำซักเท่าไหร่ แต่ว่ามันจำใจต้องทำลงไปเพราะเป็นเรื่องธรรมชาติ[/b]

spicydog
30-11-2007, 01:15 AM
คิดหนักเลยเจองี้
อย่างนี้แล้ว บาปแบบนี้ก็ไม่มีการชดใช้อะซิครับ
ไม่อย่างนั้นจะชดใช้กันอย่างไร

ถ้าเป็นหนังxที่เขาโดนแอบถ่าย อันนั้นยอมรับครับว่าบาป
แต่หนังxก็เยอะนะครับ ที่เจ้าตัวจงใจต้องการถ่าย

แล้วอย่างนี้ คนที่ต้องการให้ถ่าย ก็บาปก่อน แล้วคนที่ดู ก็บาปอีก แล้วใครเป็นคนต้องเอาคืนล่ะครับ - -" งงแท้ๆ

nant
09-12-2007, 12:50 PM
บางอย่างเราไม่ได้อยากที่
จะทำซักเท่าไหร่ แต่ว่ามันจำใจต้องทำลงไปเพราะเป็นเรื่องธรรมชาติ ในสายตาคนอื่นนั้นอาจมองว่ามันผิดแต่ถ้าหากจิตใจของเราบริสุทธิ์ผมว่ามันไม่บาปหรอก [/b]

ผมว่าขึ้นอยู่กับคู่กรณีเรา ถ้าคู่กกรณีเค้าไม่พอใจก็น่าจะบาป

yoarzaii
09-12-2007, 05:00 PM
ผมว่านะในความคิดของคนเรานั้น ว่าจะบาปหรือว่าผิดศีลมันอยู่ที่จิตใจของเรามากกว่าบางสิ่งบางอย่างเราไม่ได้อยากที่จะทำซักเท่าไหร่ แต่ว่ามันจำใจต้องทำลงไปเพราะเป็นเรื่องธรรมชาติ ในสายตาคนอื่นนั้นอาจมองว่ามันผิดแต่ถ้าหากจิตใจของเราบริสุทธิ์ผมว่ามันไม่บาปหรอก
[/b]
เรื่องตรงที่จิตใจบริสุทธิ์อ่ะครับ ถามหน่อยถ้า ฆ่าคน ปล้นบ้านคนอื่น แล้วทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ก็ไม่บาปสิครับท่าน
ผมว่าเขาอธิบายไว้ชัดแล้วนะครับ ลองคิดให้เป็นกลางหน่อยสิครับ เข้าข้างตัวเองมากไปอะไรก็ถูกหมดหน่ะสิ
ทางแก้ที่ดีคือ พยายามหลีกเลี่ยงไงครับ แล้วไอสิ่งที่ว่าก็จะไม่เกิด

madzleng
15-01-2008, 04:22 PM
เอ่อ ขอโทษนะครับที่ความเห็นของผมอาจจะตรงและทื่อไปหน่อย
แต่ผมขอถามกลับหน่อยว่า ...

1.มีคนจิตปกติกี่คนบนโลกใบนี้ที่ไม่เคยช่วยตัวเอง ?
2.สิ่งมีชีวิตเพศผู้ทั้งหมดในโลก ต้องการผสมพันธ์มากกว่า 1 คู่
เป็นเหตุผลให้มีโอกาศที่เผ่าพันธ์จะดำรงค์อยู่ได้มากที่สุด ผิดไหม ? (มองแบบเปิดใจนิดนึง)
3.อสุจิไม่ได้นับว่าเป็นสิ่งมีชีวิต ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ กล่าวคืออสุจิิไม่สามารถเจริญเติบโต และสืบสายพันธ์อสุจิได้
4.การเก็บกดหรืออัดดั้นอารมณฺความรุ้สึกนั้นจะทำให้จิตใจ "ผ่องใส" จริงหรือ ?

ฯลฯ

คือต้องขอโทษด้วยนะครับ ถ้าคำถามย้อนของกระผมไปกระทบกระทั่งอะไรใครเข้า
แต่เนื่องจากทั้งชีวิตของผมเรียนวิทยาศาสตร์มาทั้งชีวิต
การเชื่อทันทีที่ได้รับข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

หวังว่าคำถามย้อนกลับของผมนั้นคงจะมีประโยชน์ในด้านแนวคิดให้กับหลายๆคนนะครับ ^^

yodrak
15-01-2008, 04:33 PM
ถ้าถามว่า ผิดศีลธรรมไหม มันอยู่ในข่าย ก้ำกึ่ง นะ ผมว่าไม่ผิด เพราะมันเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำเองได้สำหรับการช่วยตัวเอง แต่การดู x ผมว่าผิดจรรยาบรรของความเป็นคน อันเป็นต้นเหตุ ของการช่วยตัวเอง และคดีอื่นๆ ตามมา อีกมากมาย อะนะ

gway
18-02-2008, 10:59 PM
ขอบคุณมากครับ สำหรับความรูแหะ หลากความเห็น :)

essoonline
19-02-2008, 01:22 AM
เหอะๆ แล้วแต่คนจะคิดมั้งครับ

rmninthailand
19-02-2008, 01:51 AM
ผมว่าไม่ปาบครับ เพราะมายได้ไปค่มขืนใจใคร ช่วยตัวเองยังช่วยลดอาชญากรรมอีกต่างห่าง
ผมว่าไม่ปาบแน่นอน

patrick
19-02-2008, 09:34 AM
ขอบคุณคับ :lol: ชอบจังเยยยยย คับ

yorke1985
19-02-2008, 12:58 PM
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า การดูหนัง x เป็นหนึ่งในรูปแบบของการปลดปล่อยตัวเองจากสภาพความกดดันรอบข้าง
และความเครียดที่ถูกสะสมขึ้น ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งจะนำไปสู่กระบวนการที่เรียกว่าการปลดปล่อยเต็มขั้น (การช่วยตัวเอง)
โดยทางเทคนิคแล้ว ถ้าหากเรารู้สึกดีจากการสำเร็จด้วยตัวเองโดยที่ไม่กระเทือนถึงภาวะมวลรวมของสังคมก้อนับว่าใช้ได้

marzumi
23-02-2008, 03:51 AM
<_< อันนี้แล้วแต่บุคคล ครับ

ส่วนตัวแล้ว ไม่ค่อยหมดมุ่น ซักเท่าไหร่ :P

hartmawin
29-02-2008, 05:46 PM
คนก็เป็นสัตย์
ความต้องการก็เป็นเพียงอารมณ์ของสัตย์

พระพุทธเจ้าสอนให้คนคิด พระองค์ทรงตรัสด้วยสติปัญญาว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร
สิ่งใดทำแล้วดี อย่างไร สิ่งใดทำแล้วเกิดโทษ อย่างไร

การที่เราช่วยตัวเองผมจึงเห็นเป็นเรื่องธรรมดา
และผมยังเห็นว่ามันดีกว่าการที่จะต้องไประบายกับคนอื่น
ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน

Ps. ความเห็นส่วนบุคคลครับ = =v
Ps2. ปกติไม่โพสเพราะกัว แต่บทความสะเทือนใจ ( T -T)v

superfast
10-03-2008, 11:17 PM
เรื่องนี้หากใครได้เคยฟังเทปบรรยายของท่านพุทธทาสในหัวข้อเรื่อง
กามารมณ์ การสมรส การสืบพันธุ์ การสืบสกุล ของท่านพุทธทาส

ก็จะพบว่ามันเป็นเช่นนี้เอง

กล่าวคือ หากมนุษย์เราไม่มีความรู้สึกใคร่อยากขณะที่มีทำการ... แล้ว มนุษย์ก็คงจะสูญพันธ์ไปนานแล้ว ดังนั้น มันจึงเป็นเช่นนั้นเอง

โหลดเทปบรรยายของท่านพุทธทาสในหัวข้อเรื่อง กามารมณ์ การสมรส การสืบพันธุ์ การสืบสกุล ได้ที่นี่

**Hidden Content: Check the thread to see hidden data.**

pohchara
14-03-2008, 11:28 AM
เอ่อ ขอโทษนะครับที่ความเห็นของผมอาจจะตรงและทื่อไปหน่อย
แต่ผมขอถามกลับหน่อยว่า ...

1.มีคนจิตปกติกี่คนบนโลกใบนี้ที่ไม่เคยช่วยตัวเอง ?
2.สิ่งมีชีวิตเพศผู้ทั้งหมดในโลก ต้องการผสมพันธ์มากกว่า 1 คู่
เป็นเหตุผลให้มีโอกาศที่เผ่าพันธ์จะดำรงค์อยู่ได้มากที่สุด ผิดไหม ? (มองแบบเปิดใจนิดนึง)
3.อสุจิไม่ได้นับว่าเป็นสิ่งมีชีวิต ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ กล่าวคืออสุจิิไม่สามารถเจริญเติบโต และสืบสายพันธ์อสุจิได้
4.การเก็บกดหรืออัดดั้นอารมณฺความรุ้สึกนั้นจะทำให้จิตใจ "ผ่องใส" จริงหรือ ?

