ผู้ถาม: ถ้าร่างกายไม่ใช่เรา จิตก็ไม่ใช่เรา แล้วอะไรคือเรา ที่เชื่อมอดีตชาติ ไปจนถึงอนาคต
หลวงพ่อตอบ: ความคิดน่ะ ความจำ
ผู้ถาม (แทรก): ความคิดความจำหรือค่ะ
หลวงพ่อตอบ(ต่อเนื่อง): เพราะอย่างนั้น ความเป็นเราจริงๆ ไม่มี
พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ละความเป็นตัวตน ท่านสอนให้ละความเห็นผิดว่ามีตัวตน
ความเห็นผิดที่มีตัวตนเรียกว่าสักกายทิฐิ ให้ละความเห็นผิดว่ามีตัวตน
ทีนี้วิธีละความเห็นผิดว่ามีตัวตน จะละความเห็นผิดได้ จะต้องเห็นถูก จะเห็นถูกได้ก็ต้องรู้ลงมา สิ่งใดที่เรารู้สึกว่าเป็นตัวเราน่ะ ก็คือ กายกับใจ ให้เรามารู้กายรู้ใจมากๆ จนวันหนึ่งเห็นเลย มันทำงานเอง มันไม่ใช่เราหรอก
ทีนี้จิตนี่มันเกิดดับสืบเนื่องกันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ทำกรรมไว้นี่ จิตดวงใหม่ที่เกิดขึ้นก็จะรับมรดก จิตดวงใหม่ก็เหมือนลูกของจิตดวงเก่า อย่างเราเป็นลูกน่ะ พ่อแม่เราทำงานรวยไว้ เราก็รับมรดกรวย พ่อแม่ทำหนี้ไว้เยอะ เราก็รับมรดกหนี้ไว้ จิตดวงใหม่มันเกิดขึ้นมามันก็รับมรดกสืบทอดไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ตัวเก่าหรอก ....ถ้าหัดภาวนาสักช่วงหนึ่งคุณจะเห็นเลยว่าจิตดวงหนึ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับนะ .....มีช่องว่างเล็กๆ มาคั่นนะ.... แล้วดวงใหม่เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับ มีช่องว่างเล็กๆ มาคั่น....
ถ้าภาวนาจนถึงจุดที่เห็นสันตติคือความสืบเนื่องนี้ขาด จะรู้เลยว่าจิตไม่ได้มีดวงเดียว จิตเกิดดับทั้งวันเลย แล้วจิตก็ไม่ใช่ตัวเราแล้ว แต่ว่าเกิดดับตลอดเวลา เกิดดับเร็วมากเลย
แหล่งที่มา www.budpage.com โดยคุณ ตรงประเด็น


Reply With Quote
