ที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2550

บริษัท ไอบีเอ็ม ได้เปิดเผยผลการศึกษาของ US News and World Report ที่คาดการณ์ว่า ปริมาณผู้โดยสารทางอากาศจะเพิ่มจากปัจจุบันเป็นสองเท่าตัว ภายในปี ค.ศ. 2020 หรือคิดอัตราเพิ่มเฉลี่ยทั่วโลก 7 พันล้านคนต่อปี ขณะที่การจราจรติดขัดในปัจจุบัน เผาผลาญเชื้อเพลิงจำนวนถึง 9 พันล้านแกลลอนต่อปี

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ทั้งนี้ ห้องทดลองของไอบีเอ็ม ได้เปิดเผยถึงแนวโน้ม 5 นวัตกรรม ที่จะเข้ามามีบทบาทในยุคที่ปริมาณการเดินทางและขนส่งเพิ่มขึ้น โดยประกอบด้วย 1. เทคโนโลยีช่วยคนขับ (Collaborative Driving) ทำให้รถยนต์สามารถรับรู้เมื่อมียานพาหนะอื่นๆ เข้ามาใกล้ และหลีกเลี่ยงสภาพถนนที่เป็นอันตรายในการขับขี่

โดยเทคโนโลยีนี้ จะทำให้รถทำงานเหมือนมีปฏิกิริยาตอบกลับ หรือ reflexes ยานพาหนะจะแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน และกับโครงสร้างพื้นฐานที่ติดตั้งไว้บนท้องถนน รวมทั้งแจ้งเตือนให้ผู้ขับรับรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น

2. ผู้ที่เดินทางอยู่บนท้องถนนจะได้รับการแจ้งล่วงหน้า ในกรณีที่รถไฟหรือรถประจำทางจะมาช้ากว่ากำหนดทางโทรศัพท์มือถือ ด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ จีพีเอส และเทคโนโลยีการสื่อสารที่จะติดตั้งบนรถไฟหรือรถประจำทาง และสามารถแจ้งไปยังผู้โดยสารหากมีการเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถอีกด้วย

3. เทคโนโลยีด้านคำสั่งเสียง (Voice Recognition System) ที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่สามารถได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทาง อ่านและตอบอีเมล การค้นหาเส้นทางการเดินรถ การหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ รวมไปถึงการใช้คำสั่งเล่นเครื่องเล่นดีวีดี เลือกเพลงที่อยากฟังผ่านการใช้คำสั่งเสียง ที่ทำได้ง่ายขึ้น

4. ระบบจราจรอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหารถติดที่กำลังเป็นปัญหาของเมืองใหญ่ทั่วโลก โดยทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟจราจร สั่งเปลี่ยนไฟให้สอดคล้องกับสภาพการใช้ถนนได้แบบเรียลไทม์ และจัดการการจราจรให้กับรถฉุกเฉิน

ทั้งนี้ เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ จีพีเอส และดาวเทียม ยังสามารถให้ข้อมูลแก่ผู้ขับขี่ว่า ถนนเส้นไหนคับคั่งและให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น หรือลานจอดรถที่ไหนเต็มในระหว่างช่วงที่มีผู้มาใช้บริการกันมากๆ หากเทคโนโลยีสามารถจัดการกับการจราจรที่คับคั่งและติดขัดได้ ก็จะช่วยลดปัญหามลพิษ และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนได้อีกทางหนึ่ง

และ 5. เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยให้นักเดินทาง ในกรณีการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง และระบบจัดการกรณีกระเป๋าเดินทางสูญหาย เพราะระบบอัจฉริยะจะรู้ล่วงหน้าหากเครื่องบินล่าช้าจากกำหนด และทำหน้าที่สับเปลี่ยนประตูที่เครื่องจะลงจอดให้สอดคล้องได้