ฯลฯ

คือต้องขอโทษด้วยนะครับ ถ้าคำถามย้อนของกระผมไปกระทบกระทั่งอะไรใครเข้า
แต่เนื่องจากทั้งชีวิตของผมเรียนวิทยาศาสตร์มาทั้งชีวิต
การเชื่อทันทีที่ได้รับข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

หวังว่าคำถามย้อนกลับของผมนั้นคงจะมีประโยชน์ในด้านแนวคิดให้กับหลายๆคนนะครับ ^^
[/b]

ผมว่าตรงนี้ที่คุณmadzlengกล่าวอะครับ
ในความคิดผมผมว่า ตามหลักวิทยาศาสตร์ อาจบอกว่าอสุจิไม่นับเป็นสิ่งมีชีวิต แต่ ในความเป็นจริง
พวกเราๆก็รู้กันดีนี้ครับ ถ้าไม่มีอสุจิเราก็ไม่สามารถมานั้งเล่นคอมกันอยู่ได้จนทุกวันนี้
ในความคิดผมผมว่าบาปครับ มันแล้วแต่ดุลพินิจของคนครับ

zero300000
15-03-2008, 03:33 PM
ผมว่าไม่ปาบครับ เพราะมายได้ไปค่มขืนใจใคร ช่วยตัวเองยังช่วยลดอาชญากรรมอีกต่างห่าง
ผมว่าไม่ปาบแน่นอน
[/b]

เห็นด้วยครับ

เพราะความต้องการทางเพศเป็นเร่ืองธรรมชาติของมนุษย์ครับ

อยู่ที่ว่าใครรู้จักควบคุมความต้องการของตนเอง

และหาวิธีปลดปล่อยความต้องการของตัวเองออกมาอย่างมีศาสตร์และศิลป์

โดยเฉพาะต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อนครับ

ปล.ใครมีแฟนก็ไม่ลำบากนะครับ เอิ๊กๆ :D

luckyjan
17-03-2008, 08:31 PM
เราว่า... ถึงเวลาก็ต้องมีสิ่งที่มาทดแทนเรื่อย ๆ เหมือนกับ สิ่งที่อยู่ในร่างกาย เซลล์ต่าง ๆ ก็มีอันตายไปทุกวัน ดังนั้นการทำอย่างนั้นไม่น่าผิด ศีล ไม่น่าบาปนะ เพราะถึงเวลาก็ต้องออกมาอยู่ดีตามธรรมชาติของคน ไม่ว่าหญิงหรือชายก็เป็นน่ะ แต่หญิงไม่มีน่ะนะ แค่ว่าทำมากไปก็เสียสุขภาพเท่านั้นเอง :lol:

fluoride
17-03-2008, 09:07 PM
ผมว่า ถ้าบาปน่ะ ก็คงบาปตั้งแต่เราเกิดแล้วครับ
1.เราทำให้แม่ต้องเจ็บปวด ตอนตั้งครรภ์
2.เราคงบาปเวลาฆ่าเชื้อโรค (ล้างห้องน้ำ ล้างแผล)
3.เราคงบาปอีกเช่นกันเวลากินยาฆ่าเชื้อ ต่างๆ
4.และผมคิดว่าการ ช่วยตัวเองนั้น ไม่ผิดศิลธรรม ถ้าเราไม่ทำให้ผิดศิลธรรมครับ ก็คือ เราทำของเราเองไม่ได้เอาไปโชว์ไปอวดคคนอื่นนี่นาและมันยังเป็นการผ่อนคลายความเครียดได้ด้วยน่ะคับ เพราะฉะนั้นผมว่าไม่ผิดศิลธรรมและไม่บาปหรอกคับ เป็นเรื่องธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอและเป็นครับ อย่างที่หลายๆคนบอก ถ้าไม่ทำสิแปลก ขนาดบางคนมีภรรยา ก็ยังแอบทำเลยครับ

sol001
19-03-2008, 04:17 PM
ก้อเหมือนกับการทำลายสิ่งมีวิตๆหนึ่ง ทั้งๆที่มันก้อยังสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ถ้าเป็นฝันเปียกคงม่ายเปงรัยมั้ง

boing222
19-03-2008, 04:39 PM
ผมว่าแล้วแต่คนจะคิดอะนะ ผมเห็นด้วยกับท่าน razor อะ

zirius
22-03-2008, 10:36 PM
ส่วนตัว ผมคิดว่า ไม่น่าจะบาป หรือผิดศีลอะไรนักหรอกนะครับ

ผมคิดว่า มันขึ้นอยู่กับว่า คุณมอง"น้ำ" เป็นสิ่งมีชีวิตรึป่าว ? ถ้าเป็น คุณจงใจฆ่ามันรึปล่าว ?

ถ้าไม่ มันทำให้อาชญกรรมลดลงรึปล่าว? อัตราการเสียชีวิต หรืออัตราการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของคุณ เสื่อมรึปล่าว?



ทุกอย่างมันเป็นคำถามที่คุณต้องตอบตัวเองทั้งนั้นแหละครับ จิตไม่เป็นอกุศล ก้อน่าจะเป็นจิตที่บริสุทธิ์....รึปล่าว ?

iamqkrab
24-03-2008, 12:12 AM
ผมว่าไม่น่าปาปนะครับ

lemongreen
26-01-2009, 03:04 AM
ผมว่าบาป อยู่ที่

1 เจตนา สันดาน คือกุตั้งใจทำบาป นี่กรรมจะหนักมาก บางครั้งเราจะได้ยินข่าวแปลกๆๆ เช่น คนค้าเนื้อ เวลาป่วยหรือตายมักร้องเปนเสียงสัตว์

ที่ตนฆ่า

2.ทำบาปกะผู้มีบุญ หรือมีพระคุรแก่เรา กรณี หนึ่งมีพระท่านหนึ่งคิดจะทำร้ายพระพุทธเจ้า สุดท้ายแม้สำนึกก็ถูกธรณีสูบ หรือ ฆ่าพ่อแม่ถ้าจำไม่ผิด พระสีวะลีชาติก่อน ท่านกระทำอันเป็นเหตุให้พ่อตาย ต้องตกนรกจนได้มีโอกาศมาเกิดอีกชาติในสมัยของพระพุทธเจ้าเรา กลับมาเป็นพระอรหันต์ทัน


สรุปง่ายๆๆๆ เห็นอย่างงี้แล้วมาทำความดี ดีกว่า ทำไปก้ไม่เสียหาย ได้รับความสบายใจ ตายเพราะความดีเรายังไงก็ภูมิใจ

ดูให้ยาวๆๆๆ แล้วทำความดีมีแต่ได้กับได้นะครับ :D :D


ปล. ใครอยากรวยให้บูชาพระสีวลีดูนะครับ พระพุทธเจ้ายังยกย่องว่าไม่มีใครมีลาภมากกว่าพระสีวะลีแล้ว เคล็ดลับ google ช่วยคุณได้

อนุโมทนา คับ :)

Atimis
26-01-2009, 06:19 PM
2.ตั้งใจทำให้อสุจิเคลื่อน บาป ผิดศีล ทำให้สิ่งมีชีวิตหลายล้านตัว ตายไป[/b]

อย่าง ที่หลายๆคนว่ากัน อสุจิถือว่าไม่มีชีวิต นะครับ ถ้าดูทางกายภาพ อาจจะบอกว่า ขยับได้ด้วยตังเอง กินอาหารได้(กลูโคสจากร่างกาย)

แต่ว่ายังไม่ถือเป็นสิ่งมีชีวิตนะ เพราะยังขาดอีกหลายปัจจัย ถ้าเทียบกับหมุษย์จะห่างไกลมาก แต่ถ้าเทียบจากที่ใกล้เคียง

ก็ พวก พารามีเซียม ยูกรีนา พวกนี้เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว(ชั้นต่ำสุด) ที่คล้ายกับอสุจิ แต่ต่างกันที่ สืบพันธุ์ได้(แบ่งเซลล์)

กินอาหารได้ และขับถ่ายของเสียได้ ส่วนอสุจิ แม้จะกินได้ กับเคลื่อนที่ได้ แต่ยังไม่จัดเป็นสิ่งมีชีวิต เนื่องจาก ถูกสร้างโดยร่างกาย

ยกตัวอย่างสิ่งที่คล้ายกับอสุจิในตัวเราคือเม็ดเลือดขาวไงครับ เคลื่อนไหวได้ (แต่ไม่ตเ้องกิน) ถูกสร้างขึ้นจาดไขกระดูก

