ภายใต้ความพยายามปกป้องปัญหาสิ่งแวดล้อมของยักษ์สีฟ้า

"ไอบีเอ็ม" ล่าสุดได้ประกาศโครงการปรับเปลี่ยนดาต้าเซ็นเตอร์ของไอบีเอ็มและคู่ค้าทั่วโลก โดยการผนวกรวมคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ราว 3,900 เครื่อง จากทั่วโลกไว้บนเมนเฟรม system z ราว 30 เครื่อง ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (Linux)

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Project Big Green ซึ่งไอบีเอ็มได้เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม

การปรับเปลี่ยนระบบดาต้าเซ็นเตอร์ดังกล่าว จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีของไอบีเอ็มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถรองรับสภาพธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และไอบีเอ็มคาดว่าสภาพแวดล้อมเซิร์ฟเวอร์แบบใหม่นี้จะช่วยให้การใช้พลังงานน้อยลงกว่าระบบเดิมประมาณ 80% และคาดว่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานซอฟต์แวร์ได้อย่างมากในช่วงเวลา 5 ปี

จากที่เดิมไอบีเอ็มต้องบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดและซับซ้อนที่สุดในโลก ที่มีพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 8,000,000 ตารางฟุต (เท่ากับสนามอเมริกันฟุตบอล 139 สนาม) โดยไอบีเอ็มได้เริ่มโครงการผนวกรวมดาต้าเซ็นเตอร์สำคัญๆ ทั่วโลกจาก 155 แห่ง จนเหลือเพียง 7 แห่ง ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 เป็นต้นมา

มาร์ก เฮนเนสซี รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศของไอบีเอ็ม กล่าวว่า

"ไอบีเอ็มทำการประเมินอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงการใช้งานระบบที่รองรับพนักงานและลูกค้า การผนวกรวมระบบต่างๆ ทั่วโลกเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของไอบีเอ็มในการผลักดันการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงานและเทคโนโลยีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการประหยัดค่าใช้จ่าย"

โครงการผนวกรวมนี้จะใช้ประโยชน์จากความสามารถของเมนเฟรมหนึ่งเครื่องในการทำงานได้เหมือนกับเซิร์ฟเวอร์หลายร้อยหรือหลายพันเครื่อง ความสามารถดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า เวอร์ชวล ไลเซชั่น (virtualization) โดยทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรระบบของเมนเฟรม เช่น ส่วนประมวลผล ระบบเครือข่าย สตอเรจ และหน่วยความจำ ให้แก่เซิร์ฟเวอร์แบบ "เสมือนจริง" (virtual) หลายๆ เครื่อง เซิร์ฟเวอร์เสมือนจริงแต่ละเครื่องจะทำหน้าที่เป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบฟิสิคัล ระบบที่ถูกโยกย้ายจะใช้เพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของเมนเฟรมแต่ละเครื่อง ซึ่งทำให้เหลือพื้นที่ว่างจำนวนมากสำหรับการขยายตัวในอนาคต

ด้วยการเปลี่ยนจากเซิร์ฟเวอร์แบบฟิสิคัลไปใช้เซิร์ฟเวอร์แบบเวอร์ชวล ไอบีเอ็มจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในหลายๆ ด้าน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการใช้พลังงาน เครื่องเมนเฟรม 30 เครื่อง จะแทนที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ 3,900 เครื่อง ที่มีพาวเวอร์ซัพพลายสำหรับแต่ละเครื่อง

โดยไอบีเอ็มคาดว่าจะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้ในระดับที่เท่ากับการใช้ไฟฟ้าในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายไลเซนส์ซอฟต์แวร์ซึ่งมักจะคิดราคาตามจำนวนโปรเซสเซอร์ เพราะเมนเฟรมรุ่นใหม่ของไอบีเอ็มมีจำนวนโปรเซสเซอร์น้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับเซิร์ฟเวอร์ 3,900 เครื่องที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยลดภาระให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของไอบีเอ็ม ทำให้บุคลากรเหล่านี้มีเวลามากขึ้นในการทำงานในโครงการที่มีประโยชน์มากกว่า รวมถึงการออกแบบและพัฒนาโซลูชั่นสำหรับลูกค้าด้วย