Page 1 of 2 12 LastLast
Results 1 to 10 of 16

Thread: รวมบทความดีๆ ครับ

  1. #1
    Member
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    -
    Posts
    40


    วิธีปรับแต่งเน็ตให้เร็วกระฉูด

    ทุกคนเข้ามาอ่านกระทู้แล้วหลายครั้งส่วนไหญ่ก็จะมีปัญหาเรื่อง
    ความเร็วของ adsl ที่ไม่เร็วอย่างที่เราหวังไว้ และ ก็จำพวกสปายแวร์ต่างฯเวลาเข้าเว็ปที่ไม่
    รู้จักก็อาจจะโดนสปายแวร์แอบติดตั้งตัวเองไว้ในเครื่องของเรา หรือ โดนเปลี่ยนหน้า Home-
    page ส่วนใครที่ชื่นชอบ internet explorer แต่ทำงานค่อนข้างช้าไม่รู้ว่าจะทำแบบไหนไห้มันเร็ว
    ขึ้นโหลดสู้ firefox and opera ยังไม่ได้เลยทุกอย่างย่อมมีทางออกครับ ปกติค่า windows ที่ไห้มาก็ดีครับแต่ก็ดีแบบปกติไม่มีอะไรพิเศษแต่โดย รวมแล้วช้าครับ เป้าหมายของการปรับแต่งก็ คือ
    ให้ทุกอย่างทำงานดีขึ้นกว่าเก่าให้เข้าเว็ปได้เร็วขึ้นเล่นเกมได้ไม่มีปัญหา
    ก่อนที่จะปรับแต่งค่าอะไรก็ขอไห้ทำการสำรองข้อมูลไว้ก่อนนะครับ

    พอปรับแต่งเรียบร้อยย่าลืม restart เครื่องด้วยนะครับ

    ปรับแต่งเน็ตก่อนเลย

    ปกติแล้ว internet protocol บางตัวเราไม่ได้ไช้เลยถ้าทุกตัวทำงานก็ต้องไช้ bandwidth ก็ทำการยกเลิกไปเพ่อที่เราจะได้ bandwidth กลับมาไห้หมด
    ไห้เราเข้าไปที่ Local Area Connection แล้วเข้าไปที่ properties เอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง QOS Packet Scheduler และ อันอื่นด้วยที่เราไม่ไช้ไห้เหลือไว้เฉพาะ internet protocol TCP/IP ย่าเอาออกเด็จขาดนะครับ

    ให้เราเปิด Editor ขึ้นมาเข้าไปที่ช่อง run แล้ว พิมว่า regedit แล้วไห้เราเข้าไป
    ปิดการยกเลิกการค้นหา networked computers for scheduled tasks ไห้ลบออกไปทั้งสอง
    key เลย

    HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorer\RemoteComputer\NameSpace\ ลบออกไปสอง key เลย
    and delete this key:
    {D6277990-4C6A-11CF-8D87-00AA0060F5BF}

    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\AFD\Parameters
    ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
    PriorityBoost 10
    TransmitWorker 16

    DNS (Domain Name System) which basically caches resolved hostnames for faster access and reduced DNS lookups แต่ละครั้งที่เราเข้าเว็เว็ปจะมีการเก็บค่า ไว้ที่ DNS Cache เวลาเราจะเรียกไช้อีกก็ไม่ต้องเสียเวลาไป resolved IP addresses อีกก็สามารถเรียก
    จาก Cache ได้เลยทำไห้เราเข้าเว็ปได้เร็วขึ้น

    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\Dnscache\Parameters
    ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal

    CacheHashTableBucketSize 1
    CacheHashTableSize 384
    MaxCacheEntryTtlLimit 65280
    MaxCacheTtl 14400
    MaxNegativeCacheTtl 0
    MaxSOACacheEntryTtlLimit 301
    NegativeCacheTime 0
    NegativeSOACacheTime 0
    NetFailureCacheTime 0

    Increase Request Buffer Size
    (reduce network delay) ลดค่าดีเลของ internet

    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\lanmanserver\parameters
    ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
    SizReqBuf 65535

    Increase Network Redirector Buffers
    (better network performance) เป็นการเพิ่มค่าการส่งข้อมูล
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\lanmanworkstation\parameters
    ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
    MaxCmds 64
    MaxCollectionCount 32
    MaxThreads 64

    Host Resolution Priority Tweak เพิ่มความเร็วใกรดาวโหลด
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\Tcpip\ServiceProvider
    ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal
    Class 8
    DnsPriority 3
    HostsPriority 2
    LocalPriority 1
    NetbtPriority 4


    According to the HTTP specs, only limited number of simultaneous connections are allowed, while loading pages
    เพิ่มการโหลด โหดแต่ละครั้งไห้มากขึ้น ปกติค่าเดิม windows จะหยู่ที่ 4 ก็เพิ่มไห้เป็น 52
    จะโหลดตัวหนังหสือ หรือ รูปภาปได้เร็วกว่าเก่า

    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\Curre ntVersion\Internet Settings
    ไห้สร้าง key DWORD ไห้ไส่เป็น Decimal

    MaxConnectionsPer1_0Server 52
    MaxConnectionsPerServer 52

    ย่าลืม restart เครื่องด้วยนะครับปรับแต่งเส็จแล้ว

    จริงฯแล้วยากไห้ปรับแต่งค่า TCP ด้วยแต่ไม่แน่ไจเพราะแต่ละเคื่องไม่เหมือนกันเอาไว้ใ ครยากปรับแต่งอีกก็โพสมาไว้ก็จะบอกวิธีไห้เอาแบบสุดฯ กันเลย

    ปรับแต่ง internet explorer ปกติแล้ว internet explorer ค่อนข้างช้าแต่ก็สามารถปรับแต่งไห้
    เร็วขึ้นได้ ไห้เรายกเลิกการโหลด animation and flah โดยปกติแล้วเวลาเราโหลดเว็ปจะมี
    การโหลด Flash และGife animation กว่าจะเข้าเว็บได้ต้องรอค่อนข้างนานก็ปิดมันไปเสียเล ยง่ายดี

    ไห้เราเข้าไปที่ internet option และ advanced ไห้ไปยกเลิกเครื่องหมายถูกออกที่ช่อง
    play animation in web page และ play video in web page

    คราวนี้เป็นการยกเลิก Flash animation เปิด regedit ขึ้นมาไห้เข้าไปหา key ชื่อ
    HKEY_CLASSES_ROOT\CLSID\{D27CDB6E-AE6D-11cf-96B8-444553540000}\MiscStatus\1
    ไห้เปลี่ยนค่าจาก 131432 ไปเป็น 1024 และ เปิด internet explorer ขึ้นมาแล้วเข้าเว็บดู
    จะเห็นว่า Flash animation จะถูกปิดไปถ้าเรายากไห้ Flash animation มีเหมือนเดิมก็ไห้ไส่
    ค่า 131432 ก็จะกลับมาเหมือนเดิม


    ป้องกัน spy ware ไห้ได้ผล คงจะรู้ไช่ไหมครับว่าจำพวก spy ware จ้องจะโจมตีผลประโยชน์
    ของ microsoft เป็นส่วนมากส่วนใครที่ชื่นชอบ internet explorer ในการเข้าเว็ปก็ต้องป้องกัน
    ไม่ไห้ spy ware เข้ามาในเคื่องหรือ เปลี่ยนค่า Home page ใด้ก่อนอื่นเลยไห้เปิด regedit ขึ้นมา
    ทำการยกเลิก Home page เข้าไปที่ key

    HKEY_CURRENT_USER\Software\Policies\Microsoft\Inte rnet Explorer\Control Panel
    แล้วสร้าง key DWORD ตั้งชื่อว่า
    Homepage ไส่ค่า 1 ลงไปแล้วลองเข้าไปที่ internet option ก็จะเห็นได้เลยว่าช่อง
    Home page จะเป็นสีเทาเราจะไม่สามารถเปลี่ยน Home page เป็นแบบอื่นได้ถ้าเรายากเปลี่ยน Home page ไหม่ก็เข้าไปกำหนดไห้ค่า เป็น 0 ก็เรียบร้อยแต่แค่นี้คงไมพอก็แนะนำ
    ไห้ไปดาวโหลดโปรแกรมมีชื่อว่า SpywareGuard จะเป็นโปรแกรมกำจัดสปายแวร์แบบ
    real-time protection คือโปรแกรมจะทำงานแบบ online เวลาถ้ามันเจอสปายแวร์มันก็จะบอกให้เราจลบทิ้งหรือไม่ และ มันยังป้องกันไม่ไห้สปายแวร์ทำการเปลี่ยนค่า Home page ของเราและ ป้องกันการการติดตั้งโปรแกรมต่างฯที่ internet explorer มันจะบอกเราทันที่ถ้าโปรแกรมพยายามจะติดตั้งให้เราสามารถลบทิ้งได้ทันทีอีกด้วย

    เร่ง Internet Explorer ให้โหลดเว็บเพ็จได้เร็วขึ้น
    ไปที่ Windows Explorer ครับ (หรือกดปุ่ม :ms Windows+E) หรือไปที่ Start > Run พิมพ์คำว่า Explorer ก็ได้ครับ
    หลังจากนั้นเข้าไปที่ C:\Document and Settings\ชื่อUserของคุณ\UserData (หรือจะพิมพ์ใน Run ก็ได้ครับ..เร็วดี)
    เปลี่ยนชื่อไฟล์ index.dat เป็น index.old
    เสร็จแล้วลอง Log Off แล้ว Log On กลับมาอีกครั้ง หรือจะ Restart ก็ได้ครับ

    ขอไม่ล๊อคข้อความนะครับ บทความดีๆแจกให้ฟรีครับ
    ใครอยู่มงฟอร์ตบ้างหว่า

  2. #2
    Member
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    -
    Posts
    40


    การโกงเวลาโปรแกรม

    หากคุณ เป็นอีกหนึ่งคน ที่กำลังนั่งเซ็งกับเจ้าโปรแกรม ที่ต้องเสียตังหรือเสียเวลาไปค้นหา ตัว Crack เพื่อมาต่ออายุมัน
    วันนี้ปัญหาการใช้ Crack จะหมดไป เพราะเราไม่ใช้แล้ว เราจะใช้สิ่งนี้แทนนั่นคือ Serial (ตุ๊บ ตับ ตุ๊บ ตับ!!!! โทดคร๊าบบบบ)
    เพราะเราได้ใช้ Registry Editor แทนไงหระมาเริ่มกันเรยมะๆๆๆ
    1.หลังจากผ่านการติดตั้งโปรแกรมตามปกติและเห็น ระยะเวลาอันน่าเศร้าใจแล้ว
    2.ให้คลิกปุ่ม Start ->Run
    3.พิมพ์คำสั่ง c:\windows\regedit.exe เพื่อเปิดโปรแกรม Registry Editor
    4.ต่อจากนั้น เราจะเห็นหัวข้อที่ชื่อ file แล้วก็คลิ๊ก >> Export เพื่อทำสำเนาข้อมูล Registry ของวินโดวส์ นะครับ
    5.นั่งพักหายใจสักครู่ ^0^
    6. เมื่อทำสำเนาแล้ว จะมีหน้าต่างเพื่อบันทึกไฟล์ ขึ้นมาในช่อง save in : เลือกเป็น My Decuments คลิ๊กเลือก All ตรงกรอบ Export range
    7.พิมชือ่ไฟล์ลงไปในช่อง File name: *ตรงนี้ใส่ชื่อไรก็ได้นะครับ*. reg
    ส่วน File of type : Registraration File ( *.reg ) แล้วก็กด Save ไปเลย
    8.รอจนโปรแกรมหมดอายุ (ไม่ต้องนั่งรอโดยไม่ทำไรก้ได้นะ หมายถึง คนที่หมดอายุแล้วค่อยมาทำก็ได้ = =)
    9.ให้ไปที่ Start ->Run พิมพ์คำสั่ง c:\windows\regedit.exe เพื่อเปิดโปรแกรม ขึ้นมาอีกครั้งนึง
    10. ไปที่ File แล้วเลือก Import
    11.ให้ไปที่ช่อง Look in: เลือก My Decuments เพื่อคลิกชื่อไฟล์ที่เราทำสำเนาเอาใว้ (ในขั้นตอนที่7 อ่ะ)
    12. กดปุ่ม open โปรแกรมก็จะ มีชีวิตขึ้นมาใหม่อีกรอบ เป็นอันเสร็จครับ

    ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ
    ใครอยู่มงฟอร์ตบ้างหว่า

  3. #3
    Member
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    -
    Posts
    40


    Computer tips: ถนอมแบตเตอรี่ โน้ตบุ๊คของคุณอย่างถูกต้อง ก่อนจะสาย

    ท่านที่ใช้งาน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเป็นประจำ หรือมีใช้งานบ้าง หรือแม้แต่การใช้งานในกลุ่มอื่นๆ ของ แบตเตอรี่อย่าง Lithium-ion เช่น Ipod เป็นต้น มักจะมีคำแนะนำต่างๆ ที่ได้รับรู้มาบ้าง เป็นต้นว่า ควรใช้ให้แบตเตอรี่เกือบหมดจึงค่อยชาร์ต หรือ อย่าให้ประจุหมดเสียทีเดียวจึงจะชาร์ต มาบ้าง แต่คราวนี้ลองมาดูรายละเอียดแบบจริงๆ จังๆ กันบ้างครับ
    สำหรับแบตเตอรี่ในกลุ่มของ Lithium-ion ส่วนมากแล้วจะพบได้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Notebook เกือบทุกรุ่น (อาจจะยังมีบางรุ่น หรือรุ่นเก่าๆ ที่ยังเป็นNickel-based batteries) , ipod รุ่นต่างๆ , มือถือ หลายๆรุ่น จนถึง Iphone ที่เพิ่งจะวางตลาดใน US เป็นต้นครับ
    ซึ่งการทำงานของแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ มักจะสามารถชาร์ตใช้งานกันได้ต่อเนื่องเลยทันที ไม่ต้องรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง แต่อย่างใดครับ เพราะแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ นั้นจะนับรอบของการชาร์ต แต่ไม่ได้นับจำนวนครั้งในการชาร์ต
    หลายท่านอาจจะงงว่า มันแตกต่าง กันอย่างไรระหว่างการนับจำนวนครั้งในการชาร์ต กับการนับรอบของการชาร์ต
    โดยปรกติแล้ว แบตเตอรี่จะมีจำนวนครั้งโดยเฉลี่ยในการใช้งานอยู่ระดับหนึ่ง แตกต่างกันไปแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น การนับจำนวนครั้งในการชาร์ตคือ สมมุติว่า เราใช้งานแบตเตอรี่ ไป 10% แล้วเราทำการเสียบชาร์ต นั่นคือ 1 ครั้งของการชาร์ตแบตเตอรี่
    ส่วนจำนวนรอบชองการชาร์ตจะแตกต่างไปครับ คือ จะนับเมื่อการชาร์ต ครบ 100% (ดูภาพด้านล่างประกอบ)
    เช่น วันนี้ เราใช้แบตเตอรี่ไป 40% แล้วชาร์ตจนเต็ม พรุ่งนี้ใช้ไปอีก 20% แล้วก็ชาร์ตอีก วันถัดไปใช้ไป 30% วันถัดไปใช้อีก 20% แล้วชาร์ต (ซึ่งนี่คือ ปรกติที่เรามักจะใช้ๆกันนั่นล่ะครับ)
    1 รอบของการชาร์ต ก็จะถูกนับเมื่อครบ 100% นั่นคือ 40% (วันแรก) + 20% (วันที่ 2) + 30% (วันที่ 3) + 10% (ของวันที่ 4) ก็จะเท่ากับ 1 รอบครับ
    ดังนั้นจะเห็นได้ว่า จากตัวอย่าง เมื่อนับรอบแล้ว จะเท่ากับ 1 รอบ กับเศษอีก 10% (นับจำนวนรอบที่ครบ 100% เท่านั้น) แต่มีการชาร์ตทั้งหมด 4 ครั้ง ครับ
    ซึ่งจะเห็นได้ว่า การชาร์ตที่แบตเตอรี่ เมื่อไหร่ ตอนไหน และกี่ครั้งก็ตาม สำหรับแบตเตอรี่ Lithium-ion แล้วจะไม่สนใจครับ เรียกว่า ชาร์ตได้ทุกครั้งที่ต้องการ ไม่ต้องรอให้หมดก่อนแล้วจึงค่อยชาร์ต
    แล้วจะถนอมแบตเตอรี่อย่างไร หรือว่าไม่ต้อง ???
    สำหรับการชาร์ตนั้น จะเห็นได้ว่า แบตเตอรี่ ในกลุ่มนี้ สามารถชาร์ตได้ทุกครั้งตามต้องการ นับเพียงจำนวนรอบที่ครบ 100% เท่านั้น การถนอมแบตเตอรี่จึงตกอยู่ที่การใช้งานเป็นหลักคือ
    1. พยายามลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่เกินกำลัง ซึ่งแม้ว่า การแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์แต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานนั้นๆ แล้วก็ตาม แต่หากเราลดการใช้กำลังไฟ ที่ไม่จำเป็น ก็จะช่วยลดภาระของแบตเตอรี่ และช่วยยืดอายุการใช้งานได้ เช่น สำหรับ Notebook เมื่อไม่ได้ใช้งาน wireless lan, bluetooth ก็ควรปิด ไม่ควรเปิดไว้ เพราะว่าระบบเหล่านี้ ก็จะทำงานกินไฟไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น