และยังสามารับจับ(ทำลายโดย ฟาโกไลโทซิส)เชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกายได้ แต่ไม่มีชีวิต

เพราะฉนั้น คงไม่บาปอ่ะนะ คล้ายๆกับผู้หญิงที่เป็นประจำเดือน แล้วขับเลือดเสียออกนอกร่างกายไงครับ

reverrainz
27-01-2009, 05:25 AM
สำหรับผมนะ เรื่องของบาป หรือไม่บาป ผมไม่ได้เอามานั่งคิดหรอก เพราะบางครั้ง ของแบบนี้ก็ต้องเกิดขึ้นและคิดว่ามันก็ยังดีกว่า ไปทำจริงๆ ^^"

zoro88
05-02-2009, 11:48 PM
ผมเคยถามอาจารย์ ท่านหนึ่งที่เคยบวชมาแล้ว
พวกผมก็ถามท่านว่า การช่วยตัวเองนั้นบาปไหม
ท่านก็ได้กล่าวกับพวกผมไว้ว่า
การช่วยตัวเองนั้น บาป แต่ ยังไงก็ บาปน้อยกว่าการที่เราไปมีอะไรก็ไป ฉุด ไป ข่มขืน คนอื่น
การช่วยตัวเองนอกจากเป็นสุข แล้วยังไม่ทำให้ใครเดือดร้อนด้วย :P

Classic07
25-02-2009, 06:12 PM
ตามที่ผมได้เคยเรียนเรื่อง ศีลกับบาปมานะครับ
พระอาจารย์ท่านบอกว่า บาปเนี่ย มีบาปหลายละดับครับ
เช่น การที่เราตบยุงตายเนี่ย ต้องคิดก่อนว่า
1.เราตบพร่ำเพรื่อ อยู่ดีๆก็ไปตบทั้งๆที่มันไม่ได้กัด
2.เราตบเพราะว่ามันกัดเรา
3.เราตบเพราะคัน ไม่รู้ว่ายุงกัด
ก็จะบาปไม่เท่ากันครับ
แล้วอย่างกรณี ดูหนังเอ็ก แล้ว...เนี่ย พระอาจารย์บอกว่า ถ้ายังไม่ไม่ปฏิสนธิ (เป็น zygote) ไม่บาปนะครับ อีกอย่างคือ เราก็ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใครซักหน่อย แต่เราก็ไม่ควรจะหมกหมุ่นมากนะครับ เสียการงาน เสียการเรียนหมดครับ

kichinto
25-02-2009, 09:22 PM
บาปไม่บาป ก็อย่าให้หมกมุ่นมากเกินไปนะครับ ปล่อยไปตามธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ปล่อยปะละเลยตามกิเลสของตนเอง
บางครั้งก็ระบายบ้าง บางครั้งก็ต้องข่มใจบ้างคิดซะว่า

การที่เราช่วยตัวเองบ่อยๆ จนติดเป็นนิสัย เพื่อระบายความใคร่ง่ายๆ บ่อยครั้งเราจะล้ำเส้นไปทำอย่างอื่นต่อที่มากกว่า เพราะเราไม่รู้จักข่มใจ
จากความเคยชินเป็นนิสัยครับผม ช่วยตัวเองนานๆครั้งก็ดี แต่ไม่บ่อยเกินไปครับ เดินทางสายกลางพอดีๆ

ทำบ่อยเกินไปก็จะนำไปสู่ทางบาปได้ง่ายๆ ไม่เห็นคุณค่าของความรักจากเพศสัมพันธ์ที่แท้จริง ก็จำทำให้เราเห็นแก่ตัวมั่วแต่เนื้อหนังครับ
แล้วจะพาลเป็นคนไม่ดีเอาง่ายๆ

สรุป พอดีๆ อย่ามากเกินไป อย่าน้อยเกินไป ... พยายามดำเนินชีวิตตามปกติ รู้จักรักมากกว่าใคร่ครับผม

Pe3z`
26-02-2009, 10:22 AM
มันก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร แล้วก็อไม่ได้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเด๋วนะครับ แต่ยัไงก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนและกัน ^^

tmriddle
28-02-2009, 01:50 AM
ผิดศีลหรือไม่?
-ต้องถามว่าศีลอะไร ถ้าศีล5ไม่ผิดแน่นอน แต่ถ้าเป็นศีลระดับสูง เช่น ศีล 227 ผิดแน่
บาปหรือไม่?
-ถ้าทำแล้วจิตใจเศร้าหมองก็บาป แต่ถ้าทำเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ตามธรรมชาติ มิได้หมกมุ่น ไม่บาปนะครับ

bizkitmc02
08-03-2009, 07:55 PM
การที่คนเรานั้นมีอารมณ์ทางเพศนั้นไม่ถือเป็นผิดอะไร

เป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล สถานะของตัวเอง

ว่าเหมาะสมหรือไม่ ถึงการแสดงออกมาในทางเพศ

ดูหนังโป๊ น้อยคนนักที่ไม่เคยดู ถ้าไม่เคยช่วยตัวเองก็ไม่ถือว่าเป็นผู้ชาย

โดยส่วนตัวแล้ว ถ้าเป็นในรูปพระสงฆ์ ก็ต้องผิดศิล แต่ไม่บาป

ที่ผิดศิล ก็แสดงถึงสิ่งที่ไม่ควรในรูปพระสงฆ์ที่ผูคนกราบไหว้บูชา

blackmaskboy
25-03-2009, 05:35 PM
ผมเห็นด้วยกับหลายคนที่ว่า มันอยู่ที่จิตใจนะครับ
สำหรับผมในด้านของเรื่องจิตใจไม่ได้เฉพาะเจาะจงเรื่องแบบนี้
แต่ผมว่า ทุกเรื่อง นะครับ
ถึงเราจะไปทำบุญ หรือ ทำทานอะไรก็แล้วแต่
หากเราไม่มีโอกาสได้แสดงมันออกมา หรืออะไรก็ตาม
แค่จิตใจเรา คิดจะทำ ผมว่าก็คงได้รับบุญแล้วล่ะครับ
ของแบบนี้ ถึงแม้ว่าเราทำไป เพื่อ ระบายอารมณ์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
แต่จิตใจเรา ไม่ได้คิดจะทำด้วยวิธีบาป หรืออะไรก็แล้วแต่
ผมว่า มันก็ไม่บาปหรอกครับ :)

Whippii
27-03-2009, 12:04 PM
ผมว่าถ้าทำไปโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ใคร หรือไปทำให้ใครทุกข์กายและใจ

ก็ไม่น่าจะผิดศีลหรือบาปหรอกครับ

ช่วยตัวเองดีกว่าไป....กับคนอื่นนะครับ ไม่สร้างความเสื่อมเสีย

สบายใจกว่ากันเยอะ <_<

nui_dinga
27-04-2009, 10:24 AM
เอ่อ เรื่องนี้ไม่ขอออกความเห็นอะนะ
แต่เท่าที่เห็นรู้สึกว่ากระทู้นี้คนตอบเยอะกันเชียวนะ
โดยเฉพาะผู้ชายอะ
แหมๆๆ

PKXZERO
21-05-2009, 10:14 AM
เรื่องธรรมดาสามัญละมั้งครับ



เพราะมนุษย์ เกิดมาเพื่อสืบพันธุ์ นี่คับ เพื่อ เพิ่มจำนวนไม่ให้ศูนย์พันธุ์

เรื่องธรรมชาติครับ

ถ้าหากไม่ช่วยตัวเอง ผลจะเป็นไง อาจจะมีคดี ข่มขืนมากกว่านี้ก้อได้ (มั้ง)

7Up
21-05-2009, 12:06 PM
ผมว่า ไม่ผิดศีล แล้วก็ไม่บาปหรอก

สิ่งที่เราำทำแล้วมีความสุขสำหรับตัวเรา และไม่เบียดเบียนผู้อื่นแล้วก็ไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม ก็ดีล่ะ ^^

CrystalShade
16-06-2009, 12:37 AM
เรื่องธรรมดาสามัญละมั้งครับ
เพราะมนุษย์ เกิดมาเพื่อสืบพันธุ์ นี่คับ เพื่อ เพิ่มจำนวนไม่ให้ศูนย์พันธุ์

เรื่องธรรมชาติครับ

ถ้าหากไม่ช่วยตัวเอง ผลจะเป็นไง อาจจะมีคดี ข่มขืนมากกว่านี้ก้อได้ (มั้ง)
[/b]


