ในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งระบบการสื่อสาร ระหว่างองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาคธุรกิจเอกชน และรัฐบาล มีการเติบใหญ่ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนั้น ทำให้มีการพัฒนา เทคโนโลยีสื่อสารด้านนี้ อย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ , ความเชื่อถือไ้ด้ และความเร็ว ในการสื่อสารร่วมกัน สมกับคำว่า "ยุคโลกาภิวัฒน์" หรืิอ "ยุคข้อมูลข่าวสาร"

หัวใจสำคัญ ที่อยู่เบื้องหลัง วิวัฒนาการดังกล่าว ก็คือคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ ที่อยู่บนพื้นฐาน CPU Pentium , เครื่องระดับ Workstation ที่ใช้ CPU RISC รวมไปถึง เครื่องมินิคอมพิวเตอร์ , ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่เมนเฟรม ต่างก็มีส่วนร่วม ในการถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งในธุรกิจธนาคาร ไปจนถึง ธุรกิจร้านค้าย่ิยต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การถ่ายเทข้อมูล จำนวนมหาศาลเหล่านั้น ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระบบ การจัดการข้อมูลที่ดีด้วย ซึ่งนั่นก็คือ เหตุผลที่ทำให้ต้องมีเครื่อง Server มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของ เครื่อง Server ระดับ PC เครื่อง UNIX Workstation เครื่องระดับ Mini คอมพิวเตอร์ไปจนถึง เครื่องระดับสูงอย่างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ที่ต้องทำหน้าที่ ในการตรวจสอบและควบคุมการหลั่งไหล ของข้ิมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้

ฮาร์ดดิสก์ คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ในการมาช่วยในการจัดการ กับเครือข่ายข้อมูล นั่นก็เพราะว่า จำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ของข้อมูล ที่มีอยู่อย่างหมาศาล จึงต้องการพื้นที่ สำหรับจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากมายเหล่านี้ แต่ก็ไม่ใช่แค่เฉพาะปริมาณความจุเท่านั้น ที่จะต้องคำนึงถึง เพราะการใช้งานในระดับนี้ จะีมีผู้ที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จำนวนมาก ไม่ใช่เป็นการใช้งานเฉพาะบุคคล จึงต้องมีการออกแบบ ให้สามารถ รองรับการ access จากภายนอกได้พร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการส่งผ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญเหนืออื่นใดนั่นคือ ในเรื่องของความปลอดภัยที่จะต้องมั่นใจได้ว่า ข้อมูลที่มีอยู่มากมายนี้ จะไม่สูญเสียไป และสามารถที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา

RAID : โซลูชั่น เพื่อแก้ปัญหา การติดขัด และความน่าเชื่อถือของ Server

วิธีการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการจัดเก็บข้อมูล จำนวนมหาศาล ให้สามารถบริการผู้ใช้เครือข่าย ได้อย่างทั่วถึงนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการต่อเชื่อม ดิสก์จัดเก็บข้อมูลขึ้นมา้เป็นระบบ ซึ่งมีชื่อเรียกว่าระบบ RAID ที่ย่อมาจากคำว่า "redundant arrays of independent discs" ซึ่งหมายถึง ระบบการต่อเชื่อม ดิสก์จัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก ไว้ด้วยกัน

ระบบ RAID นั้น มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดธรรมดา ที่มีดิสก์จัดเก็บข้อมูล รวมกันอยู่ราว ห้าถึงหกตัว ซึ่งทุกตัวจะถูกต่อเชื่อมกับ แผงควบคุมการทำงานเดียวกัน แผงควบคุ มการทำงานดังกล่าว ของระบบ RAID จะทำการควบคุม การอ่านและเขียนข้อมูล จากดิสก์เหล่านั้น ในลักษณะเดียวกับตัวควบคุมการทำงาน ของดิสก์จัดเก็บข้อมูลเดี่ยว ๆ ทั่วไป เสมือนกับว่าดิสก์หลาย ๆ ตัว นั้น เป็นดิสก์ตัวเดียวกัน ทั้งนี้ ในการควบคุมการทำงาน ของระบบ RAID นั้น ยังมีโปรแกรม ที่ถูกติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการ ข้อมูลต่าง ๆ ในฮาร์ดดิสก์ที่ถูกพ่วงไว้ในระบบ RAID เดียวกันด้วย

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ RAID

ทั้ง ๆ ที่ ระบบ RAID จะประกอบไปด้วย Harddisk หลาย ๆ ตัวรวมเป็นระบบ RAID ย่อย ๆ 1 ระบบ แต่ Drive เหล่านั่น กลับถูกซ่อนจากผู้ใช้ ทำให้เป็นเสมือนหนึ่งว่า นี่คือ Harddisk เพียง Drive เดียว ดังนั้น มันจึงสามารถขยายความจุได้อย่างมหาศาล ถึงกว่า 1,000 GB ซึ่งตัว Drive เสมือนนี้จะถูกสร้างและควบคุมโดยระบบปฏิบัติการ ซึ่งได้มีการติดตั้งโปรแกรมจัดการ RAID มาไว้ในตัว ตัวซอฟต์แวร์ ไม่ได้จัดการเฉพาะสร้างตัว Drive เสมือนเท่านั้น แต่มันยัง คอยควบคุมการเข้าถึง Drive เหล่านี้ว่าจะเข้าถึงด้วยเส้นทาง และวิธีใดจึงเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด

ระบบ RAID จะสามารถตั้งค่า ได้หลากหลายค่าเพื่อประสิทธิภาพ ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ในเรื่องของความจุสูงสุด , หรือแม้กระทั่งเรื่องของความทนทานต่อความผิดพลาด และเพื่อที่จะได้สื่อสารไปในแนวทางเดียวกัน จึงได้มีการตั้งค่า การกำหนดประสิทธิภาพของ ระบบ RAID เอาไ้ว้ 6 ระบบ โดยเริ่มตั้งแต่ระบบ RAID ระดับ 0 เรื่อยไปเป็น 1,2,3,4 และ 5 ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพ ,ความสามารถในการเขียนข้อมูลซ้ำ ๆ (การสำรองข้อมูล) และสิ่งที่ระบบ Host นั้น ๆ ต้องการโดยในการจัดการระดับของ RAID นี้จะขึ้นอยู่กับ software ที่จะอาศัยการตั้งค่าการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้รองรับระดับต่าง ๆ นี้ได้ ดังที่เราจะอธิบายเพิ่มเติม คือ

ก่อนอื่น เราคงต้องมาอธิบาย ถึงหลักฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม นั่นคือ การที่จะรวมเอาฮาร์ดดิสก์หลาย ๆ ตัวมาไว้ได้นั้น เราจะต้องพึ่งพา ตัว RAID Controller Board ที่จะทำหน้าที่เป็นเสมือน โครงข่ายหลัก ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง และยังเป็นช่องสำหรับใส่ Disc เข้าไว้อีกด้วย มันไม่ได้พึ่งพาเฉพาำำะ คำสั่งในการ input / output ในการระบุตำแหน่งของ Drive ต่าง ๆ ในช่องใส่เท่านั้น แต่มันยังทำหน้าที่ให้ แต่ละ drive ย่อย ๆ เหล่านี้เป็นอิสระต่อกัน นั่นหมายความว่า จะช่วยให้มันสามารถ ถอดเปลี่ยน หรือเคลื่อนย้าย Drive เหล่านี้ให้ราบรื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัว controller ยังคอยดูแลความมั่นคง ในการทำงาน ของ Drive แต่ละตัว หากพบปัญหาว่า Drive ตัวไหนมีโอกาสได้รับความเสียหาย ยังสามารถโอนย้ายข้อมูลที่มีความเสี่ยงเหล่านั้น ไปอยู่ใน Drive อื่นที่ปลอดภัยว่า เพื่อป้องกันปัญหาข้อมูลสูญหาย (เราเรียกระบบนี้ว่า ความทนทานต่อความเสียหาย หรือ Fault Tolerance ) และต่อไปนี้ิ คือคำอธิบายถึ ง ระดับของ RAID ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงาน ที่แตกต่างกัน

**Hidden Content: To see this hidden content your post count must be 1 or greater.**




จาก www.dld.go.th