PDA

View Full Version : 30 ปี “สตาร์ วอร์ส” ต้นแบบแห่งเทคโนโลยีไซไฟ(กำลังฮิตนิ)



kipo
14-10-2007, 01:51 AM
ก่อนอ่านดูซะก่อน คงไม่น่าเกลียดนะ :lol: :lol: :lol:
<<<<<<<<<<<<<<<<<<
<<<<<<<<<<<<<<<<<<
<<<<<<<<<<<<<<<<<<

<div align="center">30 ปี “สตาร์ วอร์ส” ต้นแบบแห่งเทคโนโลยีไซไฟ</div>

<div align="center">http://pics.manager.co.th/Images/550000013522301.JPEG</div>
<div align="center">เหล่าอัศวินเจไดใช้ "ดาบเลเซอร์" หรือที่ถูกต้องควรจะเป็น "ดาบแสง" (Light Saber)ระหว่างถูกศัตรูรุมล้อมหวังจะกำจัดให้สิ้นซาก</div>


นานมาแล้วในกาแลกซีที่อยู่ไกลโพ้น.เกริ่นนำเปิดตำนานสงครามระหว่างดวงดาวในภาพยนตร์ไซไฟ “สตาร์ วอร์ส” ได้ระเบิดจินตนาการของคนทั่วโลกมาครบ 30 ปีแล้ว

<div align="center">http://pics.manager.co.th/Thumbnails/550000013522302.JPEG</div>
<div align="center">"ดาร์ธเวเดอร์" สัญลักษณ์แห่งสตาร์วอร์สที่หลายคนจดจำ</div>
<div align="center">(www.starwars.com)</div>

เหล่าคนรักสตาร์วอร์สได้มารวมตัวกันที่ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ TK Park ในวันเสาร์ที่ 13 ต.ค. เพื่อร่วมเสวนา “30 ปี Star Wars กับอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์ไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท แคททาลิสท์ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้แทนจำหน่ายภาพยนตร์เรื่องดัง

<div align="center">http://pics.manager.co.th/Thumbnails/550000013522304.JPEG</div>
<div align="center">ของสะสมที่เหล่าคนรักสตาร์ วอร์สนำมาร่วมแสดงในระหว่างการชุมนุมครบรอบ 30 ปี</div>

อธิศ รุจิรวัฒน์ แฟนพันธุ์แท้สตาร์ วอร์ส กล่าวถึงภาพยนตร์ในดวงใจว่า จอร์จ ลูคัส (George Lucas) ผู้ให้กำเนิดมหากาพย์สงครามอวกาศนั้นได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่นค่อนข้างมาก และเทคนิคของภาพยนตร์ภาคแรกเมื่อ 30 ที่แล้วก็ได้กับภาพยนตร์สมัยนี้ซึ่งนับเป็นสุดยอดความอลังการของยุคนั้น

<div align="center">http://pics.manager.co.th/Thumbnails/550000013522306.JPEG</div>
<div align="center">รวมพลคนรัก "สตาร์ วอร์ส" (ซ้ายไปขวา) อาทยา บุญสูง, คมสัน นันทจิต, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ, อธิศ รุจิรวัฒน์ และพิทยากร ลีลาภัทร ผู้ดำเนินการเสวนา</div>

ด้านภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญ “ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ” และ “แฝด” กล่าวว่าไทยคงทำภาพยนตร์แบบสตาร์ วอร์สไม่ได้เพราะใช้ทุนและเทคโนโลยีขั้นสูง และถึงจะทำขั้นมาก็คงไม่สามารถสู้กับสตาร์วอร์สเมื่อ 30 ปีที่แล้วได้

“เคยคิดอยากทำหนังไซไฟเพราะเป็นแนวที่ชอบดู ดูแล้วมีความสุข แต่คงไม่ได้ทำจริง” ภาคภูมิกล่าวพร้อมย้ำถึงเหตุผลที่คนไทยคงไม่สามารถทำภาพยนตร์ยิ่งใหญ่อย่างสตาร์ วอร์สได้เพราะ “เงิน” โดยการถ่ายทำต้องใช้เทคโนโลยีที่ลงทุนคอนข้างสูง

“เอพพิโซด 1-3 ใช้เงินลงทุนประมาณ 100-150 ล้านดอลลาร์ (3,500-5200 ล้านบาท)” อาทยา บุญสูง นักทำคอมพิวเตอร์กราฟิกผู้ฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์ฮอลลิวูดเรื่อง Underworld Evolution และนางฟ้าชาร์ลี (Charlie&#39;s Angels) กล่าวเสริม

ทั้งภาคภูมิและอาทยากล่าวว่าจอร์จ ลูคัสเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีให้กับคนผลิตภาพยนตร์รุ่นต่อๆ มา โดยสตาร์ วอร์สถือเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกผลิตภาพยนตร์

“เสียงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หนังสนุกมากขึ้น เสียงในภาพยนตร์สตาร์ วอร์สเป็นเสียงทุกอย่างที่ไม่มีในโลก และจอร์จ ลูคัสสามารถทำได้ซึ่งนับเป็นเรื่องยากมาก เขาทำให้เกิดซาวน์ดเอฟเฟกต์ (Sound Effect) ซึ่งเราได้ใช้ในตรงนั้น” ภาคภูมิกล่าว

ในด้านของความประทับใจของผู้ชมภาพยนตร์คงไม่มีใครเกิน คมสัน นันทจิต นักแสดงและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ซึ่งถึงกขั้นน้ำตาไหลพรากเมื่อได้ชมฉากที่ภาพยนตร์เฉลยว่า “อาจารย์โยดา” เก่งอย่างไร

“อาจารย์โยดาเก่งตรงไหน ตัวก็เล็ก เดินก็ช้า แต่เป็นมาสเตอร์ของเจได จนหนังได้มาเฉลยในฉากที่อาจารย์ต่อสู้ซึ่งได้โยนไม้เท้าทิ้งแล้วหยิบดาบเลเซอร์*** ออกมาเป็นดาบเลเซอร์อันเล็กแล้วกระโดดตีลังกา ผมเห็นฉากนี้แล้วน้ำตาไหลพราก ลุกขึ้นปรบมือซึ่งก็มีฝรั่งที่นั่งข้างๆ ผมลุกขึ้นปรบมือแล้วน้ำตาไหลเหมือนกัน คาดว่าเขาคงรู้สึกเหมือนผม” คมสันกล่าวพร้อมลุกขึ้นแสดงท่าทางฉากที่ประทับใจ

แม้ในภาพยนตร์จะดำเนินเรื่องจนครบทั้ง 6 ภาคจากการเวียนมาบรรจบของไตรภาคเอพพิโซด 4-6 และเอพพิโซด 1-3 แต่ตำนานแห่งสงครามอวกาศยังคงเป็นที่กล่าวขานอย่างต่อเนื่อง...ขอพลังจงอยู่กับท่าน

*** หมายเหตุ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมลำแสงของดาบเลซอร์ในภาพยนตร์สตาร์วอร์จึงไม่พุ่งออกไปอย่างต่อเนื่องอย่างที่แสงเลเซอร์ควรจะเป็น ทั้งนี้ในความเป็นจริงภาษาอังกฤษใช้คำว่า Light Saber จึงควรจะหมายถึง "ดาบแสง" มากกว่า

------------------------------
ฉับๆๆๆ ฟันคนผิดกฎของบอร์ด :D