ซีเอส ล็อกซอินโฟ จับกระแสความต้องการข้อมูลในตลาดรถยนต์ บ้าน หางานและการศึกษา มาสร้างเป็นธุรกิจใหม่ หวังเป็นรายได้หลักพันล้านบาทที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2008 พร้อมอยู่ในระหว่างการขอไลเซนส์เตรียมเข้าสู่ธุรกิจบริการใหม่อีกหลายประเภท ในส่วนธุรกิจหลักอินเทอร์เน็ตหันจับตลาดองค์กรเป็นลูกค้าหลักแทนกลุ่มคอนซูเมอร์ที่รายได้หดหายไปทุกวัน

นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานว่าบริษัทอยู่ในระหว่างการเตรียมเปิดบริการใหม่ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถบอกรูปแบบชัดเจนได้ว่าจะเรียกว่าเป็นบริการประเภทใด โดยจะครอบคลุมการให้บริการในหมวดรถยนต์ หางาน บ้านที่อยู่อาศัย และการศึกษา ในรูปแบบของการให้บริการสืบค้นข้อมูลหรือให้ข้อมูลผ่านทางสื่อ เช่น หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต SMS คอลเซ็นเตอร์

ผู้บริการซีเอส ฯ กล่าวว่า รายได้ที่เกิดจะอยู่ในรูปทรานเซ็กต์ชั่น เซอร์วิส ดูความต้องการลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมื่อต้องการข้อมูลซื้อบ้านบริเวณบางบัวทอง ทางคอลเซ็นเตอร์ก็จะส่งข้อมูลให้และคิดค่าบริการ โดยประเมินว่าหากทำให้ธุรกิจนี้เกิดได้มูลค่าทางการตลาดจะเป็นหลักพันล้านบาท กลุ่มเป้าหมายจะเป็นคนทั้งประเทศ ซึ่งจะให้ซีเอสฯมีรายได้ประจำเข้ามาทุกเดือน คาดว่าจะเริ่มเปิดบริการได้ประมาณปี 2008 ใช้เงินลงทุนประมาณ 10-20 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในระหว่างขอใบอนุญาตหรือไลเซนส์จากกทช.อีกหลายประเภท อย่าง ไว-ไฟ ไวแม็ก Last Mile และที่ได้แล้วคือ ไอเอสพี และอินเตอร์เนชั่นแนลไลเซนส์

ปัจจุบันซีเอสฯมีลูกค้าลีสไลน์ประมาณ 2,463 รายคิดเป็นร้อยละ 68 ของรายได้ธุรกิจอินเทอร์เน็ต จำนวนลูกค้าเติบโตขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 /2550 รายได้เฉลี่ยต่อราย 30,126 บาท ลูกค้าบรอดแบนด์ ประมาณ 14,033 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 ของรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ต โดยจำนวนลูกค้าลดลงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2550 รายได้เฉลี่ยต่อราย 1,620 บาท และลูกค้าไดอัพประมาณ 143,221 ราย คิดเป็นร้อยละ 12 ของรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ต จำนวนลูกค้าลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2550 รายได้เฉลี่ยต่อราย 96 บาท

“จะเห็นได้ว่าจำนวนลูกค้าบรอดแบนด์ลดลงแต่รายได้ยังไปได้ดีเนื่องจากเราเริ่มขยายตลาดไปในกลุ่มลูกค้าองค์กรมากยิ่งขึ้น แม้จะมีลูกค้าไม่มากแต่รายได้จะดีกว่า เป็นทิศทางตลาดที่เราค่อยๆปรับจากตลาดคอนซูเมอร์ที่ลูกค้าเริ่มลดน้อยลง และเป็นทิศทางต่อไปในอนาคตที่เราจะเริ่มมุ่งตลาดลูกค้าองค์กรมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันลูกค้าหลักยังอยู่ในกลุ่มลีสไลน์ เป็นหลัก เป็นรายได้หลักเกือบ 80 % ของธุรกิจ”

ซีเอสฯ มีอัตราการเติบโตของลูกค้าในกลุ่มลีสไลน์มาตลอดปีละประมาณ 20 % ขณะที่ไดอัพเริ่มลดลง โดยเชื่อว่าลีสไลน์จะมีรายได้เติบโตอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นไปเพราะมองการขยายตัวในกลุ่มองค์กรธุรกิจยังมีโอกาสอีกมาก

“ตั้งแต่ปลายปี 2008 เป็นต้นไปจะเริ่มเห็นบริการใหม่เปิดให้บริการออกมา รายได้จะเริ่มรับรู้ประมาณปี 2009”

ผู้บริหารซีเอสฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไป ซีเอสฯ จะจ่ายเงินปันผลจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ซึ่งในครึ่งปีแรกของปีนี้งบเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิจำนวน 373 ล้านบา ปัจจุบันบริษัทมีกำไรสะสมเท่ากับ 354 ล้านบาท หรือ 0.56 บาท ต่อหุ้น คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายปันผลระหว่างกาลเท่ากับ 0.20 บาท ต่อหุ้น รวมเป็นเงินจำนวน 125 ล้านบาท โดยจำนวนเงินปันผลที่จ่ายจะใกล้เคียงกับกำไรจากการดำเนินงานตามปกติ

สำหรับกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรจำนวน 229 ล้านบาท คณะกรรมการมีมติอนุมัติทำโครงการซื้อหุ้นคืนโดยมีวงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 225 ล้านบาท ซึ่งโครงการจะมีอายุ 6 เดือนโดยมีเป้าหมายเพื่อพยุงราคาและรักษาเสถียรภาพ รักษาผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยไม่มีเป้าหมายในการทำกำไรจากการซื้อมาขายไป หากเงินใช้ไม่หมดจะกลับมาเป็นเงินปันผลเหมือนเดิม

ในส่วนผลประกอบการจากงบการเงินรวมโดยมีรายได้รวม 1,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53 ล้านบาท หรือร้อยละ 4 จากปีก่อนและมีกำไรสุทธิ 117 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท หรือร้อยละ 5 จากปีก่อน ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2550 บริษัทมีรายได้รวม 656 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนและมีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท

ธุรกิจอินเทอร์เน็ตมีรายได้ครึ่งปีเท่ากับ 708 ล้านบาท โดยเติบโตในกลุ่มบริการภาคธุรกิจเอกชน

นายสมชัย สินจนานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย กล่าวในส่วนธุรกิจโฆษณาสมุดหน้าเหลืองว่ายอดขายโฆษณาสมุดหน้าเหลือฉบับกรุงเทพปี 2551 เป็นไปตามประมาณการส่วนยอดขาย City YellowPages ฉบับแรก นนทบุรีเป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทจึงเริ่มขยาย City YellowPages ฉบับที่สองปทุมธานี ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดี