View Full Version : หัดมีสมองซะบ้าง!!
asylu3
05-11-2002, 01:41 PM
หัวข้อกระทู้อาจจะค้อนข่างแรงไปหน่อยแต่ ข้อความทั้งหมดนั้นสื่อความหมายดีมากไปเจอ จาก board วิศวะคอม ก็ทุกวันนี้อะไรๆ มันก็มีแต่คอมพิวเตอร์ การใช้งานก็มากขึ้น คนที่จบไปทำงานด้านนี้ จริงๆก็มีไม่น้อย แต่คนที่ประสบความสำเร็จนั้นมีน้อยมากๆ อะไรทำให้ มีน้อยคนนักที่ประสบความสำเร็จลองอ่านดูกันนะครับ asylum
--------------------------------
คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนมากทั้งที่เกี่ยวกับสายงานวิศวคอมและไม่ใช่ ส่วนมากเค้าจะเริ่มประสบความสำเร็จหรือฉายแววกันตั้งแต่อายุประมาณ 19-23 ... เลยชักสงสัยว่าพวกฝรั่งหรือว่าชาติอื่นเค้าจะใช้เวลาว่างเหมือนวัยรุ่นไทยส่วนมากหรือเปล่า(เจาะจงถึงนักศึกษาที่เรียนทางสายcomในมหาลัย) ทำไมเค้าประสบความสำเร็จกันเร็วจัง...!!!
หรือถ้ามองให้แคบกว่านั้นเทียบกะรุ่น คุณพ่อ คุณแม่ของเรา(หรือของเพื่อน) ก้อได้ ว่าเค้าทำอะไรบ้างตอนที่อายุพอๆกะเรา คือผมแค่สงสัยว่าอะไรทำให้คนธรรมดา(หมายถึงใช้เวลาส่วนมากเล่นเกมส์กะดูหนัง ฟังเพลงซะเป็นส่วนใหญ่) อันนี้ขอโทษไว้ด้วย ณ ที่นี้ ถ้าไปตรงกะใครบางคน ที่บ้านรวยมากๆ(ทำให้ความสบายผูดมัด ความกระตือรือร้น ที่จะท้าทายตัวเอง ให้กล้ามองไปถึงวันที่เรียนจบจาก มหาวิทยาลัย ว่าตอนนั้นเราจะทำอะไรดี)
เทอมใหม่แล้วลองเริ่มเลียนแบบด้านดีของเค้าดูบ้างดีไหมคับ......เพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ พระจอมเกล้าทุกคน
RedAnalyzer
08-11-2002, 12:12 AM
อันนี้มันก็มองกันได้หลายมุมนะครับ คนที่ประสบความสำเร็จทางด้านคอมพิวเตอร์นั้นคุณสมบัติอย่างแรกที่ต้องมีเลย (ในความคิดผมนะ) ก็คือความกระตือรือร้นในการลองผิดลองถูกกับสิ่งใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ อันนี้จำเป็นมากเพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวเร็วซะจนเราไม่มีทางตามเก็บทุกอย่างได้หมด ทีนี้มาลองวิเคราะห์กันดูว่าอะไรทำให้ เด็กไทย (ส่วนใหญ่) ไม่ค่อยกระตือรือร้นกับเทคโนโลยี
1 เป็นเรื่องไกลตัว ขี้เกียจเอามารกสมอง
2 อยากรู้เรื่องแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
3 อยู่อย่างที่เป็นก็สบายดีอยู่แล้ว
สำหรับกรณีแรกและสุดท้ายนั้นจะมีเยอะ เพราะเค้าคิดว่าเรียนจบแล้วก็จบกัน ที่เรียนมาก็เอาไปทำงานได้ ไม่จำเป็นต้องมาขวนขวายอะไรอีก
กรณีที่สองนี้แหละที่ผมอยากจะพูดถึง เพราะจากที่ผมเจอมากับตัวเอง ผมเห็นคนกรณีนี้ค่อนข้างเยอะพอสมควร เค้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง แล้วบางทีก็พยายามแล้วแต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดี ผมว่า citec ก็ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ไม่ใช่เหรอครับ?
