ที่มา http://www.adslthailand.com/forum/viewtopi...p;sk=t&sd=a
ตัวช่วยสำหรับนักแชร์นักโหลดข้อมูล "Bt-BOXmini" สถานีดาวน์โหลดหรือ Download Station ใหม่ล่าสุดฝีมือคนไทยจากบริษัทดีไซน์เกตเวย์ (Design-Gateway) ผู้ใช้สามารถแชร์ไฟล์และโหลดไฟล์ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์พีซีทิ้งไว้ ช่วยให้งานดาวน์โหลดเป็นเรื่องง่ายดายและสะดวกสุดขีด
Bt-BOXmini ประหยัดไฟกว่าคอมพิวเตอร์พีซีราว 20 เท่า รองรับทั้งไฟล์ Bit Torrent FTP, HTTP และการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 4GB สามารถดาวน์โหลดและอัพโหลดได้สูงสุด 7 งานพร้อมกัน ทำงานต่อเนื่องอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่องแม้ว่าไฟดับขณะดาวน์โหลด ขนาดเล็กกะทัดรัด 12.5 x 7.7 x 3.4 ซม.
จากนี้ไปผมจะแนะนำให้รู้จักกับเจ้า BT-Box mini นะครับ
ทันทีที่ผมได้รับเจ้า mini นี่มาครั้งแรก ยังไม่ได้แกะกล่อง ดูจากขนาดแล้ว ทำไมกล่องเล็กจังเลย ลองยกๆดู น้ำหนักก็เบา
เล็กและเบากว่า BT-Box ตัวเก่าอย่างผิดหูผิดตาเลยครับ
อุปกรณ์ในกล่อง
เมื่อแกะกล่องมาแล้วก็จะพบกับ...
- ตัวเครื่อง Bt-Box mini
- AC Adapter 5V
- USB Thumbdrive ของ Kingston ขนาด 1GB
- สาย LAN สั้นๆ 1 เส้น
- CD-ROM 1 แผ่น
- Quick guide 1 แผ่น A4
- บัตรลงทะเบียนสินค้าติดแสตมป์มาให้พร้อม
เจ้า mini นี่ขนาดตัวประมาณฝ่ามือเองครับ วัดขนาดแล้วได้ 5"x1.5"x3" (กว้างxสูงxยาว) หนักประมาณ 2 ขีดเห็นจะได้
ตัวเครื่องเป็น Two-tone ด้านบนสีขาว ฐานสีดำ การออกแบบ และวางตำแหน่งของช่องต่อต่างๆ การสกรีนตัวอักษรอยู่ในตำแหน่งและขนาดที่ลงตัวมาก
ซึ่งหากดูจากเนื้องานแล้ว จะเห็นได้ถึงความพิถีพิถันในการออกแบบและความปราณีตการผลิตเป็นอย่างมาก ดูดีมีราคามากครับ
วางไว้แล้วไม่อายใครแน่นอน ;D แต่อาจหายได้เพราะตัวเล็กและสวยขนาดนี้
ในเรื่องการออกแบบและตัวชิ้นงาน ผมให้ 9/10 เลยครับ อีก 1 คะแนนแบบว่าความชอบส่วนตัวนะครับ อยากได้สีขาวมุกน่ะ
ด้านหน้าเครื่องมีช่องเสียบ USB 2 ช่อง ด้านหลังมีช่องต่อสาย LAN และสายไฟเลี้ยง
ด้านบนจะเป็นไฟแสดงผล 3 ดวง เขียว (HDD), ส้ม (LAN), แดง (Power)
ผมก็มานั่งพิจารณาของที่ให้มาในกล่อง ก็มาสะดุดตรง Thumbdrive นี่แหล่ะครับ ว่าเขาให้มาทำไม่ล่ะเนี่ย??
หรือว่าจะเป็นซอฟท์แวร์สำหรับติดตั้ง แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะมี CD-ROM อีกแผ่นอยู่แล้วนี่นา?
