![]()
ปัจจุบัน โรคมะเร็งจัดเป็นโรคที่เป็นสาเหตุที่สำคัญแห่งการตายในประเทศไทยอย่างหนึ่ง ในสมัยก่อนถือเป็นโรคที่แทบจะไม่ทางรักษาให้หายได้เลย สำหรับปัจจุบันวงการแพทย์ได้มีความสามารถในการตรวจและรักษาที่มากขึ้น ทำให้การรักษามะเร็งได้ผลที่ดีมากขึ้น
สิ่งที่ตามมากับการวิทยาการการแพทย์และข่าวสาร คือความตื่นตัวของประชาชนต่อโรคมะเร็ง โดยประชาชนมีความรู้เรื่องวิธีการตรวจแบบต่างๆเพื่อตรวจหาโรคมะเร็งมากขึ้น ความต้องการตรวจหาโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น
ปัญหาจึงตามมา เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนได้รับจากสื่อสารมวลชน อาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่ชัดเจน เป็นข้อมูลในลักษณะที่ให้ความคาดหวังที่เกินจริง ... นำมาซึ่งความต้องการของประชาชนที่เกินความเป็นจริง ... และท้ายที่สุดนำมาสู่ความสิ้นเปลือง และนำมาสู่ความกังวลและปัญหาสุขภาพจิตที่ไม่จำเป็น
วันนี้ผมจะขอจำกัดกรอบการพูดถึงการตรวจมะเร็งโดยการเจาะเลือด อันเป็นหนึ่งในการตรวจที่ประชาชนส่วนใหญ่มาขอให้ตรวจที่โรงพยาบาล
เจาะเลือดหามะเร็ง เจาะหามะเร็งอะไรบ้าง
เจาะ เลือดหามะเร็งที่หลายคนชอบเรียกกัน คือการเจาะเลือดหาสารที่จะพบได้ในคนที่เป็นมะเร็ง(Tumor marker) บางครั้งจะไปพบการเจาะเลือดพวกนี้ในโรงพยาบาลเอกชนโดยอยู่ในแพ็คเกจตรวจสุข ภาพในหมวดที่เรียกว่าการตรวจ"สารบ่งชี้"มะเร็ง
การเจาะเลือดที่มักทำกันก็มี CEA PSA AFP CA-125
CEA Serum carcinoembryonic antigen เป็นสารที่ปล่อยออกมาจากเนื้อมะเร็งบางชนิด โดยถือหลักที่ว่ามะเร็งมักเป็นเซลล์ที่มีความผิดปกติโดยมีลักษณะเหมือนกับ เซลล์ตัวอ่อนของมนุษย์ (Embryo) มะเร็งที่จะมีสารตัวนี้ขึ้นสูงได้ ก็มีหลายตัว เช่นมะเร็งในทางเดินอาหาร มะเร็งปอดชนิดsmall cell มะเร็งเต้านม
PSA Prostate specific antigen เป็นสารที่ปล่อยออกมาจากเนื้อต่อมลูกหมาก ดังนั้นถ้าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก็อาจจะมีสารตัวนี้ขึ้นสูง
AFP alpha-fetoprotein เป็นสารที่อาจจะเจอได้ในมะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma
CA125 เป็นสารกลุ่ม Mucin เจอได้ในมะเร็งรังไข่บางตัวบางชนิด
เหล่า นี้คือการเจาะเลือดหามะเร็งที่พบได้ในแพ็คเกจตรวจสุขภาพบางตัว ซึ่งโดยมากตามโรงพยาบาลเอกชนจะมีแพทย์ที่มีความรู้ด้านนี้คอยให้คำปรึกษา เรื่องพวกนี้อยู่โดยเฉพาะ