เห็นด้วยนะครับ เรื่องธรรมชาิติ แถมทำแล้วไม่เดือดร้อนใครอ่ะ แต่หมกหมุ่นมากไปก็ไม่ดีนะครับ เดี๋ยวเกิดติดใจช่วยตัวเองไม่พอจะ ออกไปเที่ยวช่วยคนอื่นจนเกิดคดีตามมาอีก :P พูดแล้วก็น่ากลัวสมัยนี่ส่ือพวกนี้ค่อนข้างจะเป็นตัวยั่วยุด้วย


ถ้าพอใจอยุ่การช่วยตัวเอง เรื่องพิดศีลผมว่าคงไม่นะครับ ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใคร

ปล. ผมไม่ใช่พวกชอบช่วยตัวเองขนาดนั้นนะ กลัวจะเข้าใจพิด อิอิ

BirdOfJc
16-06-2009, 02:13 AM
จิงแล้วผิดครับ บาปครับ มนุย์นั้นจริงๆแล้วเรามีคู่มือในการดำเนินชีวิตอยู่แล้ว มนุษย์มาจากไหนมีคำตอบแล้ว ไม่ได้มาจากลิงเพราะทุกวันนี้ก็ไม่เห็นลิงเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น และไม่เห็นมนุษย์เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น
ปฐก 1:1 - 31

(1) ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน
(2) แผ่นดินก็ว่างเปล่าความมืดอยู่เหนือน้ำและพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น
(3) พระเจ้าตรัสว่า"จงเกิดความสว่าง"ความสว่างก็เกิดขึ้น
(4) พระเจ้าทรงเห็นว่าความสว่างนั้นดีและทรงแยกความสว่างออกจากความมืด
(5) พระเจ้าทรงเรียกความสว่างนั้นว่าวันและความมืดนั้นว่าคืนมีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันแรก
(6) พระเจ้าตรัสว่า"จงมีภาคพื้นในระหว่างน้ำแยกน้ำออกจากกัน"
(7) พระเจ้าทรงสร้างภาคพื้นนั้นขึ้นแล้วทรงแยกน้ำที่อยู่ใต้ภาคพื้นออกจากน้ำที่อยู่เหนือภาคพื้นก็เป็นดังนั้น
(8) พระเจ้าจึงทรงเรียกภาคพื้นนั้นว่าฟ้ามีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่สอง
(9) พระเจ้าตรัสว่า"น้ำที่อยู่ใต้ฟ้าจงรวมอยู่แห่งเดียวกันที่แห้งจงปรากฏขึ้น"ก็เป็นดังนั้น
(10) พระเจ้าจึงทรงเรียกที่แห้งนั้นว่าแผ่นดินและที่ซึ่งน้ำรวมกันนั้นว่าทะเลพระเจ้าทรงเห็นว่าดี
(11) พระเจ้าตรัสว่า"แผ่นดินจงเกิดพืชคือผักหญ้าที่มีเมล็ดและต้นไม้ที่ออกผลมีเมล็ดในผลตามชนิดของมันบนแผ่นดิน"ก็เป็นดังนั้น
(12) แผ่นดินก็เกิดพืชคือผักหญ้าที่มีเมล็ดตามชนิดของมันและต้นไม้ที่ออกผลมีเมล็ดในผลตามชนิดของมันพระเจ้าทรงเห็นว่าดี
(13) มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่สาม
(14) พระเจ้าตรัสว่า"จงมีดวงสว่างบนฟ้าเพื่อแยกวันออกจากคืนให้ดวงสว่างเป็นหมายกำหนดฤดูวันปี
(15) และให้เป็นดวงสว่างบนฟ้าเพื่อส่องสว่างบนแผ่นดิน"ก็เป็นดังนั้น
(16) พระเจ้าได้ทรงสร้างดวงสว่างขนาดใหญ่ไว้สองดวงให้ดวงใหญ่ครองวันดวงเล็กครองคืนพระองค์ทรงสร้างดวงดาวต่างๆด้วย
(17) พระเจ้าทรงตั้งดวงสว่างเหล่านี้ไว้บนฟ้าให้ส่องสว่างบนแผ่นดิน
(18) ให้ครองวันและคืนและแยกความสว่างออกจากความมืดพระเจ้าทรงเห็นว่าดี
(19) มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่สี่
(20) พระเจ้าตรัสว่า"น้ำจงอุดมด้วยฝูงสัตว์ที่มีชีวิตและนกจงบินไปมาข้ามฟ้าเหนือแผ่นดิน"
(21) พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่และสัตว์ที่มีชีวิตนานาชนิดซึ่งแหวกว่ายอยู่ในน้ำเป็นฝูงๆตามชนิดของมันและนกต่างๆตามชนิดของมันพระเจ้าทรงเห็นว่าดี
(22) พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่สัตว์เหล่านั้นว่า"จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มน้ำในทะเลและให้นกทวีมากขึ้นบนแผ่นดิน"
(23) มีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่ห้า
(24) พระเจ้าตรัสว่า"แผ่นดินจงเกิดสัตว์ที่มีชีวิตตามชนิดของมันคือสัตว์ใช้งานสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ป่าตามชนิดของมัน"ก็เป็นดังนั้น
(25) พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ป่าตามชนิดของมันสัตว์ใช้งานตามชนิดของมันและสัตว์ต่างๆที่เลื้อยคลานบนแผ่นดินตามชนิดของมันแล้วพระเจ้าทรงเห็นว่าดี
(26) แล้วพระเจ้าตรัสว่า"ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาตามอย่างของเราให้ครอบครองฝูงปลาในทะเลฝูงนกในอากาศและฝูงสัตว์ให้ปกครองแผ่นดินทั่วไปและสัตว์ต่างๆที่เลื้อยคลานบนแผ่นดิน"
(27) พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ตามพระฉายาของพระเจ้านั้นพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นและได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง
(28) พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่มนุษย์ตรัสแก่เขาว่า"จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดินจงมีอำนาจเหนือแผ่นดินจงครอบครองฝูงปลาในทะเลและฝูงนกในอากาศกับบรรดาสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดิน"
(29) พระเจ้าตรัสว่า"ดูเถิดเราให้พืชที่มีเมล็ดทั้งหมดซึ่งมีอยู่ทั่วพื้นแผ่นดินและต้นไม้ทุกชนิดที่มีเมล็ดในผลของมันแก่เจ้าเป็นอาหารของเจ้า
(30) ฝ่ายสัตว์ทั้งหลายบนแผ่นดินนกทั้งปวงในอากาศและบรรดาสัตว์เลื้อยคลานบนแผ่นดินทุกสิ่งทุกอย่างที่มีลมปราณนั้นเราให้พืชเขียวสดทั้งปวงเป็นอาหาร"ก็เป็นดังนั้น
(31) พระเจ้าทอดพระเนตรสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ทรงสร้างไว้ทรงเห็นว่าดีนักมีเวลาเย็นและเวลาเช้าเป็นวันที่หก