    2. พยายามถอดแบตเตอรี่ออกทุกครั้งที่มีการเสียบไฟบ้าน สำหรับในกรณีนี้ เป็นข้อแนะนำที่อาจจะดูกลางๆ หรือว่า ไม่จำเพาะเจอะจงว่าต้องทำ เนื่องจาก Notebook หลายๆ รุ่นจะมีระบบตัดไฟอยู่แล้วเมื่อพบว่า Battery เต็มอยู่ ก็จะปรับไปใช้งานระบบไฟบ้านเพียงอย่างเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Notebook ทุกรุ่นจะมี หรือสามารถทำได้ ยังมี Notebook อีกหลายรุ่นที่ไฟจะถูกดึงจาก battery เป็นหลัก แม้ว่าจะเสียบไฟบ้านก็ตาม
    ซึ่งผลของมันคือ จะทำให้ Battery ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งชาร์ตและจ่ายไฟในคราวเดียวกัน ส่งผลทำงานมากขึ้น เกิดความร้อน และทำให้ cell battery เสื่อมในที่สุดนั่นเอง
    3.ควรเคลียร์ Cell Battery ทุกๆ สามสิบครั้งของการชาร์ต เนื่องจากแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้ จะนับจำนวนรอบและชาร์ตพลังเดิมได้ตลอด ทำให้หลายๆ ครั้งที่ ประจุ มีอาการเหมือนกับคั่งค้างอยู่ใน แบตเตอรี่ จนทำให้เจ้า Noteboook ของคุณแสดงปริมาณของไฟ ไม่ตรง ซึ่งสังเกตุได้จาก อาการที่ เครื่องปิดตัวเองเหมือนกับแบตเตอรี่อ่อน ทั้งๆ ที่เครื่องของคุณยังแสดงปริมาณเหลืออีกเกือบครึ่งเป็นต้น
    นั่น หมายถึงว่า มีประจุคั่งค้างใน cell battery เสียแล้ว วิธีการแก้ไขคือ ทุกครั้งการชาร์ตไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง ควรจะเปิดเครื่องใช้งานจนแบตหมดจริงๆ แล้วชาร์ตให้เต็มซักครั้ง ก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หรืออาจจะใช้งานให้จนหมดซักสองถึงสามครั้งแล้วชาร์ตจนเต็ม
    4. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อน เพราะหลายท่านมักจะพกพาเอา Notebook ไปไหนมาไหนเสมอ มักจะทิ้งไว้ในรถยนต์ โดยท่านไปทำกิจธุระอื่นๆ ทั้งวัน
    การทิ้งแบตเตอรี่ไว้ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ หากจอดไว้ในที่ร่มคงไม่เป็นไร แต่ถ้าจอดไว้กลางแดดแล้วละก็จะทำให้ Cell battery ร้อน และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติครับ
    5. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้รวมกับสื่อนำไฟฟ้าอื่นๆ หรือในกล่องที่นำไฟฟ้าได้ เพราะหลายครั้งที่แบตเตอรี่เสียเนื่องมาจากเกิดการชาร์ตในระหว่างการเก็บ เช่น มีเศษเหรียญไปโดนบริเวณขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้ว เป็นต้น
    6. เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ และต้องการเปลี่ยน cell battery ภายใน ควรเลือกที่จะให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนให้ หรือซื้อจากศูนย์ฯ โดยตรง เพราะการเปลี่ยน cell batery ภายในนั้นหลายครั้งที่มีการใส่ cell ผิดแบบ ผิดประเภท จนทำให้เครื่องพังได้ครับ
    7. อย่าลืมติดตามข่าวสารด้าน Technology จากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น ล่าสุดเราจะได้ยินข่าวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค ระเบิด ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิต ก็ได้ทำการแจ้งข่าวสารผ่านทางหน้าเว็บไซตืของผู้ผลิตเอง เรียก Battery รุ่นที่มีปัญหากลับคืน เพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ ให้เป็นต้น
    ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้ยืดอายุการใช้งาน Battery และ Notebook ของคุณได้นานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปวิธีนี้ไปใช้งานกับ Battery ในกลุ่มของ Lithium-ion ได้อีกด้วย
    ใครอยู่มงฟอร์ตบ้างหว่า