ปัญหาคือคนที่ได้ยินได้ฟังโดยไม่เข้าใจ หลงไปเข้าใจว่าการเจาะเลือดพวกนี้จะเป็นตัวบอกให้ทราบว่าเป็นหรือไม่เป็น มะเร็ง บางคนได้ยินว่าในโรงพยาบาลเอกชนมีการเจาะเลือดตัวนี้ ก็ไปขอเจาะในโรงพยาบาลรัฐบาล(เพื่อเสียค่าใช้จ่ายที่ลดลง) บางคนดั้นด้นไปที่โรงพยาบาลศูนย์มะเร็งประจำภาคเพื่อให้ที่นั่นตรวจหาว่าตน เองเป็นมะเร็งหรือไม่ ... ถ้าจากสิ่งที่ผมได้เอ่ยมานั้นบางคนอาจจะมองว่า ตรวจไปก็ไม่น่าจะเสียหายแต่ความจริงแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นครับ มันมีหลายสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องและสร้างความยุ่งยากลำบากใจให้เกิดขึ้น ต่อการตรวจรักษา และบางครั้งก็ทำให้เกิดผลเสียตามมาแทนที่จะเกิดผลดี
ผลเสียและข้อด้อยที่เกิดขึ้นนั้น ผมจะจำแนกแยกเป็นข้อๆให้ฟังกัน ณ บัดนี้
1. ผลบวกลวง
แปล เป็นภาษาชาวบ้านทั่วๆไปคือ คนไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง แต่ว่าดันตรวจพบว่าค่าเหล่านี้สูงกว่าปกติ ... นี่เป็นเรื่องที่เจอได้และเป็นปัญหาที่มีมากที่สุดอย่างหนึ่งเวลาให้คำ ปรึกษากับผู้ที่ไปเจาะเลือดมา
2. ผลลบลวง
แปลเป็นภาษาบ้านได้ว่า คนๆนี้เป็นมะเร็ง แต่ปรากฎว่าเมื่อตรวจเลือดไปแล้วแปลผลว่าไม่เป็นมะเร็ง ... ปัญหาจะเกิดเมื่อ คนๆนี้มาตรวจแล้วไม่พบก็ชะล่าใจว่าไม่ได้เป็น จากนั้นก็กลับไปปฏิบัติตัวแบบเดิมเสริมสร้างให้เป็นมะเร็ง และอาจจะล่าช้าในการมาตรวจซ้ำ
3. ความจำเพาะ
ตัวตรวจมะเร็งทั้ง4ตัว นี้แม้ว่าจะเกิดจากมะเร็งก็จริง แต่บางครั้งก็สามารถตรวจพบสูงขึ้นได้จากสาเหตุอื่นๆที่ไม่ใช่มะเร็ง อย่างเช่น CEA ก็เจอสูงได้ในคนสูบบุหรี่จัด PSA เจอสูงได้ในคนที่เป็นต่อมลูกหมากอักเสบ AFP ก็เจอได้ในหญิงตั้งครรภ์ ดังนั้นทำให้การตรวจเจอแปลผลได้ยากขึ้น
4. ตรวจเจอแล้วไงต่อ
มะเร็ง บางชนิด ตรวจเจอเร็วเจอช้า การรักษาไม่ต่างกัน ... มะเร็งบางตัว ในบางคน เจอแล้วหมอก็ไม่รักษาเพราะไม่รักษาน่าจะอยู่ได้นานกว่า ... มะเร็งบางตัว ถ้ายังไม่มีอาการแล้วไปค้นหา อาจจะเสี่ยงตายยิ่งกว่าไม่ตรวจอีก
5. ไม่ได้เตรียมตัวมา ประสาทพาลจะกินเอา
บาง คนตรวจเจอค่าเหล่านี้ผิดจากปกติเล็กน้อย ก็บังเกิดความกังวลขึ้น ต้องมาตรวจซ้ำ ต้องมาตรวจหาโรคอีกมากมาย ... บางคนแพทย์ยืนยันแล้วว่าปกติดี ก็ยังไม่เชื่อ พาลคิดตลอดว่าตนเองเป็นมะเร็ง ก็ไปแสวงหาการรักษานอกแบบแผน ไปถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงอีกทอดนึง
บ้านอื่นเมืองอื่น เขาเจาะกันหรือไม่
ถ้า ไปเปิดหนังสือตำราจากต่างประเทศ จะพบว่า เขาถือเป็นข้อปฏิบัติทีเดียวว่าจะไม่มีการวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยการเจาะ เลือดเพียงอย่างเดียว การจะวินิจฉัยมะเร็งจะต้องทำโดยการตรวจอย่างอื่นเพิ่มเติม
ที่สำคัญ มีโรคมะเร็งน้อยชนิดนักที่จะทำการตรวจคัดกรอง(Screening)ในคนที่ไม่มีอาการ ด้วยการเจาะเลือด ... ชนิดเดียวเท่าที่ผมค้นหามาได้คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนชนิดอื่นๆก็ไม่มีใครใช้กัน
ดังนั้นจึงค่อนข้างชัดเจนว่าถ้าไม่ได้มี อาการอะไร เดินมาโดยปกติดี จะไม่มีการบอกว่าใครเป็นหรือไม่เป็นมะเร็งด้วยการเจาะเลือดเอาไปตรวจ