เรื่องความบาปจากสิ่งที่มนุษย์ทำ การช่วยตัวเอง
ลนต 15:2 - 33

(2) "จงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่าเมื่อผู้ใดมีสิ่งไหลออกจากร่างกายสิ่งที่ไหลออกของเขานั้นเป็นมลทิน
(3) ต่อไปนี้เป็นกฎเกี่ยวด้วยเรื่องมลทินของเขาเนื่องด้วยสิ่งที่ไหลออกร่างกายของเขาจะมีสิ่งไหลออกหรือสิ่งที่ไหลออกคั่งอยู่ในร่างกายของเขาก็ดีเรื่องนี้เป็นมลทินแก่เขา
(4) เตียงนอนซึ่งผู้ใดที่มีสิ่งไหลออกขึ้นไปนอนเตียงนั้นก็เป็นมลทินทุกสิ่งที่เขารองนั่งก็เป็นมลทิน
(5) ผู้ใดที่แตะต้องเตียงของเขาต้องซักเสื้อผ้าของตนและอาบน้ำและจะเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(6) ผู้ใดไปนั่งบนสิ่งที่ผู้มีสิ่งไหลออกได้นั่งก่อนผู้นั้นต้องซักเสื้อผ้าของตนและอาบน้ำและจะเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(7) ผู้ใดไปแตะต้องร่างกายของผู้ที่มีสิ่งไหลออกผู้นั้นต้องซักเสื้อผ้าของตนและอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(8) และถ้าผู้ใดที่มีสิ่งไหลออกนั้นถ่มน้ำลายรดผู้ที่สะอาดเข้าผู้ที่ถูกน้ำลายรดต้องซักเสื้อผ้าและอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(9) และอานใดๆซึ่งผู้มีสิ่งไหลออกนั่งอยู่อานนั้นก็เป็นมลทิน
(10) ผู้หนึ่งผู้ใดแตะต้องสิ่งที่รองเขาอยู่นั้นผู้นั้นจะเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็นและผู้ใดที่หยิบถือสิ่งนั้นต้องซักเสื้อผ้าของตัวและอาบน้ำและมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(11) ผู้ที่มีสิ่งไหลออกแตะต้องผู้ใดด้วยมือที่มิได้ล้างผู้ถูกแตะต้องนั้นต้องซักเสื้อผ้าของตัวและอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(12) ภาชนะดินซึ่งผู้มีสิ่งไหลออกแตะต้องให้ทุบเสียและภาชนะไม้ทุกอย่างก็ให้ชำระเสียด้วยน้ำ
(13) "เมื่อผู้มีสิ่งไหลออกได้ชำระสิ่งไหลออกของเขาแล้วเขาต้องนับการชำระของเขาให้ครบเจ็ดวันและเขาต้องซักเสื้อผ้าและอาบน้ำที่ไหลเขาจึงจะสะอาด
(14) ในวันที่แปดให้เขานำนกเขาสองตัวหรือนกพิราบหนุ่มสองตัวมาต่อพระพักตร์พระเจ้าที่ประตูเต็นท์นัดพบและมอบของเหล่านั้นให้แก่ปุโรหิต
(15) ให้ปุโรหิตถวายบูชาคือถวายนกตัวหนึ่งเป็นเครื่องถวายบูชาไถ่บาปและนกอีกตัวหนึ่งเป็นเครื่องเผาบูชาและปุโรหิตจะทำการลบมลทินของเขาต่อพระเจ้าด้วยเรื่องสิ่งไหลออกของเขา
(16) "ชายคนใดมีน้ำกามไหลออกให้เขาอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(17) เครื่องแต่งกายทุกชิ้นและผิวหนังทุกส่วนที่น้ำกามไหลรดต้องชำระเสียในน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(18) ชายคนใดสมสู่กับหญิงคนใดและมีน้ำกามไหลออกทั้งสองจะต้องอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(19) "เมื่อสตรีมีสิ่งไหลออกเป็นโลหิตประจำเดือนเธอจะต้องเป็นมลทินไปเจ็ดวันและผู้ใดแตะต้องเธอจะต้องเป็นมลทินจนถึงเวลาเย็น
(20) ขณะเมื่อเธอมีมลทินเธอไปนอนที่ใดที่นั้นก็มีมลทินสิ่งใดที่เธอไปนั่งทับสิ่งนั้นก็เป็นมลทิน
(21) ผู้ใดไปแตะต้องที่นอนของเธอผู้นั้นต้องซักเสื้อผ้าและอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(22) และผู้หนึ่งผู้ใดแตะต้องสิ่งที่เธอนั่งผู้นั้นต้องซักเสื้อผ้าและอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(23) สิ่งที่เธอนั่งทับจะเป็นที่นอนหรือสิ่งใดก็ดีเมื่อชายใดไปแตะต้องเข้าผู้นั้นจะเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(24) ถ้าชายใดไปสมสู่กับเธอและมลทินของเธอมาติดที่ชายนั้นชายนั้นจะเป็นมลทินไปเจ็ดวันเขาไปนอนที่เตียงใดเตียงนั้นก็เป็นมลทิน
(25) "ถ้าสตรีใดมีโลหิตไหลออกหลายวันไม่ใช่เป็นเวลาเป็นมลทินประจำของเธอหรือถ้าเธอมีโลหิตไหลออกเลยกำหนดเป็นมลทินประจำของเธอทุกวันที่มีโลหิตไหลออกเธอต้องเป็นมลทินเธอต้องเป็นมลทินอย่างเดียวกับเวลาเป็นมลทินประจำของเธอ
(26) ที่นอนทุกหลังที่เธอนอนเมื่อวันเธอมีสิ่งไหลออกที่นอนนั้นเป็นดังที่นอนเป็นมลทินประจำของเธอทุกสิ่งที่เธอนั่งทับต้องเป็นมลทินอย่างเดียวกับมลทินในมลทินประจำของเธอ
(27) ผู้ใดแตะต้องสิ่งเหล่านั้นผู้นั้นก็เป็นมลทินด้วยเขาต้องซักเสื้อผ้าและอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น
(28) ถ้าเธอชำระสิ่งไหลออกของเธอแล้วให้เธอนับเองให้ครบเจ็ดวันต่อจากนั้นเธอจึงจะสะอาด
(29) และในวันที่แปดให้เธอนำนกเขาสองตัวหรือลูกนกพิราบสองตัวไปให้ปุโรหิตที่ประตูเต็นท์นัดพบ
(30) และปุโรหิตจะถวายนกตัวหนึ่งเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปและอีกตัวหนึ่งเป็นเครื่องเผาบูชาและปุโรหิตจะทำการลบมลทินให้เธอต่อพระเจ้าด้วยเรื่องสิ่งไหลออกที่เป็นมลทินของเธอ
(31) "ดังนี้แหละพวกเจ้าจะให้คนอิสราเอลแยกจากมลทินของเขาทั้งหลายเกลือกว่าเขาจะต้องตายด้วยมลทินของเขาเมื่อเขาทำให้พลับพลาของเราที่อยู่ท่ามกลางเขาเป็นมลทินไป"
(32) นี่เป็นกฎเรื่องผู้มีสิ่งไหลออกและชายที่มีน้ำกามไหลออกซึ่งกระทำให้ตัวเป็นมลทิน
(33) และเกี่ยวกับสตรีที่ป่วยด้วยเป็นมลทินประจำของเธอคือทั้งนี้เกี่ยวกับผู้ที่มีสิ่งไหลออกไม่ว่าชายหรือหญิงและเกี่ยวกับชายผู้สมสู่กับหญิงผู้มีมลทิน

rattisuk
16-06-2009, 10:21 AM
ไม่ผิดศีลแล้วก็ไม่บาปครับ แต่ว่าจะมีผลทางด้านจิตใจ เมื่อเราหมกมุ่นอยู่กับเรื่องพวกนี้จิตก็จะคิดไปทางไม่ดี หลงใหลในรูปกายของผู้หญิง มีผลให้ชาติหน้าเกิดมาอาจเป็นพวกวิปริตผิดเพศ หมกมุ่นในกามครับ
อ่านและสรุปมาจากหนังสือ เสียดาย..คนตายไม่ได้อ่าน

แล้วก็มนุษย์มีบรรพบุรุษเดียวกับลิงครับ ไม่ได้วิวัฒนานามาจากลิง

KumKao
17-06-2009, 09:09 PM
สำหรับตัวผมนั้น

ผมคิดว่า

บาปไม่บาปอยู่ที่ จิตเราคับ

ถ้าเราจิตใจบริสุทธิ์ไม่หมกมุ่น

จิตใจเราผ่องใส ไม่มัวเมา ไปกับของพวกนี้

ก็คงไม่บาปสักเท่าไหร่คับ

อยู่ที่เจตนาคับว่า ดูไป หรือทำไปเพื่ออะไร

อย่างในทางการแพทย์ก็ใช้บำบัด ใช้เป็นข้อคิดเตือนใจ หลาย ๆ อย่างคับ

BirdOfJc
18-06-2009, 03:17 AM
มนุษย์บรรพบุรุษไม่ได้เป็นลิง คนสมัยก่อนไม่ใช่ลิง คนยังไงก็เป็นคนครับมีความรู้ศึกนึกคิด ผิดชอบชั่วดี มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งบอกไว้ชัดเจนครับลองศึกษาดู อย่าเชื่อแต่สิ่งที่รู้ๆกันมาตั้งแต่เด็กๆ เชื่อในวิวัฒนาการของชาลดารวิน มีคำถามอีกหลายอย่างที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ เดี๋ยวผมจะหามาให้ดู ทางวิทยาศาสตร์เองก็ยังพิสูจน์หารอยต่อของช่วงระยะเวลาของฟอสซิลระหว่างลิงกับคน หรือไดโนเสาร์หายไปไหน เอบางความรู้บอกว่าคนมาจากสิ่งมีชีวิตในน้ำ วิวัฒนาการมาเรื่อยๆจนเป็นคน

สรุปคือมีหลายความน่าจะเป็นมากแต่พิสูจน์ไม่ได้ แต่ที่แน่แน่ มีเขียนบอกไว้แล้วคือพระเจ้าสร้างมนุษย์ ซึ่งรู้จักกันทั่วไปว่า ชื่อ อาดัมกับเอวา หรืออาดัมกับอีฟ แล้วทั้งสองทำบาปจึงถูกสาปแช่งจากพระเจ้า ดังนั้นบรรพบุรุษของมนุษย์คือ 2 คนนี้ครับ และมนุษย์รุ่นหลังจึงเป็นคนบาปเพราะความบาปได้ถ่ายทอดลงมา ยิ่งมนุษย์มีมากขึ้นก็บาปมากขึ้น และก็ห่างไกลพระเจ้ามากขึ้นด้วยจนไม่รู้จักพระเจ้า แต่กลับไปอุปโลกว่าบรรพบุรุษมาจากสิ่งนั้นสิ่งนี้ ผมคนหนึ่งหละไม่เชื่อว่าเชี้อสายของผมเป็นลิง

