! (ถ้าเป็นคนไทยต้องอ่านนะ)






รายงานข่าวที่มีมาถึงนิติภูมิตรงกันหลายสายว่า

นายธนาคารใหญ่อันดับต้นของคนไทย ต้องบินไปสิงคโปร์ทุก 2
เดือน


เพื่อไปรายงานผลประกอบการของธนาคารให้อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ฟัง

เขียนตรง ไปตรงมาดีกว่า

คือนายธนาคารผู้นี้ต้องไปเล่าให้นายลี กวน ยิว

และบรรษัทเพื่อการลงทุนของสิงคโปร์ (GIC) ฟังว่า

กิจการธนาคารที่ท่านดูแลอยู่นั้น ขณะนี้มีความ

เคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง? สมบัติที่พ่อตัวเองสร้างไว้นั้น

ตอนนี้ทั้งธนาคารตัวเองเหลือหุ้นอยู่เพียงประมาณ 6%


เป็นหุ้นของสิงคโปร์ทั้งแบบสว่างทั้งแบบมืดที่มีคนมาถือแทนมากกว่า


สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนประเทศอื่น

จึงพยายามเร่งสร้างคนและเข้าไปใช้ฐานในประเทศอื่น


ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการที่รัฐบาลลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเอาไว้แล้
วไม่ว่าถนน
หนทาง

ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ฯลฯ
สิงคโปร์ไม่ได้ลงทุนในโครงสร้างเหล่านี้สักสลึงเดียวแต่ได้ประโยช
น์สูง
สุดจากโครง
สร้างดังกล่าว


ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการและ ประกอบการในประเทศนั้นๆ


นักการเมืองไทยชุดนี้บางคนพยายามขายกิจการของรัฐ


คือพยายามแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็น ของเอกชน


โดยหลอกบอกคนไทยทั่วไปว่า


สมบัติรัฐเป็นแสนๆล้านบาทเหล่านี้ ถึงแม้จะแปรรูป


ไปก็ขายให้ประชาชนคนไทยนั่นแหละ




แต่เบื้องหลังคือแอบล็อกหุ้นไว้ให้พวกพ้องอยู่ในมือคนไทยกลุ่มน้อยนี้ไ
ม่นานก็จะ


มีการโอนย้ายถ่ายเทไปอยู่ในมือของคนต่างชาติ


ทั้งแบบถือตรงๆ และแบบที่มีการถือแทนวิธีการอย่างนี้




สิงคโปร์เคยทํากับวิสาหกิจของนิวซีแลนด์มาก่อนก็สายการบินแอร์นิวซีแลน
ด์นั่น
แหละ


มีอยู่ห้วงช่วงหนึ่งสายการบินนี้โตเร็วมีฐานะมั่นคง


ต่อมาก็มี *นิวซีแลนด์ขายชาติ


เมื่อมีอํานาจทางการเมืองแล้ว ก็พยายามพูดร้าย เพื่อกดให้


ราคาหุ้นตก


จากนั้นก็ให้พรรคพวกช้อนซื้อหุ้นที่ราคาสุดตํ่าเอาไว้




สุดท้ายหุ้นสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ก็ถูกโอนถ่ายขายต่อไปให้บริษัทสิงค
โปร์แอร์
ไลน์


ในครั้งแรกโดนซื้อไป 8.3% หรือ 70.4 ล้านดอลลาร์


อินเดียก็โดนเหมือนกัน


สิงคโปร์ใช้นักการเมืองอินเดียขายชาติบางคน ไปพูดในทางร้าย




ทําให้หุ้นแอร์อินเดียตํ่าสุดเป็นประวัติการณ์จากนั้นก็ใช้บริษัทอินเด
ียที่ชื่อว่า


"ตาต้า กรุ๊ป"


ซึ่งเป็นแขกด้วยกันเข้าไปไล่ช้อนซื้อหุ้น


ที่สุดหางของบริษัทตาต้า กรุ๊ป ก็โผล่


คือเอาหุ้นไปผ่องถ่ายให้ สิงคโปร์แอร์ไลน์


เป็นยังไงครับ



กว่าแขกจะรู้ทันสิงคโปร์หุ้นของแอร์อินเดียก็โดนช้อนซื้อไปไว้


ในมือเพื่อนแล้ว ถึง 40% อย่าคิดว่าจะโดนเฉพาะอินเดีย


สายการบินจีนก็โดนเหมือนกัน เงินของการขายรัฐวิสาหกิจ




ไม่ว่าที่อินเดียหรือจีนสุดท้ายไปนอนอยู่ในกระเป๋าของนักการเมืองขายชา
ติ


ที่เข้ามาเพื่อหา ลู่ทางตักตวงธุรกิจให้กับ


กลุ่มบริษัทในเครือของตัวเอง


การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเดิมมีทรัพย์สินเป็นแสนล้าน


เป็นสมบัติ ของคนไทยทุกคน เผลอแผล็บเดียว ตอนนี้จะถูกขาย


และจะกลายเป็น
สมบัติของคนไทยส่วนน้อยและต่างชาติจํานวนหนึ่ง


ในอนาคต หุ้นของ รัฐวิสาหกิจอย่างนี้


ก็จะถูกผ่องถ่ายขายไปให้กับบริษัทต่างชาติอีกต่อหนึ่ง


สิงคโปร์กลัวว่า


ถ้าปล่อยให้บริษัทนํ้ามันของไทยโตวันหนึ่งข้างหน้า




ประเทศไทยอาจจะกุมคุมการกลั่นและกลายเป็นมหาอํานาจนํ้ามันในภูมิภาคนี้
ก็ได้


ทางที่ดีคือซื้อกิจการของไทยไว้ก่อน


ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว ตัวแรกก็คือ


ได้กําไรจากธุรกิจที่คนไทยเอาไปประเคนขายให้


นกตัวที่สองก็ คือ ควบคุมประเทศไทยให้อยู่หมัด


โดยซื้อกิจการทางโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลาย


ไม่ว่า นํ้า น้ำามัน ไฟฟ้า ดอกเบี้ยไว้ในอุ้งเท้าให้ได้


ใครได้ศึกษาวิธีการที่หน่วยงานของรัฐบาลสิงคโปร์


ซึ่งตั้งโดยนายลี กวน ยิว


เข้าไปเขมือบธนาคารเซ็นทรัลเอเชีย (บีซีเอ) ของอินโดนีเซีย


เขมือบบริษัทแอสตราอินเตอร์เนชั่นแนล


ซึ่งเป็นของอินโดนีเซียเหมือนกัน


ศึกษาแล้วก็จะรู้... รู้...แล้วก็จะบรื๋อสสส...หนาว.


นิติภูมิ นวรัตน์





กรุณาส่งต่อให้พี่น้องชาวไทยที่คุณรู้จัก


ให้รู้สึกสำนึกหวงแหนสมบัติของชาติ


และต่อต้านพวกขายชาติด้วยครับ