  4. #4
    Member
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    -
    Posts
    40


    ทำความรู้จักกับ SCADA
    SCADA คืออะไร
    SCADA นั้นย่อมาจากคำว่า Supervisory Control And Data Acquisition เป็นระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time ใช้ในการตรวจสอบสถานะตลอดจนถึงควบคุมการทำงานของระบบควบคุมในอุตสาหกรรมและงานวิศวกรรมต่าง ๆ เช่น งานด้านโทรคมนาคมสื่อสาร การประปา การบำบัดน้ำเสีย การจัดการด้านพลังงาน อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันและก็าซ อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ การขนส่ง กระบวนการนิวเคลียร์ในโรงไฟฟ้าเป็นต้น ตัวอย่างการใช้งานเช่นใช้ SCADAตรวจสอบข้อมูลเช่นการรั่วไหลของของเหลวที่เกิดขึ้นในท่อขนส่งจากตัวตรวจจับแล้วส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้พนักงานทราบ โดยส่งข้อมูลสู่ส่วนกลางของระบบ SCADA เป็นต้น นอกจากนั้น SCADA อาจทำหน้าที่คำนวณและประมวลผลข้อมูลที่ได้จากฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เช่น PLC, Controller, DCS, RTU แล้วแสดงข้อมูลทางหน้าจอ หรือส่งสัญญาณควบคุมฮาร์ดแวร์ดังกล่าว เช่นหากอุณหภูมิของอุปกรณ์สูงเกินพิกัด ให้ทำการปิดอุปกรณ์นั้นเป็นต้น โดยสั่งงานผ่าน PLC หรือ Controller ที่ติดต่ออยู่ ทั้งนี้ SCADA สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้จากระบบควบคุมทั้งหมดไว้ในฐานข้อมูลเพื่อให้พนักงานหรือโปรแกรมอื่น ๆ สามารถนำไปใช้งานได้ SCADA นั้นเข้าไปมีส่วนในงานควบคุมทั้งเล็กและใหญ่ที่ต้องการแสดงผล แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือควบคุมระบบต่าง ๆ จากส่วนกลาง เพื่อการทำงานของระบบรวมที่สัมพันธ์กัน มองเห็นภาพรวมได้อย่างชัดเจนและมีความรวดเร็วต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ระบบ SCADA ในปัจจุบันมีความสามารถในการสื่อสาร ควบคุม และประมวลผลข้อมูลจาก I/O ของอุปกรณ์เช่น PLC, DCS, RTU ได้ถึงระดับที่เกินหนึ่งแสน I/O แล้ว และได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถรองรับความต้องการใหม่ ๆ ของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดมา
    SCADA เริ่มใช้งานในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ DOS, VMS และ UNIX จนมาถึงระบบปฏิบัติการ Windows NT, XP, Server 2003 และ LINUX
    ในที่นี้จะแสดงลักษณะสำคัญของ SCADA ตามโครงสร้าง (Architecture) หน้าที่การทำงาน (Functionality) และ การพัฒนาโปรเจ็ค (Application Development) เพื่อให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจส่วนสำคัญของ SCADA ได้อย่างละเอียด
    โครงสร้างของ SCADA (Architecture)
    โครงสร้างด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware Architecture)
    SCADA แบ่งตามโครงสร้างฮาร์ดแวร์ได้สองระดับคือ Client และ Data Server หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Server โดยที่ Client คือคอมพิวเตอร์ที่รับและส่งข้อมูลไปยัง Data Server โดยฝั่ง Client นี้จะแสดงผลการทำงานของระบบควบคุมเช่น แสดงเป็นกราฟิก กราฟแบบต่อเนื่อง หรือระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือต้องการแจ้งเตือน เป็นต้น ฝั่ง Client สามารถสั่งงานควบคุมไปยัง Data Server เพื่อส่งสัญญาณไปยัง PLC, DCS หรือ Controller อีกทอดหนึ่ง ส่วน Data Server จะทำหน้าที่ติดต่อกับ PLC, DCS, Controller หรือ RTU ต่าง ๆ เพื่อรับสัญญาณและส่งสัญญาณไปยัง Client และรับการร้องขอจาก Client เพื่อควบคุมอุปกรณ์ PLCและ Controller ต่าง ๆ Client และ Data Server ส่วนใหญ่ติดต่อกันผ่านระบบเครือข่าย Ethernet

    โครงสร้างด้านซอร์ฟแวร์ (Software Architecture)
    โครงสร้างด้านซอร์ฟแวร์ของระบบ SCADA นั้นมีข้อที่ต้องทราบคือ SCADA ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารกับฮาร์ทแวร์ (เช่น PLC, DCS) ต่าง ๆ กันไปตามผู้ผลิต เช่นการใช้ Driver เฉพาะของผู้ผลิต SCADA เพื่อสื่อสารกับ PLC, DCS เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีการกำหนดมาตรฐานกลางคือ OPC ขึ้นมาเพื่อยุติปัญหาการใช้เทคโนโลยีเฉพาะด้านในการสื่อสาร นอกจากนั้นยังมีความสามารถในการบริการข้อมูลให้กับ Client ที่รวดเร็วและมีเสถียรภาพ
    โครงสร้างด้านซอร์ฟแวร์ของ SCADA
    ในส่วนของ SCADA Server นั้น การติดต่อกับ PLC หรือ Controller นั้น ทำได้ทั้งผ่าน Driver หรือ OPC โดยที่ OPC และ Driver สามารถรับคำสั่งแบบ Read / Write เพื่ออ่านข้อมูลจาก PLC หรือ เขียนข้อมูลเพื่อสั่งงานไปยัง PLC ได้
    SCADA Server จะทำหน้าที่จัดการข้อมูล RTDB (Real Time Data Base) ที่ได้จาก PLC แล้วส่งให้กับ SCADA Client โดยที่ SCADA Server บางประเภทจะติดต่อกับ SCADA Client ผ่าน DDE Server ซึ่งทำให้สามารถนำเข้าข้อมูลจาก PLC เข้าสู่โปรแกรมเช่น MS Excel หรือ โปแกรม Client อื่น ๆ ที่ติดต่อกับ DDE Server ได้
    SCADA บางตัวจะออกแบบให้ SCADA Server ทำหน้าที่ตรวจจับ Alarm และเก็บไว้ใน Alarm DB หรือเก็บข้อมูลที่เป็น Historian ไว้ใน Log DB เป็นต้นเพื่อส่งให้ Alarm Display และ Log Display ทางฝั่ง SCADA Client ต่อไป
    สำหรับส่วน Development Environment นั้นจะขึ้นอยู่กับการออกแบบของ SCADA ซอร์ฟแวร์นั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีเครื่องมือในการสร้างและจัดการกราฟิก (Graphic Editor) เครื่องมือในการจัดการโปรเจ็คที่สร้างขึ้นมา (Project Editor) มีเครื่องมือในการนำเข้าและส่งออก Text file ที่เก็บค่าคอนฟิกูเรชั่นของการติดต่อกับ Driver หรือ OPC Server ไว้

    โครงสร้างด้านการสื่อสาร (Communications)
    การสื่อสารระหว่าง Client-Server จะสื่อสารผ่านโปรโตคอลโดยทั่วไปเช่น TCP/IP โดย Client จะติดต่อกับพารามิเตอร์หรือ Tag ภายใน Server ที่บริการข้อมูลด้วยรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามผู้ผลิต เช่นมีการส่งค่าจาก Server เมื่อค่าของ I/O ของ PLC มีการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น
    การสื่อสารกับอุปกรณ์นั้น Server จะทำการตรวจสอบค่าจากอุปกรณ์ตามช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานกำหนดไว้ (Defined polling rate) โดยอาจจะต่างกันไปตามพารามิเตอร์ประเภทต่าง ๆ โดยตัว Controller จะส่งค่าพารามิเตอร์ตามที่ถูกร้องขอให้กับ Data Server พร้อมค่าเวลาขณะนั้น (Time Stamp) การสื่อสารกับอุปกรณ์ของ Data Server นั้นอาจเป็นการสื่อสารแบบ Modbus, Profibus, CAN bus เป็นต้น ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการสื่อสารของอุปกรณ์นั้น ๆ ว่าเป็นแบบใด ในปัจจุบันมีการสร้าง OPC Server ที่สนับสนุนการติดต่อด้วยมาตรฐานต่างๆเพิ่มขึ้นมากมายจนครอบคลุมอุปกรณ์ทุกประเภท และมีการพัฒนาให้ทั่วถึงไปยังอุปกรณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