เอาไว้แค่นี้ก่อน ใครสนใจผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ :lol:

crusade50
02-07-2009, 07:34 PM
ผมคิดว่า การดูภาพโปี และหนังโป๊ นั้นไม่ผิดศิลและเป็นบาป เพราะว่าทั้งสองสิ่งนี้เราไม่ได้ทำให้ผู้อื่น ผู้ใดได้รับความเดือนร้อน
มันขึ้นอยู่กับความคิดของเราว่าไปทางใด แต่ก็จะมีกรณียกเว้นคือภาพหรือคลิปนั้นได้มาซึ่งไม่เห็นชอบของผู้เผยแพร่ก็ผิด

antpzero
02-07-2009, 09:36 PM
คิดถูกแล้วครับเราไม่ได้ไปทำอะไรกะร่างเจ้าของภาพ
ซะหน่อย หมายถึงตอนช่วยตัวเองอะนะ
ยังไง ยังไงก็ม่ายบาปน้า
แต่ถ้าผิดลูกผิดเมียเค้าหละก็ ระวังน้าคร๊าบบบ

Bourne
02-07-2009, 11:57 PM
ผมว่า ถามตัวเองก่อนนะคับประการแรก คุณถือศีล 5 ด้วยรึเปล่า ? เคร่งรึเปล่า ?

แต่ผมว่ามันก็ไม่ใช่การไปผิดลูกผิดเมียใครนะครับ ไม่น่าจะบาป

การดูอะไรพวกนี้ เป็นการระบายอารมณ์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทั่วไปที่ไม่ใช่ถือศีลนะครับ

อะไรหลายๆอย่างมันก็เปลี่ยนไปนะครับ ผมว่าอะไรที่สามารถใช้ได้กับสมัยก่อน เมื่อถึงสมัยนี้ก็น่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาคับ

แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ฺที่ดี ไม่ได้ประพฤตผิดเช่น การไปข่มขืน หรือว่าทำให้ผู้อื่นหรือตัวเองเดืิอดร้อนนะครับ

:)

kolove
05-07-2009, 10:32 AM
-.-ตอนแรกก็คิดว่าเรื่องนี้ผิด แต่ก็คงถูกอย่างที่หลายๆๆคนโพสไว้

เพราะทำกับตัวเองมะได้ทำกับคน

แต่ ข้อ 2. นี้น่ากล้วน่ะช่วยตัวเองละบาป *0*

-.- ช่วยตัวเองครั้งต่อไปต้องคิดหน่อยล่ะ :D

RaSaHin
06-07-2009, 09:49 AM
มันขึ้นอยู่ที่ตัวเราครับ
อาจจะบาป คือเราทำผิดทางอ้อม
ที่ไปดูมัน ตราบใดที่ยังมีผู้บริโภด
ผู้ผลิตก็จะยังคงมีตลอดกาล

Cyberking
24-07-2009, 02:01 AM
ไม่ผิดศีลแต่ผิดธรรมครับ สติสำคัญเป็นอันดับแรก ถ้ารู้กายใจตัวเองอยู่ตลอดเวลาแล้ว การประพฤติในสิ่งที่ไม่ดีก็จะไม่เกิดครับ

Pearless
25-07-2009, 01:01 AM
แหะๆ ผมก้อศึกษาเรื่องพวกนี้มาเหมือนกันครับ

ผมได้ทราบมาว่า
จิต เปนตัวที่ทำหน้าที่บันทึก บาป บุญ ใช่ไม๊ครับ เปนคุณสมบัติของจิต
ทีนี้ เราก้อต้องแยกครับ

กรณีง่ายๆ คือ
คุณว่าต้นไม้มีชีวิตหรือไม่ มีใช่ป่ะครับ
แต่ทำไมตัดต้นไม้แล้วไม่บาป ?

เพราะว่าต้นไม้ มีชีวิต แต่ไม่มี "จิต" ครับ
จึงไม่มีส่วนในการบันทึก บาป บุญ ได้

เพราะฉะนั้น อสุจิ ก้อเช่นเดียวกัน

ในเคสของศีลข้อหนึ่งบอกไว้ว่า ศีลจะขาดโดยสมบุรณ์คือ การฆ่าัสัตว์ที่ "มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า" เป็นเกณฑ์

เพราะฉะนั้น อสุจิ จึง ผ่านในประเด็นที่หนึ่ง

ประเด็นที่สอง อสุจิ เป็นสิ่งมีชีวิต แต่ไม่มีจิต

เพราะ การเกิดของมนุษย์ หลังจากการปฏิสนธิแล้ว "จิต" จะเริ่มฝังตัวในขณะที่อยู่ในระยะ เอ็มบริโอ ครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว การขับอสุจิ จึงไม่ถือว่าศีลขาด

แต่ ?

จะทำให้ศีลด่างพร้อย อย่างที่ความเห็นแรกว่าไป
เพราะจะทำให้จิตเมามัวอยู่ในกาม ลุ่มหลงอยู่ในอำนาจแห่งความกำหนัดราคะ
หมกมุ่นมัวเมา จนจิตเศร้าหมอง และมีทุคติเป็นที่ไปครับ ถ้าหมกมุ่นมากๆ

แบ่งปันความรู้กันครับ ^^

l3e THe HackEr
17-08-2009, 08:58 PM
โห้ เจองี้ไปเครียดเรยนะนี้

Rapeapach
20-08-2009, 11:20 PM
มันก็น่าจะจริงนะครับ การกระทำที่ทำร้ายตนเองให้ต่ำกว่าเดิมก็ถือเป็นการทำบาปทั้งสิ้น

changi042
29-08-2009, 11:38 AM
ผมว่า ยังไงก็คงไม่ผิดศีลหรอกครับ หากแต่เราทำอยู่เพียงฝ่ายเดียว ไม่ไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ต่อการกระทำของเรา แต่หากหมกมุ่นกับเรื่องพวกนี้บ่อยๆ จะทำให้ความคิดเกิดการหมดมุ่นแต่เรื่องเดิมๆ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ เช่นไปข่มขืนผู้อื่น หรืออะไรหลายๆอย่าง หลักธรรมะ พระพุทธเจ้าสอนให้คิดเสมอครับ ถึงยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเหตุผลในตัวของมันเอง

zbeargx
29-08-2009, 04:24 PM
เหอๆๆ

ต้องคิดอีกแง่ครับ ผมคิดว่า

ถ้าไม่มีการช่วยตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ ?

การไปหาทางออก[ที่ระบายอารมณ์]ที่อื่น ประชากรที่เกินสมดุล โรคติดต่อ และก็วันๆไม่ทำอะไร อะนะ - -&#39;&#39;

สิ่งต่างๆ อาจจะทำให้เกิดบาปลูกโซ่ที่มากขึ้น

ทำเช่นนี้ไม่ได้ ไปทำกับผู้อื่น ทำ ทำ ทำ ทำ ... ไม่มีวันหมดสิ้น เมื่อมีคนนำ ก็ต้องมีคนตาม

สรุปบาปน้อย ก็ยังดีกว่า นะครับ

anuw8t
01-09-2009, 09:49 AM
เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ

ถ้ารู้ว่าเป็นสิ่งที่ผิดแล้วยังทำ เรียกว่าบาปครับ

ถ้าไม่รู้แล้วทำ เรียกว่าผิด


แต่ทั้งสองขึ้นอยู่กับการสำนึกว่าผิดไปแล้วต้องไปปรับปรุงแก้ไขไม่กระทำซ้ำอีก
แต่ถ้ารู้แล้วยังทำมันก็จะติดเป็นสันดานและแก้ไขอยากครับ

dojo
02-09-2009, 12:35 PM
2.ตั้งใจทำให้อสุจิเคลื่อน บาป ผิดศีล ทำให้สิ่งมีชีวิตหลายล้านตัว ตายไป[/b]

ธรรมชาติของคนที่เป็นเพศผู้ หรือเพศชายนั้น อสุจิจักต้องเคลื่อนอยู่แล้ว ไม่มีผู้ใดที่สามารถเก็บมันไว้ได้โดยไม่ให้มันเคลื่อนไป