ก็เลยหยิบ Quick guide มาอ่านดู ถึงได้พอเข้าใจ เพราะเขาให้เอา Thumbdrive ตัวนั้นเสียบไว้ที่ช่อง Disk2 เสมอ
และไม่ให้ลบหรือ format ด้วย แสดงว่ามันต้องเป็นส่วนสำคัญ อาจเป็น Software ของเครื่องก็ได้
ผมลองเอามาเสียบกับ PC ก็มองไม่เห็นข้อมูล แสดงว่า partition ต้องเป็นแบบ Linux แน่ๆเลย
Easy setup
เริ่มใช้งานจากนี้ไปก็จะเริ่มใช้งานเจ้า mini กันแล้ว
- ผมก็จัดการเอาสาย LAN จาก Router เสียบเข้าช่อง LAN ของ mini
- เสียบ Thumbdrive ไว้ที่ Disk2 ตอนนี้ผมยังไม่ได้ต่อ HDD จะลองดูก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง
- แล้วก็เสียบแจ๊คไฟเลี้ยง
ไฟ Power สีเขียวก็จะติดขึ้น ไฟสีส้มที่แสดง LAN ยังไม่ติด ช่วงนี้ไฟที่ตัว Thumbdrive ก็กระพริบ นั่นไง! แสดงว่ากำลัง Load ข้อมูลจาก Thumbdrive แน่นอน
เพราะเมื่อไฟที่ Thumbdrive หยุดกระพริบ ไฟสีส้มก็ติดพอดี
ที่ช่องเสียบสาย LAN ก็มีไฟแสดงผลด้วย สีส้มติดค้าง สีเขียวกระพริบ
ผมชอบมากเลยเครื่องที่มีไฟกระพริบเยอะๆเนี่ย ตอนกลางคืนเวลาปิดไฟและนอนมองดูมันกระพริบ เพลินดี
เอาล่ะทีนี้จะรู้ได้อย่างไรล่ะว่า IP ของ mini ค่าเท่าไหร่ (ความจริง Router ผมเช็คได้แหล่ะ)
ตามคู่มือเขาบอกให้เปิดโปรแกรมที่อยู่ใน CD-ROM โดยเปิดไฟล์ที่ชื่อว่า Bt-BOX MINI Flash Installer.exe ซึ่งจะค้นหา IP ของ Bt-Box
ซึ่ง mini ของผมไปอยู่ที่ 192.168.1.194
เพียงเปิด Browser ไปที่ IP ที่ได้ แค่นี้ก็พร้อมใช้งานแล้วครับ (http://192.168.1.194) ใช้ได้ทั้ง firefox และ IE
โดย Interface ดูง่าย สบายตาดีครับ โทนสีฟ้าอ่อน
Easy to use
หากผู้ใช้งานไม่ต้องการปรับแต่งอะไร ก็สามารถใช้งานได้เลย เพราะว่าตัวเครื่องปรับให้เรียบร้อยหมดแล้ว (หากต้องการปรับแต่งก็กดไปที่ Control panel)
วิธีการใช้งานก็คือ ดูบริเวณส่วนล่างของหน้า Download manager จะมีในส่วนที่เป็น Upload file
หากต้องการ Download torrent เราต้องเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์ .torrent มาจากเวบ tracker แล้ว save ไว้ที่ PC ของเราซะก่อน
จากนั้น Click ที่ Browse แล้วเข้าไปเลือกไฟล์ .torrent ที่เรา save ไว้
เสร็จแล้ว Click ที่ Upload แล้วรอสักครู่
ตรงนี้จะแตกต่างไปจาก Bt-Box รุ่นเก่าก็คือ จะมีหน้าต่างให้เราเลือกว่าจะ save ข้อมูลไว้ใน Internal หรือ External
โดย Internal จะหมายถึง Thumbdrive ส่วน External คือ HDD ที่เราจะเอามาต่อไว้ที่ช่อง USB Disk1
เลือกแล้วกด Submit
จากนั้นไฟล์ก็จะไปปรากฏอยู่ในส่วนของ Download list
ทีนี้ก็เพียงแค่ Click ตรงสัญลักษณ์ลูกศรสีเขียวหลังชื่อไฟล์ที่เราต้องการ Download เท่านั้นเอง เครื่องก็จะเริ่มทำการ Download ให้เรา
โดยเราสามารถเพิ่มไฟล์เข้าไปได้หลายไฟล์ แต่ในการ Download+Upload พร้อมๆกันนั้น จะสามารถทำพร้อมกันได้สูงสุดที่ 7 ไฟล์
ซึ่งก็ถือว่ามากกว่า Bt-Box รุ่นเก่าเป็นอย่างมาก เพราะในรุ่นนั้นได้เพียงแค่ 4 ไฟล์เท่านั้น
แต่ในการใช้งานจริงแล้ว ผมแนะนำว่าอย่าโหลดพร้อมกันหลายไฟล์นัก เพราะเจ้า mini ผมเดาว่า RAM คงมีไม่มากเท่าไหร่
ซึ่งหาก Download พร้อมกันหลายๆไฟล์ อาจเกิดอาการ Overload ได้ และ HDD ของท่านจะทำงานหนักไปด้วย เพราะต้องอ่านและเขียนตลอดเวลา
ซึ่งเวลาใช้งาน ผมจะ Download 2 ไฟล์ และ Upload 2 ไฟล์
การแสดงสถานะการ Download ก็ถือว่าดีครับ มีแสดง % และความเร็วแยกแต่ละไฟล์ มีการ update ข้อมูลแบบ realtime โดยใช้ Ajax
แถมยังสามารถหยุดชั่วคราวทุกงาน(pause all)ได้อีกด้วย ในกรณีที่ต้องการใช้ bandwidth ไปทำอย่างอื่น
อ้อ เกือบลืมบอกไป เวลาเครื่อง Download เสร็จแล้ว เครื่องจะเปลี่ยนสถานะไฟล์นั้นๆให้เป็น Upload อัตโนมัติ
และหากยังมีไฟล์ที่รอ Download ในคิวอยู่ ไฟล์ที่โหลดเสร็จไฟล์แรกก็จะ Stop และเอาไฟล์ในคิวมา Download ต่อแทน
แต่หากว่าเราต้องการ Seed ไฟล์ไหนค้างไว้ ให้ click ที่สัญลักษณ์ลูกศรสีแดง เครื่องก็จะ Seed ไฟล์นั้นให้
ทีนี้หากมีไฟล์ที่ดาวน์โหลดเสร็จแล้วเยอะๆ ก็สามารถกดปุ่ม Clear complete เพื่อล้างไฟล์ที่โหลดเสร็จแล้ว
แต่ว่าไม่ได้ล้างไฟล์ที่อยู่ใน HDD นะครับ ล้างไปเฉพาะรายการเท่านั้น ท่านยังคงต้องเข้าไปลบไฟล์ใน HDD เอง
Special function
ความสามารถของเครื่อง
- สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งจากโปรโตคอล Bit Torrent, HTTP, FTP (มี password ก็ download ได้)
- สามารถใช้กับไฟล์ที่เป็นภาษาไทยได้โดยไม่มีปัญหา
- สามารถดาวน์โหลดไฟล์ที่ใหญ่กว่า 4GB ได้โดยไม่มีปัญหา (HDD แบ่ง partition เป็น NTFS หรือ Ext3)
- และตัวเครื่องมีอีกคุณสมบัติเด่นคือ หากว่าเกิดไฟดับ หรือ Shutdown เครื่องไป แล้วเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ เครื่องจะ download ต่อให้อัตโนมัติ
โดยเครื่องจะทำการ Check ข้อมูลของไฟล์ที่มีสถานะเป็น Upload และ Download เพื่อดูว่าข้อมูลที่มีอยู่มีกี่ %
ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักครู่ถ้าไฟล์นั้นๆมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่มีชิ้นส่วนเยอะ แต่ก็มีข้อดีที่ว่าจะไม่ต้องโหลดข้อมูลมาซ้ำของเดิม
นอกจากนั้นเรายังสามารถกำหนดค่าที่เกี่ยวข้องกับการ Download ได้หลายส่วนได้แก่
- Base port จะเป็นการกำหนดค่า port ในการเชื่อมต่อ ซึ่งค่า default จะตั้งไว้ที่ 43100 โดยจะเพิ่มขึ้นทีละ port ในแต่ละไฟล์ เช่น ถ้าโหลด 7 ไฟล์ จะใช้ port 43100-43106
เราสามารถเปลี่ยนแปลงค่านี้ได้ และนำค่านี้ไปตั้ง forward port ที่ Router
- Download rate เป็นการกำหนดค่า Maximum ของข้อมูลที่ download
- Upload rate เป็นการกำหนดค่า Maximum ของข้อมูลที่ upload
- Task concurrent เป็นการกำหนดว่าจะ Up-down พร้อมกันกี่ไฟล์
โดยเมื่อตั้งค่าเหล่านี้เสร็จแล้ว จะมีผลก็ต่อเมื่อมีการ Restart เครื่องในครั้งต่อไป
Best functionsอ้าว ว่าแล้วลืมอะไร ผมยังไม่ได้เอา HDD ภายนอกไปต่อนั่นเอง แหม! ลืมไปได้ไง
เป็นความใฝ่ฝันมานานแล้วครับ ว่าเมื่อไรจะเอา HDD ที่แบ่ง partition ธรรมดาๆ เช่น FAT32, NTFS มาใช้กับ Linux in the box พวกนี้ได้ซะที
หลายต่อหลายคนเลิกเล่นกล่องโหลดบิตหลายๆยี่ห้อในท้องตลาดไปก็เพียงเพราะว่า ในการจะดึงไฟล์มาใช้งานแต่ละครั้งนั้นยุ่งยากเหลือประมาณ
เพราะกล่อง linux เหล่านั้นใช้ HDD ได้แต่แบบ Linux partition เท่านั้น
แต่แล้ววันนี้ Design Gateway ก็ทำให้ฝันนั้นเป็นจริง โดยสามารถใช้ได้กับ HDD ที่แบ่ง partition ได้หลายแบบ คือ Linux, FAT32, NTFS
แถมข้อดีของ USB ก็คือเราสามารถที่จะเอา HDD ประเภทไหนมาใช้ก็ได้ IDE, SATA ฯลฯ ขนาด 2.5" หรือ 3.5" ก็ได้
การต่อก็ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่เอามาเสียบกับช่อง USB1 เท่านั้นเอง
แต่มีข้อแม้นิดนึงว่า HDD ตัวนั้นต้องมี Partition เดียว
ตอนผมลอง ผมก็ว่า เอ๊ะ ทำไมมองไม่เห็น HDD ซักที ที่ไหนได้ HDD 2 ลูกของผมแบ่งเป็นหลาย partition ทั้งคู่เลย
ก็เลยเอา HDD อีกตัวมาลอง เป็น NTFS มี partition เดียว โป๊ะเช๊ะเลย
เมื่อเสียบสาย HDD แล้ว ก็เข้าไปที่ Control panel (ของ mini นะจ๊ะ ไม่ใช่ PC) แล้วไปที่ HDD
ฮั่นแน่ HDD ของผมโผล่มาแล้วครับ ก็เพียงแต่กด mount ก็สามารถใช้งานได้แล้วครับ ง่ายมั่กๆ ;D
Easy to get downloaded data
วิธีการเอาข้อมูลที่ Download เสร็จแล้วมาใช้
เมื่อเรา Download เสร็จแล้ว เราก็ต้องเอาข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ใช่มั้ยครับ เครื่อง mini จะมีวิธีการดึงข้อมูลง่ายๆอยู่ 2 วิธีก็คือ
1. ดึงผ่านระบบ LAN โดยเปิด Explorer ไปที่ \\IP ของ mini เช่น \\192.168.1.194 ก็จะมีหน้าต่างปรากฏขึ้นมา
โดยจะเห็นได้ว่ามีอยู่ 2 folder ก็คือ Internal กับ External โดย internal ก็คือ Thumbdrive ส่วน External ก็คือ HDD อย่างที่บอกไปแล้ว
ข้างในนั้นก็จะมี folder btmini-download ข้างในนั้นแหล่ะคือไฟล์ที่เรา download มา ก็สามารถคัดลอกมายัง PC ได้เลย
แต่อาจจะใช้เวลานานหน่อย ขึ้นอยู่กับความเร็ว LAN ของท่าน แต่ยังไงก็แล้วแต่ช้ามากๆ เช่น DVD เรื่องนึงก็ 30 กว่านาทีกว่าจะดึงข้อมูลเสร็จ
2. นำ HDD มาเสียบกับ PC โดยตรง ขั้นตอนนี้จะรวดเร็วกว่ามาก แต่ว่าต้องระวังนิดนึง เพราะก่อนที่จะถอด HDD ออกจาก mini นั้น ท่านต้อง STOP ทุกไฟล์ที่ download หรือ upload อยู่ทั้งหมด
และเข้าไปที่ control panel -> HDD แล้วกด unmount รอจนระบบ unmount เสร็จ ถึงถอดออกได้
แต่ถึงแม้ว่าจะดูยุ่งยาก แต่ยังไงก็ไวกว่าคัดลอกผ่าน LAN ล่ะน่า ;D
*** ระวัง! อย่าถอด HDD ออกมาก่อนที่จะ unmount สำเร็จ เพราะอาจทำให้ข้อมูลเสียหายได้ และถ้าไม่หยุดงานทั้งหมดจะไม่สามารถ unmount ได้
การ Shutdown เครื่อง
ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Control panel -> System -> Power off
ซึ่งถ้า shutdown เสร็จแล้ว(ไฟแดงติดดวงเดียว) ก็สามารถถอดไฟเลี้ยงออกได้เลย
ใครบ้างที่เหมาะกับเครื่องนี้
- ทุกคนที่เป็นนัก Download ตัวยง เพราะสามารถเปิดทิ้งไว้ได้ตลอดเวลา กินไฟน้อยมาก ความร้อนก็น้อย ประหยัดกว่าเปิดคอมหรือเช่าโคโลเป็นไหนๆ
- คนที่ต้องการ Download ไฟล์กลับจากโคโล โดยไม่ต้องเปิด PC ทิ้งไว้
- คนที่ต้องการเพิ่มค่าสถิต หรือค่าต่างๆที่เวบต้องการให้เชื่อมต่อถึงจะได้ค่านั้นๆ
- Home entertainment โดยใช้ Bt-Box เป็น NAS เอาไว้แชร์ไฟล์ต่างๆในระบบ LAN ภายในบ้าน
Comment from me
จากการลองใช้งานแล้ว ผมพบจุดเด่นและข้อสังเกตบางประการ ถือว่าเป็นการแชร์ข้อมูลกันนะครับ
จุดเด่น
- ประหยัดไฟ ความร้อนต่ำ ไม่มีเสียงรบกวน
- ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ สวยงามน่าใช้
- ความรวดเร็วในการดาวน์โหลดดีมาก โหลดได้เต็ม Bandwidth
- ความสะดวกในการใช้ HDD ภายนอกได้หลายแบบ หลายขนาด ดีมากๆ
- ความสะดวกในการดึงไฟล์ที่โหลดเสร็จแล้วดีมาก
- การควบคุมทำได้ง่าย
ข้อสังเกตุ
- บางครั้งเกิดอาการ Hang ไม่สามารถเข้า Web interface ได้ และผมหาปุ่ม reset ไม่เจอ / อาจจะเป็นเพราะว่าผมโหลดไฟล์ใหญ่ๆพร้อมกันหลายไฟล์ก็เป็นได้
- ถ้าเลือก download เฉพาะบางไฟล์ได้จะดีมากๆเลยครับ
- คู่มือการใช้ที่อยู่ใน CD เนื้อหาไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่
สรุป
ตั้งแต่ผมเล่นอุปกรณ์สำหรับ Download Bit Torrent มาหลายตัว ผมยก Bt-Box mini ตัวนี้ให้เป็นที่ 1 เลยครับ ชนะขาดเกือบทุกด้าน
แนะนำเลยครับสำหรับท่านที่มองหาอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และใช้งานง่าย แบบนี้


?
Reply With Quote
