calloc
26-09-2007, 03:03 AM
กทช.พ่นพิษทำเอกชนลังเล ทรูขยาดลงทุนบรอดแบนด์
ทรูยิ้มรับตลาดบรอดแบนด์เติบโตเกินคาด ผลพวงแพกเกจซูเปอร์ ไฮสปีด หวังสร้างมาตรฐานยกระดับบรอดแบนด์ต้องความเร็วเกิน 1 เม็ก หวังดันยอดสิ้นปีกว่า 4 แสนราย ‘นพปฎล’ ติงความไม่ชัดเจนขององค์กรกำกับดูแลอุตสหากรรม พ่นพิษเอกชนไม่กล้าลงทุน โดยเฉพาะไว-แมกซ์ที่จะเป็นเทคโนโลยีต่อยอดให้ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว
นายนพปฎล เดชาอุดม ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป Online บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่นกล่าวว่า คาดว่าปีนี้ลูกค้าที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเกินกว่า 1 เม็ก (Mbps)หรือ Super hi-speed Internet ของกลุ่มทรูจะมีประมาณ 4 แสนราย โดยตลาดรวมของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ทั้งหมดมีประมาณ 1 ล้านรายและกลุ่มทรูคาดว่าจะมีลูกค้าบรอดแบนด์ทั้งหมดรวม 6 แสนราย (รวมซูเปอร์ ไฮ-สปีดอินเทอร์เน็ต)
“เฉพาะซูเปอร์ ไฮ-สปีด อินเทอร์เน็ตที่ความเร็วเกินกว่า 1 เม็กมีการเติบโตสูงถึง 6 เท่าในปีเดียว”
การเติบโตของลูกค้าบรอดแบนด์ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกระตุ้นตลาดด้วยแคมเปญ SUPER hi-speed ที่พลิกมาตรฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็น 1 เม็กด้วยราคาเพียง 599 บาทซึ่งทำให้คู่แข่งในตลาดหลายรายต้องหั่นราคาลงมาสู้ ทำให้กลุ่มทรูต้องขยายระยะเวลาแคมเปญออกไปจนถึงสิ้นปี 2550 โดยใช้จุดแข็งการคอนเวอร์เจนซ์ของคอนเทนต์ในกลุ่มทรู เนื่องจากเทคโนโลยีความเร็วของอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ตามกันทัน แต่คอนเทนต์หรือแอปพลิเคชั่นที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าเป็นความเข้มแข็งที่กลุ่มทรูเหนือกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ AF ที่ติดตามนักล่าฝันอย่างใกล้ชิดแบบออนไลน์ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จนมาถึงคอนเทนต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากทรูวิชั่นส์ช่องทรูสปอร์ต 5 โดยเปิดให้ลูกค้าที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสามารถรับชมการถ่ายทอดสด ในราคาพิเศษเพียงเดือนละ 199 บาทจากปกติ 399 บาท
“ทิศทางคอนเทนต์ในอนาคตของกลุ่มทรู จะเน้นที่เหมาะสมกับบรอดแบนด์ความเร็วตั้งแต่ 1 เม็กขึ้นไปเพื่อสร้างบริการให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่ผ่านมาตลาดจะแข่งขันในเรื่องความเร็ว แต่ปีหน้าคุณภาพบริการจะเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ให้บริการต้องพัฒนาบริการให้เป็นระดับเวิลด์คลาส ซึ่งต่อไปบรอดแบนด์จะเหมือนกระแสไฟฟ้าที่ทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้”
การเติบโตของตลาดบรอดแบนด์ในประเทศไทยเห็นได้ชัดเจนจากผลการศึกษาของ Ovum ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยการตลาด อุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซอฟต์แวร์และบริการเทคโนโลยีระดับโลก ได้รายงานการจัดอันดับ 10 ประเทศที่มีการเติบโตของบรอดแบนด์สูงสุด ปรากฏว่าประเทศไทยติดอันดับร่วมกับอินโดนีเซีย อินเดีย เวียดนาม ฟิลิปินส์ รัสเซีย กรีซ ไอร์แลนด์ ตุรกีและยูเครน โดยประเมินจากผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ปริมาณการใช้แบนด์วิธที่มากขึ้นและการกำหนดแพกเกจราคาของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขระบุถึงปริมาณความเร็วในการใช้บรอดแบนด์เฉลี่ยที่หนึ่งในโลกคือญี่ปุ่น ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 61 เม็ก ที่สองเป็นเกาหลีใต้ 45.6 เม็กส่วนประเทศไทยความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1 เม็กเท่านั้น