หากจักเก็บมันไว้ มันจักเป็นความทรมานตัวเองเปล่าๆ

:)

oneednottokonwo
02-09-2009, 06:15 PM
ในส่วนตัวของผมคิดว่าไม่บาปน่ะครับ
ถ้าปฎิบัติในทางที่ถูก อย่างการช่วยตัวเองไีรประมานเนี่ย
ก้อพึ่งเรียนผ่านมามันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เราในเรื่องเพศ
ความอยากหรือพวกผิดปกติทางเพศ ถ้าเกิดดูสิ่งเหล่านั้นแล้วไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับ
คนอื่นในความคิดผมผมคิดว่าดูไปเหอะ ดีกว่าเกิดอาการอยากแล้วไปเที่ยวไล่ฆ่าข่มขืนคนอื่นเค้า
เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ^^

3113
10-09-2009, 03:40 AM
สนับสนุนโอกาสการทำความดีของทุกคนครับ

apisitohm
12-09-2009, 12:17 PM
บาปนั้นมันอยู่ที่จิตเราปรุงแต่งแบบใดมนุษยืเรา มีองค์ประกอบหลัก 2 อย่าง ตามสมการ คือ กรรมดี กรรมชั่ว
ซึ้งเราเป็นคนที่นำมันมายึดติดเอง ตามสมการที่ผมค้นพบในการศึกษาพระธรรมของเด็กม.3 ผมรู้ว่าเราเป้นคนกำหนดให้เกิดให้ตายจิตเราปรุงแต่งตลอดเวลา ตามทฤษฏีแล้วดลกมีกำ 3 ข้อคือเกิดขึ้น ตั้งอยุ่ และดับไป แต่นิพพาน นั้นขัดแย้งกับ ทฤษฏีนี้คือเกิดขึ้น ตั้งอยุ่ แต่ไม่ดับไป นี้เป็นปริศนาธรรม ผมยังหาคำตอบได้ 50 %ต้องหาอีกนานอยุ่ครับ
ผมว่าเราต้องคิดถึงว่าเราจำเป็นหรือที่ต้องทำสิ่งนั้นถ้าไม่จะทำทำไมคิดแบบนี้ก็ทำแล้วเราจะปรงตัวเองใน
จิต

E.v0luti0n
13-10-2009, 04:04 PM
โหหหห เยี่ยมมากเลยกระทู้นี้โดนอย่างจัง 555
แต่ผมว่าการที่จะบาปไม่บาปมันก็ขึ้นอยู่กับจิตใจนะครับ ที่กล่าวมาก็อาจจะถูกอยู่บ้าง คือมันต้องแล้วแต่เหตุการณ์และสถานะการณ์ ณ ตอนนั้นหน่ะครับ ก็แล้วแต่คนจะคิดกันแล้วหล่ะครับ อิอิ ถ้าเราไม่หมกมุ่นกับเรื่องแบบนี้จนเกินไป มันก็ไม่ทำให้จิตใจเราต่ำลงไปได้หรอกครับ จริงไหม ??

oechi21
09-11-2009, 06:01 AM
:) ผมว่าดีนะครับ การทำแบบนั้นช่วยลดความอยากได้เยอะมากๆ

คงช่วยลดการ ถูกลากไปทำ.... ได้มากๆ ท่าคนๆนั้นติดใจการ...มากกว่า

asusboy
23-11-2009, 11:42 PM
:D ผมว่า ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก็ ไม่บาปแล้วครับ B)

Data888
24-11-2009, 02:43 AM
thk ;)

ollsamllo
24-11-2009, 12:27 PM
ผมว่าน่ะ ชายใดไม่เคยช่วยตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดี่ยวเนี่ย คงไม่ใช่ชายเละ และ 95 % ที่เป็นชายเคยดูหนัง x หรือว่าภาพโป๊ะ แน่นอนคับ
ขนาดผู้หญิงบางส่วนยังนิยมดูหนังโป๊ะกันเลยคับ งั้นเราก็คงปาบกันหมดเละคับ ผมว่ามันเป็นธรรมดาของมนุษย์น่ะ ที่มีความต้องการในเรื่องเพศ แต่ไม่สามารถทำได้ เลยใช้วิธีแบบ ออรัลเซ็กส์ เป็นการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นเรื่องปกติคับ

jamesmeku007
25-11-2009, 07:19 PM
คำถามแยกเป็นสองประเด็นคือ
1. ดูภาพโป๊ sexy หนังx หนังโป๊ แอบถ่าย แล้วช่วยตัวเอง ผิดศีลหรือไม่
2. ดูภาพโป๊ sexy หนังx หนังโป๊ แอบถ่าย แล้วช่วยตัวเอง บาปหรือไม่

การช่วยตัวเอง ก็ไม่ได้ ผิดอะไรนี้ครับ เป็นการดี ต่างหาก หากไม่ช่วยตนเองก็ต้องไปหา ข่มขื่น
คนนู้นทีคนนี้ที

การกระทำเกิดขึ้นที่จิตใจ บาปหรือไม่ ผมว่า บาป นะ ครับเพราะ เรา คิดร้าย กับเขา หรือ คิดดีไม่รู้ นะครับ

bigzambk
23-12-2009, 10:01 PM
คิดหนักเลย
อย่างนี้แล้วบาปแบบนี้ก็ไม่มีการชดใช้อ่ะชิครับ
ไม่อย่างนั้นจะชดใช้กันอย่างไร
ถ้าเป็นหนังที่xที่โดนแอบถ่ายอันนั้นยอมรับครับว่าบาป
แต่หนังxก็เยอะนิครับที่เจ้าตัวจงใจถ่าย
แล้วอย่างนี้คนที่ต้องการให้ถ่ายก็บาปก่อนแล้วคนที่ดูก็บาป
ตามสิครับ

bigzambk
23-12-2009, 10:01 PM
คิดหนักเลย
อย่างนี้แล้วบาปแบบนี้ก็ไม่มีการชดใช้อ่ะชิครับ
ไม่อย่างนั้นจะชดใช้กันอย่างไร
ถ้าเป็นหนังที่xที่โดนแอบถ่ายอันนั้นยอมรับครับว่าบาป
แต่หนังxก็เยอะนิครับที่เจ้าตัวจงใจถ่าย
แล้วอย่างนี้คนที่ต้องการให้ถ่ายก็บาปก่อนแล้วคนที่ดูก็บาป
ตามสิครับ

pattawongse
08-01-2010, 07:26 PM
ผมว่าเรื่องแบบนี้มันค่อนข้างละเอียดอ่อนอย่างที่เค้าว่ามานั้นหละครับ
แต่มันก็น่าจะขึ้นอยู่กับเจตนาเป็นหลัก ผมว่าให้ช่วยตัวเองไปจะดีกว่า
ที่จะไปข่มขืนคนอื่น

HimeHima
22-01-2010, 09:27 PM
เราว่าช่วยตัวเองไม่ผิด เพราะเสพเมถุนไม่บาป ไม่มีศึลฆราวาสข้อไหนห้ามทำ ยกเว้นเป็นภิกษุ

หนังโป๊ ถ้าผู้แสดงเต็มใจให้ดู ไม่บาป เหมือนดูละครธรรมดา บาปมั้ย

แต่ถ้าเป็นการขึนใจ บาป

kongmobile
23-01-2010, 11:25 PM
ผมเคยฟังบรรยาย ของ ดร.วรภัทร์ ท่านบอกว่า ผู้ชายที่ดูหนัง X ก็บาปเท่ากันกับผู้หญิงที่เดินShopping นั้นล่ะ เพราะเกิดกิเลศเหมือนกัน
หลังจากดูเสร็จแล้วผู้ชายสำเร็จความไคร่ ก็รู้สึกว่ามีความสุข
หลังจากเลือกสินค้าแล้ว ก็ซื้อกลับบ้าน แล้วก็รู้สึกว่ามีความสุข (ถึงแม้ว่าซื้อมาแล้วจะใช้หรือไม่ได้ใช้ก็มีความสุขที่ได้ซื้อ)

chawis
30-01-2010, 10:13 AM
ดูแล้วคิด คิดในทางผิดศีลธรรม ก็บาปแล้ว

ดูเพื่อปลง ดูแล้วเกิดปลง ก็ดี ไม่คิดฟุ้งซ่านหมกมุ่นกาม ไม่บาป

ดูที่เจตนา ของกรรม

thairotee
30-01-2010, 11:02 AM
ดูยังก็บาปครับ แถมทั้งยังสร้างปัญหาอีกด้วยไม่ว่าจะดูเพื่ออะไร
จะดูเพื่อช่วยตัวเองก็มีผลกระทบต่อตัวเองด้วยจะทำผู้ชายเกิดอาการหลั่งเร็ว หรือเป็นพวกเสือปืนไว
จะดูเพื่อปลงมันจะปลงได้ไงครับถ้าปลงก็ต้องไม่ไปดูเลยครับ
และผมว่าพวกสื่อต่างๆเหล่านั้นยังเป็นผลทำให้สังคมเราเสื่อมลงไปทุกวันๆ ทั้งข่มขืนเฉย หรือยิ่งกว่านั้นก็ข่มขืนแล้ว
ผมว่าทางออกที่ดีนะครับหาผู้หญิงที่เรามั่นใจว่าจะอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข แต่งงานกับเขาซะ และซื่อสัตย์ต่อกันผมว่าแค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้วครับ