แล้วจะทำไงต่อ ก็เจาะเลือดไปแล้ว
อย่าง ที่ผมบอกแหละครับ เวลาไปที่โรงพยาบาลเอกชน ที่นั่นจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์เฉพาะทางที่ทำหน้าที่ในการดูแลรักษา และให้คำแนะนำ โดยปรกติทั่วไป ถ้าใครไปเจาะและเตรียมคำถามไปด้วยความอยากรู้ แพทย์ก็จะอธิบายเหตุผลและวิธีในการจัดการหากพบว่ามีผลที่ผิดปกติ หรือแม้จะไม่ผิดปกติก็มักจะมีการแนะนำ
ปัญหาที่เกิดก็จะมาเกิดกับผู้ที่ สงสัยแต่ไม่ถามหรือไม่ก็ผู้ที่ไปขอเจาะจากสถานพยาบาลของรัฐบาลโดยที่ไม่มี ความจำเป็นในการเจาะ ... ในเมื่อไม่ได้มีการให้ความรู้ที่ดีพอ ไม่มีความพร้อมพอ เมื่อเจาะได้ผลมาแล้วแพทย์ก็ไม่มีเวลาพอ(เพราะงานประจำก็จะแย่อยู่แล้ว นี่ต้องมาแบกภาระในสิ่งที่ไม่จำเป็นอีก) ผลก็คือเกิดความกังวล
ผู้ที่เจาะเลือดแล้วได้ผลสูงกว่าค่าปกติบางคนไม่รู้(แล้วไม่ถาม) ก็เลยบังเกิดความสงสัยไม่สบายใจต่อเนื่องไป
ดัง นั้นคำตอบแรกสำหรับปัญหานี้คือ .... การเจาะเลือดตรวจหามะเร็งเหล่านี้น่าเจาะไหม คำตอบง่ายๆคือ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรไม่ได้มีเงินเหลือกินเหลือใช้ แข็งแรงดีมาตลอด ก็อย่าไปเจาะเลยครับ ปวดหัวเปล่าๆ
จะเจาะเมื่อไร ... ก็คือ ควรเจาะก็ต่อเมื่อแพทย์สั่ง ซึ่งคุณควรจะมีอาการผิดปกติที่คุณสังเกตเห็นหรือรู้สึก และบอกแพทย์ไปจากนั้นให้แพทย์พิจารณาว่าจะตรวจดีหรือไม่
จากนั้นหากจะ เจาะเลือดหาสิ่งเหล่านี้(ไม่ว่าจะมีเงินเหลือใช้ หรือจะเจาะเพราะแพทย์สั่งเจาะ) อย่างน้อยที่สุดคุณควรจะถามแพทย์ไว้เลยว่า ถ้าตรวจแล้วเจอว่าผิดปกติ จะให้ทำอะไรต่อไปบ้าง เพื่อคุณจะได้เตรียมตัววางแผนไว้แต่เนิ่นๆ
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมตัวแต่ว่าดันเจาะไปแล้วแถมยังผิดปกติ ผมมีเรื่องย่อๆมาเล่าให้ฟังครับ
CA 125
ถ้า เจาะเลือดตัวนี้ตัวเดียว ถือเป็นตัวค้นหามะเร็งรังไข่ที่ไม่มีความแม่นยำ(ผมขอเรียกว่าไม่มีประโยชน์) เพราะว่าผลบวกลวงสูงมาก บางการศึกษาพบว่าคนที่ให้ผลบวกแล้วไปตรวจต่อจนถึงขั้นผ่าตัด ก็เจอว่าเป็นอย่างอื่นมากกว่าเป็นมะเร็ง ... แถมผลงานวิจัยก็พบว่าการตรวจแล้วเจอจากนั้นเอาไปตรวจหาอย่างเต็มที่รักษา เต็มรูปแบบ ก็ยังไม่ปรากฎว่าจะช่วยลดการเสียชีวิตจากมะเร็งรังไข่ให้ลดลง
ถ้า บังเอิญเจาะไปแล้วสูงขึ้นกว่าปกติ สิ่งที่เป็นไปได้นอกจากมะเร็งคือ เนื้อเยื่อมดลูกผิดที่Endometriosis(ช็อคโกแลตซีสต์ก็เรียก) ตั้งครรภ์ ถุงน้ำรังไข่ธรรมดา
การตรวจที่จะตรวจต่อเพื่อหาว่าเป็นมะเร็งไหมในคนที่ กังวลใจ คือ การตรวจซ้ำ (Serial) ถ้าเจอว่าผลเลือดนี้สูงขึ้น ก็อาจจะไปตรวจอย่างอื่นต่อ ... และ/หรือ ทำอัลตราซาวน์เพื่อหาสิ่งที่อาจจะเป็นก้อนมะเร็ง
ถ้าเจอก้อนและพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นอะไร ก็อาจจะต้องผ่าเอาออกมาดู