ส่วนตลาดบรอดแบนด์ทั่วโลกมีคนใช้งานประมาณ 300 ล้านคนโดย 5 อันดับแรกคือสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เยอรมนีและรัสเซีย โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 33.3%
สำหรับการเติบโตของตลาดบรอดแบนด์ในปีหน้าคาดว่าจะเติบโตประมาณ 30% หรือมีตลาดรวมประมาณ 1.3 ล้านรายซึ่งการเติบโตจะยากลำบากขึ้นเนื่องจะต้องเข้าไปยังเซ็กเมนต์ใหม่ๆ และคาดว่าจะไปเติบโตในตลาดต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นความท้าทายกลุ่มทรูเนื่องจากที่ผ่านมาการให้บริการในต่างจังหวัดบางพื้นที่จำเป็นต้องพึ่งพาเครือข่ายของทีโอทีหรือทีทีแอนด์ที ทำให้กลุ่มทรูมองว่าเทคโนโลยีไว-แมกซ์จะเข้ามาช่วยต่อยอดการเติบโตของบรอดแบนด์ให้สูงขึ้นโดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่บางพื้นที่แม้แต่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือก็อาจครอบคลุมไม่สมบูรณ์
“ถ้าสามารถให้บริการไว-แมกซ์ได้ ตลาดจะเติบโตมากกว่า 100% โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด”
เทคโนโลยีไร้สายจะเป็นตัวเร่งการเติบโตของบรอดแบนด์ไม่ใช่แค่ไว-แมกซ์ แต่ไว-ไฟในปัจจุบันที่ทรูติดตั้งไปแล้วกว่า 4 พันจุดครอบคลุมกรุงเทพฯและกว่า 50 จังหวัดกระจายตามศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และสถานที่ชั้นนำต่างๆ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นความต้องการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้เกิดข้อจำกัดคือการกำกับดูแลของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่จำกัดความแรงในการส่งสัญญาณเพียงไม่เกิน 100 มิลลิวัตต์ ทำให้รัศมีการครอบคลุมพื้นที่อยู่ในวงแคบๆ หากจะทำกรุงเทพฯให้เป็นไว-ไฟทั้งเมืองก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่คุ้มค่าในการลงทุน
“ความแรงในการส่งสัญญาณ 100 มิลลิวัตต์เป็นมาตรฐานเก่า หากกทช.ยอมให้ความแรงในการส่งสัญญาณเพิ่มเป็น 1 วัตต์ก็จะทำให้ได้พื้นที่บริการมากขึ้นและจะทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น”
ปัญหาความไม่ชัดเจนในเรื่องการกำกับดูแลก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มทรูไม่กล้าลงทุนขยายบริการบรอดแบนด์ในลักษณะลงทุนเครือข่ายไร้สาย เพราะสิ้นเดือนก.ย.นี้กทช.ต้องมีการจับสลากออก 3 คน ปัญหาที่ตามมาคือองค์คณะที่เหลือจะสามารถอนุมัติหรือไม่อนุมัติอะไรได้หรือไม่ รวมทั้งองค์กรกำกับดูแลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กลายร่างเป็นกสทช.หรือการรวมกทช.และกสช.เข้าด้วยกัน จะเริ่มทำงานและอนุมัติไลเซนส์จัดสรรความถี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมือถือ 3G หรือไว-แมกซ์ได้เมื่อไหร่
“ถ้าพูดเรื่องการลงทุนคงต้องรอให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากกว่านี้ก่อนในเรื่ององค์กรกำกับดูแล เพราะการลงทุนในขณะที่ทุกอย่างยังไม่ชัดเจนถือว่ามีความเสี่ยงมาก โดยในขณะนี้คาปาซิตี้ของระบบยังรองรับลูกค้าได้ถึง 1 ล้านราย”