zerowin007
31-01-2010, 10:57 AM
มันแล้วแต่คนครับผม

ถ้า คิดในด้านลบ ก็บาป ครับ

eichiro
22-03-2010, 07:30 AM
ตามหลักพุทธศาสนาแล้วมันคือบาปอย่างหนึ่ง แต่เราไม่ช่วยตัวเองแล้วก็เครียดแย่อ่ะดิ

regiater
22-03-2010, 03:18 PM
ในชีวิตผมผมถืออย่างนึงคือ "อะไรที่ทำแล้วเดือดร้อนคนอื่้น อย่าไปทำ นอกนั้นทำโลด"
ผมมีตังอยู่ 4 พันไม่ได้ไปปล้นใครมา ผมจะซื้อการ์ดจอมาเพื่อมาเ่ล่นเกมเพื่อเป็นความสุขของผมก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
กับเรื่องคนที่ดูหนังโป๊ดูเว็บโป๊ช่วยตัวเองบาปมั้ย พระเจ้าเท่่านั้นที่ตอบได้(พุทธศาสนามีพระเจ้าที่ไหนหละ) แต่ผมว่าทำแล้วมันไม่เดือดร้อนใครมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่ครับ?
ถ้าจะบอกว่าการช่วยตัวเอง ดูหนังโป๊เว็บโป๊บาป ถ้างั้นการมี sex ก็คือบาปหนะสิครับ แล้วทำไมในศิล 5 ในข้อ 3 ถึงระบุแค่ห้ามผิดลูกผิดเมียแต่ไม่ได้ห้ามมี sex หละครับ
อีกอย่างนึงอย่าไปถึอเรื่องบุญเรื่องบาปมากครับ สาระของพระพุทธศาสนามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นที่เดียว

thenologo
23-03-2010, 12:26 AM
ไม่ผิดครับ เพราะมันเป็นธรรมชาติของผู้ชาย แล้วเราก้อไม่ได้ไปทำอาไรจิงๆกับคนที่เรากำลังดูนี่ครับ

parktobo
28-04-2010, 04:48 AM
ผมคิดว่ามันคือธรรมชาติของคนเรานะ

ถ้าจะบอกว่าผิดศิลหรือปาป

ต้องคนที่แอบถ่ายนะคัฟ

เพราะว่าเจ้าตัวไม่เต็มใจแต่โดนแอบถ่าย

jadi
17-07-2010, 09:02 PM
ผมคิดว่าไม่บาปหรอกครับ ขึ้นอยู่กับเจตนาของเรา หากเราดูแล้วไม่เดือดร้อนใครก็ไม่บาปครับ แต่หากดูแล้วไปข่มขืนคนอื่นก็นรกรออยู่ แต่ส่วนมากคงเป็นไปไม่ได้ เพราะส่วนมากคนที่ดูหนังโป้แล้วจะช่วยตัวเอง

marcusmaker
30-07-2010, 09:03 PM
จากที่ได้อ่านความเห็นต่างๆ นานามากมาย
ผมจะตอบในทรรศนะของพุทธศาสน์ละกัน
(เพราะไม่ได้เรียนวิทฯ มาไม่รู้จะมั่วยังไง)

เนื่องจากมีหลายความเห็นมากข้อตอบเป็นข้อๆ แล้วกัน

1. การช่วยตัวเองไม่เป็นบาป เพราะไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครเป็นกลไกคลายความเครียดของมนุษย์
แต่การช่วยตัวเองจะเป็นบาปเมื่อมีการคุกคามผู้อื่น เช่น การแอบดู, เซ็กโฟน(กับคนที่เขาไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าเป็นการยินยอมทั้งสองฝ่ายก็ไม่บาป) เป็นต้น
2. อสุจิไ่ม่ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิต เป็นเพียงพีช(พีชะ)หรือต้นกำเนิดของชีวิต จึงไม่ถือว่าเป็นการฆ่าสัตว์ (ทำไปเถอะไม่มีใครต้องตายหรอก)
เราจะเป็นคนได้ต้องมีคุณสมบัติพร้อมทั้ง 3 ข้อ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ คือ มารดากับบิดาร่วมกัน(มีเพศสัมพันธ์), มารดาอยู่ในฤดู(ช่วงตกไข่), คันธัพพะถือจุติหรือปฏิสนธิ(วิญญาณเข้าผสมกับตัวอ่อน)
3. การดูหนังโป๊ เป็นของไม่ดี ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากจะวิเคราะห์ให้ดูง่ายๆ สองข้อแล้วกัน
3.1 ถ้าเป็นหนังที่นักแสดงเขาเต็มใจถ่าย(เป็นอาชีพของเขา)และไม่ใช่แผ่นก๊อป ในเมืองไทยอาจจะรับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ หาว่าเป็นบาปไปหมด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะเขาทำมาหากินของเขา ไ่ม่ได้ไปเดือดร้อนใคร
3.2 ถ้าเป็นหนังแอบถ่าย คลิปหลุด หรือแผ่นก๊อป อันนี้ก็ถือว่าบาป
แอบถ่าย, คลิปหลุด นักแสดงไม่ได้มีความเต็มใจอยากแสดง เขาจึงมีความเดือดร้อนกับคลิปของเขาที่เผยแผ่ออกมา
แผ่นก๊อป เหมือนกับขโมยน่ะล่ะ
เห็นอย่างนี้แล้ว ไม่ใช่สนับสนุนให้ซื้อแผ่นแท้กันนะ เพราะของพวกนี้ถือว่าเป็นอบายมุขที่จะนำเราไปในทางที่ไม่ดีได้ ดูบ่อยไปอาจจะอยากข่มขืนใครเหมือนในหนังก็เป็นได้ ฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงดีที่สุด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ดูไปเถอะ แต่อย่าไปเดือดร้อนใครแค่นี้เป็นพอ
4. การเกิดที่ทำให้แม่เจ็บไม่ใช่บาปของเรา เพราะเป็นธรรมชาติของการคลอด เป็นกรรมของแม่เอง
5. การอัดอั้นอารมณ์ไว้ เป็นวิธีการทำให้จิตผ่องใสครับ หมายถึงอารมณ์ที่เป็นอกุศล(ไม่ดี)นะครับ กดมันไว้ครับอย่าให้มันได้กำเริบขึ้นมา การปฏิบัติกัมมัฏฐานก็ใช้วิธีกดอารมณ์นี่ละครับ
6. สำหรับเรื่องฆ่าสัตว์ จะถือว่าเราฆ่าสัตว์ก็ต่อเมื่อมีคุณสมบัติของการฆ่าครับ 5 ข้อ ตามนี้ 1. สัตว์มีชีวิต 2. รู้ว่าสัตว์มีชีวิต 3. มีเจตนาที่จะฆ่า 4. มีความพยายามทีี่จะฆ่า 5. สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น ต้องครบทั้ง 5 ข้อครับ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้
7. ต้นไม้ไม่ถือว่าเป็นสัตว์ก็จริง แต่เป็นอาหารและที่อยู่ของสิ่งมีชิวิต จึงถือว่าเป็นการเบียดเบียนสัตว์ แต่ก็ต้องมองเจตนาประกอบด้วย แต่ถ้าเป็นพระจะตัดต้นไม้หรือถอนหญ้าไม่ได้เลย
8. สำหรับการฆ่าเชื้อโรค ไม่ผิดนะครับ ถ้าเราไม่ได้ตั้งใจฆ่านะ เจตนาเราคือทำความสะอาดมิใช่ทำร้ายมันเล่นๆ

สรุปก็คือ ดูเจตนาเป็นหลักครับ ถ้าใช้เจตนาตัดสินไม่ได้ ให้มองที่ผลกระทบของการกระทำครับ
สุดท้ายแล้วก็อย่าไปคิดมากครับ ทำใจให้สบายๆ สิ่งที่ไม่ควรคิด 4 อย่างหนึ่งในนั้นก็คือเื่รื่องกรรมและวิบากนี้ล่ะครับ มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินไป

vnassassin
31-07-2010, 02:41 PM
ผมเริ่มจะ กลัวแล้วสิ หลายล้านล้านๆ ตัวแล้วด้วยสิ มันจะบาปหนักมากปะครับ
เรื่องใหญ่เลย ผมเองก็สงสัยมานาน เพิ่งรู้วันนี้อ่า ..