    โครงสร้างอินเทอร์เฟส (Interface)
    การติดต่อระหว่าง Data Server กับอุปกรณ์หรือระหว่าง Data Server และ Data Server และกับ Client นั้น มีการผลิตเป็น Driver ออกมามากมายตามเทคนิคเฉพาะของแต่ละผู้ผลิต ต่อมาจึงมีการกำหนดมาตรฐานของอินเทอร์เฟสขึ้นมาเป็น OPC (OLE for Process Control) ซึ่งมีความรวดเร็วในการสื่อสารและบริการข้อมูลโดยมีการจัดตั้ง OPC Foundation ขึ้นเป็นองค์กรหลักในการกำหนดมาตรฐานและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่สมาชิก OPC จึงเป็นมาตรฐานกลางที่เปิดกว้างมากที่สุด

    การติดต่อกับฐานข้อมูลภายนอกของ SCADA Software นั้น มีการสร้างให้สามารถติดต่อได้ผ่าน ODBC (Open Data Base Connectivity), OLEDB (Linking and Embedding Data Base), DDE (Dynamic Data Exchange) เป็นต้น เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือทำการเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้สามารถติดต่อกับโปรแกรม ERP ต่าง ๆ เช่น SAP เป็นต้นได้ด้วย

    โครงสร้างความสามารถในการขยายระบบ (Scalability)

    Scalability คือความสามารถในการรองรับและต่อขยายระบบ SCADA กับส่วนต่าง ๆ เช่น I/O ของอุปกรณ์ Controller และจำนนเครื่อง SCADA Client ที่เพิ่มขึ้น หรือการต่อพ่วงกับระบบ SCADA ของยี่ห้ออื่น ๆ เป็นต้น ถ้าหาก Data Server เป็นแบบ Driver ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีเฉพาะในการติดต่อกับอุปกรณ์ ก็เป็นเรื่องลำบากในการต่อขยาย เพราะ Driver บางประเภทสามารถติดต่อได้เฉพาะ SCADA Software บางยี่ห้อเท่านั้น ปัญหานี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันได้หันมาใช้มาตรฐานกลางคือ OPC เพื่อแก้ไขปัญหานี้

    พรุ่งนี้มาต่อเรื่อง SCADA กันต่อครับ ยังมีอีกครับ
    ใครอยู่มงฟอร์ตบ้างหว่า

  5. #5
    Junior Member
    Join Date
    Aug 2007
    Posts
    4


    เป็นบทความที่ได้ประโยชน์จริงๆ ครับเพราะบางอย่างรู้มาแบบผิดๆ จริงๆ อย่างเช่นเรื่องแบตเตอรี่ครับ ทำให้รู้ความจริงที่ถูกต้องขึ้นมา
    ส่วนเรื่อง IE จะลองใช้ดูครับแต่ก็เสียวเหมือนกัน แบคอัพงานก่อนดีกว่า ขอบคุณครับ

  6. #6
    Member
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    -
    Posts
    40


    มาดูเรื่อง Scada กันต่อครับ

    โครงสร้างการสำรองระบบ (Redundancy)
    SCADA Software ส่วนใหญ่มีความสามารถในการทำสำรองระบบของ Data Server โดยที่เมื่อ Data Server เกิดความขัดข้องก็จะสั่งงานให้ Data Server อีกตัวหนึ่งทำงานแทนที่ โดยจะมีการกำหนดคอนฟิกูเรชั่นไว้ที่ Client ว่าจะให้เลือกติดต่อกับ Data Server ตัวไหนเมื่อเกิดความขัดข้องเกิดขึ้น
    ในบางครั้งโมดูลที่ทำหน้าที่จัดการด้าน Redundancy นี้อาจจะทำหน้าที่อีกประการหนึ่งคือเป็นจุดพักข้อมูลที่รับมาจาก Data Server เพื่อนำไปส่งให้กับ Client ต่าง ๆ เพราะในกรณีที่มี Client จำนวนมากติดต่ออยู่กับ Data Server ตัวเดียวนั้นอาจมีความล่าช้าในการบริการข้อมูลของ Data Server เพราะต้องให้บริการข้อมูล Client ให้ครบจำนวนก่อนที่จะไปรับข้อมูลใหม่จากอุปกรณ์มาได้ ดังนั้นโมดูลที่ทำหน้าที่ Redundant จึงทำหน้าที่เป็นจุดรับข้อมูลแล้วช่วยส่งต่อให้ Client ต่างๆ อีกทอดหนึ่ง Data Server จะได้ทำหน้าที่บริการข้อมูลให้แก่โหนดเพียงจุดเดียว จึงมีความรวดเร็วในการบริการข้อมูล

    หน้าที่การทำงาน (Functionality)

    การเข้าถึงพารามิเตอร์ของอุปกรณ์
    หมายถึงความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มของพารามิเตอร์ในอุปกรณ์เช่น I/O ของ PLC เป็นต้น ความสามารถของ Data Server ในการกำหนดว่าพารามิเตอร์ใด อ่านได้อย่างเดียว เขียนได้อย่างเดียว หรือทั้งอ่านทั้งเขียน เป็นต้น