ข่าว : CyberBiz
ทรูยิ้มรับตลาดบรอดแบนด์เติบโตเกินคาด ผลพวงแพกเกจซูเปอร์ ไฮสปีด หวังสร้างมาตรฐานยกระดับบรอดแบนด์ต้องความเร็วเกิน 1 เม็ก หวังดันยอดสิ้นปีกว่า 4 แสนราย ‘นพปฎล’ ติงความไม่ชัดเจนขององค์กรกำกับดูแลอุตสหากรรม พ่นพิษเอกชนไม่กล้าลงทุน โดยเฉพาะไว-แมกซ์ที่จะเป็นเทคโนโลยีต่อยอดให้ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว
นายนพปฎล เดชาอุดม ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป Online บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่นกล่าวว่า คาดว่าปีนี้ลูกค้าที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเกินกว่า 1 เม็ก (Mbps)หรือ Super hi-speed Internet ของกลุ่มทรูจะมีประมาณ 4 แสนราย โดยตลาดรวมของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ทั้งหมดมีประมาณ 1 ล้านรายและกลุ่มทรูคาดว่าจะมีลูกค้าบรอดแบนด์ทั้งหมดรวม 6 แสนราย (รวมซูเปอร์ ไฮ-สปีดอินเทอร์เน็ต)
“เฉพาะซูเปอร์ ไฮ-สปีด อินเทอร์เน็ตที่ความเร็วเกินกว่า 1 เม็กมีการเติบโตสูงถึง 6 เท่าในปีเดียว”
การเติบโตของลูกค้าบรอดแบนด์ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกระตุ้นตลาดด้วยแคมเปญ SUPER hi-speed ที่พลิกมาตรฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็น 1 เม็กด้วยราคาเพียง 599 บาทซึ่งทำให้คู่แข่งในตลาดหลายรายต้องหั่นราคาลงมาสู้ ทำให้กลุ่มทรูต้องขยายระยะเวลาแคมเปญออกไปจนถึงสิ้นปี 2550 โดยใช้จุดแข็งการคอนเวอร์เจนซ์ของคอนเทนต์ในกลุ่มทรู เนื่องจากเทคโนโลยีความเร็วของอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ตามกันทัน แต่คอนเทนต์หรือแอปพลิเคชั่นที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าเป็นความเข้มแข็งที่กลุ่มทรูเหนือกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ AF ที่ติดตามนักล่าฝันอย่างใกล้ชิดแบบออนไลน์ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จนมาถึงคอนเทนต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากทรูวิชั่นส์ช่องทรูสปอร์ต 5 โดยเปิดให้ลูกค้าที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสามารถรับชมการถ่ายทอดสด ในราคาพิเศษเพียงเดือนละ 199 บาทจากปกติ 399 บาท
“ทิศทางคอนเทนต์ในอนาคตของกลุ่มทรู จะเน้นที่เหมาะสมกับบรอดแบนด์ความเร็วตั้งแต่ 1 เม็กขึ้นไปเพื่อสร้างบริการให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่ผ่านมาตลาดจะแข่งขันในเรื่องความเร็ว แต่ปีหน้าคุณภาพบริการจะเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ให้บริการต้องพัฒนาบริการให้เป็นระดับเวิลด์คลาส ซึ่งต่อไปบรอดแบนด์จะเหมือนกระแสไฟฟ้าที่ทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้”
การเติบโตของตลาดบรอดแบนด์ในประเทศไทยเห็นได้ชัดเจนจากผลการศึกษาของ Ovum ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยการตลาด อุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซอฟต์แวร์และบริการเทคโนโลยีระดับโลก ได้รายงานการจัดอันดับ 10 ประเทศที่มีการเติบโตของบรอดแบนด์สูงสุด ปรากฏว่าประเทศไทยติดอันดับร่วมกับอินโดนีเซีย อินเดีย เวียดนาม ฟิลิปินส์ รัสเซีย กรีซ ไอร์แลนด์ ตุรกีและยูเครน โดยประเมินจากผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ปริมาณการใช้แบนด์วิธที่มากขึ้นและการกำหนดแพกเกจราคาของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขระบุถึงปริมาณความเร็วในการใช้บรอดแบนด์เฉลี่ยที่หนึ่งในโลกคือญี่ปุ่น ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 61 เม็ก ที่สองเป็นเกาหลีใต้ 45.6 เม็กส่วนประเทศไทยความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1 เม็กเท่านั้น
