นรกขุมไหน
มีชายผู้หนึ่งตายและก็ตกนรก ยมฑูตได้บอกแก่เขาว่ามีนรกอยู่ 3 ขุม ให้เขาเลือกว่าเขาจะอยู่นรกขุมไหน ชายผู้นั้นก็บอกว่าขอดูก่อนเพราะจะได้เลือกถูก
ยมฑูตก็ตกลงพาไปดูนรกขุมที่ 1 ก่อน
ในนรกขุมที่ 1 นั้น ภาพที่เขาเห็นคือ คนเปลือยกาย เท้าช้ฟ้า หัวทิ่มลงกับพื้น แล้วก็มีคนลากหัวไถไปกับพื้นและพื้นก็เป็นพื้นไม้ เขาเห็นดังนั้น จึงบอกให้ยมฑูตพาไปดูนรกขุมที่ 2 ต่อ
นรกขุมที่ 2 ภาพที่เขาเห็นก็ไม่แตกต่างจากนรกขุมแรกเท่าไหร่เลย ต่างกันตรงที่พื้นนรกขุมที่ 2 เป็นพื้นปูน
ยมฑูตจึงถามเขาว่าตัดสินใจได้หรือยัง ว่าจะอยู่นรกขุมไหน
เขาจึงบอกว่าขอดูนรกขุมที่ 3 ก่อนจึงจะบอก
ยมฑูตก็พาไปยังนรกขุมที่ 3 เมื่อเขาเห็นนรกขุมที่ 3 เขาก็แปลกใจมาก
เพราะผู้คนในที่นั้นยืนจิบน้ำชา กาแฟ ทานของว่างและคุยกันอย่างสนุกสนาน
เสียตรงที่ว่า ที่ที่ยืนนั้นมีน้ำอุจจาระท่วมขึ้นมาถึงครึ่งแข้ง เขาก็คิดว่าถึงจะแช่อยู่ในน้ำอุจจาระ แต่ก็ยังมีอาหาร มีน้ำ ให้กินไม่เหมือนขุมอื่นๆ
เขาจึงตัดสินใจบอกกับยมฑูตว่า
”ผมเลือกนรกขุมที่ 3 “
พอเขาพูดจบ.................
ก็มีเสียงตามสายของยมฑูตอีกคนประกาศว่า ”หมดเวลาคอฟฟี่เบรคแล้ว เอาหัวลงได้”
รู้มั๊ย? แมลงสาบใช้อวัยวะใดในการฟัง
> แมลงสาบใช้อวัยวะใดในการฟัง
> ------------------------
> กระทำโดยนักวิจัยอิสระกลุ่มหนึ่ง ใน ฟิจิ อียิปต์... กาบอง .. ไมอามี่ หรือ
> วารินชำราบ ฯ ไม่
> แน่ใจครับ.. ไม่ต้องสนมันครับ เอาว่าวิจัยที่ใดสักที่ก็แล้วกัน
> แนวคิดพื้นฐานก็คือ แมลงสาบ ตาบอด แล้วมันไปไหนต่อไหนได้อย่างไร ?
> มันต้องมีหูที่ดีแน่ๆ จึงสามารถ
> จับเสียง หรือ การสั่นสะเทือนต่างๆ ไปจนกระทั่ง มันสามารถเดิน หรือ
> บินไปไหนต่อไหนได้
> อุปกรณ์ที่ใช้
> 1. กล่องไม้ขีดไฟ
> 2. แมลงสาบ 4 ตัว
> นักวิจัยตั้งสมมติฐานไว้ ว่าแมลงสาบจะต้องใช้อวัยวะ 4
> อย่างนี้แหละในการได้ยิน.. คือ หนวด - ปีก
> - หัว - หรือ.. ขา
> กล่องไม้ขีดที่ 1... พวกเขานำแมลงสาบมา เด็ดหนวดออก แล้วใส่กล่องเหมือนเดิม
> กล่องไม้ขีดที่ 2. .. เด็ดหัวมันออก แล้วใส่กล่องไว้
> กล่องไม้ขีดที่ 3.... เด็ดปีกออกแล้วใส่กล่องไว้
> กล่องไม้ขีดที่ 4..... เด็ดขาแมลงสาบออกทั้งหมดแล้วใส่กล่อง
> การทดลองเริ่มต้นขึ้น .. โดย พวกเขาเปิดกล่องแมลงสาบที่ 1 ออก.. แล้วตะโกน
> GO.! GO !!
> GO !!!!! [แมลงสาบพวกนี้เป็นสายพันธุ์ต่างชาติ]
> กล่องที่ 1 แมลงสาบวิ่งออกไปตามเสียงตะโกน แม้ไม่มีหนวด
> กล่องที่ 2 แมลงสาบทะยานไปเต็มกำลังแม้ไม่มีส่วนหัว !!!!
> กล่องที่ 3 แมลงสาบใส่ตีนหมา หายลับไป แม้ไม่มีปีก !!!
> ...
> กล่องสุดท้าย แมลงสาบที่ไม่มีขา นิ่ง.. !!! และ นิ่ง... มิใส่ใจเสียง GO GO
> GO !!!!
> นักวิจัยทั้งหมด กระโดดกอดกันกลม กับสิ่งที่ได้ค้นพบ..
