ไมโครซอฟท์เปิดแบรนด์ใหม่ "Microsoft Surface" อย่างเป็นทางการ เปิดศักราชคอมพิวเตอร์ไร้คีย์บอร์ดและเมาส์ที่มีคุณสมบัติเด่นด้านการตอบสนองต่อสัมผัสมนุษย์และการวิเคราะห์วัตถุด้วยการอ่านบาร์โค้ด ชิมลางรุ่นแรกด้วยการสร้างสรรค์คอมพิวเตอร์รูปโต๊ะกาแฟขนาด 30 นิ้ว ที่ผู้ใช้หลายคนจะสามารถใช้งานร่วมกันได้เพียงแตะนิ้วมือบนผิวโต๊ะ
ไมโครซอฟท์ให้คำจำกัดความ Surface ไว้ว่า เป็นหนทางใหม่น่าตื่นเต้นสำหรับนำการโต้ตอบแบบธรรมชาติเข้าสู่โลกดิจิตอล ตามข้อมูลจากสำนักข่าว electronista.com ระบุว่าคอมพ์โต๊ะกาแฟที่เป็นผลิตผลตระกูล Surface รุ่นแรกนั้นมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ธุรกิจงานบริการ เนื่องจากผู้ใช้จะสามารถสั่งซื้ออาหาร-บริการ และควบคุมระบบความบันเทิงในโต๊ะ เช่นการเลือกหรือการจัดรายการเพลง ได้ง่ายดายเพียงวาดนิ้วมือบนหน้าจอทัชสกรีนที่ผิวโต๊ะ ขณะเดียวกันก็สามารถคำนวณค่าสินค้าทั้งหมดที่วางอยู่บนโต๊ะได้จากการอ่านบาร์โค้ด
ไมโครซอฟท์ระบุว่า คอมพ์โต๊ะกาแฟนี้มีความสามารถด้าน "Multi-touch" หรือความสามารถในการวิเคราะห์อินพุทที่เกิดจากการสัมผัสหน้าจอของผู้ใช้หลายคน เทคโนโลยีดังกล่าวมีลักษณะแนวคิดและชื่อเดียวกับเทคโนโลยี "MultiTouch" ซึ่งสตีฟ จ็อปส์ (Steve Jobs) ซีอีโอแอปเปิลคอมพิวเตอร์เคยประกาศบนเวทีงาน Macworld ที่จัดขึ้นในซานฟรานซิสโกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ว่าแอปเปิลเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยีนี้ และจะนำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด "ไอโฟน (iPhone)" ที่มีคิววางจำหน่ายในเดือนหน้า
ไม่มีรายงานว่าไมโครซอฟท์ไขข้อข้องใจเรื่องลิขสิทธิ์เทคโนโลยีว่าอย่างไร โดยไมโครซอฟท์เผยว่าได้ทำข้อตกลงกับนานาบริษัทเพื่อนำแพลตฟอร์ม Surface ไปใช้งานจริงแล้ว ได้แก่ทีโมบายล์สาขาสหรัฐ (T-Mobile USA) ตกลงนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในหน้าร้านสาขาย่อย เพื่อสแกนและบันทึกข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งคืน รวมถึงแสดงข้อมูลราคาของแต่ละบริการที่ทีโมบายล์มีอยู่ หรือโรงแรมในเครือเชอร์ราตัน (Sheraton) ที่ตกลงนำคอมพ์โต๊ะกาแฟนี้ไปใช้ในล็อบบี้โรงแรม เพื่อให้ลูกค้าสามารถฟังเพลง ส่งรูปภาพกลับบ้าน และสั่งซื้อหนังสือตามต้องการ เช่นเดียวกับบ่อนคาสิโนในเครือฮาร์ราห์ (Harrah) และหลายบริษัทที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้เพื่อการจำหน่ายตั๋วชมการแสดง บริการสปา และอื่นๆ
รายงานจากรอยเตอร์สระบุว่า คอมพิวเตอร์ "เทเบิลท็อป" แพลตฟอร์ม Surface ของไมโครซอฟท์นี้จะเริ่มนำไปใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ สนนราคา 5,000-10,000 เหรียญสหรัฐ โดยเชื่อว่าราคาจำหน่ายนี้จะลดลงภายใน 3-5 ปีเพื่อขยายเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปร่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ทอม กิบบอนส์ (Tom Gibbons) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ให้สัมภาษณ์ว่า Surface จะปฏิวัติวิถีชีวิตประจำวันของมนุษย์ ซึ่งอาจเทียบได้กับตู้เอทีเอ็มที่เปลี่ยนวิถีการเบิก-ฝากเงินกับธนาคารอย่างสิ้นเชิง
"Surface ทำให้คอนเทนท์ทำงานร่วมกับเรา ไม่ใช้คอนเทนท์ถูกสร้างมาเพื่อเรา ยกตัวอย่างเช่นการใช้โปรแกรมแผนที่บนแพลตฟอร์ม Surface คุณสามารถปรับแต่งแผนที่และเคลื่อนย้ายหรือลดขนาดมันไว้ก่อนจะหันไปเข้าเว็บไซต์อื่นที่น่าสนใจมากกว่า แล้วจึงค่อยกลับมาดูอีกครั้ง นี่ทำให้เราไม่ต้องการแผนที่กระดาษ หนังสือกองโต หรือแม้แต่ร้านหนังสือเพื่อหาข้อมูลอย่างในอดีต ขณะที่โปรแกรมภาพของ Surface ผู้ใช้สามารถชมภาพหลายภาพได้พร้อมกัน เพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกภาพที่ดีที่สุดก่อนจะส่งให้ผู้อื่น สามารถซูมเพื่อภาพให้ถนัด"
กิบบอนส์กล่าวว่าแพลตฟอร์ม Surface นั้นทำให้ข้อมูลมีคุณภาพ สร้างความสนุก และใช้งานง่ายมากขึ้น สำหรับโครงการพัฒนาแอปพลิเคชันแพลตฟอร์ม Surface ในอนาคต ไมโครซอฟท์ระบุว่าจะพัฒนาความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นานาชนิดให้ดีขึ้น เช่นกล้องดิจิตอลหรือโทรศัพท์มือถือ
นักวิเคราะห์นั้นมองว่าแอปพลิเคชันที่ไมโครซอฟท์เปิดตัวในวันนี้เป็นเพียงคำใบ้ว่าอะไรสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคตเท่านั้น ซึ่งบริษัทไอทีอื่นเช่น เอชพี (HP) หรือแอลจี (LG) ก็มีแนวคิดสร้างสรรค์คอมพิวเตอร์ไร้คียบอร์ดและเมาส์รูปโต๊ะสำหรับวางในห้องนั่งเล่นเช่นเดียวกัน สำหรับผลงานของเอชพีนั้นถูกนำมาแสดงใน HP Labs ในฐานะเครื่องต้นแบบที่ยังต้องรอการพัฒนาเพิ่มเติม ถูกโชว์ตัวแก่สื่อมวลชนตั้งแต่ปีที่แล้ว
ข่าวจาก...ผู้จัดการออนไลน


Reply With Quote