แต่บางคนก็เกิดอาการท้อ และขี้เกียจจะเรียนรู้สิ่งใหม่ไปเลย เค้าก็จะย้อนไปเป็นกรณีที่หนึ่งและสามตามลำดับ
ส่วนตัวผมเองไม่คิดว่าการพักผ่อนสมองจะเป็นสิ่งที่ผิดอะไรนะครับ การเรียนทางด้านคอมพิวเตอร์ไม่จำเป็นที่วันๆต้องขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์ เราควรใช้ชีวิตให้มีความสุขครับ ทำสิ่งที่คุณอยากทำโดยที่ไม่เดือดร้อนใคร เพราะความสุขจะเป็นตัวกระตุ้นให้คุณค้นพบสิ่งใหม่ๆ โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
ใครจะไปคิดบางทีคนที่นั่งเล่นเกมส์ online อยู่คอมภาค เค้าอาจได้แรงบันดาลใจจากมันแล้วก็นำไปพัฒนาต่อเป็นเกมส์ที่เค้าสร้างเองก็ได้
ใครจะไปคิด บางทีคนที่นั่งฟังเพลงอยู่อาจจะปิ๊งไอเดียสร้าง application เล่นเพลงดีๆขึ้นมาสักอัน
ใครจะไปคิด บางทีคนที่ดูหนังอยุ่ ในอนาคตเค้าอาจนำไอเดียที่เค้าอยากดูหนังเรื่องที่อยากดูในเวลาที่ต้องการ จับหนังไปบีบอัดให้ดูได้ในมือถือแล้วก็แชร์กันแบบ peer อย่าง napster ก็ได้
โลกนี้แบ่งความพอดียากครับ ขึ้นอยุ่กับเวลาและโอกาส แต่ผมคิดว่าเวลาทุกคนมีเท่ากัน แต่โอกาสขึ้นอยู่กับการไขว่คว้า ความก้าวหน้าก็ไม่ต่างอะไรกันครับ อยากให้ทุกคนมีความสุขในการใช้ชีวิตไม่ซีเรียส
เพราะนั่นหมายความว่าประเทศไทยจะมีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพทั้ง EQ และ IQ เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนครับ
Crovax
28-11-2002, 12:40 AM
เวลา ทุกมีเท่ากัน
บ้างเที่ยว บ้างเล่น บ้างนอน
พอวันเวลาผ่านไป
เขาก็มาโวยวายว่า เวลานั้นแสนสั้น
ทำให้ตัวฉันนั้นไม่สามารถทำอะไรได้เท่าไรเลย
เพราะว่าเขาไม่เคยที่จะหยุดคิดว่าแต่ละวันที่เขาให้มันผ่านไปนั้น
เขาได้ทำอะไรเพื่อพัฒนาตนเองหรือสังคมบ้าง
บ้างคิดแต่ว่าจะทำอย่างไงให้ตัวเองสบาย
มีใครบ้างที่ชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ
จะทำอะไรก็สำเร็จทุกครั้ง
ชีวิตแบบนั้นนิยายยังไม่ทำเลย
ลองคิดว่าถ้าคุณทีเงินจำนวน 86400 บาท เป็นเงินที่ เติมเข้ามาในบัญชีของคุณทุกๆเช้า และจะลบยอดที้งทุกๆคืน คุณจะทำอย่างไร ใช้ให้หมดใช่ใหม
ชีวิตของคนเราก็เกิดมาโดยไม่มีอะไร เราก็ได้โอกาสที่เรามีคือ 86400 วินาที/วัน ที่จะตักตวงสิ่งที่เราไม่มีให้เต็มในชีวิตเรา แต่เราหาได้เวลาอย่างคุ้มค่าอย่างที่เราควรจะทำเลย
อย่าคอยที่จะรอรับประทานแต่อาหารที่ปรุงสำเร็จหรือพวก fast food เลยเพราะว่ามันไม่ได้ประโยชน์อะไรมากมาย นอกจากคุณรู้จักวิธีการรับประทานอาหาร แต่อาหารที่ปรุงเองย่อมถูกปากมากกว่าที่เขาปรุงใช่ใหม เพราะถ้ามันอร่อยถูกปากกันจริงๆแล้ว เราคงไม่ต้องมาปรุงรสให้เสียเวลาหรอก
การทำอาหารครั้งแรกก็เช่นกัน มันเหมือนกับการทำงาน มันคงไม่ออกมางดงามเหมือน cheif ตามร้านอาหารหรูๆหรอก มันต้องใช้ความพยายามทำสักพักที่เราจะรู้หลักให้มันถูกปากและออกมาดูงดงามได้
เอาละผมทั้งไว้ให้คิดกันต่อเองดีกว่า โตๆกันแล้ว ผมคงไม่ต้องบอกทุกอย่างหรอก เราทุกคนต่างมีความคิดเป็นของตนเอง เราทุกคนรู้ว่าเราควรจะเพิ่มเติมอะไรให้กับชีวิต
คนเดิมอีกละ โพสต์ยาวตามเคย
Powered by vBulletin® Version 4.2.5 Copyright © 2026 vBulletin Solutions Inc. All rights reserved.