> พวกเขาสรุปงานวิจัยนี้ทันที ว่าแท้แล้วแมลงสาบ
> นั้น ใช้ "ขา" ในการได้ยิน
ถอดให้หมด
เศรษฐีและภรรยาออกไปงานกลางคืน และปล่อยให้คนรับใช้หนุ่มหล่ออยู่เฝ้าบ้าน ภายในงานภรรยาสาวเกิดรู้สึกเบื่อ ขึ้นมาจึงแอบกลับมาบ้านก่อนโดยไม่ให้สามีรู้ พอถึงบ้านเธอพบคนรับใช้หนุ่มนั่งจิบเหล้าอยู่ในห้องน ั่งเล่น
" บิล ตามฉันมา " นายสาวสั่งคนรับใช้หนุ่มด้วยน้ำเสียงขึงขัง เธอเดินนำหน้าชายหนุ่มไปที่ห้องนอนและปิดประตูลงกลอน เมื่อชายหนุ่มตามเข้าไปในห้อง
" ถอดเสื้อฉันออก " นายสาวหันมาสั่ง คนรับใช้หนุ่มรีบถอดเสื้อนายสาวออกด้วยความประหม่า
" ถอดถุงเท้าด้วยสิ " เจ้าหนุ่มรับใช้ก็ทำตามสั่งอย่างว่าง่าย
" กางเกงในกับยกทรงด้วย อย่าช้านักสิ " มือของเขาเริ่มสั่นเมื่อนายสาวยิ่งเร่ง
" ฟังนะบิล ถ้าฉันเห็นแกเอาชุดของฉันมาใส่อีก ฉันจะไล่แกออก! "
ปัญหาหนักอก
บางครั้งผมต้อง ตอบปัญหาทางจิตวิทยา แก่ประชาชนโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากคนอื่นมองเห็นว่า ผมสอนและวิจัย เกี่ยวกับระบบประสาทส่วนกลาง จึงมักแนะนำผู้มีปัญหา ให้มาพูดคุยกับผม
บ่ายวันหนึ่งมีผู้ชาย น้ำเสียงเศร้าโทรศัพท์มาที่ ภาควิชาเภสัชวิทยา ถามหาผม เพื่อปรึกษาเรื่องความทุกข์ ผมรับโทรศัพท์แล้วถามว่า เป็นทุกข์เพราะอะไร
ชายผู้มีปัญหา "ผมเพิ่งรู้ว่า ลูกชายคนโตเป็นเกย์"
ผมตอบ "โธ่เรื่องแค่นี้ ไม่น่าเป็นทุกข์ร้อนอะไรเลย คุณลองกลับไป เกลี้ยกล่อมเขาดู ผมว่าเขาต้องเลิก นิสัยนี้ได้แน่ๆ"
บ่ายวันต่อมา ชายคนเดิมโทรศัพท์มาอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงเป็นทุกข์กว่าเดิม ผมจึงถามว่า "ไง กล่อมเขาไม่สำเร็จหรือครับ"
ชายผู้มีปัญหาตอบ "เพราะเรื่องนี้แหละ ทำให้ผมรู้เพิ่มว่า ลูกชายคนเล็กก็เป็นเกย์อีกคน"
ผมปลอบ "เอ้า ถ้างั้นผมขอให้กำลังใจอีกครั้ง คุณไปกล่อมพวกเขาใหม่นะ"
วันถัดมา ชายคนนั้นก็โทรศัพท์ มาคร่ำครวญอีก คราวนี้น้ำเสียง หมดอาลัยตายอยาก ผมกลั้นความสงสัยไว้ไม่ได้ เลยถามว่า "อะไรกัน ที่บ้านคุณ ไม่มีใครพิศวาสหญิง บ้างเลยซักคนหรือ?"
ชายผู้มีปัญหาตอบเสียงดัง "มีซิ เมียผมไง"
ชีวิตสามีภรรยา
ขณะเดินทาง ไปนิเทศน์นิสิตฝึกงาน ที่ต่างจังหวัด อาจารย์สมและหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยพบ หรือรู้จักกันมาก่อน ต้องมานั่งรถไฟ ในตู้นอนเดียวกัน หลังจากสงวนทีท่า มองหน้ากันไปกันมา ได้ระยะหนึ่งก็ถึงเวลาเข้านอน โดยอาจารย์สมนอนเตียงชั้นบน ส่วนหญิงสาวนอนเตียงชั้นล่าง ตกดึกหญิงสาวผู้นั้น ลุกขึ้นจากเตียง ยืดตัวไปเขย่าแขน ปลุกอาจารย์สม พร้อมกับพูดว่า "ขอโทษนะคะ ที่ต้องรบกวน แต่ดิฉันรู้สึกหนาวเหลือเกิน ไม่ทราบว่าคุณจะแบ่ง ผ้าห่มของคุณ ให้ดิฉันสักผืนได้ไหม?" อาจารย์สมที่เพิ่งตื่นขึ้นมา เอนตัวลงมาตอบหญิงสาว ด้วยสายตาอันมีเลศนัย "ผมมีความคิด ดีกว่านั้นอีกครับ ทำไมคืนนี้เราไม่ลองทำตัว เหมือนเป็นสามีภรรยา กันเล่าครับ" หญิงสาวหน้าแดงระเรื่อ และยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมกับตอบว่า "แหม! เป็นความคิดที่ดีจริงๆ ตกลงคะ" อาจารย์สมเหลือบตา มองหญิงสาวอีกครั้ง พร้อมทั้งพูดว่า "งั้นก็ดีแล้ว ยายแก่ขี้อ้อน หัดหาผ้าห่ม เอาเองบ้างซิ คนกำลังนอนสบาย กวนใจอยู่ได้"
หากซ้ำก็ขออภัย
www.soccersuck.com


Reply With Quote