ส่วนตลาดบรอดแบนด์ทั่วโลกมีคนใช้งานประมาณ 300 ล้านคนโดย 5 อันดับแรกคือสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เยอรมนีและรัสเซีย โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 33.3%
สำหรับการเติบโตของตลาดบรอดแบนด์ในปีหน้าคาดว่าจะเติบโตประมาณ 30% หรือมีตลาดรวมประมาณ 1.3 ล้านรายซึ่งการเติบโตจะยากลำบากขึ้นเนื่องจะต้องเข้าไปยังเซ็กเมนต์ใหม่ๆ และคาดว่าจะไปเติบโตในตลาดต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นความท้าทายกลุ่มทรูเนื่องจากที่ผ่านมาการให้บริการในต่างจังหวัดบางพื้นที่จำเป็นต้องพึ่งพาเครือข่ายของทีโอทีหรือทีทีแอนด์ที ทำให้กลุ่มทรูมองว่าเทคโนโลยีไว-แมกซ์จะเข้ามาช่วยต่อยอดการเติบโตของบรอดแบนด์ให้สูงขึ้นโดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่บางพื้นที่แม้แต่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือก็อาจครอบคลุมไม่สมบูรณ์
“ถ้าสามารถให้บริการไว-แมกซ์ได้ ตลาดจะเติบโตมากกว่า 100% โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด”
เทคโนโลยีไร้สายจะเป็นตัวเร่งการเติบโตของบรอดแบนด์ไม่ใช่แค่ไว-แมกซ์ แต่ไว-ไฟในปัจจุบันที่ทรูติดตั้งไปแล้วกว่า 4 พันจุดครอบคลุมกรุงเทพฯและกว่า 50 จังหวัดกระจายตามศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และสถานที่ชั้นนำต่างๆ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นความต้องการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้เกิดข้อจำกัดคือการกำกับดูแลของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่จำกัดความแรงในการส่งสัญญาณเพียงไม่เกิน 100 มิลลิวัตต์ ทำให้รัศมีการครอบคลุมพื้นที่อยู่ในวงแคบๆ หากจะทำกรุงเทพฯให้เป็นไว-ไฟทั้งเมืองก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่คุ้มค่าในการลงทุน
“ความแรงในการส่งสัญญาณ 100 มิลลิวัตต์เป็นมาตรฐานเก่า หากกทช.ยอมให้ความแรงในการส่งสัญญาณเพิ่มเป็น 1 วัตต์ก็จะทำให้ได้พื้นที่บริการมากขึ้นและจะทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น”
ปัญหาความไม่ชัดเจนในเรื่องการกำกับดูแลก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มทรูไม่กล้าลงทุนขยายบริการบรอดแบนด์ในลักษณะลงทุนเครือข่ายไร้สาย เพราะสิ้นเดือนก.ย.นี้กทช.ต้องมีการจับสลากออก 3 คน ปัญหาที่ตามมาคือองค์คณะที่เหลือจะสามารถอนุมัติหรือไม่อนุมัติอะไรได้หรือไม่ รวมทั้งองค์กรกำกับดูแลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กลายร่างเป็นกสทช.หรือการรวมกทช.และกสช.เข้าด้วยกัน จะเริ่มทำงานและอนุมัติไลเซนส์จัดสรรความถี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมือถือ 3G หรือไว-แมกซ์ได้เมื่อไหร่
“ถ้าพูดเรื่องการลงทุนคงต้องรอให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากกว่านี้ก่อนในเรื่ององค์กรกำกับดูแล เพราะการลงทุนในขณะที่ทุกอย่างยังไม่ชัดเจนถือว่ามีความเสี่ยงมาก โดยในขณะนี้คาปาซิตี้ของระบบยังรองรับลูกค้าได้ถึง 1 ล้านราย”
ข่าว : CyberBiz