โอเปอเรเตอร์ หันเพิ่มลงทุนเทคโนโลยีไอพี มากขึ้น เหตุลดต้นทุน ใช้ศักภาพโครงข่ายอย่างคุ้มค่า อนาคตกระแสยุคมัลติเพล์ รันโซลูชั่นให้บริการแบบไอพีผ่านบรอดแบนด์ ในประเทศไทยเห็นเป็นรูปธรรม ไม่เกิน3ปีกับธุรกิจไอพีเหตุผู้ให้บริการทุกรายเริ่มลงทุนเปลี่ยนกันแล้ว แต่ทุกอย่างจะไปได้ดีได้ขึ้นอยู่กับ กทช. จะมีมุมมองและโอกาสกับไอพีอย่างไร
นายแวงซองท์ ดูด้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ให้บริการได้หันเพิ่มการลงทุนส่วนการให้บริการบนเทคโนโลยีไอพีมากขึ้น โดยจะเข้ามาเสริมศักยภาพขององค์กร ในการพัฒนาและตอบสนองความแตกต่างของการบริการ เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย ด้วยโซลูชั่นที่ใหม่ สามารถรองรับบริการบรอดแบนด์ต่างๆ อาทิ 3G, ไวแม็กซ์, คอนเวอร์เจนโมบาย และโซลูชั่นสำหรับไอพีทีวี
สำหรับผู้ให้บริการรายใหญ่ประเทศไทยนั้น ได้เริ่มเล้งเห็น และ เตรียมแผนการลงทุนส่วนเทคโนโลยีไอพีมากขึ้น โดยจะมีการำดำเนินการควบคู่กับการลงทุนขยายโครงข่ายให้ตอบสนองกับความต้องการลูกค้า ที่ขณะนี้บริการบรอดแบนด์ได้ขยายตัวเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว
“ธุรกิจด้านไอพีประเทศไทย ปัจจุบันเริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากมีการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปีกว่า 2 เท่าตัว บริษัทจึงคาดว่าใน 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจนี้จะเป็นรูปธรรมมากขึ้น”
ส่วนปัจจัยการเปลี่ยนแปลงและการลงทุนสำหรับเทคโนโลยีไอพีประเทศไทยโดยรวมขึ้นอยู่ที่โอปอเรเตอร์ด้วยว่าจะเข้าใจความต้องการของลูกค้ามากแค่ไหน รวมถึงออกใบอนุญาตจากคณะกิจการโทรคม นาคมแห่งชาติ (กทช.) จะเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ และศักยภาพของผู้ประกอบการในมุมมองในจุดไหนบ้าง
อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ส่งผลให้โอปอเรเตอร์หันมาให้ความสำคัญในธุรกิจไอพีมากขึ้นนั้น เนื่องจากตลาดโดยรวมมีอัตราการเติบโตที่รวมเร็ว อีกทั้งโอเปอเรเตอร์อย่าง ทีโอที, ทีทีแอนด์ที หรือ ทรู ต่างก็มีได้มีการลงทุนขยายเครือข่าย แต่อาจจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงได้
ดังนั้น บริษัทจึงเล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโต จึงเข้าไปมีส่วนในการให้คำปรึกษาและวางแผนการดำเนินงาน โดยล่าสุด อัลคาเทล ได้ทำการติดตั้งศูนย์ไอพี-ทรานส์ฟอร์มเมชั่น (ไอพีซีที) ขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการให้บริการลูกค้าในแถบเอเชียแปซิฟิค เพื่อพัฒนารวบรวมและทดสอบโซลูชั่นเครือข่ายไอพี และเพื่อให้โอเปอเรเตอร์และองค์กรธุรกิจสามารถเปลี่ยนโครงข่ายให้อยู่บนเทคโนโลยีไอพีได้อย่างสมบูรณ์แบบ การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว บริษัทคาดการณ์ว่า จะสามารถให้บริการและดูแลจัดการเทคโนโลยีได้ถึง 50 ประเภท
สำหรับจุดเด่นและจุดขายของอัลคาเทลคือ ช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้บริการลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการ และสร้างความเชื่อถือ รวมถึงช่วยแก้ปัญหา เพื่อเป็นผู้นำในตลาดก่อนรายอื่น
“กลุ่มลูกค้าในประเทศไทยเราเล็งไปที่กลุ่มธนาคาร และสถานศึกษา ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมผู้ให้บริการ โดยเน้นการทำธุรกิจแบบอาร์แอนด์ดี (วิจัยและค้นคว้า) พัฒนาและทดสอบโซลูชั่นร่วมกัน”
นายดูด้า กล่าวอีกว่า ภาพรวมการลงทุนเน็ตเวิร์คโอเปอเรเตอร์ในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีการลงทุนที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ โดยบริษัทได้นำข้อมูลจากผลข้อศึกษาจากแหล่งข้อมูลหลายแห่งพบว่า เม็ดเงินในการลงทุนต้องขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย ซึ่งในปีนี้และปีหน้ายังไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ทุกวงการมีเงินลงทุนอยู่แล้ว เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งปีที่ผ่านมามีเม็ดเงินลงทุนจำนวน 6-7 พันล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับตลาดไอพี/เอ็มพีแอลเอส จากการวิจัยของไซเนอร์จี้รีเสิร์ซ พบว่า บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด22.2% ในตลาดเซอร์วิสเอจเราท์เตอร์ โดยในช่วนไตรมาสแรกของปีมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 3% ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำตลาดดีเอสแอล และการจัดส่ง ไอพี ดีเอสแอลเอเอ็ม ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/2550 บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาด 26% ในตลาดไอพีฯ และมีส่วนแบ่ง 41% ในตลาดดีเอสแอล รวมถึงบริษัทยังได้จัดส่งสายดีเอสแอล 7.3 ล้านชุด ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้จัดส่งสายดีเอสแอลรวมกว่า 133 ล้านชุด


Reply With Quote
