![]()
บทวิเคราะห์ของวอลล์สตรีทเจอร์นอลชี้ ขณะนี้กิจการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยด้านธุรกิจในสหรัฐฯกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เนื่องจากการซื้อขายที่เกิดขึ้นเป็นการซื้อขายแบบออนไลน์ ไม่มีต้นทุนการตีพิมพ์ การจำหน่ายและการขนส่ง ราคาซื้อขายจึงไม่แพงหูฉีกเช่นที่ผ่านมา ตอบโจทย์สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้
จอร์จ แอนเดอร์ส (George Anders) ผู้เขียนบทความของวอลล์สตรีทเจอร์นอลให้เหตุผลของกระแสการซื้อขายผลงานวิจัยบนโลกออนไลน์ว่า เป็นเพราะบริษัทต่างๆต้องการปรับตัวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นยุคที่ผู้บริโภคหันมาโลดแล่นอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น จนส่งให้กระบวนการขายและการกระจายสินค้าแบบเดิมๆกลายเป็นเรื่องล้าสมัย เช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาที่จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับตลาดออนไลน์ไม่ต่างจากผู้ขายสินค้ารายอื่นๆ
การซื้อขายงานวิจัยให้กับนักศึกษาสหรัฐฯในอดีตนั้นมักมีราคา 3-7 เหรียญต่องานวิจัยความยาว 20 หน้ากระดาษ กระทั่งปี 1990 การจำหน่ายบทความกรณีศึกษาเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นหนังสือรูปเล่ม มีพัฒนาการออกมาเป็นรูปแบบแคตาล็อกสำหรับให้ผู้สนใจเลือกชม เปิดจำหน่ายทั้งแบบปลีกและส่ง แอนเดอร์สชี้ว่าต่อจากนี้ไปรูปแบบการซื้อขายงานวิจัยจะเปลี่ยนไปเป็นการซื้อขายผ่านโลกออนไลน์ ศาสตราจารย์ นักศึกษา หรือผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าชมข้อมูลกรณีศึกษาได้ผ่านเว็บไซต์ ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์และดาวน์โหลดเอกสารมาชมได้อย่างสะดวกสบาย
ตัวเลขรายได้จากการขายผลงานวิจัยในปี 2006 ของฮาร์วาร์ดถูกระบุไว้ที่ 6.5 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวม 368 ล้านเหรียญสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2006) แอนเดอร์สอธิบายที่มาของรายได้จากการขายผลงานวิจัยว่า งานวิจัยเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้เป็นส่วนประกอบการเรียนการสอนแก่นักเรียนในฮาร์วาร์ดเท่านั้น แต่มีการจำหน่ายให้กับสถาบันการศึกษาอื่นๆที่ต้องการใช้กรณีศึกษาแบบเฉพาะเจาะจงและเป็นปัจจุบันด้วย ซึ่งที่ผ่านมา สถาบันการศึกษาเหล่านี้ดำเนินการวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง เช่นยักษ์ใหญ่โลกออนไลน์อย่างอเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ถูกสถาบันธุรกิจฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) นำมาวิเคราะห์เป็นกรณีศึกษาอย่างน้อย 16 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งการวิเคราะห์ที่ได้ก็เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาทั้งกับนักศึกษาและคณาจารย์ในมิติที่หลากหลายมากขึ้นทุกครั้ง
แอนเดอร์สระบุว่าเว็บไซต์ที่ให้บริการดาวน์โหลดกรณีศึกษาประสบความสำเร็จมากในขณะนี้ ได้รับยอดดาวน์โหลดมหาศาลจากผู้ใช้ในประเทศจีนและบราซิล
"สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงว่าสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจต้องปรับตัว การออกแบบเว็บไซต์ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจะต้องถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง การลดราคาให้กับนักศึกษาก็เป็นสิ่งสำคัญ ส่วนการเผยแพร่กรณีศึกษาในรูปแบบวีดีโอนั้น สถาบันฯควรเปลี่ยนความคิดที่ว่าไม่สามารถสร้างกำไรเพราะต้นทุนการผลิตสูงได้แล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยลดต้นทุนการผลิตและการจำหน่ายลงไปได้มาก"
มหาวิทยาลัยเวสต์เทิร์น ออนทาริโอ (University of Western Ontario) ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้รายได้จากการขายบทสรุปกรณีศึกษากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของมหาวิทยาลัยล้วนเป็นการซื้อขายแบบออนไลน์ โดยตัวแทนมหาวิทยาลัยให้ความเห็นว่า การจำหน่ายกรณีศึกษาในรูปเล่มนั้นไม่คุ้มค่า กล่าวติดตลกว่า กรมไปรษณีย์เท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากการจำหน่ายกรณีศึกษาในรูปกระดาษปึกหนา
ตัวแทนมหาวิทยาลัยระบุว่าสถาบันการศึกษาในเอเชียนั้นเป็นลูกค้ารายใหญ่ของตลาด โดยในประเทศจีนนั้นสามารถหาซื้อกรณีศึกษาความยาวมหาศาลได้ในราคา 1 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ไม่สามารถหาได้หากมีการจัดพิมพ์กรณีศึกษาในรูปแบบกระดาษ สำหรับในอนาคตคาดว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่แพร่หลายมากขึ้น จะช่วยให้ตลาดการซื้อขายงานวิจัยกระจายตัวในวงกว้างขึ้น
ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 9 สิงหาคม 2550 เวลา 16:09 น.


Reply With Quote