    ระบบแสดงผลแบบ MMI (Man Machine Interface)
    คือความสามารถในการแสดงผลการทำงานของอุปกรณ์ในรูปแบบ กราฟิก ข้อความ สัญลักษณ์ แผนภาพ เป็นต้น โดยสามารถเชื่อมโยงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของกราฟิกเหล่านี้กับพารามิเตอร์จาก Data Serverได้ ความสามารถในการสั่งงานผ่านระบบกราฟิกเช่น การปิด/เปิด สวิทซ์บนจอมอนิเตอร์ส่งผลไปยัง I/O ของ PLC เป็นต้น
    ความสามารถในการจัดการกราฟิกเช่น การย่อ ขยาย การกำหนดการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ เช่น การหมุน การเคลื่อนที่แบบซิกแซกตามสัญญาณของ Data Server การแสดงผลสัญญาณในรูปแบบมิเตอร์และเกจวัดแบบต่าง ๆ การนำเข้ากราฟิกประเภทต่างๆ การจัดแบ่งเลเยอร์ เป็นต้น เหล่านี้เป็นข้อเปรียบเทียบความสามารถของ SCADA Software ทั้งสิ้น

    ระบบแสดงกราฟสัญญาณแบบต่อเนื่อง (Trending)
    Trending เป็นความสามารถในการพล็อตกราฟต่อเนื่องกันไปบนจอภาพเพื่อแสดงค่าสัญญาณจาก Data Server โดยอาจจะสามารถพล็อตสัญญาณได้หลายสัญญาณเช่น 8 – 24 สัญญาณ พร้อมกันในหน้าต่างเดียว เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบสัญญาณที่พล็อตได้ และไม่จำกัดว่าจะสร้างหน้าต่างพล็อตจำนวนเท่าใด
    Trending อาจมีความสามารถในการ ซูมสัญญาณที่พล็อต และหยุดการพล็อตเพื่อเลื่อนดูค่าที่พล็อตในแต่ละช่วงเวลาได้ด้วยตัวของผู้ใช้งานเอง นอกจากนั้นการพล็อตอาจสามารถเลือกได้ว่าจะให้เป็นการพล็อตแบบใดเช่น Time plot, Logarithmic plot, Strip Chart, Bar Chart, Circular, X-Y plot เป็นต้น นอกจากนั้นบางผู้ผลิตยังสามารถนำค่า Historian หรือข้อมูลสัญญาณที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลออกมาพล็อต ได้อีกด้วย
    โดย Trending Module นี้อาจเป็นแบบ ActiveX Control คือสามารถนำไปใช้งานในแอปลิเคชั่นอื่นที่สนับสนุนการนำเข้า ActiveX ได้

    ระบบแจ้งเตือน (Alarm)
    SCADA Software ส่วนใหญ่มีระบบแจ้งเตือนโดย Alarm Display จะรับสัญญาณมาจาก Alarm DB ในฝั่ง SCADA Server โดย Alarm DB สามารถที่จะทำการกำหนดคอนฟิกูเรชั่นว่าจะนำสัญญาณตัวใดมาเป็นตัวพารามิเตอร์ในการแจ้งเตือนบ้าง และมีการแบ่งระดับของ Priority, Limit อย่างไร เป็นต้น
    ระบบแจ้งเตือนยังสามารถที่จะเก็บข้อมูลการแจ้งเตือนไว้ในฐานข้อมูลประเภทต่าง ๆ ได้เช่น MS SQL Server, MS Access, Oracle, MS Excel เป็นต้น และบางยี่ห้อสามารถแสดงออกมาเป็นรายงานในรูปแบบตารางหรือ แผนภูมิได้อีกด้วย

    การทำงานแบบ Automation
    เป็นความสามารถที่ SCADA ทำหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่กำหนด เช่น ส่งอีเมล์ แสดงข้อความแบบ Instance Messageบนหน้าจอ เปิดไปยังหน้าจออื่น ๆ เก็บข้อมูลลงฐานข้อมูล เปิดโปรแกรม หรือรันคำสั่งสคริปต์ เป็นต้น ตามสัญญาณที่ได้รับจาก Data Server และข้อกำหนดที่สร้างขึ้น

    การสร้างและพัฒนา (Application Development)

    การกำหนดคอนฟิกูเรชั่น
    การกำหนดคอนฟิกูเรชั่น ขั้นแรกต้องมีการกำหนดว่าจะติดต่อกับพารามิเตอร์หรือ Tag ใดบ้างจาก Data Server ดังนั้นจะต้องทำการ Define หรือสร้าง Tag ที่ Data Server ก่อนว่า Tag แต่ละตัวหมายถึง Address ที่เท่าใดของอุปกรณ์ (PLC, DCS, RTU, Controller ต่างๆ) โดยทั่วไปสามารถทำการนำเข้าคอนฟิกูเรชั่นไฟล์ที่สร้างไว้ก่อนเข้ามาได้ และสามารถ Export ไปยัง Data Server อื่น ๆ ได้ จากนั้นโปรแกรมย่อยอื่น ๆ ของ SCADA Software ฝั่งไคลเอนท์ จึงทำคอนฟิกูเรชั่นตามหน้าที่การทำงานของตนเอง เช่น โมดูลที่มีหน้าที่แสดงผลกราฟิกก็ต้องกำหนดว่ากราฟิกนั้น ๆ จะเชื่อมโยงกับ Tag ใดจาก Data Server ส่วนโมดูลที่ทำหน้าที่แจ้งเตือนก็ต้องทำคอนฟิกูเรชั่นว่าจะนำ Tag ใด มาเป็นสัญญาณแจ้งเตือน และกำหนดระดับสัญญาณ Limit เป็นต้น