[อนึ่ง คนที่ถามว่าถ้าไม่ตรวจตัวนี้จะไม่ช้าไปหรือ ... สำหรับคนที่หมอสงสัยเรื่องมะเร็งรังไข่ จะตรวจเจ้าตัวนี้ขึ้นไม่ขึ้น หมอก็มักเอาไปตรวจอัลตราซาวน์และตรวจอย่างอื่นอยู่แล้วครับ)
AFP
มะเร็ง ตับเป็นมะเร็งเป็นมะเร็งที่น่ากลัวอีกตัวนึง เพราะส่วนใหญ่ถ้าเจอก้อนโตๆก็มักจะรักษาไม่ไหว คนปกติ เจาะAFPแล้วมักจะไม่ขึ้น ส่วนในคนที่เจาะแล้วค่านี้สูงก็อาจจะต้องไปทำอัลตราซาวน์เพื่อหาก้อนต่อไป
คน ที่ควรจะเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเรื่องนี้ก็คือ คนที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง(ตับอักเบบี ตับอักเสบซี) โรคตับแข็ง ซึ่งแพทย์มักจะนัดตรวจอยู่แล้วเพราะในกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงต่อการเป็ฯ มะเร็งตับสูงกว่าคนปกติ
ปัญหาคือคุ้มค่าหรือไม่ที่จะเจาะ เพราะส่วนใหญ่คนที่ไม่เป็นอะไรเจาะแล้วก็มักไม่ขึ้นอยู่แล้ว ... หรือถ้าขึ้นก็มักไม่มีปัญหาในการตรวจ เพราะจะได้รับคำแนะนำให้ไปตรวจอัลตราซาวน์หรือCT หรือ PET scan (ตามแต่กำลังและความเหมาะสม) ... ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนว่าคุ้มค่าหรือไม่ในการไปหาล่วงหน้าว่าเป็นมะเร็งตับ ยังไม่มีงานวิจัยที่ชัดเจนว่าการไปเจาะเลือดเพื่อหาโรคนี้จะทำให้คนที่เป็น รอดชีวิต
แต่ที่มีงานวิจัยว่าช่วยลดโอกาสเป็นมะเร็งตับได้แน่ๆ คือ การละเว้นการดื่มสุรา การไม่กินของที่ใส่สีแดงสด(พวกดินประสิวหรือสารไนเตรด) การหลีกเลี่ยงสารอะฟล่าท็อกซิน(Aflatoxin)ซึ่งเจอได้ในอาหารที่ขึ้นรา กินอาหารที่อุดมไปด้วยกากใยอาหาร การหลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่างเกรียมดำ การใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดการแพร่เชื้อตับอักเสบบี ของพวกนี้ลดการเป็นมะเร็งได้อย่างแน่นอนและคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม ... แทนที่จะไปตรวจเจาะเลือดให้วุ่นวาย สู้หยุดความเสี่ยงตรงนี้ได้ประโยชน์มากกว่ากันเห็นๆไม่รู้กี่เท่าครับ
CEA
ปกติ ไม่มีใครเค้าใช้เป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นมะเร็ง เพราะว่ามีโอกาสที่ไม่ได้เป็นมะเร็งแต่ตรวจตัวนี้ได้ผิดปกติ เช่น เป็นตับอ่อนอักเสบ ลำไส้แปรปรวนIBS สูบบุหรี่ ถุงลมโป่งพอง ตับอักเสบ .... จริงๆแล้วค่านี้หมอจะใช้ในการติดตามคนที่เป็นมะเร็งไปแล้ว ว่าการรักษาที่ให้ไปได้ผลหรือไม่
สมมติไปตรวจแล้วเจอว่าค่านี้สูงขึ้น กว่าปกติ ในคนที่มีอาการ ในคนที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งหรือมีการตรวจอย่างอื่นๆที่สงสัย แพทย์ก็จะส่งตรวจอย่างอื่นต่อ อย่างเช่นการส่องกล้องในทางเดินอาหารเพื่อหาตำแหน่งที่อาจจะเป็นมะเร็ง จากนั้นก็ตัดเอาเนื้อที่สงสัยไปตรวจ
เช่นเดียวกับAFP ... ในต่างประเทศ ไม่มีใครเขาใช้ผลเลือดนี้เดี่ยวๆในการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในคนที่ปกติ แข็งแรงไม่ได้มีอาการอะไร เลยไม่ได้มีวิจัยที่ชัดเจนว่าการเจาะตรวจก่อนจะได้ประโยชน์หรือไม่
แต่ สิ่งที่มีประโยชน์แน่ๆ ก็คือ การละเว้นการดื่มสุรา การไม่กินของที่ใส่สีแดงสด(พวกดินประสิวหรือสารไนเตรด) การหลีกเลี่ยงการกินอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ การหลีกเลี่ยงสารอะฟล่าท็อกซิน(Aflatoxin)ซึ่งเจอได้ในอาหารที่ขึ้นรา กินอาหารที่อุดมไปด้วยกากใยอาหาร การหลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่างเกรียมดำ (คุ้นๆไหมครับ) ซึ่งมีหลักฐานที่ยืนยันชัดว่าช่วยป้องกันมะเร็งตับได้
PSA
เป็น เพียงตัวเดียวที่มีการรับรองให้ใช้เป็นตัวตรวจคัดกรองมะเร็งโดยFDA (องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ) แต่ก็ข้อแนะนำว่า ไม่ควรตรวจเดี่ยวๆโดยไม่ได้ตรวจแบบล้วงก้น
ค่าPSAอาจจะสูงได้ในคนที่เป็นต่อมลูกหมากโต หรือต่อมลูกหมากอักเสบ ดังนั้นการตรวจพบก็ไม่แน่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง
และ อีกข้อนึงคือ มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่โตช้า ถ้าไปเจอในคนที่อายุมากๆ บางครั้งจะไม่ผ่าหรือรักษามะเร็ง(เพราะพบว่ากว่ามะเร็งจะออกอาการบางทีก็ สิบกว่าปีหรือนานกว่านั้น ถ้ารักษาอาจจะตายมากกว่าเสียอีก)
การตรวจที่ จะทำต่อไปหากค่านี้สูงขึ้นและสงสัยมะเร็ง คือ การเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ ... ถ้าตรวจไม่เจอ ก็จะนัดตรวจเลือดซ้ำหรือเจาะหาเนื้อเป็นระยะๆ
ถ้าตรวจเจอ ก็มาพิจารณาอีกทีว่าจะรักษาดีไหม
เป็น มะเร็งที่คุณต้องถามหมอให้ดีครับว่าจะรักษาดีไหม คุ้มหรือไม่ในการตรวจรักษา หรือจะต้องทำอะไรต่อไป .... เพราะบางครั้งถึงแม้ว่าจะเป็น การไม่รักษาปล่อยไว้เฉยๆอาจจะอยู่ได้นานกว่าด้วยซ้ำ
สรุปแล้วการ ตรวจพวกนี้ ถ้าตรวจใน"คนปกติที่ไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรเลย" ถือเป็นการตรวจที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ไม่ได้ทำให้รอดชีวิตมากขึ้นและค่อนไปทางอาจจะมีโทษทำให้เสียสุขภาพจิตโดย ไม่จำเป็น รวมทั้งทำให้เกิดการแสวงหาการรักษาที่ไม่จำเป็น
แต่สิ่งเดียว ที่เหมือนกันก็คือ โรคมะเร็งทั้งหลายเราสามารถลดความเสี่ยงได้ไม่ว่าจะเป็นการลดละเลิกการเสพ เหล้าบุหรี่ การลดอาหารที่อุดมโปรตีนและไขมันและเพิ่มสัดส่วนอาหารกลุ่มผักผลไม้ที่อุดม กากใย ลดอาหารสังเคราะห์ที่มากด้วยสีสรร
ซึ่งการปฏิบัติตัวดังกล่าวนี้ ช่วยลดโอกาสเป็นโรคต่างๆได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานความดันหัวใจไขมันสูงและโรคมะเร็งต่างๆ
คุ้มค่ากว่าการไปตรวจเลือดนักต่อนักครับ
===========================
CREDIT M THAI


Reply With Quote