    เครื่องมือในการพัฒนา (Development Tool)
    เครื่องมือในการสร้างและพัฒนาระบบ SCADA โดยทั่วไปจะประกอบด้วย
    - เครื่องมือในการสร้างระบบกราฟิก ที่ประกอบด้วยเครื่องมือวาดภาพ เครื่องมือกำหนดเอ็ฟเฟ็คพิเศษต่าง ๆ ไลบรารี่ของกราฟิกสำเร็จรูปในอุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ
    - เครื่องมือในการสร้าง Trending
    - เครื่องมือในการสร้างระบบAlarm
    - เครื่องมือในการกำหนดการติดต่อกับฐานข้อมูลเพื่อทำการเก็บรวบรวมข้อมูลของ Trending และ Alarm ลงไว้ในฐานข้อมูล
    - เครื่องมือในการช่วยสร้าง Script เช่น Java script, VB Script
    - เครื่องมือจัดการด้านความปลอดภัย การแบ่งระดับ User และขอบเขตการใช้งานของ User
    - เครื่องมือในการสร้าง Web application เพื่อให้สามารถควบคุมและตรวจสอบระบบควบคุมผ่าน Web browser ได้
    ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นลักษณะของ SCADA และ SCADA Software ส่วนใหญ่ ทั้งนี้คุณผู้อ่านก็คงจะพอเห็นภาพว่า SCADA นั้นสามารถเป็นศูนย์กลางของระบบควบคุมทั้งหมดขององค์กร และมีส่วนช่วยในการตรวจสอบการทำงานของระบบให้เป็นไปตามปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ภายในเวลาอันรวดเร็ว มีส่วนช่วยในการตัดสินใจในการดำเนินงานจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับจากระบบ SCADA นอกจากนี้เรายังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้จาก SCADA เข้ากับข้อมูลทางธุรกิจอื่น ๆ เพื่อประมวลผลร่วมกัน เช่น ข้อมูลจำนวนของเสียเป็นกิโลกรัมที่ตรวจสอบได้จาก SCADA ถูกนำมาคำนวณร่วมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แบบ Real time เพื่อสรุปเป็นรายงานค่าใช้จ่ายประจำวันเป็นต้นได้อย่างรวดเร็ว
    ใครอยู่มงฟอร์ตบ้างหว่า

  7. #7
    Member
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    -
    Posts
    40


    วิธีการเร่งสปีด FIREFOX ให้เร็วสุดขั้ว

    ปิดโปรแกรมมาไม่ต้องเปิดหน้าเว็บใด ๆ พิมพ์ about:config ที่ช่อง URL กด Enter หาตัวแปรเหล่านี้
    network.http.max-connections = 64
    *โมดิฟายเป็น 54
    network.http.max-connections-per-server= 20
    *โมดิฟายเป็น 20
    network.http.max-persistent-connections-per-server= 10
    *โมดิฟายเป็น 10
    network.http.pipelining = true
    * toggle เป็น ture
    network.http.pipelining.maxrequests = 100 หรือ 200
    (เลือกเอาสักตัว แต่ผมชอบ 200)
    network.http.request.max-start-delay = 0
    *โมดิฟายเป็น 0
    network.http.max-persistent-connections-per-proxy = 10
    *โมดิฟายเป็น 10
    network.http.proxy.pipelining = true
    * toggle เป็น ture
    network.http.proxy.version = 1.0
    * ของเดิม 1.1 แต่ลองของเก่าดูสำคัญนะตัวนี้

    อีกตัว คลิกซ้ายที่ว่าง เลือก integer
    1. ใส่ตัวแปร nglayout.initialpaint.delay
    2. ใส่ค่า = 0
    ได้ nglayout.initialpaint.delay = 0

    เรียบร้อยแล้ว ปิด Mozilla Firefox ไปก่อน แล้วเปิดใหม่ รับรองเร็วขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ
    ใครอยู่มงฟอร์ตบ้างหว่า

  8. #8
    Member
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    -
    Posts
    40


    เคล็ดลับ window ที่คุณอาจไม่เคยรู้

    >>ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น
    >>ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น
    >>หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ
    >>คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:\\windows ของคุณ
    >>ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย
    >>การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop
    >>ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt+D หรือ Ctrl + Tap เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้
    >>คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก
    >>คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้
    >>ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว
    >>คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start Run พิพม์จุดลงไปแล้วกด Enter ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้
    >>ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar
    >>ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ \"con\" ได้ ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น
    >>การกด Ctrl ค้างเอาไว้ เวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu
    >>คุณสามารถ ปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Click ออก
    >>หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงาน ที่สะดวกขึ้น
    >>ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send
    >>คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Item ต่างๆ ได้
    >>การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน
    >>การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา
    >>คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare
    >>เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break
    >>การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ
    >>การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter
    >>การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete
    >>การกด Shift ค้างไว้ เวลาใสแผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา
    >> กดแค่ shit ค้าง แล้วเลื่อน สกอล เม้าท์ขึ้นลง เพื่อ Back หรือ Forward
    ใครอยู่มงฟอร์ตบ้างหว่า

  9. #9
    Member
    Join Date
    Aug 2007
    Location
    -
    Posts
    40


    วีธีนี้จะทำให้ระบบโหลดเคอร์เนล ของ XP ไปเก็บไว้ในแรม ต้องมีแรมไม่ต่ำกว่า 256 m ต่ำกว่านั้นอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    ทำง่ายๆ มาลุยกันเลยดีกว่าครับ

    1. ไปที่ Start > Run > พิมพ์ Regedit

    2. ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE > SYSTEM > CurrentControlSet > Control > SessionManager > Memory Management

    แล้วจะเจอคีย์ 2 ตัวนี้

    DisablePagingExecutive
    LargeSystemCache

    ให้ดับเบิ้ลคลิ๊กเข้าไปแล้วแก้ไขค่า 0 เป็น 1 ทั้งสองคีย์เลยนะครับ

    หลังจากนั้นให้ Restart เครื่องเพื่อให้เครื่องตอบสนองของการปรับแต่งให้สมบู รณ์
    ใครอยู่มงฟอร์ตบ้างหว่า

  10. #10
    -=iMax=-
    Guest


    ขอบคุณครับ ได้ความรู้ดี พอดีเพิ่งสมัครใหม่ครับ ผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยด้วย

Page 1 of 2 12 LastLast

Similar Threads

  1. เนื้อหาภาษาซี ครับ
    By MunkeyDluffe in forum Hacking/Security News (ภาษาไทย)
    Replies: 0
    Last Post: 20-11-2009, 12:46 PM
  2. Replies: 1
    Last Post: 14-05-2009, 09:47 PM
  3. Replies: 2
    Last Post: 20-02-2009, 07:05 PM
  4. Replies: 0
    Last Post: 29-01-2008, 05:33 PM

Members who have read this thread : 0

Actions : (View-Readers)

There are no names to display.

Tags for this Thread

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •